เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 137 ราชันย์แห่งความคุ้มค่า ! 'นักเชือดราคา' หวนคืนยุทธภพ !

ตอนที่ 137 ราชันย์แห่งความคุ้มค่า ! 'นักเชือดราคา' หวนคืนยุทธภพ !

ตอนที่ 137 ราชันย์แห่งความคุ้มค่า ! 'นักเชือดราคา' หวนคืนยุทธภพ !


ตอนที่ 137 ราชันย์แห่งความคุ้มค่า ! 'นักเชือดราคา' หวนคืนยุทธภพ !

หลังจากสวี่ไข่เดินออกจากห้องไป หลี่เจ๋อก็นั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายตรงถึงท่านประธานเหรินแห่งบริษัทเซี่ยเหวย

จุดประสงค์หลักที่โทรไปก็เพื่ออยากจะลองหยั่งเชิงถามไถ่ข่าวคราวเกี่ยวกับเครือข่าย 3G ดูสักหน่อย เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่า ก่อนหน้านี้เซี่ยเหวยได้ทุ่มเม็ดเงินและสรรพกำลังไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี 3G อย่างมหาศาล

ต่อให้ในตอนนั้นหลี่เจ๋อจะเคยเอ่ยปากเตือนด้วยความหวังดีว่า ควรจะเบนเข็มไปโฟกัสที่เทคโนโลยี 4G มากกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว เซี่ยเหวยได้ถลำลึกและทุ่มเงินไปกับ 3G จนยากจะถอนตัวแล้ว คงไม่ใช่แค่คำพูดสองสามประโยคของหลี่เจ๋อที่จะทำให้พวกเขายอมล้มเลิกโปรเจกต์ 3G ไปได้ง่าย ๆ

สิ่งที่ประธานเหรินทำได้ ก็มีเพียงแค่การแบ่งทรัพยากรส่วนหนึ่ง มาเริ่มค้นคว้าและวิจัยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ 4G คู่ขนานกันไปเท่านั้น

รอเพียงไม่นาน ปลายสายก็กดรับ

เสียงทุ้มของประธานเหรินดังลอดมาตามสาย

"สวัสดีครับ ประธานหลี่ แหม ลมอะไรหอบมาถึงได้โทรหาผมล่ะเนี่ย..."

ประธานเหรินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

หลี่เจ๋อยิ้มบาง ๆ แล้วตอบกลับ "โธ่ ประธานเหรินครับ ก็พวกเราไม่ได้คุยกันตั้งนานแล้วนี่นา วันนี้ผมก็เลยอยากจะโทรมาคุยเล่นไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันซะหน่อยน่ะครับ"

"หึหึ..."

ประธานเหรินหัวเราะในลำคอ เขารู้ดีว่านี่ก็เป็นแค่คำทักทายตามมารยาทเท่านั้น ระดับประธานหลี่แห่งเจ๋อรัน เทคโนโลยี ถ้าไม่มีธุระปะปังอะไรจริง ๆ จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งโทรคุยเล่นเรื่อยเปื่อยกันล่ะ

ยิ่งเวลาตอนนี้เป็นเวลาทำงานด้วยแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่

ดังนั้น ประธานเหรินจึงเข้าประเด็นอย่างรู้ทัน "แหม บังเอิญจังเลยครับ ความจริงแล้วผมก็มีเรื่องอยากจะปรึกษาหารือกับประธานหลี่อยู่พอดีเลยล่ะ"

"โอ๊ะ? ประธานเหรินมีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับผมหรือครับ ? " หลี่เจ๋อถามกลับด้วยความสงสัย

ประธานเหรินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผมอยากจะขอคำชี้แนะจากประธานหลี่สักหน่อยน่ะครับ ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ โทรศัพท์มือถือของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ออกอาละวาดฟาดฟันคู่แข่งในตลาดจนราบเป็นหน้ากลองเลยนะครับ"

"อย่างที่ท่านทราบดีว่า ทางเซี่ยเหวยของเราเองก็มีไลน์ผลิตโทรศัพท์มือถือเหมือนกัน แต่ทว่า... เรากลับยังเจาะตลาดและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปไม่ได้เลย ทุกวันนี้ยอดขายก็มาจากแค่การรับจ้างผลิต แล้วก็การไปจับมือกับค่ายมือถือเพื่อทำพวกเครื่องพ่วงโปรโมชั่น เท่านั้นเองแหละครับ"

น้ำเสียงของประธานเหรินเจือปนไปด้วยความกลัดกลุ้มอย่างปิดไม่มิด

และนี่ก็คือ 'ทางตัน' ที่ธุรกิจโทรศัพท์มือถือของเซี่ยเหวยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา เซี่ยเหวยก็เริ่มวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ แต่ทว่า กลับแทบจะไม่มีใครในตลาดรู้จักแบรนด์ของพวกเขาเลย

สาเหตุก็เพราะโทรศัพท์มือถือที่เซี่ยเหวยผลิตส่วนใหญ่ เป็นเครื่องที่สั่งทำพิเศษให้กับค่ายมือถือ ตัวเครื่องจึงถูกตีตราโลโก้ของค่ายมือถือนั้น ๆ แทนที่จะเป็นโลโก้ของเซี่ยเหวย

ผู้ใช้งานจะรู้ว่าโทรศัพท์เครื่องนี้ผลิตโดยเซี่ยเหวย ก็ต่อเมื่อแกะฝาหลังออกมาดูตรงแบตเตอรี่เท่านั้น

ดังนั้น ถึงแม้ว่าในช่วงสองปีมานี้ เซี่ยเหวยจะผลิตและขายโทรศัพท์มือถือออกไปได้จำนวนไม่น้อย แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ยังไม่รับรู้ถึงตัวตนของแบรนด์เซี่ยเหวยในฐานะผู้ผลิตโทรศัพท์มือถืออยู่ดี

เมื่อได้ฟังความในใจของประธานเหริน หลี่เจ๋อก็อธิบายมุมมองของเขา "เรื่องการสร้างแบรนด์เนี่ย... จะพูดยังไงดีล่ะครับ คือถ้าคุณไม่ได้มี 'นวัตกรรมพลิกโลก' ที่เปิดตัวปุ๊บแล้วสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งวงการได้ล่ะก็ คุณก็ต้องใช้วิธีค่อยเป็นค่อยไป สร้างการรับรู้ของแบรนด์ทีละนิด ๆ จนกว่าจะได้รับการยอมรับจากตลาดนั่นแหละครับ"

"อย่างตอนที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีเริ่มต้น เราก็อาศัยการตีตลาดเครื่องเล่น MP3 เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์เป็นที่รู้จักก่อน พอเรากระโดดเข้ามาทำโทรศัพท์มือถือ เราก็เลยมีฐานแฟนคลับและลูกค้าประจำที่พร้อมจะสนับสนุนอยู่กลุ่มหนึ่งแล้ว มันก็ค่อย ๆ ต่อยอดขึ้นมาได้ครับ"

หลี่เจ๋อหยุดพักหายใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พูดก็พูดเถอะครับ ต่อให้เป็นตอนนี้ ยอดขายโทรศัพท์มือถือซีรีส์ระดับกลางและไฮเอนด์ ภายใต้แบรนด์หลักของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ก็ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ เท่านั้นแหละครับ ถ้าเอาไปเทียบกับพวกแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศ เราก็ยังเป็นรองอยู่หลายขุม"

"ยอดขายหลัก ๆ ของเรากวาดมาจากแบรนด์ลูกอย่าง 'โทรศัพท์มือถือ ส้ม' ล้วน ๆ เลยครับ และความลับเบื้องหลังความสำเร็จของส้มก็ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ เราแค่พยายามรีดต้นทุนให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วใช้นโยบาย 'ราคาถูก กำไรน้อย แต่เน้นขายเยอะ' เพื่อแย่งชิงพื้นที่ในตลาดให้ได้มากที่สุด"

"แต่ในความเป็นจริงแล้ว กำไรต่อเครื่องมันบางเฉียบเลยนะครับ ต่อให้ปีนี้โทรศัพท์มือถือ ส้ม2 จะทำยอดขายทะลุ 10 ล้านเครื่องไปแล้ว แต่กำไรสุทธิรวม ๆ กัน ก็เฉือนเอาชนะกำไรของมือถือรุ่นระดับกลางและไฮเอนด์ที่ขายได้แค่ล้านกว่าเครื่องไปได้นิดเดียวเท่านั้นเอง"

"และที่สำคัญ ที่เราสามารถทำราคาได้ถูกขนาดนี้ ก็เพราะโทรศัพท์มือถือ ส้มของเรา ใช้ชิปเซตประมวลผล จากบริษัท เซี่ยซิง ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผมเองก็ถือหุ้นในบริษัทนี้อยู่ 10% แถมไอเดียการใช้โซลูชันชิปตัวเดียวนี้ ทางเราก็เป็นคนคิดค้นแล้วไปขอให้เซี่ยซิงรับผลิตแบบผูกขาดให้อีกต่างหาก"

"ด้วยเหตุนี้ เจ๋อรัน เทคโนโลยีถึงได้ต้นทุนค่าชิปเซตจากเซี่ยซิงในราคาที่ถูกกว่าชาวบ้านเขาลิบลับ"

"ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ถ้าต้นทุนค่าชิปของเราเท่ากับแบรนด์อื่น ๆ ด้วยราคาขายของโทรศัพท์มือถือ ส้ม2 เราจะไม่มีทางได้กำไรเลยสักแดงเดียว เผลอ ๆ อาจจะต้องขายขาดทุนเข้าเนื้อด้วยซ้ำ..."

เมื่อได้ฟังกลยุทธ์เบื้องหลังของหลี่เจ๋อ ประธานเหรินก็ทอดถอนใจ "ดูท่าทาง การจะปั้นแบรนด์โทรศัพท์มือถือเซี่ยเหวยให้แจ้งเกิดได้ คงยังต้องฝ่าฟันอุปสรรคอีกยาวไกลเลยสินะครับ อย่างที่ประธานหลี่บอกนั่นแหละ ทางเลือกของเรามีแค่สองทาง คือไม่ผลิตสินค้าระดับนวัตกรรมพลิกโลกออกมาให้ได้..."

"ก็ต้องลงไปเล่นสงคราม 'ความคุ้มค่า' แบบสุดขั้วให้ได้ และต่อให้เราจะทำราคาได้คุ้มค่าสุด ๆ แล้ว เราก็ยังต้องใช้เวลาสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถืออยู่ดี..."

"ใช่ครับ มันคือสัจธรรมของการทำธุรกิจเลยล่ะ"

หลี่เจ๋อตอบรับ ก่อนจะวกเข้าเรื่องของตัวเอง "อ้อ จริงสิครับ ที่ผมโทรหาประธานเหรินวันนี้ ความจริงผมก็มีเรื่องอยากจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกับท่านสักหน่อยเหมือนกันครับ"

เมื่อได้ยินดังนั้น ประธานเหรินก็ยิ้มมุมปาก เขากะไว้แล้วเชียวว่าระดับหลี่เจ๋อโทรมาหา ย่อมต้องมีธุระสำคัญแน่นอน

เขาจึงตอบรับอย่างกระตือรือร้น "เชิญประธานหลี่พูดมาได้เลยครับ ! "

หลี่เจ๋อเข้าประเด็น "เรื่องเกี่ยวกับเครือข่าย 3G น่ะครับ ประธานเหรินพอจะระแคะระคายข่าววงในบ้างไหมครับ ว่าเครือข่าย 3G ในประเทศเราจะพร้อมเปิดให้บริการจริง ๆ ประมาณเมื่อไหร่ ? "

คำถามของหลี่เจ๋อทำให้ประธานเหรินแอบแปลกใจ "เอ๊ะ ? ก็ตอนนั้นประธานหลี่เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอครับ ว่าไม่ค่อยเชื่อมั่นในอนาคตของ 3G เท่าไหร่ และตั้งใจจะข้าม 3G ไปลุยพัฒนา 4G เลย ? "

"แล้วทำไมจู่ ๆ วันนี้ถึงได้มาถามไถ่เรื่องกำหนดการเปิดใช้งาน 3G ในประเทศล่ะครับ ? "

หลี่เจ๋อหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบ "ก็จริงอยู่ที่ผมไม่ได้มองว่า 3G จะเป็นเทคโนโลยีที่ยั่งยืนเท่าไหร่ แต่มันก็ต้องยอมรับนะครับว่า ถึงมันจะเป็นแค่ 'เทคโนโลยีทางผ่าน' มันก็ต้องมีช่วงเวลาที่มันได้โลดแล่นอยู่บนเวทีบ้าง"

"และตอนนี้ ทางเจ๋อรัน เทคโนโลยีกำลังซุ่มพัฒนาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อยู่ ซึ่งมันมีความต้องการความเร็วเครือข่ายในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าความเร็วระดับหอยทากของเครือข่าย 2G ในประเทศตอนนี้ มันรองรับไม่ไหวหรอกครับ"

"อย่างน้อยที่สุด มันต้องใช้เครือข่าย 3G ถึงจะดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ ผมก็เลยต้องโทรมาถามข่าวคราวจากประธานเหรินนี่แหละครับ เผื่อท่านจะมีสายข่าววงในอะไรบ้าง..."

เมื่อได้รับคำอธิบาย ประธานเหรินก็ถึงบางอ้อทันที เขาพอจะรู้ระแคะระคายมาบ้างว่าเจ๋อรัน เทคโนโลยีกำลังซุ่มทำสมาร์ทโฟนอยู่

ก็แหงล่ะสิ เซี่ยเหวยกับเจ๋อรัน เทคโนโลยีร่วมทุนตั้งบริษัท หงเหมิง ซิสเต็ม ขึ้นมาด้วยกัน ข่าวคราวความเคลื่อนไหวทางฝั่งหงเหมิง ย่อมต้องลอยมาเข้าหูเขาบ้างอยู่แล้ว

แต่เขาก็รู้แค่ข้อมูลผิวเผินเท่านั้นแหละ

เพราะทางบริษัท หงเหมิง ซิสเต็ม เองก็รับรู้แค่ว่าเจ๋อรัน เทคโนโลยีกำลังพัฒนาสมาร์ทโฟนอยู่เหมือนกัน ส่วนรายละเอียดลึก ๆ เกี่ยวกับตัวเครื่องหรือฟีเจอร์เด็ด ๆ พวกเขาก็ไม่ได้รู้มากไปกว่าใครเลย

"เรื่องกำหนดการที่ชัดเจนของการเปิดใช้โครงข่าย 3G ในประเทศ ผมเองก็ยังไม่ได้ข่าวที่แน่ชัดเหมือนกันครับ แต่ถ้าให้ผมประเมินจากสถานการณ์ ผมว่าก็น่าจะประมาณปีหน้านี่แหละครับ แต่ก็ยังฟันธงไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะครับ"

ประธานเหรินตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้มั่นใจนัก

ยังไม่ทันที่หลี่เจ๋อจะได้พูดอะไร ประธานเหรินก็ระบายความอัดอั้นออกมาต่อ "พูดกันตามตรงเลยนะครับ ตอนนี้แบรนด์โทรศัพท์มือถือในประเทศหลาย ๆ เจ้า รวมถึงเซี่ยเหวยด้วย ต่างก็เทหมดหน้าตัก ทุ่มเม็ดเงินมหาศาลไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี 3G กันทั้งนั้น ตอนนี้ทุกคนก็เลยได้แต่นั่งรอตาปริบ ๆ หวังให้ภาครัฐรีบ ๆ เปิดประมูลคลื่นและออกใบอนุญาต 3G สักที"

"ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ในตลาดโทรศัพท์มือถือ 2G แบรนด์ในประเทศแทบจะไม่มีที่ยืนอยู่แล้ว อาการสาหัสกันสุด ๆ ทุกคนเลยต้องฝากความหวังสุดท้ายไว้ที่ตลาด 3G นี่แหละ ถ้าขืนภาครัฐยังดึงเช็ง ยืดเวลาการวางโครงข่าย 3G ออกไปอีก ผมเกรงว่าหลายบริษัทอาจจะสายป่านขาดและล้มหายตายจากไปก่อนจะได้เห็น 3G ด้วยซ้ำ"

"เอาแค่เซี่ยเหวยของเราเอง ตอนนี้ก็แบกรับความกดดันมหาศาลอยู่เหมือนกันครับ เราไม่ได้แค่ทุ่มงบไปกับการผลิตมือถือ 3G อย่างเดียวนะครับ แต่เรายังลงทุนวิจัยและผลิตพวกอุปกรณ์โครงข่าย และเทคโนโลยีการสื่อสาร 3G ไปไม่ใช่น้อย ๆ เลยด้วย"

"ความจริงผมกะว่าจะลองแหย่ ๆ ถามประธานหลี่ดูเหมือนกันว่าพอจะมีข่าววงในอะไรหลุดมาบ้างไหม แต่ฟังจากที่ท่านถามมาเมื่อกี้ ดูเหมือนว่าประธานหลี่เองก็คงจะมืดแปดด้านเหมือนกันสินะครับ..."

หลี่เจ๋อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประธานเหรินต่ออีกสักพัก ก่อนจะวางสายไป

เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พลางรำพึงกับตัวเอง "ดูจากสถานการณ์แล้ว ภาครัฐคงยังไม่ได้มีแผนจะขยับตัวเรื่องการวางโครงข่าย 3G ในเร็ว ๆ นี้แหง ๆ ส่วนที่ประธานเหรินเก็งไว้ว่าอาจจะมาปีหน้า โอกาสก็น่าจะแค่ห้าสิบห้าสิบเท่านั้นล่ะมั้ง"

หลี่เจ๋อพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ ก่อนจะตัดสินใจ "ช่างเถอะ ปวดหัวเปล่า ๆ เอาไว้ก่อนแล้วกัน ยังไงซะ กว่าสมาร์ทโฟนของเจ๋อรัน เทคโนโลยีจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมขาย ก็คงปาเข้าไปปีหน้านู่นแหละ"

"ถึงตอนนั้น ถ้าภาครัฐมีท่าทีจะเปิดใช้งาน 3G จริง ๆ มันก็ต้องมีข่าวหลุดข่าวลอยออกมาให้ได้ยินบ้างแหละ"

"ส่วนตอนนี้ ก็ให้ทีมงานโฟกัสไปที่การปรับสเปกสมาร์ทโฟนเพื่อเจาะตลาดยุโรปและอเมริกาเป็นหลักไปก่อน ส่วนเวอร์ชันที่จะขายในประเทศ ก็ให้ยึดมาตรฐาน 2G เป็นหลักเอาไว้ก่อน"

"ถ้าจู่ ๆ มีประกาศข่าวดีเรื่อง 3G ในประเทศออกมาเมื่อไหร่ ค่อยมาปรับแก้แผนกันอีกที..."

ไม่นานหลังจากนั้น ซุนถิง และหลินเยว่ ก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของหลี่เจ๋อพร้อม ๆ กัน

"สวัสดีค่ะ ประธานหลี่ ! "

"สวัสดีค่ะ ประธานหลี่..."

ทั้งสองคนเอ่ยทักทาย

หลี่เจ๋อพยักหน้ารับ "เชิญนั่งก่อนครับ ประธานหลิน ประธานซุน มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ ? "

เมื่อได้ยินคำถามของหลี่เจ๋อ หลินเยว่ก็หันไปมองหน้าซุนถิงเป็นเชิงส่งซิก "ให้ประธานซุนเป็นคนอธิบายดีกว่าค่ะ"

ซุนถิงยิ้มรับ "ได้ค่ะ งั้นดิฉันขอเป็นคนรายงานเองนะคะ"

เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเข้าเรื่อง "ประธานหลี่คะ ก่อนหน้านี้ประธานสวี่ คงจะมารายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของเจ๋อรัน เทคโนโลยีให้ท่านทราบแล้วใช่ไหมคะ"

"ที่ดิฉันกับประธานหลินมาพบท่านวันนี้ ก็เพื่อจะมาปรึกษาเรื่องกลยุทธ์การตั้งราคาสำหรับคอมพิวเตอร์พวกนี้น่ะค่ะ"

หลี่เจ๋อพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เพราะก่อนหน้านี้สวี่ไข่ก็เกริ่นเรื่องนี้เอาไว้แล้ว เขาจึงตอบกลับไป "ได้สิครับ ว่าแต่พวกคุณวางแผนกันไว้ยังไงบ้างล่ะ ? ประธานสวี่บอกว่าเราแบ่งคอมพิวเตอร์ออกเป็น 3 ระดับ คือ ไฮเอนด์ มิดเอนด์ และโลว์เอนด์ ใช่ไหมครับ"

"พวกคุณคิดว่าเราควรจะเคาะราคาขายปลีกแต่ละรุ่นไว้ที่เท่าไหร่ดี ? "

เมื่อได้รับไฟเขียว ซุนถิงก็รีบกางข้อมูลแจกแจงทันที "ก่อนหน้านี้ ดิฉันกับประธานหลินได้ไปสอบถามข้อมูลเรื่องต้นทุนการผลิตของคอมพิวเตอร์ทั้งสามรุ่นมาจากประธานสวี่แล้วค่ะ"

"หลังจากที่เราสองคนได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์และประเมินกันเบื้องต้น เราเห็นตรงกันว่า สำหรับรุ่นโลว์เอนด์ เราควรจะเคาะราคาขายไว้ที่ช่วง 3,800 ถึง 4,000 หยวนค่ะ ตามข้อมูลที่ได้จากประธานสวี่ ต้นทุนค่าฮาร์ดแวร์และชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรุ่นโลว์เอนด์ที่เราดีลมาได้ จะตกอยู่ที่ประมาณ 3,100 หยวนต่อเครื่อง เมื่อนำไปบวกรวมกับค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ทั้งภาษี ค่าขนส่ง ค่าเช่าโกดัง ค่าแรงพนักงาน และงบการตลาด... จากการคำนวณคร่าว ๆ ต้นทุนสุทธิต่อเครื่อง น่าจะคุมให้อยู่ที่ไม่เกิน 3,500 หยวนได้ค่ะ"

"และถึงแม้จะเป็นแค่รุ่นโลว์เอนด์ แต่สเปกเครื่องที่เราจัดให้ ก็แรงพอที่จะเล่นเกมออนไลน์ยอดฮิตในท้องตลาดตอนนี้ได้อย่างลื่นไหลแน่นอนค่ะ อย่างเกม 'หงฮวง' ที่บริษัทเกม Legend พัฒนาเอง ก็สามารถเล่นบนเครื่องรุ่นนี้ได้สบาย ๆ เลยค่ะ"

"ส่วนในรุ่นมิดเอนด์ ต้นทุนฮาร์ดแวร์จะเขยิบขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4,300 หยวน ถ้ารวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เข้าไปด้วย ต้นทุนสุทธิก็จะอยู่ที่ไม่เกิน 4,800 หยวนค่ะ ดังนั้น เราจึงเสนอให้ตั้งราคาขายรุ่นนี้ไว้ที่ราว ๆ 5,500 หยวนค่ะ"

"และสุดท้าย รุ่นไฮเอนด์ ต้นทุนสุทธิทั้งหมดจะป้วนเปี้ยนอยู่ในช่วง 7,500 ถึง 7,800 หยวน สำหรับรุ่นท็อปนี้ ดิฉันขอเสนอให้เราเคาะราคาขายแบบพรีเมียมไปเลยที่ 8,800 ถึง 9,000 หยวนค่ะ"

เมื่อซุนถิงอธิบายจบ หลินเยว่ก็เสริมข้อมูลเพิ่มเติมทันที "นอกจากนี้ พวกเรายังได้ไปสำรวจราคาตลาดของคอมพิวเตอร์แบรนด์อื่น ๆ ที่มีสเปกใกล้เคียงกับของเรามาเปรียบเทียบด้วยค่ะ ซึ่งถ้าเราเปิดตัวด้วยราคาตามที่ประธานซุนเสนอไปจริง ๆ ราคาคอมพิวเตอร์ของเจ๋อรัน เทคโนโลยี จะถูกกว่าคอมพิวเตอร์แบรนด์อื่นในสเปกเดียวกันถึง 10-15% เลยนะคะ ! "

"ราคานี้เรียกได้ว่าแทบจะเท่ากับราคาที่ผู้บริโภคไปซื้อชิ้นส่วนมาประกอบเองเลยล่ะค่ะ เพราะในแง่ของต้นทุนฮาร์ดแวร์ เจ๋อรัน เทคโนโลยีของเราสามารถต่อรองราคาจากโรงงานได้ถูกกว่าพวกร้านขายปลีกทั่วไปเยอะมาก และยิ่งถูกกว่าราคาชิ้นส่วนที่ผู้บริโภคทั่วไปซื้อแยกมาประกอบเองแบบเทียบไม่ติดเลยล่ะค่ะ"

"เพราะฉะนั้น ด้วยราคาที่เราตั้งไว้ สินค้าของเราจะมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดสูงปรี๊ดเลยล่ะค่ะ อีกอย่าง เราก็เป็นคอมพิวเตอร์แบรนด์เนม เรื่องการปรับแต่งระบบและเสถียรภาพการทำงานของฮาร์ดแวร์ ยังไงก็ต้องเหนือกว่าเครื่องที่ผู้บริโภคประกอบเองอยู่แล้ว..."

หลี่เจ๋อพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ก็คือการมีช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกของตัวเอง ซึ่งช่วยลดต้นทุนส่วนเพิ่มได้อย่างมหาศาล เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ ที่ต้องพึ่งพาช่องทางจัดจำหน่ายหลายทอด หรือแม้แต่เทียบกับร้านรับประกอบคอมพิวเตอร์ทั่วไป

ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์แบรนด์เนมเจ้าอื่น หรือร้านรับประกอบเครื่อง ล้วนต้องบวกกำไรเข้าไปในทุก ๆ ขั้นตอนของสายส่ง ทำให้ราคาขายจริงพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

แต่สำหรับเจ๋อรัน เทคโนโลยี ปัญหาเหล่านั้นถูกตัดทิ้งไปได้เลย

บวกกับอำนาจการต่อรองราคาชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์ที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีมีเหนือกว่าร้านค้าปลีกทั่วไปอยู่หลายขุม...

หลังจากครุ่นคิดอย่างรอบคอบ หลี่เจ๋อก็เคาะราคา "เอาล่ะ สำหรับรุ่นโลว์เอนด์ ผมขอตั้งราคาไว้ที่ 3,888 หยวนก็แล้วกัน ขายเครื่องนึงได้กำไรสักสามร้อยกว่าหยวนก็พอแล้วล่ะ"

"ส่วนรุ่นมิดเอนด์ ให้ตั้งราคาที่ 5,488 หยวน และรุ่นไฮเอนด์ ก็ตั้งให้สูงขึ้นมาหน่อย เป็น 9,188 หยวนไปเลย สำหรับลูกค้าที่มีกำลังซื้อรุ่นไฮเอนด์ เงินส่วนต่างแค่สองสามร้อยหยวน คงไม่ได้ทำให้พวกเขาขนหน้าแข้งร่วงหรอก"

"เราจะใช้รุ่นโลว์เอนด์และมิดเอนด์เป็นหัวหอกในการตะลุยตลาด เพื่อกวาดส่วนแบ่งให้ได้มากที่สุด ส่วนรุ่นไฮเอนด์ก็เอาไว้เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูพรีเมียม ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว"

"ยังไงซะ ยอดขายของรุ่นไฮเอนด์ก็คงไม่ได้ถล่มทลายอะไรอยู่แล้ว หน้าที่หลักของมันคือการเป็นหน้าเป็นตาให้แบรนด์ ส่วนพระเอกที่จะสร้างยอดขายจริง ๆ ก็คือรุ่นโลว์เอนด์และมิดเอนด์ต่างหาก..."

เมื่อได้ยินการตัดสินใจที่เฉียบขาดของหลี่เจ๋อ หลินเยว่ก็รีบรับคำ "รับทราบค่ะ ประธานหลี่ งั้นเราจะใช้ราคาตามนี้เลยนะคะ"

ซุนถิงเสริมด้วยรอยยิ้ม "ดิฉันว่าราคาของรุ่นโลว์เอนด์และมิดเอนด์ที่เราตั้งไว้เนี่ย คงทำเอาแบรนด์คู่แข่งหลายเจ้าต้องเต้นผางแน่นอนค่ะ โดยเฉพาะรุ่นโลว์เอนด์ ที่ราคาแทบจะเท่ากับที่ลูกค้าไปซื้อชิ้นส่วนมาประกอบเองเลยด้วยซ้ำ"

"เผลอ ๆ ถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเดินดุ่ม ๆ ไปให้ร้านประกอบให้ ขืนโดนเจ้าของร้านฟันกำไรเข้าหน่อย ราคาก็คงทะลุราคาเครื่องรุ่นโลว์เอนด์ของเราไปไกลลิบเลยล่ะค่ะ..."

หลี่เจ๋อหัวเราะในลำคอ "ในเมื่อเรากระโดดลงมาเล่นในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแล้ว เราอาจจะยังไม่ต้องหวังผลกำไรเป็นกอบเป็นกำจากรุ่นมิดเอนด์และไฮเอนด์ในช่วงแรก แต่สำหรับรุ่นโลว์เอนด์ เราจะงัดกลยุทธ์เดียวกับที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือส้มมาใช้ นั่นคือการผลักดัน 'ความคุ้มค่า' ให้ไปถึงขีดสุด"

"และด้วยวิธีนี้เท่านั้น ที่จะทำให้เราสามารถเจาะและยึดครองตลาดได้อย่างรวดเร็ว เมื่อผู้บริโภคยอมรับในคุณภาพของคอมพิวเตอร์เจ๋อรัน เทคโนโลยีแล้ว ยอดขายของรุ่นมิดเอนด์และไฮเอนด์ก็จะค่อย ๆ ขยับตามขึ้นมาเอง..."

ถึงแม้ว่าเจ๋อรัน เทคโนโลยีจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ แต่ในสมรภูมิคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล พวกเขายังถือว่าเป็นเพียง 'น้องใหม่' การจะแจ้งเกิดและยืนหยัดได้อย่างมั่นคง จะมามัวเดินตามเกมของคนอื่นไม่ได้

การส่งคอมพิวเตอร์รุ่นโลว์เอนด์ออกไปทำหน้าที่เป็น 'นักเชือดราคา' เหมือนที่โทรศัพท์มือถือส้มเคยทำ ด้วยกลยุทธ์ความคุ้มค่าแบบสุดโต่ง จึงถือเป็นไพ่ตายที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด

กำไรแค่สามร้อยกว่าหยวนต่อการขายคอมพิวเตอร์รุ่นโลว์เอนด์หนึ่งเครื่อง สำหรับแบรนด์คอมพิวเตอร์อื่น ๆ ที่ต้องแบ่งเค้กให้กับช่องทางการจัดจำหน่ายหลายทอด เงินจำนวนนี้แทบจะไม่พออุดหนุนส่วนแบ่งให้ร้านค้าปลีกด้วยซ้ำ

หรือแม้แต่ในวงการประกอบคอมพิวเตอร์เอง ร้านค้าก็ยังต้องบวกกำไรอย่างน้อยสามสี่ร้อยหยวนต่อเครื่อง ถึงจะคุ้มเหนื่อย แถมยังต้องพึ่งพาส่วนแบ่งหรือโปรโมชั่นจากผู้ผลิตชิ้นส่วน มาช่วยโปะกำไรอีกต่อหนึ่ง

นั่นเป็นเพราะร้านค้าทั่วไปไม่สามารถดีลราคาชิ้นส่วนได้ถูกเท่ากับเจ๋อรัน เทคโนโลยี ทำให้ต้นทุนของพวกเขาในการประกอบเครื่องสเปกเดียวกัน ย่อมต้องสูงกว่าของเจ๋อรัน เทคโนโลยีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น คอมพิวเตอร์ของเจ๋อรัน เทคโนโลยีคือคอมพิวเตอร์แบรนด์เนมที่ผ่านการปรับจูนและทดสอบความเข้ากันได้ของระบบอย่างเข้มงวดจากทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพเหนือกว่าคอมพิวเตอร์ประกอบเองตามร้านทั่วไปอย่างแน่นอน

และด้วยราคาที่สูสีกันแบบนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ย่อมต้องเทใจเลือกซื้อคอมพิวเตอร์แบรนด์เนมจากเจ๋อรัน เทคโนโลยี มากกว่าจะไปนั่งปวดหัวกับการเลือกซื้อชิ้นส่วนมาประกอบเอง หรือไปเสี่ยงดวงกับร้านประกอบคอมพิวเตอร์ เพราะนั่นหมายถึงการตัดความกังวลที่จะถูกร้านค้า 'ฟันหัวแบะ' ไปได้เลย

ในยุคนี้ ราคาของชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ยังไม่ได้โปร่งใสและตรวจสอบง่ายเหมือนในโลกอนาคต พ่อค้าตามห้างไอทีหลายรายยังคงใช้วิธี 'จ้องจะฟัน' ลูกค้าที่ไม่มีความรู้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถ้าไม่ใช่เซียนคอมพิวเตอร์ หรือมีคนรู้จักเปิดร้าน การเดินเข้าไปสั่งประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง ก็เหมือนกับการเดินเข้าดงเสือ โดนฟันกำไรไปบ้างก็ถือเป็นเรื่องปกติวิสัย

แต่สำหรับคอมพิวเตอร์ของเจ๋อรัน เทคโนโลยีนั้น มีการติดป้ายราคา ไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส

เมื่อพิจารณาจากสเปกที่ได้รับแล้ว ความคุ้มค่าที่ผู้บริโภคจะได้รับนั้น ถือเป็นของจริงที่จับต้องได้อย่างแน่นอน

...

ช่วงปลายเดือนกันยายน คอมพิวเตอร์ล็อตแรกของเจ๋อรัน เทคโนโลยีก็ทยอยออกจากสายการผลิตในที่สุด

ในขณะเดียวกัน เจ๋อรัน เทคโนโลยีก็เริ่มโหมกระหน่ำแคมเปญโฆษณา อย่างเต็มรูปแบบ โปสเตอร์โปรโมตถูกนำไปติดหราตามหน้าร้านสาขา ทุกแห่งทั่วประเทศ รวมถึงการยิงโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์และโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง...

โดยมีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม หรือก็คือวันชาติเซี่ยนั่นเอง

นับตั้งแต่ตอนที่หลี่เจ๋อให้สัมภาษณ์พิเศษกับ ข่าวการเงินประเทศเซี่ยและประกาศว่าเจ๋อรัน เทคโนโลยีจะกระโดดลงมาเล่นตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ก็มีสายตามากมายจับจ้องและรอคอยความเคลื่อนไหวนี้อยู่อย่างใจจดใจจ่อ

และเมื่อเจ๋อรัน เทคโนโลยีเริ่มปล่อยแคมเปญโฆษณา พร้อมทั้งเปิดเผยสเปกเครื่องและราคาของคอมพิวเตอร์ทั้งสามระดับ คือ ไฮเอนด์ มิดเอนด์ และโลว์เอนด์ มันก็กลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ ในชั่วข้ามคืน

ตามเว็บบอร์ดเทคโนโลยีชั้นนำ ต่างก็เต็มไปด้วยกระทู้ที่พูดคุยและวิเคราะห์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ซีรีส์ใหม่ทั้งสามของเจ๋อรัน เทคโนโลยี

โดยคอมพิวเตอร์ทั้งสามระดับนี้ หลี่เจ๋อได้ตั้งชื่อให้พวกมันว่า ซีรีส์ 'L' (High-end), ซีรีส์ 'P' (Mid-end) และซีรีส์ 'X' (Low-end) เรียงตามลำดับความพรีเมียม !

"เชี่ย ! เรื่องจริงปะเนี่ย ! คอมพิวเตอร์ซีรีส์ X รุ่นประหยัดของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ราคาแค่ 3,888 หยวนเองเหรอ ? ราคานี้มัน... บ้าไปแล้ว ! ถ้าสเปกที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีโฆษณาไว้ไม่ได้มีการหมกเม็ดหรือลดทอนคุณภาพชิ้นส่วนนะ ราคานี้ก็แทบจะเท่ากับไปกว้านซื้อชิ้นส่วนมาประกอบเองเลยนะเว้ย ! "

"ใช่เลย ! คอมพิวเตอร์ซีรีส์ X รุ่นประหยัดของเจ๋อรัน เทคโนโลยี สมควรได้รับฉายา 'ราชันย์แห่งความคุ้มค่า' จริง ๆ ! ประเด็นคือ ด้วยสเปกขนาดนี้ มันแรงพอที่จะเอาไปเล่นเกม 'หงฮวง' ได้แบบลื่น ๆ เลยนะเว้ย ต่อให้กำเงินไปจ้างร้านประกอบคอมฯ สเปกเดียวกัน ราคาก็ไม่มีทางถูกกว่านี้แน่นอน มีแต่จะแพงกว่า ! ยอมใจเจ๋อรัน เทคโนโลยีจริง ๆ ! ประธานหลี่ก็รักษาสัญญาที่ว่าจะ 'คืนกำไรให้ผู้บริโภค' ได้อย่างยอดเยี่ยม คอมรุ่นนี้มันก็คือ 'โทรศัพท์มือถือ ส้ม' เวอร์ชันคอมพิวเตอร์ชัด ๆ ! "

"หึ ๆ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง วันที่ 1 ตุลาฯ นี้ ฉันเตรียมกำเงินไปสอยซีรีส์ X แน่นอน พอดีเล็ง ๆ จะเปลี่ยนคอมฯ ใหม่อยู่พอดี ตอนแรกยังลังเลว่าจะจัดของ 'เลอโนโว' หรือว่าจะไปประกอบเองดี แต่ตอนนี้ไม่ต้องคิดให้ปวดสมองแล้ว ซีรีส์ X ของเจ๋อรัน เทคโนโลยีคือคำตอบสุดท้าย ! "

"เจ๋อรัน เทคโนโลยีนี่มัน... กะจะเล่นงานแบรนด์คอมพิวเตอร์เจ้าอื่นให้ตายเรียบเลยใช่ไหมเนี่ย ! ทุกคนมัวแต่ไปว้าวกับซีรีส์ X จนลืมสังเกตไปเลยว่า ซีรีส์ P รุ่นระดับกลางของเขาก็คุ้มค่าเกินเบอร์ไม่แพ้กันนะ ! ฉันเพิ่งลาออกจากร้านซ่อมคอมฯ มาสด ๆ ร้อน ๆ ขอการันตีเลยว่า ด้วยสเปกของซีรีส์ P เนี่ย ขนาดราคาทุนที่ร้านสั่งประกอบให้ฉันเอง ยังตกอยู่ที่ราว ๆ 5,200 หยวนเลย ! ถ้าเป็นลูกค้าทั่วไปเดินไปสั่งประกอบสเปกนี้ล่ะก็ ไม่มีทางได้ต่ำกว่า 5,600-5,700 หยวนแน่นอน ! "

"จริงที่สุด ! ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ X หรือซีรีส์ P ความคุ้มค่ามันทะลุปรอทไปเลย ขอแค่เจ๋อรัน เทคโนโลยีไม่ตกม้าตายเรื่องการปรับจูนระบบนะ สองรุ่นนี้จะเป็นคอมพิวเตอร์ที่น่าซื้อที่สุดของปีนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ใครเน้นใช้งานหนักหน่อยก็จัดซีรีส์ P ไปเลย ส่วนใครใช้งานทั่วไป ซีรีส์ X ก็ตอบโจทย์แบบไม่ต้องคิดเยอะแล้ว ! "

"พูดสั้น ๆ คำเดียว เจ๋อรัน เทคโนโลยี โคตรเจ๋ง ! ประธานหลี่ โคตรเทพ ! สมแล้วที่อุตส่าห์เป็นติ่งเจ๋อรัน เทคโนโลยีมาตลอด พอเปิดตัวคอมพิวเตอร์สองรุ่นนี้มาปุ๊บ ภาพของโทรศัพท์มือถือ ส้มก็ลอยมาเลย ! เจ๋อรัน เทคโนโลยีหวนกลับมาถือดาบไล่ฟันราคา ในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอีกครั้งแล้ว ! นับจากนี้ไป ฉันขอถวายตัวเป็นติ่งเจ๋อรัน เทคโนโลยีและประธานหลี่แบบถวายหัวไปเลย ! "

...

บรรยากาศตามเว็บบอร์ดเทคโนโลยีต่าง ๆ ล้วนคึกคักและเต็มไปด้วยความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

แน่นอนว่า ก็ต้องมีพวกลิ่วล้อจากแบรนด์คู่แข่ง ที่แฝงตัวเข้ามากระพือข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ เพื่อดิสเครดิตคอมพิวเตอร์ของเจ๋อรัน เทคโนโลยีในทุก ๆ แง่มุม

แต่ประชาชนก็ไม่ได้หูหนวกตาบอดหรอกนะ

ไม่มีใครโง่ให้หลอกง่าย ๆ หรอก ยิ่งคนที่สิงอยู่ตามเว็บบอร์ดเทคโนโลยีแบบนี้ อย่างน้อย ๆ พวกเขาก็พอจะมีความรู้เรื่องสเปกคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง ไม่ปล่อยให้ใครมาจูงจมูกเอาได้ง่าย ๆ แน่นอน

ข้อกังขาเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ก็คือเรื่องของเสถียรภาพในการทำงานของคอมพิวเตอร์เจ๋อรัน เทคโนโลยี แต่ก็อีกนั่นแหละ เมื่อนำมาเทียบกับราคาและสเปกที่ได้แล้วล่ะก็ ต่อให้เสถียรภาพจะด้อยกว่าแบรนด์เจ้าตลาดไปบ้างนิดหน่อย มันก็ยังถือว่าคุ้มแสนคุ้มอยู่ดี

เมื่อถึงวันที่ 1 ตุลาคม

คอมพิวเตอร์ทั้งสามรุ่นของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ก็ได้ฤกษ์วางจำหน่ายพร้อมกันในร้านสาขาทั่วประเทศ...

ณ เมืองฉงชิ่ง

"นี่ เสี่ยวเฟิง น้องชายเธออยากจะได้คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่น่ะ แต่พวกน้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ น้าจำได้ว่าเธอเรียนสายคอมฯ มาใช่ไหม ยังไงก็ช่วยแนะนำให้น้าหน่อยสิว่าควรซื้อรุ่นไหนดี"

จางเยว่เอ๋อเอ่ยปากปรึกษาหลินมู่เฟิง ผู้เป็นหลานชาย

ลูกชายของเธอเพิ่งจะขึ้นปีหนึ่ง และช่วงปิดเทอมวันชาติที่ได้กลับมาบ้าน เขาก็บ่นว่าอยากได้คอมพิวเตอร์เอาไว้ใช้เรียน

จางเยว่เอ๋อจึงนึกขึ้นได้ว่าหลานชายของเธอเคยเรียนมาทางด้านนี้โดยตรง เธอจึงชวนสามีและลูกชายมาหาหลานชายเพื่อขอคำแนะนำ

พอภรรยาพูดจบ ซุนเจิ้งผิง ผู้เป็นสามีก็เสริมขึ้นมา "ใช่ ๆ เสี่ยวเฟิง หลานมีความรู้เรื่องนี้ น้ากับน้าสาวเรานี่หัวทึบเรื่องไอทีสุด ๆ ไม่รู้จะไปซื้อรุ่นไหนให้ลูกมันดี"

"น้าเคยได้ยินคนเขาพูดกันว่า ถ้าสั่งประกอบคอมฯ เอง จะได้ราคาถูกกว่าใช่ไหม ? หลานพอจะทำเป็นไหมล่ะ ถ้าได้ น้าจะได้ให้หลานพาพวกน้าไปเดินดูอะไหล่ที่ห้างไอที แล้วประกอบเครื่องให้น้องมันสักเครื่องน่ะ ! "

เมื่อได้ยินคำขอร้องของคุณน้าทั้งสอง หลินมู่เฟิงก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะอธิบาย "คุณน้าครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมก็คงแนะนำให้ไปสั่งประกอบคอมฯ เหมือนกันนั่นแหละครับ"

"เพราะเรื่องสเปกและราคา ผมก็พอจะรู้อยู่บ้าง อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่าจะไม่โดนร้านฟันหัวแบะแน่นอน แต่ว่าตอนนี้น่ะเหรอครับ..."

พูดถึงตรงนี้ หลินมู่เฟิงก็เผยรอยยิ้มกว้าง "ตอนนี้ไม่ต้องไปเหนื่อยเดินหาอะไหล่ประกอบคอมฯ ให้วุ่นวายแล้วล่ะครับ น้าพาน้องไปจัดซีรีส์ X รุ่นใหม่ล่าสุดของเจ๋อรัน เทคโนโลยีได้เลยครับ"

"สเปกเครื่องของรุ่นนี้ ต่อให้เราไปเดินหาซื้อชิ้นส่วนมาประกอบเอง ราคาก็ไม่มีทางถูกกว่าที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีขายแน่นอน เผลอ ๆ จะแพงกว่าด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าตอนนี้มันคือคอมพิวเตอร์ที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดแล้วล่ะครับ ! "

ซุนเจิ้งผิงได้ยินก็เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ "เจ๋อรัน เทคโนโลยีงั้นเหรอ ? น้าจำได้ว่าบริษัทนี้เขาขายแต่โทรศัพท์มือถือนี่นา แล้วเขามาขายคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ ? "

"จริงด้วย เสี่ยวเฟิง ไอ้คอมฯ ซีรีส์ X ที่หลานว่าเนี่ย ราคามันถูกกว่าไปสั่งประกอบเองจริง ๆ เหรอ ? "

จางเยว่เอ๋อก็อดสงสัยไม่ได้เช่นกัน

หลินมู่เฟิงอธิบายด้วยรอยยิ้ม "จริงครับคุณน้า ก่อนหน้านี้เจ๋อรัน เทคโนโลยีเขาเน้นขายแต่โทรศัพท์มือถือกับเครื่องเล่น MP3 นั่นแหละ แต่เพิ่งจะหันมาลุยตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเมื่อไม่นานมานี้เอง"

"และคอมพิวเตอร์รุ่นแรกของเขาก็เพิ่งจะเปิดตัววางขายอย่างเป็นทางการในวันนี้นี่แหละครับ ส่วนซีรีส์ X ที่ผมแนะนำเนี่ย เรื่องความคุ้มค่านี่รับประกันได้เลยครับ ในเน็ตเขาอวยกันให้แซ่ดว่าเป็น 'ราชันย์แห่งความคุ้มค่า' เลยนะ ผมว่าซื้อรุ่นนี้แหละคุ้มสุดแล้ว ! "

"จริงเหรอเนี่ย ? ต่อให้น้าจะหัวทึบเรื่องคอมฯ ก็ยังพอรู้ว่าคอมพิวเตอร์สมัยนี้ราคาไม่ใช่ถูก ๆ เลยนะ แล้วที่ว่าสเปกดีราคาย่อมเยานี่ มันดีจริงอย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่า ? "

ซุนเจิ้งผิงถามด้วยความลังเล

หลินมู่เฟิงอธิบายอย่างมั่นใจ "จริงแท้แน่นอนครับคุณน้า ! ผมขอเอาหัวเป็นประกันเลยว่า ต่อให้ผมที่เป็นคนพอมีความรู้เรื่องคอมฯ ไปเดินตระเวนซื้อชิ้นส่วนมาประกอบเอง ราคาก็ไม่มีทางถูกไปกว่าซีรีส์ X ของเจ๋อรัน เทคโนโลยีแน่นอนครับ"

"และที่สำคัญ ด้วยยี่ห้อเจ๋อรัน เทคโนโลยี มันก็คือคอมพิวเตอร์แบรนด์เนมที่มีมาตรฐานการผลิตและการรับประกันหลังการขายที่เชื่อถือได้ ย่อมดีกว่าคอมประกอบเองที่ต้องมานั่งลุ้นว่าจะพังตอนไหนจริงไหมล่ะครับ ? เพราะฉะนั้น ผมแนะนำให้เราตรงไปที่ช็อปของเจ๋อรัน เทคโนโลยี แล้วสอยซีรีส์ X มาเลยครับ จบปิ๊ง ! "

"ยังไงซะ เสี่ยวเทาเขาก็ไม่ได้เรียนสายโปรแกรมเมอร์หรือวิศวะคอมฯ ที่ต้องใช้โปรแกรมกราฟิกหนัก ๆ อยู่แล้ว การใช้งานหลัก ๆ ก็คงหนีไม่พ้นพิมพ์งาน ทำรายงาน หรือท่องเว็บทั่วไป สเปกของซีรีส์ X นี่เรียกได้ว่าเหลือเฟือเกินพอเลยล่ะครับ..."

'เสี่ยวเทา' ที่หลินมู่เฟิงพูดถึง ก็คือลูกชายของจางเยว่เอ๋อ หรือก็คือลูกพี่ลูกน้องของเขานั่นเอง

เมื่อได้ยินหลานชายฟันธงขนาดนี้ จางเยว่เอ๋อกับซุนเจิ้งผิงก็หันมาสบตากัน ก่อนจะตัดสินใจอย่างรวดเร็ว "ตกลง ! งั้นเราไปซื้อซีรีส์ X ของเจ๋อรัน เทคโนโลยีให้เสี่ยวเทากันเถอะ"

ซุนเจิ้งผิงหันไปหาหลินมู่เฟิง "เสี่ยวเฟิง ถ้าหลานไม่ได้ติดธุระด่วนอะไร น้าอยากรบกวนให้หลานไปเป็นเพื่อนพวกน้าที่ช็อปเจ๋อรัน เทคโนโลยีหน่อยได้ไหม ? "

"ได้เลยครับคุณน้า ! งั้นเราไปกันเลยดีกว่า..."

หลินมู่เฟิงรับปากอย่างกระตือรือร้น

เพียงไม่นาน หลินมู่เฟิงและครอบครัวของคุณน้าก็เดินทางมาถึงช็อป ของเจ๋อรัน เทคโนโลยี สาขาใหญ่ในเมืองฉงชิ่ง

ถึงแม้บรรยากาศในร้านจะไม่ถึงกับคนแน่นจนแทบจะเหยียบกันตาย แต่ก็คึกคักและเนืองแน่นไปด้วยลูกค้าจำนวนมาก จนพนักงานขายในร้านต้องวิ่งวุ่นให้บริการลูกค้าแทบไม่ทัน

หลินมู่เฟิงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ และพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่มุ่งเป้ามาที่คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ของเจ๋อรัน เทคโนโลยี โดยเฉพาะรุ่นซีรีส์ X และซีรีส์ P ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

ส่วนซีรีส์ L นั้น แทบจะไม่มีใครเข้าไปเมียงมองหรือสอบถามเลย

ก็แหงล่ะ ราคาของซีรีส์ L พุ่งไปถึง 9,188 หยวนต่อเครื่อง ราคาระดับนี้ไม่ใช่ว่าใครจะเดินเข้ามาซื้อกันได้ง่าย ๆ และไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมจะจ่ายเงินก้อนโตขนาดนี้เพื่อคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว

หลินมู่เฟิงอาศัยจังหวะที่พนักงานขายคนหนึ่งกำลังอธิบายข้อมูลให้ลูกค้าท่านอื่นฟังอยู่ รีบแทรกเข้าไปถาม "เอ่อ ขอโทษนะครับพี่ พอดีพวกผมสนใจอยากจะดูรุ่นซีรีส์ X น่ะครับ ไม่ทราบว่ามีเครื่องจริงให้ลองเล่น หรือมีเอกสารสเปกเครื่องให้ดูไหมครับ ? "

พนักงานขายรีบตอบกลับอย่างสุภาพ "ทางเราเตรียมเครื่องเดโม ไว้ให้ทดลองใช้งานตรงนู้นสามเครื่องค่ะ ลูกค้าสามารถเดินเข้าไปทดลองเล่นได้เลยนะคะ แต่เนื่องจากตอนนี้ลูกค้าในร้านค่อนข้างเยอะ ดิฉันอาจจะไม่สะดวกพาไปดู ต้องขออภัยด้วยนะคะ..."

เห็นได้ชัดว่าพนักงานขายกำลังติดพันอยู่กับลูกค้าอีกท่าน จึงไม่สามารถปลีกตัวมาดูแลหลินมู่เฟิงได้

หลินมู่เฟิงก็ไม่ได้ถือสา เขาพยักหน้าเข้าใจ "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเดินไปดูเองก็ได้ครับ ขอบคุณมากครับ"

ที่โซนทดลองเครื่องเดโมทั้งสามเครื่องนั้น เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่กำลังมุงดูและผลัดกันทดลองใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างคึกคัก โดยมีพนักงานขายสองคนคอยจัดระเบียบและให้ข้อมูลอยู่ใกล้ ๆ

เมื่อหลินมู่เฟิงเดินเข้าไปใกล้ ๆ เขาก็ชะโงกหน้าข้ามไหล่คนอื่นเข้าไปดู และเห็นลูกค้าคนหนึ่งกำลังเปิดเช็กสเปกเครื่องอยู่พอดี

เขากวาดสายตาดูสเปกที่ปรากฏบนหน้าจอคร่าว ๆ ก็พบว่ามันตรงกับข้อมูลที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีประกาศออกมาก่อนหน้านี้เป๊ะ ๆ ไม่มีหมกเม็ด

เดิมทีเขาตั้งใจจะขอลองจับเมาส์ทดสอบความลื่นไหลด้วยตัวเองสักหน่อย แต่พอมองฝูงชนที่ต่อคิวรออยู่ เขาก็ถอดใจ หันไปบอกคุณน้าทั้งสอง "น้าครับ ผมเห็นคนเมื่อกี้เขาเปิดดูสเปกเครื่อง สเปกมันตรงปกตามที่เขาโฆษณาไว้เป๊ะเลยครับ"

"คนรอคิวเยอะขนาดนี้ ผมว่าเราอย่ามัวเสียเวลาต่อคิวลองเครื่องเลยครับ สั่งซื้อแล้วไปลองเครื่องตัวจริงที่พนักงานเอามาให้เลยดีกว่า รวดเร็วกว่าเยอะเลย"

จางเยว่เอ๋อพยักหน้าเห็นด้วย "ได้เลยจ้ะ เอาตามที่หลานว่าเลยละกัน"

"ครับผม"

หลินมู่เฟิงรับคำ แล้วเดินไปดักรอพนักงานขายอีกคน แจ้งความประสงค์ว่าจะขอรับซีรีส์ X หนึ่งเครื่องทันที โดยขอให้พนักงานแกะกล่องและทดสอบเครื่องให้ดู ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็จะจ่ายเงินเลย

ไม่นานนัก พนักงานก็อุ้มกล่องคอมพิวเตอร์ซีรีส์ X ออกมาแกะกล่องและเสียบปลั๊กเพื่อทดสอบเครื่องให้หลินมู่เฟิงดู

หลินมู่เฟิงลองคลิกเปิดโปรแกรมพื้นฐานต่าง ๆ รวมถึงดาวน์โหลดโปรแกรม Benchmark มาทดสอบประสิทธิภาพการทำงานคร่าว ๆ เมื่อเห็นว่าระบบทำงานได้อย่างเสถียรและราบรื่น ไม่มีอาการค้างหรือกระตุกใด ๆ เขาก็หันไปพยักหน้ากับคุณน้าทั้งสอง "เครื่องนี้สมบูรณ์แบบครับคุณน้า สเปกตรงปก การทำงานเสถียร ซื้อได้เลยครับ"

"เยี่ยมไปเลย ! "

ซุนเจิ้งผิงรับคำด้วยความยินดี แล้วเดินตามพนักงานไปที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน...

ในจังหวะที่ซุนเจิ้งผิงกำลังจะจ่ายเงินนั้นเอง พนักงานขายคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามากระซิบกับผู้จัดการร้านว่า "ผู้จัดการคะ สต๊อกคอมพิวเตอร์ซีรีส์ X ในโกดังเหลือไม่ถึง 10 เครื่องแล้วนะคะ"

"เราต้องรีบโทรแจ้งให้สำนักงานใหญ่ส่งของมาเติมด่วนเลยค่ะ..."

ผู้จัดการร้านเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "อะไรนะ ? เหลือไม่ถึง 10 เครื่องแล้วเหรอ ? นี่ฉันจำได้ว่าเพิ่งจะรับออเดอร์ซีรีส์ X เข้ามาตั้ง 50 เครื่องเมื่อเช้านี้เองนะ ! "

พนักงานขายยิ้มเจื่อน ๆ "ก็ดูจำนวนลูกค้าในร้านวันนี้สิคะ ผู้จัดการ ลูกค้าแห่กันมาซื้อคอมพิวเตอร์เป็นว่าเล่นเลยค่ะ"

ผู้จัดการร้านกวาดสายตามองดูฝูงชนในร้านอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างยอมจำนน "นั่นสินะ เอาเถอะ เดี๋ยวฉันจะรีบโทรสายตรงเข้าสำนักงานใหญ่ ให้เร่งจัดส่งสินค้ามาเติมสต๊อกให้เร็วที่สุด..."

บทสนทนานี้ไม่ได้ลอยเข้าหูแค่หลินมู่เฟิงเท่านั้น แต่ลูกค้าคนอื่น ๆ ที่ยืนรอจ่ายเงินหรือกำลังลังเลอยู่ใกล้ ๆ ก็ได้ยินกันถ้วนหน้า

พอได้ยินว่าสินค้ากำลังจะขาดตลาด ลูกค้าหลายคนที่ยังลังเลอยู่ก็เกิดอาการตื่นตระหนก รีบกรูเข้าไปหน้าเคาน์เตอร์ทันที

"น้อง ๆ ! พี่เอาซีรีส์ X เครื่องนึง ! เอามาเลย ! "

"ฉันก็เอาเครื่องนึงเหมือนกัน ! "

"ของผมด้วย ๆ ! เอาซีรีส์ X เครื่องนึงครับ..."

ผู้จัดการร้านเห็นดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มขื่น ๆ ในใจ

'จบกัน... หายไปอีกสี่ห้าเครื่องในพริบตา ! '

แต่ในเมื่อลูกค้าออกปากจะซื้อแล้ว พนักงานขายก็ต้องรีบไปเบิกสินค้าออกมาบริการ...

หลังจากหลินมู่เฟิงและคุณน้าช่วยกันหอบหิ้วกล่องคอมพิวเตอร์เดินออกจากร้านมา จางเยว่เอ๋อก็อดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความทึ่ง "โอ้โห ! คอมพิวเตอร์รุ่นนี้มันจะขายดีเทน้ำเทท่าอะไรขนาดนั้นเนี่ย ถึงขั้นของจะขาดตลาดเลยนะ ! "

"นั่นน่ะสิครับ ถ้าน้ามาช้ากว่านี้อีกสักชั่วโมงนึง มีหวังคงได้กลับบ้านมือเปล่าแน่ ๆ "

หลินมู่เฟิงตอบรับ

"นี่แสดงว่าคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ต้องคุ้มค่าคุ้มราคาจริง ๆ ไม่งั้นคนคงไม่แห่กันมาแย่งซื้อขนาดนี้หรอก นี่เพิ่งจะบ่ายสามโมงนิด ๆ เองนะ ตอนที่น้าได้ยินผู้จัดการร้านพูด เขาบอกว่าสต๊อกมา 50 เครื่อง นี่แค่ครึ่งวันก็ขายจนเกลี้ยงร้านแล้ว..."

ซุนเจิ้งผิงกล่าวเสริม

หลินมู่เฟิงพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่เลยครับคุณน้า ความคุ้มค่าของคอมพิวเตอร์รุ่นนี้มันเกินต้านจริง ๆ ผมเชื่อเลยว่า ขอแค่เป็นคนที่พอมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง และกำลังเล็งจะซื้อคอมฯ เครื่องใหม่ ร้อยทั้งร้อยก็ต้องเลือกซีรีส์ X ทั้งนั้นแหละครับ"

"ผมว่านะ นอกเหนือจากร้านสาขาในเมืองเล็ก ๆ หรือร้านที่อยู่ไกลปืนเที่ยงแล้ว ร้านสาขาอื่น ๆ ทั่วประเทศคงจะทยอยขึ้นป้าย 'Out of Stock' กันเป็นแถว ๆ แน่นอนครับ..."

และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่หลินมู่เฟิงคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด

เมืองฉงชิ่งถึงแม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ระดับเทศบาลนคร แต่ถ้านำไปเทียบกับมหานครระดับเมืองแนวหน้าอย่างเซี่ยงไฮ้ หรือปักกิ่งแล้ว ก็ยังถือว่ามีความคึกคักน้อยกว่าอยู่ดี

และในมหานครระดับแนวหน้าอย่าง เซี่ยงไฮ้, ปักกิ่ง, กว่างโจว, เซินเจิ้น ฯลฯ ร้านสาขาของเจ๋อรัน เทคโนโลยีต่างก็ต้องรับมือกับคลื่นมหาชนที่แห่มาซื้อคอมพิวเตอร์จนแทบจะแตกพ่าย

ถึงแม้ร้านสาขาในเมืองใหญ่เหล่านี้จะตุนสต๊อกซีรีส์ X ไว้หลักร้อยเครื่อง แต่ส่วนใหญ่ก็ถูกกวาดซื้อเกลี้ยงสต๊อกตั้งแต่ช่วงบ่ายคล้อยแล้ว

ลูกค้าที่มาช้าไปก้าวเดียว ก็ทำได้เพียงจองคิวรอสินค้าลอตใหม่ที่จะมาเติมในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้เท่านั้น

และสำหรับลูกค้าบางคนที่อยากได้จัดจนทนรอไม่ไหว หรือกลัวว่าลอตใหม่มาแล้วจะแย่งซื้อไม่ทันอีก ก็ถึงขั้นยอมจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้าเพื่อจองเครื่องไว้เลยทีเดียว

ปรากฏการณ์คอมพิวเตอร์ซีรีส์ X ของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ขาดตลาดในครั้งนี้ แทบจะเป็นภาพเดจาวูซ้ำรอยเดิมกับความสำเร็จของโทรศัพท์มือถือ ส้มเมื่อปีที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน

อันที่จริงแล้ว ไม่ใช่ว่าแบรนด์คอมพิวเตอร์เจ้าอื่นจะไม่สามารถทำราคาให้ถูกขนาดนี้ในสเปกที่เท่ากันได้หรอกนะ

เพียงแต่ว่า ในขณะที่เจ๋อรัน เทคโนโลยียึดมั่นในโมเดลธุรกิจแบบขายตรงสู่ผู้บริโภคผ่านร้านสาขาของตัวเอง แบรนด์คอมพิวเตอร์อื่น ๆ กลับพึ่งพาระบบตัวแทนจำหน่ายในระดับต่าง ๆ ทั่วประเทศเป็นหลัก

ต่อให้ต้นทุนการผลิตของแบรนด์อื่น ๆ จะพอ ๆ กับหรือแม้กระทั่งถูกกว่าเจ๋อรัน เทคโนโลยีเล็กน้อยก็ตาม

แต่พอบวกส่วนแบ่งกำไร ที่ต้องจ่ายให้กับตัวแทนจำหน่ายในแต่ละทอด จากระดับประเทศ -> ระดับภูมิภาค -> ระดับจังหวัด -> ร้านค้าปลีก ราคาขายปลีก มันก็ต้องพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้พวกเขาไม่สามารถดัมพ์ราคาลงมาสู้ในระดับเดียวกับเจ๋อรัน เทคโนโลยีได้อย่างแน่นอน !

จริงอยู่ที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านสาขาจำนวนมาก ทั้งค่าเช่าที่แสนแพงและเงินเดือนพนักงาน แต่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้ถูกผลักไปเป็นต้นทุนของคอมพิวเตอร์แต่เพียงอย่างเดียว มันถูกกระจายไปเป็นต้นทุนร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเจ๋อรัน เทคโนโลยีด้วย (เช่น โทรศัพท์มือถือ และเครื่องเล่น MP3)

เมื่อเฉลี่ยออกมาแล้ว ต้นทุนต่อหน่วยที่ตกอยู่กับคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจึงไม่ได้สูงอย่างที่คิด

หรือพูดอีกอย่างก็คือ ต่อให้เจ๋อรัน เทคโนโลยีไม่ได้ผลิตคอมพิวเตอร์ออกมาขาย ค่าใช้จ่ายในการดูแลร้านสาขาเหล่านี้ก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่สตางค์แดงเดียว !

จบบทที่ ตอนที่ 137 ราชันย์แห่งความคุ้มค่า ! 'นักเชือดราคา' หวนคืนยุทธภพ !

คัดลอกลิงก์แล้ว