เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 400 ชามยักษ์

บทที่ 400 ชามยักษ์

บทที่ 400 ชามยักษ์


ตอนที่เหออวี่จู้กลับมาถึงบ้าน หร่านชิวเยี่ยก็ทำกับข้าวเสร็จแล้ว และกำลังนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหาร

"ทีหลังถ้าผมกลับดึก ก็ไม่ต้องรอหรอกนะ กินก่อนได้เลย"

หร่านชิวเยี่ยรับของจากมือเหออวี่จู้ไปวางไว้ข้าง ๆ แล้วยิ้มตอบ "ฉันก็เพิ่งทำเสร็จเหมือนกันค่ะ กินข้าวคนเดียวมันไม่อร่อยนี่นา"

เหออวี่จู้หัวเราะร่วน ความรู้สึกของการมีคนรออยู่ที่บ้านนี่มันดีจริง ๆ

หร่านชิวเยี่ยรีบตักข้าวให้เหออวี่จู้ แล้วไปนั่งฝั่งตรงข้าม ป้องกันไม่ให้เขามือไวฉวยโอกาสลวนลาม

"ชิวเย่ วันนี้อยู่บ้านเป็นไงบ้าง ชินหรือยัง"

หร่านชิวเยี่ยพยักหน้า สีหน้าดูอึดอัดใจเล็กน้อย "ก็เรื่อย ๆ ค่ะ แต่ถ้าย้ายบ้านได้ก็คงดี ฉันก็นึกว่าที่คุณย่าทวดมาขัดขวางงานแต่งของเรา เป็นเพราะแกอยากจะจับคู่คุณกับฉินหวยหรูเหมือนลุงใหญ่ซะอีก! แต่พอเห็นตอนกลางวัน ถึงได้รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างแกกับบ้านฉินหวยหรูก็ไม่ได้ดีอะไรเลย ถึงขั้นมานั่งทะเลาะกับแม่ผัวลูกสะใภ้บ้านนั้นแย่งของกินกันด้วย!"

เหออวี่จู้หัวเราะหึ ๆ "เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยน่า อย่าทำเป็นตื่นเต้นไปเลย ไว้รอดูช่วงปีใหม่สิ รับรองว่าบันเทิงกว่านี้เยอะ! แค่เกี๊ยวชิ้นเดียว พวกนั้นก็ทะเลาะกันจนแทบจะคว่ำโต๊ะเลยล่ะ! อ้อ... พูดถึงปีใหม่ ผมขอเตือนคุณไว้ก่อนเลยนะ ไม่ว่าใครจะมาถามเรื่องจัดงานปีใหม่ ให้บอกไปเลยว่าเราสองคนผัวเมียจะฉลองกันเอง ไม่รับแขก!"

หร่านชิวเยี่ยทำหน้าแปลกใจ "นี่พวกเขายังคิดจะมาร่วมวงฉลองปีใหม่กับบ้านเราอีกเหรอคะ"

"คุณคิดว่าไงล่ะ! ลองดูอี้จงไห่กับฉินหวยหรูสิ พวกนั้นเป็นคนใจกว้างนักหรือไงฮะ! พวกมันมีกันตั้งหลายปากท้อง แล้วใครจะเป็นคนจ่ายค่าอาหารปีใหม่ล่ะ อี้จงไห่เหรอ หรือฉินหวยหรู ไม่ใช่ทั้งคู่นั่นแหละ! พวกมันกะจะมาสูบเลือดสูบเนื้อผมต่างหากล่ะ!"

พอนึกภาพครอบครัวฉินหวยหรู มาร่วมวงกินข้าวปีใหม่ด้วย หร่านชิวเยี่ยก็รู้สึกขยะแขยงจนกินข้าวแทบไม่ลง

"คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันรับรองว่าจะไม่เผลอไปตกลงรับปากใครซี้ซั้วแน่ ๆ ค่ะ แต่ถ้าครูเหยียนมาเอ่ยปาก..."

"บ้านตระกูลเหยียนก็ไม่ได้! ปีใหม่ทั้งที มันก็ต้องกินเลี้ยงสังสรรค์กันให้สนุกสิ! ผมไม่อยากไปนั่งแบ่งถั่วลิสง แบ่งเกี๊ยว แบ่งเนื้อ แบ่งผัก กับตาลุงจอมงกนั่นหรอกนะ! ผมรู้ว่าคุณหน้าบาง ปฏิเสธแกไม่ค่อยลง เอาเป็นว่า ก่อนปีใหม่เดี๋ยวผมหาเนื้อหมูมาให้ แล้วคุณแอบเอาไปให้บ้านแกตอนที่แกกับเมียอยู่บ้านกันสองคนก็แล้วกัน"

หร่านชิวเยี่ยหัวเราะคิกคักกับท่าทางจริงจังของเหออวี่จู้ "คุณนี่ก็พูดเกินไปนะคะ บ้านไหนเขาจะมานั่งแบ่งถั่วลิสงกันทีละเม็ดขนาดนั้น"

เหออวี่จู้ยกเก้าอี้ขยับเข้าไปนั่งชิดหร่านชิวเยี่ย แม้จะโดนหล่อนค้อนขวับใส่หนึ่งที "คุณอย่าเพิ่งไม่เชื่อสิ! ลองหาเวลาว่างไปถามเจี่ยตี้ดูก็ได้ ว่าตอนปีใหม่บ้านเขาแบ่งถั่วลิสงกันกินยังไง! แบ่งกันแบบเป๊ะ ๆ เลยนะว่าได้คนละกี่เม็ด! ห้ามขาดห้ามเกินเด็ดขาด! แล้วถ้าเม็ดของใครเล็กกว่าของคนอื่นล่ะก็ มีหวังเถียงกันบ้านแตก!"

เหออวี่จู้ต้องอธิบายวิถีชีวิตชาวลานสี่ประสานให้หร่านชิวเยี่ยฟังอีกรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้หล่อนเผลอไปตกหลุมพรางใครเข้า

ฉินหวยหรูดูเวลา แล้วก็เตรียมตัวจะออกไปบ้านสวี่ต้าเม่า เจี่ยจางซื่อเห็นหล่อนกำลังจะออกจากบ้าน ก็รีบตะโกนสั่งทันที "อย่าลืมห่อกับข้าวที่เหลือกลับมาด้วยล่ะ!"

ฉินหวยหรูหันกลับมา ถอนหายใจอย่างเอือมระอา "แม่จ๊ะ... วันนี้อย่าหวังเลยจ้ะ! กับข้าวที่ลุงใหญ่ซื้อมา ฉันเดาว่าแค่กินกันในวงก็คงแทบจะไม่พอแล้ว!"

ฉินหวยหรูเห็นกับตาว่าอี้จงไห่ซื้อกับข้าวมาแค่นิดเดียว แถมยังต้องแบ่งให้ยายเฒ่าหูหนวกกินอิ่มก่อนอีก แล้วไหนจะคนอื่น ๆ ในวงอีก แค่นี้ก็แทบจะไม่พอยาไส้แล้ว

ป้างเกิงลุกพรวดขึ้นมา เกาะแขนฉินหวยหรูแน่น "แม่! พาผมไปด้วยสิ! ขนาดน้องยังได้ไปเลย แล้วทำไมผมจะไปไม่ได้ฮะ! ผมจะไปกินเนื้อหมู!"

"ป้างเกิง เป็นเด็กดีนะลูก" ฉินหวยหรูไม่กล้าพาป้างเกิงไปด้วยหรอก ขืนพาไป จะให้เด็กนี่ไปนั่งกินตรงไหนล่ะ

ถ้าไปบ้านยายเฒ่าหูหนวก ยายแก่เพิ่งจะอารมณ์เสียเรื่องของกินไปเมื่อตอนกลางวัน ขืนพาป้างเกิงไปยั่วโมโหอีกรอบ มีหวังโดนยายเฒ่าหูหนวกกับอี้จงไห่เฉ่งยับแน่!

แล้วยิ่งถ้าไปบ้านสวี่ต้าเม่า ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่! อี้จงไห่กับพวกต้องนั่งจิบเหล้ากันยาวแน่ ๆ แล้วป้างเกิงจะทนรอจนพวกแกกินเหล้าเสร็จได้เหรอ! ลูกชายหล่อนน่ะ ไม่ใช่เด็กที่มีความอดทนขนาดนั้นซะหน่อย!

ป้างเกิงหน้าบึ้งตึง ถอดแบบเจี่ยจางซื่อมาเป๊ะ! "นี่แม่เป็นแม่ผมจริงป่าวเนี่ยฮะ! มีเนื้อหมูให้กินแท้ ๆ แต่ไม่ยอมให้ผมกิน! แม่ได้กลิ่นเนื้อลอยมาจากบ้านไอ้ซาจู้ไหมฮะ! หอมยั่วจนน้ำลายสอขนาดนี้ จะให้ผมกลืนข้าวลงได้ยังไง! ผมไม่สนหรอก ถ้าแม่ไม่พาผมไปกินเนื้อหมู ผมจะไม่นับถือแม่เป็นแม่อีกแล้ว!"

เจี่ยจางซื่อผสมโรงด่าทันที "ไอ้ซาจู้กับนังเมียโง่ของมันนี่ใจจืดใจดำจริง ๆ! รู้อยู่แก่ใจว่าบ้านเราไม่มีเนื้อกิน ก็ยังไม่ยอมเอามาแบ่ง! นังหวยหรู หล่อนเลือกเอาเลยนะ ว่าจะไปไถเนื้อหมูจากบ้านซาจู้มาให้ป้างเกิง หรือจะพาหลานฉันไปกินที่ลานหลังด้วย! ป้างเกิง ไปถึงนู่น อย่าลืมห่อกลับมาเผื่อย่าสักชามด้วยล่ะ!"

ป้างเกิงตบอกรับประกัน "ย่าไม่ต้องห่วงฮะ! เดี๋ยวผมจะโกยเนื้อใส่ชามพูน ๆ เอากลับมาให้ย่ากินเองฮะ!"

เจี่ยจางซื่อยิ้มกริ่ม ชมเปาะ "หลานย่านี่กตัญญูจริง ๆ! เอาชามใบใหญ่สุดของบ้านเราไปเลยลูก จะได้ใส่เนื้อกลับมาเยอะ ๆ!"

ชามใบใหญ่ที่เจี่ยจางซื่อพูดถึง ก็คือชามใบเดียวกับที่ฉินหวยหรูเคยเอาไปใช้ไถกับข้าวบ้านเหออวี่จู้บ่อย ๆ นั่นแหละ! ชามใบนี้มีสตอรี่ไม่ธรรมดานะจะบอกให้! เจี่ยตงซวี่เคยไปยืมชามใบนี้มาจากบ้านคนอื่นตอนมีงานเลี้ยง แล้วเจี่ยจางซื่อดันถูกใจ ก็เลยยึดเอาไว้เป็นของตัวเองหน้าตาเฉย!

ต่อมาเจ้าของชามมาทวงคืน อี้จงไห่ก็ไปหลอกให้ซาจู้ควักเงินจ่ายค่าชามให้แทน

จากนั้นไม่ถึงสองวัน ชามใบนี้ก็ไปอยู่ในมือฉินหวยหรู หล่อนถือมันไปขอแบ่งกับข้าวที่บ้านเหออวี่จู้เป็นประจำ

ยุคข้าวยากหมากแพงแบบนั้น แต่ละบ้านก็ทำกับข้าวกินกันอย่างจำกัดจำเขี่ย ปริมาณกับข้าวที่บ้านเหออวี่จู้ทำ ยังไม่พอจะใส่ให้เต็มชามใบนี้เลยด้วยซ้ำ! และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เหออวี่สุ่ยก็ไม่เคยกินข้าวอิ่มท้องอีกเลย

ฉินหวยหรูมองชามใบใหญ่ในมือ แล้วก็ตกอยู่ในภวังค์ หล่อนโหยหาวันเวลาที่เคยถือชามใบนี้ไปไถกับข้าวบ้านเหออวี่จู้เหลือเกิน! ถึงแม้ตอนนั้นเหออวี่จู้จะไม่ค่อยได้ทำกับข้าวกินเองที่บ้าน แต่ทุกครั้งที่เขาทำ กับข้าวพวกนั้นก็ต้องตกมาเป็นของครอบครัวหล่อนเสมอ!

ด้วยความเคยชิน ฉินหวยหรูลืมปฏิเสธคำสั่งของเจี่ยจางซื่อกับป้างเกิง หล่อนเดินเหม่อลอยออกจากบ้านไปพร้อมกับลูกชาย

แล้วก็รับชามใบใหญ่มาจากมือป้างเกิง เดินตรงไปที่บ้านเหออวี่จู้โดยอัตโนมัติ

ก๊อก ๆ ๆ

เสียงเคาะประตูที่คุ้นเคยดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงหวานหยดย้อยของฉินหวยหรู

"จู้จื่อ... เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิ ฉันมีธุระจะคุยด้วยน่ะ"

หร่านชิวเยี่ยขมวดคิ้วมุ่น "ผู้หญิงคนนี้เป็นบ้าอะไรเนี่ย! ฉันเพิ่งจะเตือนไปหมาด ๆ ว่าห้ามมาเคาะประตูบ้านเราตอนกลางคืน ทำไมถึงหน้าด้านแบบนี้นะ!"

เหออวี่จู้มองสำรวจรอบห้อง "ตอนคุณทำกับข้าว คุณเปิดหน้าต่างทิ้งไว้หรือเปล่า"

หร่านชิวเยี่ยทำหน้าแปลกใจ "คุณรู้ได้ยังไงคะ"

"ก็ถ้าคุณไม่เปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ฉินหวยหรูจะได้กลิ่นกับข้าวบ้านเราได้ยังไงล่ะ! คุณเชื่อผมไหม ยัยนั่นต้องถือชามยักษ์มายืนรอหน้าบ้านแน่ ๆ ชามใบนั้นน่ะ ใหญ่พอจะกวาดกับข้าวบ้านเราไปได้หมดเกลี้ยงเลยล่ะ!"

"จริงเหรอคะ! ขอฉันไปดูหน่อยสิ!" หร่านชิวเยี่ยลุกพรวดขึ้นมา เตรียมจะเดินไปเปิดประตู

เหออวี่จู้รีบคว้าตัวหล่อนไว้ "อย่าเปิดเด็ดขาด! เวลาแบบนี้ห้ามอยากรู้อยากเห็นเป็นอันขาด! ขืนเปิดประตูไป กับข้าวอร่อย ๆ มื้อนี้ก็เสร็จนางแน่! เดี๋ยวผมจะเล่าตำนานชามยักษ์ใบนั้นให้ฟังละกัน"

พอได้ยินว่ามีเรื่องเล่า หร่านชิวเยี่ยก็เลิกสนใจเสียงโวยวายของฉินหวยหรูทันที

ก็ปล่อยให้หล่อนแหกปากไปเถอะ! ชาวบ้านเขาชินกันหมดแล้ว ถ้าวันไหนฉินหวยหรูไม่มายืนแหกปากหน้าบ้านเหออวี่จู้สิ ชาวบ้านคงกินข้าวกันไม่อร่อย!

ฉินหวยหรูยืนตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้านเหออวี่จู้เป็นสิบกว่านาที ราวกับกำลังทำกิจวัตรประจำวัน แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กลับมาเลย

ที่แปลกไปก็คือ คราวนี้ไม่มีอี้จงไห่ออกมาเป็นลูกคู่ช่วยหล่อนอีกแล้ว

จนกระทั่งตะโกนจนคอแทบแตก ฉินหวยหรูก็ต้องยอมแพ้ เตรียมจะหันหลังกลับบ้าน เอาชามยักษ์ไปเก็บตามสเตปเดิม

แต่ป้างเกิงดึงเสื้อหล่อนไว้ "แม่! เดินผิดทางแล้ว! เราต้องไปบ้านคุณย่าทวดต่างหาก! ผมได้กลิ่นหอม ๆ ลอยมาจากบ้านคุณย่าทวดแล้วนะฮะ! เราไปตักกับข้าวบ้านคุณย่าทวดกันดีกว่า!"

ด้วยความเบลอ ฉินหวยหรูก็ดันลืมคำสั่งของอี้จงไห่ไปซะสนิท หล่อนเดินตามแรงดึงของป้างเกิง มุ่งหน้าไปที่ลานหลัง

พอยายเฒ่าหูหนวกเห็นหน้าฉินหวยหรู แล้วเหลือบไปเห็นชามยักษ์ในมือที่เคยเป็นอาวุธร้ายทำลายหม้อข้าวของแก สีหน้าของยายเฒ่าหูหนวกก็เปลี่ยนเป็นดำทะมึนทันที

"ชุยหลาน! ปิดประตูเดี๋ยวนี้!"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 400 ชามยักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว