- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- ตอนที่ 122 เว็บไซต์วิดีโอ! เครื่องฉายแสงลิโธกราฟี!
ตอนที่ 122 เว็บไซต์วิดีโอ! เครื่องฉายแสงลิโธกราฟี!
ตอนที่ 122 เว็บไซต์วิดีโอ! เครื่องฉายแสงลิโธกราฟี!
ตอนที่ 122 เว็บไซต์วิดีโอ! เครื่องฉายแสงลิโธกราฟี!
กลับมาที่บ้าน
เมื่อหลี่เจ๋อเห็นว่าลูกชายกำลังรัวแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อยู่ในห้อง เขาก็คิดว่าลูกชายกำลังแต่งนิยายอยู่ จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าห้องทำงานของตัวเองและเดินผ่านหน้าห้องของลูกชายนั้น จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงในใจของลูกชายดังขึ้น...
[อืม... พรุ่งนี้ค่อยบอกคุณอาอวี่เซวียน ให้เธอไปจดทะเบียนบริษัทใหม่อีกสักแห่ง แล้วก็รับสมัครโปรแกรมเมอร์เพิ่มเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ ‘เซี่ยวเน่ย’ ขึ้นมาก่อน]
[พอดีเลยที่คุณอาอวี่เซวียนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเจียวทงเซี่ยงไฮ้ พอพัฒนาเว็บไซต์ ‘เซี่ยวเน่ย’ เสร็จ ก็ให้คุณอาอวี่เซวียนไปชักชวนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมาสมัครสมาชิกใช้งานก่อนเป็นกลุ่มแรก...]
[จากนั้นก็ทุ่มเงินโปรโมตในมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วทั้งมหานครเซี่ยงไฮ้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยรายได้ของตงเจ๋อ เอนเตอร์เทนเมนต์ในตอนนี้ ต่อให้ต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปใช้สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ ‘เฟยลู่’ ก็ยังมีเงินเหลือเฟือที่จะสนับสนุนโครงการนี้ไปจนถึงขั้นนั้นได้อย่างสบายๆ]
[ส่วนเป้าหมายต่อไปในการขยายฐานผู้ใช้งานไปยังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ... ถึงตอนนั้นคงต้องขอเงินทุนสนับสนุนจากพ่อเพิ่มแล้วล่ะ พอเว็บไซต์ ‘เซี่ยวเน่ย’ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและมีฐานผู้ใช้งานระดับหนึ่งแล้ว ก็จะสามารถปล่อยฟีเจอร์ไม้ตายอย่าง ‘ฟาร์มจำลอง’ ออกมาได้เลย]
[จำได้เลยว่าตอนนั้นพวกผู้หญิงในห้องเรียน เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวผักและป้องกันไม่ให้คนอื่นมาขโมยผักของตัวเอง ไม่รู้ตั้งกี่คนที่ถึงขนาดยอมตั้งนาฬิกาปลุก ลุกขึ้นมาเปิดคอมพิวเตอร์ตอนดึกดื่นค่อนคืนเพื่อรีบเก็บผัก แถมยังถือโอกาสแอบไปขโมยผักของคนอื่นอีกด้วย]
[มีฟีเจอร์ไม้ตายอย่าง ‘ฟาร์มจำลอง’ อยู่ในมือ รับรองว่าผู้ใช้จะติดเว็บไซต์ ‘เซี่ยวเน่ย’ งอมแงมแน่นอน พอเว็บไซต์ ‘เซี่ยวเน่ย’ เติบโตขึ้น ก็สามารถใช้เป็นฐานในการต่อยอดโครงการเวยปั๋ว ได้เลย...]
[การสร้างเว็บไซต์ ‘เซี่ยวเน่ย’ เป็นโครงการที่ใช้ทุนเริ่มต้นไม่สูงมากนัก และเป็นโครงการที่ฉันพอจะปั้นให้สำเร็จได้ง่ายที่สุดในตอนนี้ ส่วนเรื่องการทำเว็บไซต์วิดีโอ ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่มีแนวคิดเรื่องลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ตเลยก็เถอะ แต่มันก็ยังทำกำไรอะไรไม่ได้อยู่ดี]
[และในอนาคตพอลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์บนอินเทอร์เน็ตเริ่มเป็นระบบระเบียบมากขึ้น การจะทำเว็บไซต์วิดีโอให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลจริงๆ]
[น่าจะหาโอกาสเกริ่นกับพ่อ ให้พ่อเป็นคนทำเว็บไซต์วิดีโอขึ้นมา แล้วอาศัยจังหวะที่ตอนนี้ยังไม่มีใครให้ความสำคัญกับลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์บนอินเทอร์เน็ต ให้พ่อกว้านซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ทั้งหมดที่มีในตอนนี้มาเก็บไว้เลย]
[ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ คาดว่าภาพยนตร์เรื่องนึงจ่ายแค่ไม่กี่พันหยวนก็น่าจะซื้อลิขสิทธิ์ออนไลน์มาได้แล้ว ส่วนซีรีส์ก็น่าจะตกตอนละไม่กี่ร้อยหยวนเท่านั้น]
[กว้านซื้อลิขสิทธิ์มาตุนไว้ก่อน รอจนถึงเวลาที่เหมาะสมในอนาคต ค่อยเป็นฝ่ายเปิดศึกหรือรอให้เว็บไซต์วิดีโอเจ้าอื่นเปิดศึกแย่งชิงลิขสิทธิ์กัน ถึงเวลานั้นก็จะสามารถใช้ลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในมือจัดการกับพวกเว็บไซต์วิดีโอที่ไม่มีลิขสิทธิ์ได้อย่างราบคาบ]
[เมื่อถึงเวลานั้น การมีลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์อยู่ในมือเป็นจำนวนมาก ย่อมทำให้เว็บไซต์พุ่งทะยานได้อย่างไม่ต้องสงสัย เว็บไซต์วิดีโอเจ้าอื่นถึงแม้อยากจะฉายการ์ตูนอย่าง พี่น้องน้ำเต้า, ตำรวจแมวดำ หรือ พ่อหัวเล็ก ลูกหัวโต ก็คงได้แค่ฝัน!]
[อ้อใช่สิ จริงๆ แล้วเว็บไซต์วิดีโอก็สามารถนำรูปแบบของเว็บไซต์ Bilibili ในอนาคตมาประยุกต์ใช้ได้ด้วย คือเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดวิดีโอที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเองได้... อืม... รู้สึกว่าเนื้อหาในยุคแรกๆ ของ Youku กับ Tudou ส่วนใหญ่ก็เป็นวิดีโอที่ผู้ใช้งานทำขึ้นมาเองเหมือนกันนี่นา]
[รอให้เว็บไซต์วิดีโอของพ่อเติบโตขึ้นก่อน ถึงตอนนั้นฉันค่อยใช้บริษัทตงเจ๋อ เอนเตอร์เทนเมนต์ เป็นฐานในการสร้างภาพยนตร์ ซีรีส์ แล้วก็รายการวาไรตี้ที่จะโด่งดังพลุแตกในอนาคตออกมา]
[เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้ไม่มีคอนเนกชันและอาจจะไม่ได้ออกอากาศทางโทรทัศน์ แต่อย่างน้อยก็สามารถนำมาฉายทางออนไลน์ได้โดยตรง...]
[ส่วนโครงการอื่นๆ อย่างแพลตฟอร์มสั่งอาหารเดลิเวอรี หรือแอพเรียกรถ... พวกนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ในตอนนี้ ต้องรอให้สมาร์ทโฟนเป็นที่แพร่หลายและอินเทอร์เน็ตบนมือถือเฟื่องฟูก่อน ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการพัฒนาโครงการเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบ]
[แต่สำหรับแพลตฟอร์มสั่งอาหารเดลิเวอรีล่ะก็... อาจจะพอเริ่มทำล่วงหน้าได้นิดหน่อย โดยเริ่มจากการทำแพลตฟอร์มสั่งอาหารผ่านคอมพิวเตอร์ในเมืองใหญ่ก่อน]
[ในเมืองใหญ่มีกลุ่มพนักงานออฟฟิศอยู่เป็นจำนวนมาก ความต้องการสั่งอาหารเดลิเวอรีของคนกลุ่มนี้ถือว่าสูงทีเดียว และทุกบริษัทก็มีคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว สามารถอำนวยความสะดวกให้พวกเขาสั่งอาหารผ่านคอมพิวเตอร์ได้ตลอดเวลา...]
หลี่เจ๋อยืนอยู่หน้าประตู รับฟังเสียงในใจของลูกชายอย่างเงียบๆ และจดจำข้อมูลเหล่านี้เอาไว้ในใจ
จากนั้น หลี่เจ๋อก็ไม่ได้เข้าไปรบกวนลูกชาย เขาเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองอย่างเงียบเชียบ...
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อมาถึงบริษัท หลี่เจ๋อก็สั่งให้จางอิ่ง เลขาส่วนตัว ไปตามมู่ชิงหลานและถังเฉวียนจากเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์มาพบทันที ไม่นานนัก มู่ชิงหลานและถังเฉวียนก็มาถึงห้องทำงานของหลี่เจ๋อ
"ประธานหลี่ เรียกพวกเรามามีอะไรให้รับใช้เหรอคะ?" มู่ชิงหลานเอ่ยถาม
หลี่เจ๋อพยักหน้าเบาๆ แล้วผายมือ "นั่งลงก่อนสิ"
"ค่ะ ขอบคุณค่ะประธานหลี่" มู่ชิงหลานและถังเฉวียนตอบรับพร้อมกัน ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โซฟา
จากนั้นหลี่เจ๋อก็พูดขึ้นว่า "ที่เรียกพวกคุณมาวันนี้ เพราะมีโปรเจกต์ใหม่โปรเจกต์หนึ่งอยากจะมอบหมายให้พวกคุณรับผิดชอบ"
"โอ้? ประธานหลี่ โปรเจกต์อะไรเหรอคะ?" มู่ชิงหลานถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลี่เจ๋อยังไม่ได้ตอบในทันที แต่กลับถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ก่อน "เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากัน ตอนนี้ระบบแผนที่นำทางอิเล็กทรอนิกส์ของเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์พัฒนาไปถึงไหนแล้วล่ะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น มู่ชิงหลานก็รีบตอบ "ประธานหลี่ ตอนนี้การพัฒนาระบบแผนที่นำทางและข้อมูลแผนที่ของเรามีความสมบูรณ์แบบมากแล้วค่ะ"
"นอกจากข้อตกลงที่เซ็นกับ Alpine ก่อนหน้านี้ เพื่อให้บริการระบบแผนที่นำทางแก่รถยนต์ยี่ห้อ BMW, Mercedes-Benz, Honda และรุ่นอื่นๆ แล้ว ตอนนี้เราก็กำลังเจรจากับ Delphi เรื่องการร่วมมือให้บริการแผนที่นำทางกับรถยนต์ของ General Motors สาขาเซี่ยงไฮ้ด้วยค่ะ"
"อืม" หลี่เจ๋อพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันไปทางถังเฉวียนแล้วถามว่า "ตอนนี้ทีมวิจัยและพัฒนาของเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์พอจะดึงคนมาช่วยพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ได้ไหม?"
ถังเฉวียนรีบตอบ "ได้ครับ ถ้าโปรเจกต์ใหม่ต้องการคนเยอะ เราก็สามารถดึงบุคลากรหลักมาตั้งเป็นทีม แล้วก็รับสมัครพนักงานใหม่เพิ่มก็น่าจะเพียงพอครับ"
"ตกลง" หลี่เจ๋อรับคำ ก่อนจะพูดต่อ "ผมตั้งใจจะทำเว็บไซต์สำหรับเผยแพร่วิดีโอออนไลน์ ก่อนหน้านี้ผมก็เคยคิดว่าจะเปิดบริษัทใหม่ดีไหม"
"แต่คิดไปคิดมา ยกโปรเจกต์นี้ให้เจ๋อรัน ซอฟต์แวร์เป็นคนรับผิดชอบไปเลยดีกว่า"
"เมื่อพัฒนาเว็บไซต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยแยกออกมาตั้งเป็นบริษัทลูกเพื่อรับผิดชอบด้านการบริหารจัดการโดยเฉพาะ โดยให้เจ๋อรัน ซอฟต์แวร์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่"
"เว็บไซต์สำหรับเผยแพร่วิดีโอออนไลน์เหรอครับ?"
ถังเฉวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น "โปรเจกต์นี้พัฒนาไม่ยากครับ และไม่จำเป็นต้องรับโปรแกรมเมอร์เพิ่มเยอะเท่าไหร่"
"แต่ในส่วนของการบริหารจัดการ คงต้องรับพนักงานเพิ่มอีกเยอะเลยครับ"
หลี่เจ๋อพูดขึ้น "เรื่องนั้นก็ให้เสี่ยวมู่จัดการไปเลยแล้วกัน ผมจะอัดฉีดเงินทุนให้เจ๋อรัน ซอฟต์แวร์อีกร้อยล้านหยวน เพื่อใช้สำหรับบริหารเว็บไซต์วิดีโอนี้โดยเฉพาะ"
"อีกอย่าง..."
หลี่เจ๋อชะงักไปเล็กน้อย มองหน้ามู่ชิงหลานแล้วพูดต่อ "มีอีกเรื่องที่เสี่ยวมู่ต้องไปจัดการ"
มู่ชิงหลานรีบขานรับ "ประธานหลี่สั่งมาได้เลยค่ะ"
หลี่เจ๋อกล่าวว่า "คุณไปติดต่อบริษัทภาพยนตร์และโทรทัศน์ต่างๆ แล้วกว้านซื้อลิขสิทธิ์ออนไลน์ของภาพยนตร์และซีรีส์ทั้งหมดของพวกเขามา"
มู่ชิงหลานชะงักไป ก่อนจะแย้งขึ้นว่า "ประธานหลี่คะ ซื้อลิขสิทธิ์ออนไลน์ภาพยนตร์และซีรีส์... มันจำเป็นด้วยเหรอคะ? ตอนนี้ทางรัฐบาลยังไม่มีมาตรการควบคุมหรือข้อกฎหมายใดๆ เกี่ยวกับเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์เลยนะคะ"
"เราจะซื้อหรือไม่ซื้อ มันก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ ทำไมต้องไปเสียเงินเปล่าๆ ด้วยล่ะคะ?"
หลี่เจ๋อส่ายหน้า "มองจากสถานการณ์ปัจจุบัน มันก็ดูไม่จำเป็นจริงๆ นั่นแหละ แต่อนาคตก็ใช่ว่าจะบอกได้ ตลาดลิขสิทธิ์ออนไลน์ภาพยนตร์และซีรีส์ในประเทศไม่มีทางที่จะปล่อยปละละเลย ไม่มีมาตรการควบคุมหรือกฎหมายออกมารองรับไปตลอดกาลหรอก"
"การกว้านซื้อลิขสิทธิ์พวกนี้มาตุนไว้ล่วงหน้าถือเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ก็เหมือนกับตอนที่ผมสั่งให้เจ๋อรัน เทคโนโลยีกว้านซื้อลิขสิทธิ์เพลงในประเทศนั่นแหละ ตอนนั้นมันก็ดูไม่จำเป็นจริงๆ แม้แต่ตอนนี้ ลิขสิทธิ์เพลงบนอินเทอร์เน็ตก็ยังอยู่ในสถานะเดียวกัน"
"แต่การที่เครือข่ายมือถือเปิดให้บริการเสียงรอสาย กลับทำให้เจ๋อรัน เทคโนโลยีมีช่องทางทำกำไรใหม่เพิ่มขึ้นมา พวกคุณอาจจะไม่รู้ว่า เจ๋อรัน เทคโนโลยีสามารถทำรายได้จากบริการเสียงรอสายเพียงอย่างเดียวในช่วงครึ่งปีแรกไปได้ถึงร้อยกว่าล้านหยวนแล้ว"
"และคาดว่าตลอดทั้งปี รายได้ในส่วนนี้น่าจะสูงถึงสี่ร้อยล้านหยวนเลยทีเดียว การที่เรากว้านซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ตุนไว้ตอนนี้ ในอนาคตอาจจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์แบบนี้เกิดขึ้นอีกก็ได้ ใครจะรู้?"
"และต่อให้ไม่มีเรื่องเซอร์ไพรส์แบบนั้นเกิดขึ้น แต่ในอนาคตที่ระบบลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ถูกจัดระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมาย ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ที่เราตุนไว้ในตอนนี้ ก็จะกลายมาเป็นรากฐานสำคัญให้กับเว็บไซต์วิดีโอของเรา"
"เผลอๆ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราอาจจะเป็นฝ่ายลงมือผลักดันให้เกิดการจัดระเบียบลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ออนไลน์ด้วยตัวเองเลยด้วยซ้ำ โดยการฟ้องร้องเว็บไซต์วิดีโอละเมิดลิขสิทธิ์พวกนั้น เพื่อยึดครองตลาดนี้มาเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว"
เมื่อได้ยินคำอธิบายของหลี่เจ๋อ มู่ชิงหลานก็พยักหน้าเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง เธอตอบว่า "เข้าใจแล้วค่ะ ช่วงนี้ฉันจะลองไปติดต่อบริษัทภาพยนตร์และโทรทัศน์ต่างๆ ดูค่ะ"
"อืม" หลี่เจ๋อขานรับ ก่อนจะพูดต่อ "ตอนนี้ก็มีแค่นี้แหละ พวกคุณไปจัดการกันก่อนเลย ส่วนเงินทุนร้อยล้านหยวนที่จะอัดฉีดให้เจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ ผมจะโอนเข้าบัญชีบริษัทภายในสองสามวันนี้แหละ"
"รับทราบค่ะประธานหลี่ ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ..." มู่ชิงหลานรีบตอบกลับ
ในเมื่อลูกชายตั้งใจจะทำเว็บไซต์เซี่ยวเน่ย หลี่เจ๋อก็ย่อมไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ดังนั้น ในตอนนี้หลี่เจ๋อจึงตั้งใจจะทำแค่เว็บไซต์วิดีโอก่อน
จากนั้นก็กว้านซื้อลิขสิทธิ์ออนไลน์ของภาพยนตร์และซีรีส์ในปัจจุบันมาตุนไว้ รอจนกว่าเวลาที่เหมาะสมมาถึง และเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ในประเทศเริ่มเติบโตขึ้น เมื่อนั้นก็ค่อยชูธงเรื่องลิขสิทธิ์ขึ้นมาเพื่อกำจัดคู่แข่งรายอื่นให้ราบคาบ
ส่วนเรื่องแพลตฟอร์มสั่งอาหารเดลิเวอรีและแอพเรียกรถที่ลูกชายพูดถึงในใจนั้น ปัจจัยภายนอกในตอนนี้ยังไม่เอื้ออำนวยจริงๆ คงต้องรอต่อไปก่อน...
หลังจากเดินออกมาจากห้องทำงานของหลี่เจ๋อ มู่ชิงหลานและถังเฉวียนก็รู้สึกดีใจมากทีเดียว
เพราะการที่เจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ได้รับโปรเจกต์ใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งโปรเจกต์ ย่อมหมายความว่าความสำคัญและบทบาทของเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ในกลุ่มบริษัทเจ๋อรัน โฮลดิงก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
รวมถึงอำนาจในมือของพวกเขาทั้งสองคนก็ย่อมจะเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
ดังนั้น ทันทีที่กลับมาถึงห้องทำงานของเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ มู่ชิงหลานและถังเฉวียนก็เริ่มลงมือทำงานอย่างขะมักเขม้นทันที
ถังเฉวียนประกาศเรื่องการจัดตั้งโปรเจกต์ใหม่ในแผนกวิจัยและพัฒนาทันที และได้คัดเลือกโปรแกรมเมอร์ฝีมือดีหลายคนมาเป็นทีมรับผิดชอบในการพัฒนาเว็บไซต์วิดีโอ
ส่วนมู่ชิงหลานก็เรียกฝ่ายบุคคลของเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์มาพบ เพื่อสั่งให้รีบดำเนินการรับสมัครโปรแกรมเมอร์และทีมบริหารจัดการเว็บไซต์วิดีโอเพิ่มทันที
จากนั้น เธอก็เริ่มหาช่องทางการติดต่อบริษัทภาพยนตร์และโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ในประเทศ และทยอยติดต่อพวกเขาไปทีละราย
เมื่อบริษัทภาพยนตร์และโทรทัศน์เหล่านั้นได้ยินว่ามีคนยินดีซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ออนไลน์ของพวกเขา พวกเขาก็รีบตอบตกลงที่จะขายให้ทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
สำหรับบริษัทภาพยนตร์และโทรทัศน์เหล่านี้ เมื่อภาพยนตร์หรือซีรีส์ออกฉายไปแล้ว ก็แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรอีก และไม่สามารถนำมาทำเงินได้อีกต่อไป เพราะในประเทศมีแผ่นผีซีดีเถื่อนเกลื่อนเมือง ส่วนการเผยแพร่แบบละเมิดลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ตก็ยิ่งควบคุมไม่ได้เข้าไปใหญ่
ตอนนี้ในเมื่อมีคนยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อลิขสิทธิ์ออนไลน์ที่พวกเขาไม่เคยทำเงินจากมันได้เลยแม้แต่แดงเดียว บริษัทเหล่านี้ก็ย่อมยินดีที่จะรับเงินส่วนนี้ไปอย่างแน่นอน
ต่อให้ราคาจะไม่สูงนัก แต่อย่างน้อยๆ ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
สำหรับพวกเขาแล้ว นี่มันก็เหมือนได้เงินมาฟรีๆ นั่นแหละ
โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ ที่มีคลังภาพยนตร์และซีรีส์อยู่ในมือเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งจะขายได้แค่ไม่กี่พันหยวน หรือซีรีส์ความยาวยี่สิบสามสิบตอนจะขายได้แค่สองสามหมื่นหยวน
แต่เมื่อนำภาพยนตร์และซีรีส์หลายสิบหรือหลายร้อยเรื่องมารวมกัน มันก็เป็นเงินหลักล้าน หรืออาจจะหลายล้านหยวนเลยทีเดียว
การได้เงินเปล่าๆ มาหลายแสนหรือหลายล้านหยวนแบบนี้ บริษัทภาพยนตร์และโทรทัศน์เหล่านั้นย่อมดีใจจนเนื้อเต้นอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ การเจรจาระหว่างมู่ชิงหลานกับบริษัทภาพยนตร์และโทรทัศน์ต่างๆ จึงราบรื่นเป็นอย่างมาก
เมื่อมีเงินทุนร้อยล้านหยวนจากหลี่เจ๋อหนุนหลัง มู่ชิงหลานก็ทุ่มเงินกว้านซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ทั้งหมดเท่าที่จะหาซื้อได้มาครอบครอง
รวมไปถึงพวกการ์ตูนแอนิเมชันต่างๆ เธอก็กวาดซื้อมาจนหมดเกลี้ยงเช่นกัน
และในขณะที่มู่ชิงหลานกำลังกว้านซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์อยู่นั้น จู่ๆ หลี่เจ๋อก็ได้รับสายจากจางหรู่จิงแห่ง SMIC
"ฮัลโหล ดอกเตอร์จาง..."
หลี่เจ๋อรีบรับสาย
ไม่นาน เสียงของจางหรู่จิงก็ดังมาจากปลายสาย "ประธานหลี่ ไม่ได้รบกวนเวลาคุณใช่ไหมครับ?"
หลี่เจ๋อหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบ "ไม่ครับ ดอกเตอร์จางอุตส่าห์โทรมาหาผม มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"
จางหรู่จิงตอบกลับ "คืออย่างนี้ครับ มีเรื่องนึงที่ผมคิดว่าน่าจะบอกให้ประธานหลี่ทราบเอาไว้"
"โอ้? เรื่องอะไรเหรอครับ?" หลี่เจ๋อถามด้วยความสงสัย
จางหรู่จิงพูดขึ้น "ประธานหลี่เคยได้ยินชื่อ 'บริษัท อุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์มหานครเซี่ยงไฮ้' ไหมครับ?"
หลี่เจ๋อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาเคยได้ยินชื่อนี้จากเสียงในใจของลูกชายมาก่อน ดูเหมือนว่าบริษัทนี้จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศในอนาคตด้วย
ตอนนั้นหลี่เจ๋อเคยลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนี้ดูแล้ว แต่กลับไม่พบข้อมูลใดๆ เลย ซึ่งชัดเจนว่าในตอนนั้นบริษัทยังไม่ได้ถูกก่อตั้งขึ้น
แต่การที่จางหรู่จิงพูดถึงบริษัทนี้ขึ้นมาในตอนนี้ ก็แสดงว่าบริษัทนี้ได้ถูกก่อตั้งขึ้นแล้วอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม หลี่เจ๋อไม่ได้แสดงออกให้จางหรู่จิงรู้ว่าเขารู้จักบริษัทนี้ เพราะถึงยังไงเขาก็แค่เคยได้ยินชื่อนี้มาจากเสียงในใจของลูกชายเท่านั้น
ส่วนบริษัทนี้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอะไรนั้น เขาไม่รู้รายละเอียดเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้น หลี่เจ๋อจึงแกล้งทำเป็นสงสัยแล้วถามกลับไปว่า "บริษัท อุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์มหานครเซี่ยงไฮ้? บริษัทนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรเหรอครับ?"
จางหรู่จิงตอบว่า "บริษัทนี้เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2002 ครับ ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนา การผลิต การขาย และการให้บริการเกี่ยวกับเครื่องฉายแสงลิโธกราฟีเป็นหลักครับ"
"ก่อนหน้านี้ประธานหลี่เคยพูดเอาไว้ไม่ใช่เหรอครับ ว่าอยากจะสนับสนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แบบครบวงจรในประเทศ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นของประเทศเราเองอย่างสมบูรณ์แบบ"
"และการผลิตชิปของ SMIC เครื่องฉายแสงลิโธกราฟีก็เป็นอุปกรณ์เฉพาะทางที่ขาดไม่ได้เลย ผมก็เลยคอยติดตามข้อมูลข่าวสารในด้านนี้เป็นพิเศษ"
"พอผมได้ยินข่าวเกี่ยวกับบริษัท อุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์มหานครเซี่ยงไฮ้ ผมก็เลยรีบโทรมาหาประธานหลี่นี่แหละครับ เท่าที่ผมรู้มา ตอนนี้การวิจัยและพัฒนาเครื่องฉายแสงลิโธกราฟีของบริษัทนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น"
"นอกจากนี้ เท่าที่ผมทราบ ตอนนี้บริษัทมีทีมวิจัยและพัฒนาเพียงแค่สิบกว่ายี่สิบคนเท่านั้น และในด้านของเงินทุนก็ไม่ได้มีมากมายนักครับ"
"ถ้าประธานหลี่มีความสนใจที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมในด้านนี้ ก็ลองพิจารณาติดต่อกับบริษัท อุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์มหานครเซี่ยงไฮ้ดูสิครับ ว่าพวกเขายินดีจะรับเงินระดมทุนหรือเปล่า"
"ถ้าในอนาคตบริษัท อุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์มหานครเซี่ยงไฮ้สามารถพัฒนาเครื่องฉายแสงลิโธกราฟีที่ตรงตามความต้องการได้สำเร็จ ทาง SMIC ของเราก็อาจจะพิจารณาสั่งซื้อจากพวกเขา..."
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เจ๋อก็รู้สึกประหลาดใจระคนยินดี เขาจึงรีบพูดขึ้นทันที "ตกลงครับ ขอบคุณดอกเตอร์จางมากที่กรุณาชี้แนะ เดี๋ยวผมจะให้คนไปติดต่อกับบริษัท อุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์มหานครเซี่ยงไฮ้ดูครับ"
"ถ้าเป็นไปได้ ผมก็จะร่วมลงทุนกับพวกเขา หวังว่าจะช่วยเร่งความเร็วในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องฉายแสงลิโธกราฟีของพวกเขาให้สำเร็จได้เร็วขึ้น"
"อืม"
จางหรู่จิงขานรับ ก่อนจะพูดต่อ "ประธานหลี่ ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว งั้นก็แค่นี้ก่อนนะครับ"
"ครับ! ลาก่อนครับดอกเตอร์จาง"
"ลาก่อนครับประธานหลี่"
หลังจากวางสาย หลี่เจ๋อก็พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับเผยรอยยิ้ม
เครื่องฉายแสงลิโธกราฟีถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการผลิตชิป
หากหลี่เจ๋อต้องการสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นของประเทศแบบครบวงจรให้สำเร็จในอนาคต เทคโนโลยีเครื่องฉายแสงลิโธกราฟีซึ่งอยู่ต้นน้ำที่สุด ก็เป็นปราการด่านแรกที่จะต้องตีให้แตก
แต่เห็นได้ชัดว่าลำพังตัวหลี่เจ๋อคนเดียวไม่อาจจัดการทุกอย่างได้ครอบคลุมขนาดนั้น
วิธีที่ดีที่สุดย่อมหนีไม่พ้นการอัดฉีดเงินลงทุนและให้การสนับสนุนบริษัทที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ เพื่อให้พวกเขาพัฒนาเทคโนโลยีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
หลี่เจ๋อยังจำได้ดีว่าในเสียงสะท้อนจากใจของลูกชายเคยพูดถึงบริษัทในประเทศหลายแห่งในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซี่ยเหวย ที่โดนมาตรการคว่ำบาตรและกีดกันจากสหรัฐอเมริกา
ทำให้ถูกจำกัดขีดความสามารถในด้านการผลิตชิป
หลี่เจ๋อจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์แบบนี้เอาไว้ล่วงหน้าเช่นกัน
เพราะใครจะไปรู้ว่าในอนาคต เจ๋อรัน เทคโนโลยี หรือบริษัทอื่นๆ ภายใต้ชื่อของเขา จะโดนมาตรการคว่ำบาตรและกีดกันในทำนองเดียวกันจากสหรัฐอเมริกาด้วยหรือไม่
อย่างที่เขาเคยพูดไว้ มีเพียงเทคโนโลยีที่อยู่ในกำมือของตัวเองเท่านั้น ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง
ตอนนั้นเอง หลี่เจ๋อก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
"จริงสิ จำได้ว่าในเสียงในใจของเสี่ยวตงก่อนหน้านี้ ก็เคยพูดถึงเรื่องที่ เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ตัดสินใจผิดพลาดเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมชิปด้วยนี่นา"
"พวกเขายืนกรานที่จะใช้กลยุทธ์การวิจัยและพัฒนาชิปแบบมัลติชิป จนมองข้ามความต้องการที่แท้จริงของตลาดอุปกรณ์เคลื่อนที่ สุดท้ายก็ถูกชิปแบบซิงเกิลชิปที่มีการรวมวงจรเบ็ดเสร็จ ของ MediaTek แย่งตลาดไปในที่สุด..."
"ดูเหมือนว่าต้องติดต่อทาง เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ซะหน่อยแล้ว เพื่อเตือนให้พวกเขามุ่งพัฒนาโซลูชันซิงเกิลชิปที่มีการรวมวงจรเบ็ดเสร็จระดับสูงแทน"
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่เจ๋อก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วคิดในใจว่า "บางทีเรื่องนี้อาจจะให้ทาง เจ๋อรัน เทคโนโลยี เป็นคนไปคุยกับ เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ก็น่าจะดี"
"เพราะยังไงตอนนี้ เจ๋อรัน เทคโนโลยี ก็ใช้ชิปมัลติมีเดียของ เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว และชิปมัลติมีเดียของพวกเขาก็คุมส่วนแบ่งการตลาดอยู่ราวๆ 60%"
"ถ้าให้เจ๋อรัน เทคโนโลยีเป็นฝ่ายเสนอให้ เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ช่วยวิจัยและพัฒนาโซลูชันซิงเกิลชิปที่มีการรวมวงจรเบ็ดเสร็จระดับสูงเพื่อนำมาให้เจ๋อรัน เทคโนโลยีใช้งานโดยตรง แบบนี้น่าจะจูงใจได้ง่ายกว่า"
"อีกอย่าง สัดส่วนการถือหุ้นของ เจ๋อรัน อินเวสต์เมนต์ ใน เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ก็มีแค่ 10% เท่านั้น อำนาจในการต่อรองอาจจะไม่ค่อยมีน้ำหนักเท่าไหร่ แต่ถ้ามีความต้องการจากเจ๋อรัน เทคโนโลยี พ่วงด้วยผลประโยชน์จากออเดอร์มหาศาล ก็คงเจรจากันได้ง่ายขึ้น"
"ส่วนเรื่องโซลูชันซิงเกิลชิปที่มีการรวมวงจรเบ็ดเสร็จระดับสูงนี่... ก็ให้ทางเจ๋อรัน เทคโนโลยีตั้งซับแบรนด์ขึ้นมาใหม่ เพื่อเน้นผลิตโทรศัพท์มือถือรุ่นราคาประหยัดโดยเฉพาะไปเลย"
"พอดีเลยที่ตอนนี้เจ๋อรัน เทคโนโลยีมีโทรศัพท์แค่สองรุ่น ซึ่งเจาะตลาดระดับกลางและระดับไฮเอนด์ การใช้ซับแบรนด์มาทำตลาดรุ่นราคาประหยัด ก็ถือเป็นการเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดให้กับโทรศัพท์มือถือของเจ๋อรัน เทคโนโลยีให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย"
"ถ้าโทรศัพท์รุ่นราคาประหยัดใช้โซลูชันซิงเกิลชิป ก็จะช่วยลดต้นทุนลงไปได้มากโขเลยทีเดียว แบบนี้ก็จะทำให้การกำหนดราคามีช่องว่างในการทำกำไรมากขึ้น..."
หลังจากคิดคำนวณอย่างรอบคอบในใจ หลี่เจ๋อก็รีบให้จางอิ่ง เลขาส่วนตัว ไปตามอวี๋ปัวจากเจ๋อรัน อินเวสต์เมนต์ มาพบทันที
ไม่นานนัก อวี๋ปัวก็มาถึงห้องทำงานของหลี่เจ๋อ
หลี่เจ๋อจึงเล่าเรื่องเกี่ยวกับบริษัท อุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์มหานครเซี่ยงไฮ้ ให้อวี๋ปัวฟังคร่าวๆ พร้อมกับมอบหมายให้เขาไปติดต่อทาบทามบริษัทนั้นภายในสองสามวันนี้ เพื่อสอบถามว่าพวกเขาสนใจที่จะรับการระดมทุนหรือไม่
หลังจากมอบหมายงานให้อวี๋ปัวรับผิดชอบแล้ว หลี่เจ๋อก็ให้จางอิ่งไปตามหลินเยว่จากเจ๋อรัน เทคโนโลยีมาพบอีกคน
"ประธานหลี่..."
เมื่อมาถึงห้องทำงาน หลินเยว่ก็เอ่ยทักทายทันที
หลี่เจ๋อพยักหน้าเบาๆ แล้วพูดว่า "ประธานหลิน ที่เรียกคุณมาก็เพราะมีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อย"
หลินเยว่รีบตอบ "ประธานหลี่ สั่งมาได้เลยค่ะ"
หลี่เจ๋อกล่าวว่า "ผมตั้งใจจะให้เจ๋อรัน เทคโนโลยีสร้างซับแบรนด์ขึ้นมาอีกแบรนด์หนึ่ง เพื่อผลิตโทรศัพท์มือถือรุ่นราคาประหยัดโดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกว่าตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศแข่งขันกันดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เหรอ?"
"ในขณะที่ตอนนี้เจ๋อรัน เทคโนโลยีมีโทรศัพท์มือถือแค่สองรุ่น ซึ่งเน้นเจาะกลุ่มตลาดระดับกลางและไฮเอนด์"
"ถึงแม้ผลิตภัณฑ์ระดับกลางและไฮเอนด์จะได้กำไรสูงกว่า แต่รายได้ของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศก็ยังถือว่าค่อนข้างต่ำ ทว่าความต้องการใช้งานโทรศัพท์มือถือของพวกเขาก็ยังมีอยู่จริง"
"นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้โทรศัพท์มือถือแบรนด์ในประเทศสามารถแย่งส่วนแบ่งการตลาดส่วนใหญ่มาจากแบรนด์ต่างชาติได้ในช่วงปีที่แล้วและปีก่อนหน้า เพราะโทรศัพท์มือถือแบรนด์ในประเทศราคาถูก!"
"แต่ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นมา แบรนด์ต่างชาติเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์ พวกเขาพากันออกรุ่นใหม่ๆ มามากมาย แล้วเอารุ่นเก่ามาลดราคาเพื่อแย่งชิงตลาดระดับล่าง"
"นี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดและยอดขายของโทรศัพท์มือถือแบรนด์ในประเทศลดลงฮวบฮาบในปีนี้ จนทำให้แบรนด์ในประเทศต้องหันมาทำสงครามตัดราคากันอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้อัตรากำไรลดลงอย่างหนักจนถึงขั้นขาดทุน"
"และด้วยเหตุนี้เอง เพื่อไม่ให้ขาดทุนหรือขาดทุนน้อยลง แบรนด์โทรศัพท์มือถือในประเทศจึงต้องลดสเปกลดต้นทุน ทำให้คุณภาพของโทรศัพท์มือถือแบรนด์ในประเทศตกต่ำจนดูไม่จืด จนคนในประเทศหมดความเชื่อมั่นในแบรนด์ในประเทศ"
"ส่งผลกระทบมาถึงโทรศัพท์มือถือของเจ๋อรัน เทคโนโลยีของเราด้วย โดยเฉพาะในตลาดระดับกลางและไฮเอนด์ ในกรณีที่ราคาใกล้เคียงกัน หรือต่างกันไม่มากนัก นอกเหนือจากลูกค้าเก่าที่ยังคงเชื่อมั่นในเจ๋อรัน เทคโนโลยีแล้ว"
"ลูกค้าคนอื่นๆ ย่อมเลือกโทรศัพท์มือถือแบรนด์ต่างชาติอย่างไม่ต้องสงสัย นี่แหละคือสาเหตุที่ยอดขายโทรศัพท์มือถือระดับกลางและไฮเอนด์ทั้งสองรุ่นของเจ๋อรัน เทคโนโลยีในปีนี้ถึงได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก"
"ดังนั้น ผมจึงคิดว่าการสร้างซับแบรนด์เพื่อเจาะตลาดระดับล่างเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก การใช้ซับแบรนด์มาผลิตโทรศัพท์รุ่นราคาประหยัด จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์ระดับกลางและไฮเอนด์ของเจ๋อรัน เทคโนโลยี"
"ในขณะเดียวกัน โทรศัพท์รุ่นราคาประหยัดย่อมมียอดจัดส่งที่สูงกว่า ขอเพียงเราสามารถควบคุมคุณภาพของโทรศัพท์รุ่นราคาประหยัดให้ดีได้"
"เมื่อโทรศัพท์รุ่นราคาประหยัดของเรามียอดขายมากขึ้น มีผู้ใช้งานมากขึ้น ชื่อเสียงแบบปากต่อปากก็จะค่อยๆ ช่วยลบล้างผลกระทบเชิงลบจากอคติที่คนในประเทศมีต่อโทรศัพท์มือถือแบรนด์ในประเทศไปได้เอง"
"ซึ่งนี่ก็จะส่งผลดีต่อภาพรวมของแบรนด์เจ๋อรัน เทคโนโลยีทั้งหมด และช่วยกอบกู้ความเชื่อมั่นของคนในประเทศที่มีต่อโทรศัพท์มือถือระดับกลางและไฮเอนด์ของเจ๋อรัน เทคโนโลยีได้อีกด้วย"
"เพราะฉะนั้น ซับแบรนด์สำหรับโทรศัพท์รุ่นราคาประหยัดนี้ ผมไม่หวังกำไรอะไรมาก ขอแค่ส่วนแบ่งการตลาดเท่านั้น! พวกคุณสามารถกดราคาขายให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือต่อให้ต้องขายในราคาทุนเพื่อแย่งชิงตลาดก็ไม่มีปัญหา"
"ขอเพียงใช้โอกาสนี้พลิกฟื้นชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในเครือเจ๋อรัน เทคโนโลยีให้กลับมาดีขึ้น พร้อมกับยกระดับความน่าเชื่อถือและความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์เราได้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว"
พูดถึงตรงนี้ หลี่เจ๋อก็หยุดพักหายใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "นอกจากนี้ สำหรับชิปที่จะใช้ในโทรศัพท์รุ่นราคาประหยัด ผมมีแนวคิดเบื้องต้นว่าจะใช้โซลูชันซิงเกิลชิปที่มีการรวมวงจรระดับสูง"
"ก็คือการรวมชิปตัวอื่นๆ เข้าไปในชิปหลักให้ได้มากที่สุด ด้วยประสิทธิภาพในการประมวลผลของชิปเบสแบนด์ในปัจจุบัน น่าจะเพียงพอที่จะรองรับการรวมวงจรเบ็ดเสร็จระดับสูงขนาดนี้ได้"
"ส่วนเรื่องรายละเอียดของโซลูชัน พวกคุณไปคุยกับทาง เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ดู ให้พวกเขาเป็นคนรับผิดชอบการวิจัยและแก้ไขปัญหานี้ให้ อืม... เดี๋ยวผมจะโทรไปเกริ่นเรื่องนี้กับประธานเติ้งของ เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ไว้ให้ก่อนก็แล้วกัน"
เมื่อหลี่เจ๋อพูดจบ หลินเยว่ก็รีบขานรับทันที "รับทราบค่ะประธานหลี่ เดี๋ยวช่วงสองสามวันนี้ ฉันจะดึงคนจากแผนกโครงการโทรศัพท์มือถือมาตั้งทีมใหม่ เพื่อรับผิดชอบการวิจัยและพัฒนาโทรศัพท์รุ่นราคาประหยัดของซับแบรนด์โดยเฉพาะเลยค่ะ"
"อืม"
หลี่เจ๋อพยักหน้ารับ
ตอนนั้นเอง หลินเยว่ก็ถามขึ้นมา "ประธานหลี่คะ แล้วซับแบรนด์นี้จะใช้ชื่อว่าอะไรดีคะ?"
หลี่เจ๋อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็โพล่งออกมาว่า "ชื่อ ส้ม (Orange) ก็แล้วกัน"
เอ่อ...
หลินเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าหลี่เจ๋อจะตั้งชื่อซับแบรนด์แบบตามใจชอบขนาดนี้
แต่เธอก็รีบตอบกลับไป "ตกลงค่ะ เดี๋ยวสองสามวันนี้ ฉันจะให้คนไปจดทะเบียนแบรนด์ แล้วก็ออกแบบและจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าค่ะ ส่วนงานวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง ฉันก็จะให้ทางประธานสวี่เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อให้ออกแบบผลิตภัณฑ์มาให้ได้โดยเร็วค่ะ"
"อืม"
หลี่เจ๋อขานรับเบาๆ แล้วก็ปล่อยให้หลินเยว่กลับไปทำงาน
หลังจากหลินเยว่ออกไป หลี่เจ๋อก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ค้นหาเบอร์ติดต่อของ เติ้งฮั่น ประธาน เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์แล้วโทรออกทันที
การที่จู่ๆ หลี่เจ๋อโทรมาหาเติ้งฮั่น ย่อมทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดด จนกลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมชิปมัลติมีเดียอย่างเต็มตัว
เมื่อรับสายของหลี่เจ๋อ เติ้งฮั่นก็ถามขึ้นทันที "สวัสดีครับประธานหลี่ วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงโทรหาผมได้ล่ะครับเนี่ย?" เติ้งฮั่นทักทายด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกล้อ
หลี่เจ๋อหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบว่า "ประธานเติ้ง วันนี้ที่ผมโทรมาหาคุณ มีเรื่องสำคัญอยากจะหารือด้วยจริงๆ ครับ"
"โอ้? เรื่องอะไรเหรอครับ?"
เติ้งฮั่นถามด้วยความสงสัยทันที
หลี่เจ๋อไม่อ้อมค้อม เขาเข้าประเด็นทันที "เรื่องชิปโทรศัพท์มือถือน่ะครับ ผมตั้งใจจะให้เจ๋อรัน เทคโนโลยีเปิดตัวซับแบรนด์ใหม่ขึ้นมา เพื่อเน้นทำตลาดโทรศัพท์รุ่นราคาประหยัดโดยเฉพาะ"
"และสำหรับโทรศัพท์รุ่นราคาประหยัดของซับแบรนด์นี้ ผมอยากจะใช้ชิปแบบซิงเกิลชิปที่มีการรวมวงจรระดับสูงเพื่อลดต้นทุนลงครับ ดังนั้นผมจึงอยากให้ทาง เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ช่วยจัดหาโซลูชันซิงเกิลชิปให้หน่อย"
"ผมเชื่อว่าด้วยความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาของ เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์น่าจะสามารถหาโซลูชันซิงเกิลชิปที่เหมาะสมออกมาได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน"
"ถ้าทางประธานเติ้งไม่มีปัญหาอะไร ในเรื่องรายละเอียด ผมจะให้คนของเจ๋อรัน เทคโนโลยีเข้าไปเจรจากับทาง เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ดู ไม่ทราบว่าประธานเติ้งเห็นว่ายังไงครับ?"
เมื่อได้ยินเรื่องที่หลี่เจ๋อพูด เติ้งฮั่นก็ถึงกับขมวดคิ้ว เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "ประธานหลี่ โซลูชันซิงเกิลชิปที่มีการรวมวงจรระดับสูงน่ะ ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้หรอกนะครับ เพียงแต่ว่า การนำชิปตัวอื่นๆ มารวมเข้าไว้ในชิปหลัก มันย่อมส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานอย่างแน่นอน"
"ก่อนหน้านี้ผมก็เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าจะพัฒนาซิงเกิลชิปที่มีการรวมวงจรระดับสูงดีไหม แต่หลังจากชั่งน้ำหนักดูแล้ว ผมก็ตัดสินใจที่จะมุ่งมั่นกับแนวทางการพัฒนาชิปแบบมัลติชิปต่อไป..."
ได้ยินดังนั้น หลี่เจ๋อก็ขัดขึ้นมาก่อนที่เติ้งฮั่นจะพูดจบ "ประธานเติ้ง พูดตรงๆ เลยนะ ส่วนตัวผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเดินหน้าพัฒนาชิปแบบมัลติชิปต่อไปหรอกครับ"
"แค่ประสิทธิภาพในการประมวลผลของชิปเบสแบนด์ในปัจจุบัน ก็เพียงพอที่จะรองรับความต้องการในการรวมวงจรระดับสูงแล้ว แถมยังคาดการณ์ได้ด้วยว่า ในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ประสิทธิภาพของชิปเบสแบนด์ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ"
"ซิงเกิลชิปที่มีการรวมวงจรระดับสูงนั่นแหละครับ คือทิศทางแห่งอนาคตของชิปมือถือ มันช่วยลดต้นทุนลงได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว ต่อให้ประสิทธิภาพอาจจะดร็อปลงไปบ้าง แต่เมื่อเทียบกับต้นทุนที่ลดลงไปขนาดนั้น... ผมว่าหลังจากนี้ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่น่าจะเอนเอียงมาทางโซลูชันซิงเกิลชิปกันมากกว่านะครับ!"
"ในฐานะผู้ถือหุ้นของ เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ผมก็หวังว่า เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์จะทุ่มเทเวลาและทรัพยากรให้กับการวิจัยและพัฒนาโซลูชันซิงเกิลชิปให้มากขึ้น"
"แต่ว่า..."
เติ้งฮั่นยังคงอยากจะอธิบายเหตุผลบางอย่าง
ทว่าหลี่เจ๋อกลับพูดแทรกขึ้นมาอีก "ประธานเติ้งลืมไปหรือเปล่าครับว่า รายได้ของคนทั่วไปในประเทศเราส่วนใหญ่ยังไม่ได้สูงมากนัก พวกเขาเลยค่อนข้างอ่อนไหวกับเรื่องราคาโทรศัพท์มือถือมาก"
"ราคาที่ถูกกว่าแค่หลักสิบหรือหลักร้อยหยวน ในขณะที่ประสิทธิภาพและคุณภาพแทบไม่ต่างกันเลย ก็อาจจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจซื้อได้เลยนะครับ"
"และราคาของโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะโทรศัพท์รุ่นราคาประหยัด จะสามารถตั้งราคาขายได้ต่ำแค่ไหน มันก็ขึ้นอยู่กับต้นทุนนี่แหละครับ"
"ต่อให้โทรศัพท์รุ่นราคาประหยัดจะได้กำไรน้อย แต่ในตลาดโทรศัพท์มือถือโดยรวมแล้ว โทรศัพท์รุ่นราคาประหยัดต่างหากที่เป็นกระแสหลักที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ เผลอๆ อาจจะกินส่วนแบ่งการตลาดไปถึง 70-80% เลยด้วยซ้ำ"
"แล้วกลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อโทรศัพท์รุ่นราคาประหยัดพวกนี้ เอาเข้าจริงๆ พวกเขาก็ไม่ได้เรียกร้องประสิทธิภาพอะไรมากมายหรอกครับ เพราะฉะนั้นเรื่องประสิทธิภาพที่อาจจะลดลงเมื่อใช้โซลูชันซิงเกิลชิปอย่างที่คุณกังวลน่ะ ในสายตาของคนทั่วไป พวกเขาไม่สนใจหรอกครับ"
พูดถึงตรงนี้ หลี่เจ๋อก็หยุดพักหายใจเล็กน้อย แล้วพูดต่อ "ประธานเติ้ง ถ้าหากว่า เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์เลือกที่จะละทิ้งการวิจัยและพัฒนาโซลูชันซิงเกิลชิปไป ผมมองว่านั่นก็เท่ากับเป็นการยกส่วนแบ่งการตลาดชิปโทรศัพท์มือถืออันมหาศาลไปประเคนให้คนอื่นฟรีๆ เลยนะครับ"
"เรื่องนี้..."
คำพูดของหลี่เจ๋อทำให้เติ้งฮั่นต้องคิดหนัก
ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดทบทวนมาแล้วว่าจะพัฒนาซิงเกิลชิปที่มีการรวมวงจรระดับสูงดีไหม แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะยึดติดกับแนวทางมัลติชิป
แต่ตอนนี้คำพูดของหลี่เจ๋อ ทำให้เขาต้องกลับมาทบทวนใหม่อีกครั้งอย่างจริงจัง
ไม่ใช่แค่เพราะหลี่เจ๋อเป็นผู้ถือหุ้น 10% ของ เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะหลี่เจ๋อคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ ที่ลงทุนโปรเจกต์ไหนก็ยังไม่เคยล้มเหลวเลยสักครั้ง
คำแนะนำจากนักธุรกิจระดับแนวหน้าขนาดนี้ เติ้งฮั่นจะเพิกเฉยได้อย่างไร
การจะก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งได้ วิสัยทัศน์ทางธุรกิจและการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่หลี่เจ๋อพูดเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดในประเทศก็เป็นความจริงทุกประการ
นี่คือสิ่งที่เติ้งฮั่นเคยมองข้าม หรือพูดให้ถูกคือคิดไม่ถึงมาก่อน
หลังจากได้รับคำแนะนำจากหลี่เจ๋อ เขาก็เริ่มคิดวิเคราะห์อย่างจริงจัง
สักพักหนึ่ง เติ้งฮั่นก็เป่าปากออกมา ก่อนจะพูดขึ้น "เอาอย่างนี้แล้วกันครับประธานหลี่ เบื้องต้นผมจะให้ทาง เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์แบ่งทีมงานไปวิจัยและพัฒนาโซลูชันซิงเกิลชิปตามความต้องการของเจ๋อรัน เทคโนโลยีก่อน"
"หลังจากนั้น ค่อยมาประเมินสถานการณ์จริงอีกที ว่าควรจะเพิ่มการลงทุนและการวิจัยพัฒนาในด้านซิงเกิลชิปที่มีการรวมวงจรระดับสูงหรือไม่..."
ในที่สุด เติ้งฮั่นก็เลือกที่จะประนีประนอม
ด้วยการพัฒนาทั้งโซลูชันแบบซิงเกิลชิปและมัลติชิปควบคู่กันไปก่อน แล้วค่อยปรับกลยุทธ์ตามความเหมาะสมในภายหลัง
แม้ว่านี่จะทำให้ เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ต้องทุ่มเททรัพยากรบุคคลและเงินทุนไปกับการวิจัยและพัฒนามากขึ้น แต่ในเมื่อเจ๋อรัน เทคโนโลยีประกาศตัวเป็นลูกค้าของโซลูชันซิงเกิลชิปแล้ว
รับรองว่าการลงทุนด้านการวิจัยซิงเกิลชิปของพวกเขาย่อมไม่สูญเปล่าแน่นอน
แม้การตัดสินใจของเติ้งฮั่นจะค่อนข้างเพลย์เซฟ
แต่หลี่เจ๋อก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ ถึงยังไงเขาก็ถือหุ้นใน เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์แค่ 10% การที่ เซี่ยซิงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ยอมเจียดทรัพยากรส่วนหนึ่งมาพัฒนาโซลูชันซิงเกิลชิปก็ถือว่าสำเร็จตามเป้าแล้ว
เชื่อว่าพอตลาดเริ่มมีความต้องการโซลูชันซิงเกิลชิปเพิ่มมากขึ้น เติ้งฮั่นก็จะเข้าใจเองว่าอะไรคือสิ่งที่เขาควรเลือกทำ...