- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- บทที่ 117 บริษัทเพนกวินเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์! ลงทุนในจงซิน อินเตอร์เนชันแนล !
บทที่ 117 บริษัทเพนกวินเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์! ลงทุนในจงซิน อินเตอร์เนชันแนล !
บทที่ 117 บริษัทเพนกวินเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์! ลงทุนในจงซิน อินเตอร์เนชันแนล !
บทที่ 117 บริษัทเพนกวินเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์! ลงทุนในจงซิน อินเตอร์เนชันแนล !
การพุ่งทะยาน และดีดตัวอย่างบ้าคลั่ง ของราคาหุ้นบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีได้จุดกระแส และกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน ในหมู่ชาวเน็ตทั่วประเทศ อีกครั้ง!
ก็แหม... เมื่อช่วงก่อนหน้านี้ และเมื่อไม่นานมานี้หลังจากที่ทำเนียบมหาเศรษฐีฟอร์บส์และทำเนียบมหาเศรษฐีหูรุ่นได้ป่าวประกาศ และตีพิมพ์ออกมานั้น ผู้คนต่างก็ยังคงตื่นตะลึง และอ้าปากค้างกับมูลค่าทรัพย์สิน และความมั่งคั่งของหลี่เจ๋อ... ที่มีมูลค่าสูงลิ่ว ทะลุห้าหมื่นกว่าล้านหยวนกันอยู่เลยนี่นา!
แต่ทว่า ในตอนนี้... เมื่อราคาหุ้นของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี มันได้พุ่งกระฉูด และเติบโตเพิ่มขึ้นไปอีกกว่าหนึ่งเท่าตัวในรอบนี้ล่ะก็!
มันก็เห็นได้อย่างชัดเจน และประจักษ์ชัดเลยล่ะ ว่าข้อมูล และตัวเลข ที่ทางทำเนียบมหาเศรษฐีฟอร์บส์และทำเนียบมหาเศรษฐีหูรุ่นเพิ่งจะเผยแพร่ และประกาศออกมาได้ไม่นานนั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบ และวัดรอยเท้ากับมูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริงของหลี่เจ๋อ ในปัจจุบันแล้วล่ะก็ มันก็กลายเป็นข้อมูลที่ล้าหลัง และมีช่องว่าง ที่ห่างไกลกันลิบลับไปซะแล้ว!
เพราะด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี ในปัจจุบัน... ที่พุ่งทะลุหนึ่งหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้วนั้น ลำพังแค่สัดส่วนหุ้น 54%ที่หลี่เจ๋อถือครอง และนอนกอดเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว มูลค่าของมัน ก็พุ่งทะยาน และแตะระดับสูงถึงแปดพันกว่าล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าไปแล้วล่ะ!
ซึ่งนั่น... มันก็เทียบเท่า และคิดเป็นเงินสูงถึงเกือบห้าหมื่นล้านหยวนเลยนะ!
แต่อย่างไรก็ตาม... ผู้คนก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ และยอมรับในมนต์ขลัง และเสน่ห์ของตลาดหลักทรัพย์ เท่านั้นแหละ! เพราะเมื่อใดก็ตามที่บริษัทจดทะเบียนมีราคาหุ้นที่พุ่งทะยาน และพุ่งกระฉูดขึ้นมาล่ะก็ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่มูลค่าทรัพย์สินของพวกเขา ก็ย่อมที่จะพุ่งสูง และทวีคูณตามไปด้วย ในชั่วพริบตา!
ถึงขั้นที่ว่า... มีชาวเน็ตบางส่วน เริ่มเรียกร้อง และประชดประชันให้ทางทำเนียบมหาเศรษฐีฟอร์บส์และทำเนียบมหาเศรษฐีหูรุ่นเปลี่ยนมาจัดทำทำเนียบ ในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี... โดยรอให้ทางบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีทำการป่าวประกาศ และตีพิมพ์รายงานผลประกอบการประจำปี ให้เสร็จสิ้นซะก่อน แล้วค่อยประกาศรายชื่อเศรษฐี ซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!
จะได้หมดเรื่องหมดราว และไม่ต้องมาแก้ตัวว่าเพิ่งจะตีพิมพ์ และประกาศทำเนียบไปหมาดๆ ผ่านไปได้แค่เดือนสองเดือนข้อมูลตัวเลข มันก็คลาดเคลื่อน และไม่ตรงกับมูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง ของหลี่เจ๋อ ซะแล้ว!
ก็แหม... เหตุการณ์หน้าแตก และข้อมูลล้าหลังแบบนี้น่ะ มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองแล้วนะ!ปีที่แล้ว และเมื่อปีก่อนมันก็เป็นแบบนี้เป๊ะๆ เลยนี่นา!
แน่นอนว่า... เรื่องพวกนี้ มันก็เป็นเพียงแค่ถ้อยคำหยอกล้อ และคำประชดประชันขำๆ ของบรรดาชาวเน็ตบางส่วน เท่านั้นเองแหละ!
และในจังหวะที่...ราคาหุ้นของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี กำลังพุ่งทะยาน และทะลุเพดานอย่างต่อเนื่องอยู่นั้นเองเสี่ยวหม่าเกอผู้บริหารจากบริษัทเพนกวินก็ได้เดินทาง และมุ่งหน้ามายังมหานครเซี่ยงไฮ้ เพื่อเข้าพบหลี่เจ๋อ อย่างกะทันหัน!
"ประธานหม่า...เชิญนั่ง และตามสบายเลยครับ!" หลี่เจ๋อต้อนรับเสี่ยวหม่าเกอ อยู่ภายในห้องทำงานของเขา
หลังจากที่เสี่ยวหม่าเกอหย่อนตัว และนั่งลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็เปิดประเด็น และเข้าเรื่องในทันที ว่า "ประธานหลี่ครับ... สำหรับจุดประสงค์ และการมาเยือนของผมในครั้งนี้นั้น ก็เพื่อที่จะมาหารือ และพูดคุยกับคุณ เกี่ยวกับโปรเจกต์ และการเตรียมตัวนำบริษัทเพนกวินเข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์น่ะครับ!"
"อ้อ? นี่พวกคุณเตรียมการ และพร้อมที่จะนำบริษัทเพนกวิน เข้าตลาดหลักทรัพย์ แล้วงั้นเหรอครับ? ว่าแต่เป้าหมาย และแผนการที่ชัดเจนน่ะ... พวกคุณเล็งที่จะเข้าตลาดไหนครับ?ตลาดหลักทรัพย์เอแชร์หรือว่าตลาดหลักทรัพย์แนสแด็กหรือจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงดีล่ะครับ?" หลี่เจ๋อเลิกคิ้ว และรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
เสี่ยวหม่าเกอคลี่ยิ้ม และตอบกลับว่า "พวกเราตั้งเป้า และวางแผนว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงครับ ในช่วงระยะเวลาสองปีที่ผ่านมานี้สถานะการดำเนินงาน และผลประกอบการของบริษัทเพนกวินของพวกเรา เรียกได้ว่าเจริญรุ่งเรือง และก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดเลยล่ะครับ!"
"นับตั้งแต่ปี 2001 ที่บริษัทของเราเริ่มจะคุ้มทุน และจุดคุ้มทุนหรือแม้กระทั่งเริ่มมีผลกำไร และมีเม็ดเงินเหลือเก็บเพียงเล็กน้อย พอขยับมาถึงปี 2002 กำไรสุทธิของบริษัทเพนกวิน ก็พุ่งสูง และทะยาน ไปถึง 144 ล้านหยวนและสำหรับผลประกอบการ และสถิติในปีที่แล้ว มันก็ยิ่งพุ่งกระฉูด และเพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งเท่าตัว! โดยมีกำไรสุทธิสูงถึง 338 ล้านหยวนเลยล่ะครับ!"
"ด้วยเหตุนี้... พวกเราจึงมองเห็น และพิจารณาแล้วว่า...ช่วงเวลา และจังหวะในการนำบริษัทเพนกวิน เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์นั้น... มันได้สุกงอม และถึงเวลาอันสมควรแล้วล่ะครับ! พวกเราจึงตั้งเป้า และวางแพลนเอาไว้ว่า จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ในช่วงกลางปีนี้น่ะครับ"
"ดังนั้น... ผมจึงต้องดั้นด้น และเดินทางล่วงหน้ามาหาคุณ เพื่อปรึกษาหารือ และขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้น่ะครับ"
เมื่อได้รับฟังข้อมูล และรายงานจากเสี่ยวหม่าเกอ หลี่เจ๋อ ก็พยักหน้ารับ และกระจ่างแจ้งในทันที ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมานี้ เขาเพียงแค่รับทราบ และรับรู้ คร่าวๆเท่านั้น ว่าบริษัทเพนกวิน มีผลกำไร และอัตราการเติบโตที่มั่นคง แต่สำหรับตัวเลขที่แน่ชัด และรายละเอียดเบื้องลึกนั้น... เขาไม่ได้เจาะจง และไม่ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษเลยจริงๆ
เขาคาดไม่ถึง และนึกไม่ถึงเลยล่ะ... ว่าในปีที่ผ่านมากำไรสุทธิของบริษัทเพนกวิน... มันจะพุ่งทะยาน และทะลุกำแพงไปไกลถึงสามร้อยกว่าล้านหยวนเข้าไปแล้ว!
ซึ่งผลงานระดับนี้น่ะ... ในแวดวงบริษัทอินเทอร์เน็ต และวงการไอทีภายในประเทศ มันสามารถเรียกได้ว่า เป็นหนึ่งเดียวในตงง้วน และไร้คู่ต่อกรเลยก็ว่าได้! การที่ทีมงานของเสี่ยวหม่าเกอมีความคิด และพิจารณาที่จะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น มันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล และเป็นไปตามครรลองอยู่แล้วล่ะ!
ดังนั้น... หลี่เจ๋อ จึงขานรับ และให้ไฟเขียวว่า "เอาล่ะครับ! สำหรับเรื่องการเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น ทางฝั่งของผมไร้ปัญหา และไม่มีข้อคัดค้านใดๆ ทั้งสิ้นครับ! แต่ทว่า ประธานหม่าครับ... สำหรับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้น่ะ พวกคุณตั้งเป้า และกะเอาไว้ว่าจะระดมทุนสักเท่าไหร่ครับ? และ เตรียมตัวที่จะออกหุ้น และกระจายหุ้นเป็นจำนวนกี่หุ้นเหรอครับ?"
เห็นได้อย่างชัดเจนเลยล่ะ ว่าเสี่ยวหม่าเกอทำการบ้าน และเตรียมตัวมาอย่างดีเขาตอบกลับ และให้ข้อมูลอย่างใจเย็น และไม่รีบร้อน ว่า "สำหรับแผนการเบื้องต้นของพวกเรานั้น พวกเราตั้งใจที่จะออกหุ้น และกระจายหุ้นออกไปสัก 25% น่ะครับ โดยคาดการณ์ว่า น่าจะสามารถระดมทุน และกอบโกยเม็ดเงินได้อยู่ที่ประมาณหนึ่งพันสามร้อย ถึงหนึ่งพันสี่ร้อยล้านหยวนครับ"
"ดังนั้น... ก่อนที่จะดำเนินการเข้าตลาดหลักทรัพย์ อย่างเป็นทางการ ผมจึงต้องมาปรึกษาหารือ และแจ้งให้ทราบกับประธานหลี่ เป็นการล่วงหน้าน่ะครับ ถ้าหากทางฝั่งของคุณไม่มีความเห็นแย้ง และไม่มีข้อคัดค้านอะไรล่ะก็... พวกเราก็จะเดินหน้า และปฏิบัติตามแผนการนี้ ต่อไปในทันทีครับ!"
ในปัจจุบันนี้ หลี่เจ๋อถือครอง และครอบครองสัดส่วนหุ้น ในบริษัทเพนกวิน อยู่ที่ 46% ส่วนอีก 54% ที่เหลือนั้น ก็ตกอยู่ในมือของทีมผู้ก่อตั้งของเสี่ยวหม่าเกอ ทั้งหมด ดังนั้นโครงสร้าง และสัดส่วนผู้ถือหุ้นของบริษัทเพนกวิน จึงถือได้ว่าเรียบง่าย และชัดเจนเอามากๆ!
และถ้าหากอ้างอิง และปฏิบัติตามแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ของเสี่ยวหม่าเกอแล้วล่ะก็ หุ้นที่อยู่ในมือของหลี่เจ๋อ ก็ย่อมที่จะถูกลดและเจือจางลงมาเหลือ 34.5% ในขณะที่ สัดส่วนหุ้นของทีมเสี่ยวหม่าเกอ ก็จะถูกลงมาเหลือ40.5% เช่นเดียวกัน!
แต่อย่างไรก็ตาม... ในเมื่อตัดสินใจ และตั้งเป้าที่จะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว การที่สัดส่วนหุ้น จะต้องถูกลด และเจือจางลงไปนั้น มันก็ย่อมเป็นเรื่องที่ปกติ และหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว! หลี่เจ๋อ จึงไม่ได้ขัดข้อง และไม่มีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น
ถึงแม้ว่า หลังจากที่นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว... เขาก็ยังคงกำหุ้น และถือครองกรรมสิทธิ์ในบริษัทเพนกวิน... สูงลิ่วถึง 34.5% อยู่ดีนี่นา! และ หลี่เจ๋อ ก็ไม่ได้มีความคิด และไม่ได้มีแผนที่จะเทขายหุ้น เพื่อฟันกำไร และแปลงเป็นเงินสดในระยะสั้นๆ อยู่แล้ว!
ลองคิดดูสิ!... ถ้าหากในอนาคต บริษัทเพนกวิน สามารถผงาด และเติบโตได้ตรงตามที่เสียงในใจของลูกชาย เคยระบุเอาไว้จริงๆ ล่ะก็! จนกลายเป็นอาณาจักร ที่มีมูลค่าทะลุหลายล้านล้านหยวนได้ล่ะก็! เมื่อถึงตอนนั้นมูลค่า และเม็ดเงินของสัดส่วนหุ้นในมือของเขาน่ะ... มันก็มีโอกาส และความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะพุ่งทะยานไปแตะระดับล้านล้านหยวนเลยทีเดียวนะ!
"ตกลงครับ ประธานหม่า!... ในเมื่อ พวกคุณมีแพลน และวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว ก็เดินหน้า และลุยตามแผนนี้ได้เลยครับ! ผมไม่มีปัญหา และสนับสนุนเต็มที่ครับ!" หลี่เจ๋อฟันธง และให้คำตอบ
เสี่ยวหม่าเกอถอนหายใจยาว และโล่งอกไปเปราะหนึ่ง
ก็จริงอยู่... ว่าในปัจจุบัน ทีมงานของเขา ถือหุ้นอยู่ในมือถึง 54% ซึ่งมีอำนาจควบคุม และสิทธิขาดในการบริหารงาน อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ทว่า สัดส่วนหุ้น 46% ของหลี่เจ๋อนั้น มันก็สูงลิ่ว และมีนัยสำคัญไม่แพ้กันเลยนะ!... ถ้าหากหลี่เจ๋อ ดันมีความเห็นแย้ง และคัดค้านแผนการของพวกเขาขึ้นมาล่ะก็! รับรองได้เลยว่า มันจะต้องวุ่นวาย และปวดหัวไม่ใช่น้อยอย่างแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น... หลี่เจ๋อ คือผู้มีพระคุณ และอัศวินขี่ม้าขาวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ในยามที่บริษัทเพนกวิน ตกอยู่ในสภาวะวิกฤติ และยากลำบากที่สุดแท้ๆ! ดีไม่ดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาก็ยังมอบความไว้วางใจ และเชื่อมั่นในทีมงานของเสี่ยวหม่าเกอ อย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ มาโดยตลอดอีกด้วย!
ดังนั้น... ถ้าหากไม่ถึงคราวจำเป็น และหลีกเลี่ยงได้แล้วล่ะก็ เสี่ยวหม่าเกอ ก็ไม่อยาก และไม่ต้องการที่จะไปงัดข้อ และสร้างความขัดแย้งกับหลี่เจ๋อ เลยแม้แต่น้อย!
และในตอนนี้... ในเมื่อหลี่เจ๋อใจกว้าง และอนุมัติแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ของพวกเขา อย่างง่ายดาย และไร้ข้อกังขาซะขนาดนี้แล้วล่ะก็ เขาก็สามารถสบายใจ และโล่งอกได้ซะที!
"เยี่ยมไปเลยครับ!... ในเมื่อประธานหลี่ไฟเขียว และไม่มีข้อคัดค้านแล้วล่ะก็ เดี๋ยวหลังจากที่ผมเดินทางกลับไป... ผมจะรีบเรียกทีมงานมาลุย และเตรียมตัวสำหรับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในทันทีเลยครับ!" เสี่ยวหม่าเกอให้คำมั่น และเอ่ยปาก
หลังจากนั้น... หลี่เจ๋อ ก็ได้ใช้เวลาสนทนา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเสี่ยวหม่าเกอ ต่ออีกสักพัก เพื่อเป็นการอัปเดต และสอบถามถึงสถานการณ์ และความก้าวหน้าของบริษัทเพนกวิน ในมิติต่างๆ
และจากคำบอกเล่า และข้อมูลจากปากของเสี่ยวหม่าเกอนั้น ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ บริษัทเพนกวิน ได้ทำการเปิดตัว และปั้นธุรกิจบริการเสริมรูปแบบใหม่ ขึ้นมา ไม่น้อยเลยทีเดียว! ยกตัวอย่างเช่นเพนกวิน สิงและเพนกวิน ซิ่วเป็นต้น
นอกจากนี้... พวกเขาก็ยังได้ ลุยเปิดบริการ และฟีเจอร์ส่งข้อความสั้น และบริการดาวน์โหลดเสียงรอสาย เพิ่มเติมอีกด้วย และอีกประเด็นที่สำคัญ ก็คือ...สายงาน และธุรกิจด้านเกมออนไลน์นั่นเอง!
เมื่อปีที่แล้ว... บริษัทเพนกวิน ได้ซื้อลิขสิทธิ์ และนำเข้าเกมออนไลน์ตัวหนึ่ง ที่มีชื่อว่าไค่เสวียนแต่ทว่า เกมๆ นี้นั้น กลับแป้ก และไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร!
เหตุผลหลัก ก็เป็นเพราะว่าจุดบอด และบั๊กภายในเกมตัวนี้น่ะ... มันช่างมหาศาล และเยอะแยะซะเหลือเกิน! ถึงขั้นที่ว่าตัวละครของผู้เล่น และไอเทมในเกมมักจะอันตรธานหายไป และสูญหายไปดื้อๆ! หรือไม่ก็ฐานข้อมูล และระบบเซิร์ฟเวอร์มักจะเกิดอาการรวน และผิดปกติอยู่เป็นประจำ... ซึ่งมันก็ส่งผลให้ ทีมงานของบริษัทเพนกวิน ถึงกับกุมขมับ และปวดหัวแทบระเบิดไปตามๆ กัน!
ถึงแม้ว่า... ในตอนแรกเริ่มนั้น เสี่ยวหม่าเกอ จะได้รับคำเตือน และคำชี้แนะจากหลี่เจ๋อ ว่าในตอนที่ไปเซ็นสัญญา และเป็นตัวแทนให้บริการเกมตัวนี้ ให้บังคับขอซอร์สโค้ด จากผู้พัฒนามาด้วย ก็ตามที! แต่ทว่า...จุดบอด และบั๊กของเกมไค่เสวียนน่ะ... มันดันมีมากมายมหาศาล และหนักหนาสาหัสจนเกินเยียวยา! การที่จะมานั่งไล่แก้ และอุดรอยรั่วบั๊กพวกนั้น ทีละจุดๆ น่ะ มันต้องอาศัย และใช้เวลามหาศาลเลยทีเดียว!
แต่ทว่า สำหรับผู้เล่น และเกมเมอร์แล้วล่ะก็... พวกเขาไม่ได้มีความอดทน และความใจเย็นมากพอ... ที่จะมานั่งรอ ให้ทีมงาน ค่อยๆ งมแก้บั๊กพวกนั้น ไปเรื่อยๆ หรอกนะ!
ด้วยเหตุนี้... หลังจากผ่านพ้นช่วงเปิดตัว และช่วงโปรโมชันไปได้ไม่นาน... ซึ่งในตอนนั้น พวกเขาอาศัยกลยุทธ์ และจุดขายที่ว่าเล่นไค่เสวียน แจกไอดีแชตเพนกวิน ฟรี!และพลังขับเคลื่อน และฐานผู้ใช้งานอันมหาศาลของโปรแกรมแชตเพนกวิน เอง จนทำให้ตัวเกมเปรี้ยงปร้าง และฮิตติดลมบนไปได้สักระยะหนึ่งแล้วนั้น...ยอดผู้ใช้งาน และจำนวนผู้เล่นของเกมไค่เสวียน ... ก็เริ่มเข้าสู่สภาวะดิ่งลงเหว และร่วงฮวบฮาบอย่างรวดเร็ว!
ก็แหม... ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ เนื่องจากกระแสความร้อนแรง และความสำเร็จทะลุฟ้าของเกมLegendและผลกำไรอันมหาศาล และเม็ดเงินที่หอมหวานมันก็เป็นตัวกระตุ้น และล่อตาล่อใจ ให้บริษัทต่างๆ จำนวนนับไม่ถ้วน... กระโดดเข้ามาร่วมวงซื้อลิขสิทธิ์ และเป็นตัวแทนหรือไม่ก็พัฒนาเกมขึ้นมาเอง และปล่อยลงสู่ตลาดกันอย่างบ้าคลั่ง!
ถึงขั้นที่ว่า...ในแต่ละเดือน และทุกๆ เดือนก็มักจะมีเกมออนไลน์หน้าใหม่ถูกเข็นออกมาเปิดตัว อยู่เป็นประจำ! หรือดีไม่ดี ในช่วงพีกสุด และดุเดือดสุดล่ะก็ บางเดือน อาจจะมีเกมหน้าใหม่ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ถึงสี่ห้าเกมเลยด้วยซ้ำ! ซึ่งเราก็ย่อมที่จะจินตนาการ และประเมินได้เลยล่ะ ว่า...สมรภูมิ และการแข่งขันในตลาดเกมนี้น่ะ มันจะดุเดือด และเลือดพล่านขนาดไหน!
แต่อย่างไรก็ตาม... จากความล้มเหลว และการล้มไม่เป็นท่าในการเป็นตัวแทนให้บริการเกมไค่เสวียน ในครั้งนี้นั้น มันก็ถือเป็นการมอบบทเรียน และประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับทีมงานของเสี่ยวหม่าเกอ ได้อย่างมากมายมหาศาล!... จนส่งผลให้ พวกเขาเริ่มที่จะหันเหทิศทาง และหันมาจับเส้นทางของการพัฒนาเกม และสร้างเกมขึ้นมาด้วยตัวเองอย่างเต็มตัว! ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงหลายปีต่อจากนี้ และอนาคตอันใกล้พวกเขาก็เข็ดขยาด และไม่คิดที่จะไปเป็นตัวแทนให้บริการเกมของใคร อีกเลยล่ะ!
แน่นอนว่า... ในอีกแง่มุมหนึ่ง เราอาจจะกล่าวได้ว่าบริษัทเพนกวินนั้น... ได้เริ่มต้นเปิดตำนาน และเข้าสู่เส้นทางแห่งการลอกเลียนแบบ และก๊อปปี้ผลงานชาวบ้าน... นับตั้งแต่ตอนนี้นี่แหละ!
บรรดาเกมที่พวกเขาซุ่มพัฒนา และสร้างขึ้นมาเองส่วนใหญ่นั้น มันก็ล้วนแต่อาศัยการก๊อปปี้ และการลอกเลียนแบบไอเดียจากเกมอื่นๆ ทั้งนั้น! หลังจากนั้น พวกเขาก็จะอาศัยพลังขับเคลื่อน และฐานผู้ใช้งานอันมหาศาลของโปรแกรมแชตเพนกวิน เข้าโจมตี และกลืนกินส่วนแบ่งการตลาด อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ จนส่งผลให้ตัวเกมต้นฉบับ และเจ้าของออริจินัลต้องเจ๊ง และม้วนเสื่อกลับบ้านไปอย่างน่าอนาถ!
จนกระทั่งเวลาผ่านไปอีกหลายปีหลังจากนั้นแหละ บริษัทเพนกวิน ถึงจะได้ฤกษ์หวนกลับมา และเปิดรับการเป็นตัวแทนให้บริการเกมจากต่างประเทศ อีกครั้ง! และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความสำเร็จของพวกเขาก็แรงทะลุเพดาน และฉุดไม่อยู่อีกต่อไป! เกมทุกตัว ที่พวกเขาได้ลิขสิทธิ์มานั้น ล้วนแต่เปรี้ยงปร้าง และฮิตระเบิดระเบ้อจนกลายสภาพเป็นบ่อเงินบ่อทอง และเครื่องจักรผลิตเงินให้กับบริษัทเพนกวิน!... และ การที่พวกเขาค่อยๆรุกคืบ และกลืนกินส่วนแบ่งกว่าครึ่งค่อนประเทศของตลาดเกมออนไลน์ ภายในประเทศไปจนสำเร็จ!
แต่ทว่า... สำหรับในไทม์ไลน์ และมิติเวลานี้นั้น! เนื่องจากการทะลุมิติ และเกิดใหม่ของหลี่ตง! และการปรากฏตัว และอิทธิพลของหลี่เจ๋อ!เส้นทาง และอนาคตของบริษัทเพนกวิน ในตลาดเกมออนไลน์นั้น มันจะยังคงเจริญรอยตาม และเป็นไปตามไทม์ไลน์เดิมได้อยู่อีกหรือไม่ล่ะก็... มันก็กลายเป็นตัวแปร และเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาไปซะแล้วสิ!
ถึงแม้ว่า หลี่เจ๋อ จะไม่ได้ล่วงรู้ และไม่ได้ตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ก็ตามที แต่ถึงต่อให้เขาจะรู้ และล่วงรู้อนาคตก็เถอะ เขาก็ไม่ได้หวาดกลัว และไม่ได้วิตกกังวลอะไรอยู่ดีนั่นแหละ! ก็แหม... ต่อให้ในอนาคตธุรกิจเกมของบริษัทเพนกวิน จะสามารถผงาด และโค่นล้มและก้าวขึ้นมาแทนที่บัลลังก์ และสถานะของบริษัทเกมLegendในปัจจุบัน ได้จริงๆ ก็ตามทีเถอะ! แต่ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และผู้กุมบังเหียนสัดส่วนหุ้นกว่า34.5% ในบริษัทเพนกวิน แล้วล่ะก็! ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ยังคงเป็นผู้ชนะ และผู้ที่กอบโกยผลประโยชน์ ได้มากที่สุดอยู่ดีนั่นแหละ!
หลังจากที่ เสี่ยวหม่าเกอขอตัว และเดินทางกลับไปได้ไม่นานนัก หลี่เจ๋อ ก็ได้รับ และมีสายเรียกเข้าจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศโทรเข้ามาอย่างกะทันหัน! ซึ่งสายๆ นี้ มันถูกโทรตรงมาจากเลขานุการของท่านผู้บริหารระดับสูง ผู้ซึ่งเคยเดินทางมาตรวจเยี่ยม และดูงานที่บริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี เมื่อคราวก่อนนู้นนั่นเอง!
"สวัสดีครับ คุณเลขาฯ เฉิน!... ไม่ทราบว่า การที่คุณดั้นด้น ต่อสายตรงมาหาผมในวันนี้... มีเรื่องด่วน และธุระอะไรหรือเปล่าครับ?" ทันทีที่ หลี่เจ๋อกดรับสาย และกรอกเสียงลงไป... เขารีบโพล่งถาม ในทันที
เลขาฯ เฉินตอบกลับ และแจ้งจุดประสงค์อย่างรวดเร็ว ว่า "ประธานหลี่ครับ... สำหรับการโทรมาหาคุณ ในครั้งนี้นั้น ผมได้รับคำสั่ง และมอบหมายโดยตรง จากท่านผู้บริหารระดับสูงน่ะครับ! เพื่อให้มาสอบถาม และหยั่งเชิงคุณดูสักหน่อย ว่าคุณพอจะมีความสนใจ และมีความต้องการที่จะเข้าร่วมลงทุน เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลหรือเปล่าน่ะครับ!"
"ก็ก่อนหน้านี้... ท่านผู้บริหารระดับสูง ท่านเคยได้ยิน และระแคะระคายมาว่า คุณมีความสนใจ และมีเป้าหมายที่จะวางโครงสร้าง และรุกคืบเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์น่ะครับ! หรือดีไม่ดี ทางฝั่งของบริษัทเจ๋อรัน อินเวสต์เมนต์ที่อยู่ภายใต้ชื่อของคุณเอง ก็เคยได้ทำการติดต่อไปหา และพูดคุยกับทางจงซิน อินเตอร์เนชันแนลเพื่อสอบถามถึงโอกาส ในการร่วมลงทุน มาแล้วด้วยนี่ครับ!"
"เพียงแต่ว่า... ในช่วงเวลานั้น ทางบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล เขาไม่ได้ขัดสน และไม่ได้ขาดแคลน เม็ดเงินลงทุนแต่อย่างใด ข้อเสนอของคุณ ก็เลยถูกพวกเขาบอกปัด และปฏิเสธกลับมาอย่างนุ่มนวล ก็เท่านั้นเองครับ!"
"แต่ทว่า ในปัจจุบันนี้... มันกลับเกิดเหตุขัดข้อง และความพลิกผัน ที่ไม่อาจคาดคิดขึ้นมาซะแล้วสิครับ! เนื่องจากมีกลุ่มทุนต่างชาติบางกลุ่ม เริ่มแสดงท่าทีอยากจะถอนทุน และอยากจะเทขาย หรือลดสัดส่วนหุ้นในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ลงน่ะสิครับ! ดังนั้น... ท่านผู้บริหารระดับสูง จึงได้สั่งการ ให้ผมมาสอบถาม และทาบทามคุณดูน่ะครับ ว่าคุณยังมีความสนใจ และมีเป้าหมายที่จะเข้าร่วมลงทุนในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล อยู่อีกไหมครับ..."
เมื่อได้รับฟังข้อมูล และรายงานจากปากของเลขาฯ เฉิน หลี่เจ๋อ ก็ถึงกับเลิกคิ้ว และรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย!
สำหรับข้อมูล และสถานการณ์ของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล นั้น... ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้น เขาเคยได้ลงมือศึกษา และขุดคุ้ยข้อมูลของบริษัทแห่งนี้ มาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วนี่นา!
เหตุผลหลักๆ... ก็เป็นเพราะว่า เขาเคยได้ยิน และแอบฟังมาจากเสียงในใจของลูกชาย ว่าในอนาคต บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล แห่งนี้น่ะ จะผงาดขึ้นมา เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นมหาอำนาจด้านเซมิคอนดักเตอร์ อันดับต้นๆ ของประเทศ! และ เป็นบริษัทรับจ้างผลิตเวเฟอร์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภายในประเทศด้วย!
ดังนั้น... ในช่วงเวลานั้น หลี่เจ๋อ จึงมีความตั้งใจ และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะกระโดดเข้าไปร่วมลงทุน ในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล แห่งนี้ แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะ... ว่าจางหรูจิงผู้ก่อตั้งบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล น่ะ ในตอนที่เขาเพิ่งจะก่อตั้ง และเปิดตัวบริษัท ขึ้นมาใหม่ๆ เขาก็สามารถระดมทุน และกวาดเม็ดเงินไปได้มหาศาล ทะลุหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าไปแล้ว! พูดง่ายๆ ก็คือ บริษัทของเขาน่ะรวยล้นฟ้า และไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเลยแม้แต่น้อย!
แต่มาบัดนี้... การที่เลขาฯ เฉิน จู่ๆ ก็กระซิบบอกว่าบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล กำลังเผชิญกับความพลิกผัน และมรสุมลูกใหญ่จนส่งผลให้ บรรดากลุ่มทุนต่างชาติ ที่เป็นนายทุน และผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน... ต่างพากันเตรียมถอนทุน และเทขาย หรือลดสัดส่วนหุ้นทิ้งแบบนี้ล่ะก็! มันก็ช่างกระตุ้นต่อมอยากรู้ และทำให้หลี่เจ๋อ เกิดความฉงนสงสัยซะเหลือเกิน! ว่าตกลงแล้วสถานการณ์ และมรสุมที่ว่านั้นน่ะ มันคืออะไรกันแน่!
ด้วยเหตุนี้... หลี่เจ๋อ จึงไม่รอช้า รีบยิงคำถาม และซักไซ้คู่สนทนา ในทันที!
และหลังจากที่ ได้รับฟังการอธิบาย และการขยายความจากปากของเลขาฯ เฉิน จนกระจ่างแจ้งแล้วนั้น หลี่เจ๋อ ถึงได้ล่วงรู้ความจริงว่า... ที่แท้ เรื่องของเรื่อง มันก็เริ่มต้นขึ้น ในช่วงปลายปีที่ผ่านมานี้นี่เอง! เมื่อจู่ๆ บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ก็โดนหมายศาล และการฟ้องร้องอย่างกะทันหัน! จากบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่างหวันจีเตี้ยน โดยฝ่ายนั้น ได้ทำการกล่าวหา และตั้งข้อหาว่าบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ได้ทำการละเมิดสิทธิบัตร และขโมยผลงานของพวกเขา ไปหลายฉบับ! และ ได้ทำการฉกฉวย และขโมยความลับทางการค้าบางส่วนของพวกเขา ไปอีกด้วย!
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว... ทางบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล เอง ก็กำลังเตรียมตัว และจ่อคิวที่จะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ อยู่รอมร่อแล้วแท้ๆ! แต่ก็ดันมาสะดุดขาตัวเอง และเจอแจ็กพอตจากคดีฟ้องร้อง ในครั้งนี้เข้าซะก่อน! จนส่งผลให้ พวกเขาไร้ทางเลือก และถูกบีบบังคับให้ต้องเลื่อน และชะลอแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด!
นอกจากนี้... ก็สืบเนื่องมาจาก คดีฟ้องร้อง ในครั้งนี้อีกเช่นเดียวกัน! ที่มันได้ส่งผลกระทบ ทำให้อนาคต และทิศทางของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... ต้องตกอยู่ในสภาวะมืดมน และไร้ความชัดเจนขึ้นมาในทันที! จนบีบให้บุคลากร และพนักงานชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อย... ต้องตัดสินใจยื่นใบลาออก และโบกมือลาจากบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ไป! ยิ่งไปกว่านั้น บรรดากลุ่มทุน และผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ... อย่างเช่นเกาเซิ่ง และฮั่นติ่ง เป็นต้น ต่างก็มีทีท่า และส่งสัญญาณว่าต้องการที่จะลดสัดส่วนหุ้น และเทขายหุ้นทิ้งเพื่อลดความเสี่ยง กันถ้วนหน้า!
และเลขาฯ เฉิน ยังได้กระซิบบอก และให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า เอาเข้าจริงๆ แล้ว ก็มีบริษัทยักษ์ใหญ่ ภายในประเทศบางแห่ง... ที่กำลังเล็งเห็น และพิจารณาที่จะฉวยโอกาส และอาศัยวิกฤตินี้กระโดดเข้าไปอัดฉีดเม็ดเงิน และกว้านซื้อหุ้นเพิ่มเติมอยู่เหมือนกันนะ! เพียงแต่ว่า ท่านผู้บริหารระดับสูง ท่านนึกขึ้นมาได้ และเคยรับรู้ และได้ยินข่าวมาก่อน ว่าบริษัทเจ๋อรัน อินเวสต์เมนต์ของหลี่เจ๋อนั้น... ก็เคยได้ทอดสะพาน และติดต่อไปหาบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล มาก่อนหน้านี้ด้วยเช่นเดียวกันน่ะสิ!
"และการที่ ก่อนหน้านี้ บริษัทเจ๋อรัน อินเวสต์เมนต์ของคุณ ก็เพิ่งจะได้ร่วมลงทุน ในบริษัทเซี่ยซิง ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแล ของทางกระทรวงฯ ของเรา ไปหมาดๆ ด้วยล่ะครับ!"
"ดังนั้น ท่านผู้บริหารระดับสูง ท่านก็เลยสั่งการ และมอบหมายให้ผมโทรศัพท์มาหา และมาหยั่งเชิงคุณดูน่ะครับ ว่าคุณยังมีความสนใจ และมีความต้องการที่จะเข้าร่วมลงทุนในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล อยู่อีกไหม"
"ถ้าหากคุณหลี่มีความสนใจ และยินดีที่จะลงทุนล่ะก็! ทางฝั่งของกระทรวงฯ ก็ยินดี และพร้อมที่จะช่วยเป็นธุระ และเป็นพ่อสื่อแม่ชักประสานงานให้ครับ!"
เมื่อได้รับฟังเรื่องราว และบทสรุปของเหตุการณ์ทั้งหมด จากปากของเลขาฯ เฉิน จนจบแล้ว... หลี่เจ๋อ ก็ตกอยู่ในสภาวะครุ่นคิด และประมวลผลอย่างหนักหน่วง!
ถึงแม้ว่า... เขาจะไม่ได้ล่วงรู้ และไม่ได้ตระหนักถึงรายละเอียด และทิศทางการพัฒนาในอนาคต ของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... อย่างถ่องแท้ ก็ตามที!
แต่ในเมื่อ...เสียงในใจของลูกชาย เคยระบุ และยืนยันเอาไว้แล้วนี่นา! ว่าในอนาคต บริษัทแห่งนี้น่ะ จะผงาดขึ้นมา เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ และมหาอำนาจด้านเซมิคอนดักเตอร์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ!
นั่นก็เพียงพอ และเป็นเครื่องการันตีได้แล้วล่ะ! ว่าท้ายที่สุดแล้ว... สำหรับวิกฤตการณ์ และมรสุมในครั้งนี้ บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล จะสามารถฟันฝ่า และก้าวผ่านมันไปได้อย่างราบรื่น ในท้ายที่สุด!
ดังนั้น... หลี่เจ๋อ จึงใช้เวลาคิดเพียงไม่นาน และไม่ต้องลังเลอะไรมากมาย ก่อนที่จะตอบรับ และฟันธงในทันที ว่า "ได้ครับ! เลขาฯ เฉิน... ถ้าอย่างนั้น ก็คงต้องรบกวน และฝากฝังให้ทางกระทรวงฯ ช่วยเป็นพ่อสื่อ และประสานงานให้กับบริษัทเจ๋อรัน อินเวสต์เมนต์ ของพวกเราด้วยนะครับ!"
"ถ้าหากเป็นไปได้ล่ะก็... ผมย่อมยินดี และมีความปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะเข้าร่วมลงทุนในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ครับ!"
เอาเข้าจริงๆ แล้ว... ต่อให้หลี่เจ๋อ จะไม่ได้กระโดดเข้าไป และปฏิเสธการร่วมลงทุนในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ในครั้งนี้ ก็ตามที!
แต่ถ้าหากอ้างอิง และเป็นไปตามไทม์ไลน์เดิมในอดีตล่ะก็... หลังจากที่บรรดากลุ่มทุน และผู้ถือหุ้นต่างชาติ อย่าง เกาเซิ่ง พากันถอนทุน และเทขายหุ้นทิ้งไปแล้วนั้น... บรรดากลุ่มทุน และบริษัทยักษ์ใหญ่ภายในประเทศ ก็จะแห่กันเข้าไปกว้านซื้อ และช้อนซื้อหุ้นของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล เอาไว้อยู่ดี!... จนในที่สุด มันก็จะค่อยๆ ถูกกลืนกิน และแปรสภาพให้กลายเป็นบริษัทสายเลือดเซี่ยแท้ๆอย่างสมบูรณ์แบบ ในท้ายที่สุด!
"ตกลงครับ! ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวผมจะรีบนำเรื่องนี้ ไปรายงาน และแจ้งให้ทราบกับท่านผู้บริหารระดับสูง ในทันทีเลยครับ!... ส่วนสำหรับรายละเอียด และขั้นตอนในลำดับต่อไปนั้น... เอาไว้เดี๋ยวผม จะติดต่อ และโทรศัพท์ไปหาคุณ อีกทีก็แล้วกันนะครับ"
เลขาฯ เฉินขานรับ และให้คำมั่น
"อืม... ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องรบกวน และฝากฝังเลขาฯ เฉิน ด้วยนะครับ! แล้วก็... ฝากขอบพระคุณ และแสดงความซาบซึ้งใจไปยังท่านผู้บริหารระดับสูง แทนผมด้วยนะครับ!"
หลี่เจ๋อเอ่ยตอบ และแสดงความขอบคุณอย่างสุภาพ
"คุณหลี่เกรงใจ และถ่อมตัวเกินไปแล้วครับ!... เดี๋ยวผมจะนำส่ง และถ่ายทอดคำขอบคุณของคุณ ไปยังท่านผู้บริหารระดับสูง ให้อย่างแน่นอนครับ"
เลขาฯ เฉินตอบกลับ และคลี่ยิ้มเบาๆ
ก่อนที่ทั้งสองฝ่าย จะกล่าวอำลา และวางสายไปในที่สุด
หลังจากวางสายเสร็จ... หลี่เจ๋อ ก็ตกอยู่ในสภาวะครุ่นคิด และประมวลผลอย่างหนักหน่วง อีกครั้ง! เขาพึมพำ และรำพึงรำพันกับตัวเองเบาๆ ว่า "ดูท่า... งานนี้ ฉันคงจะต้องกลับไปหลอกล่อ และล้วงความลับจากเสียงในใจของไอ้ลูกชายตัวแสบ ซะหน่อยแล้วล่ะมั้ง!... จะได้รู้กันไปเลย ว่ามันมีความรู้ และทราบข้อมูลเกี่ยวกับอนาคต และรายละเอียดของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล มากน้อยแค่ไหน!"
"ถ้าหากฉันสามารถล้วงความลับ และขุดคุ้ยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ออกมาได้ล่ะก็... สำหรับแผนการ และโปรเจกต์ในการลงทุนกับบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ครั้งนี้... ฉันก็จะได้สามารถรับมือ และดำเนินการได้อย่างรัดกุม และมั่นใจมากยิ่งขึ้น!"
เมื่อคิด และวางแผน ได้ดังนั้น
หลี่เจ๋อ ก็เริ่มขบคิด และวางกลยุทธ์อยู่ภายในใจ ในทันที!... ว่าคืนนี้ เขาควรจะเปิดประเด็น และใช้คำพูดแบบไหนดี... เพื่อให้การล้วงความลับ และหลอกถามข้อมูลจากลูกชาย... มันเป็นไปอย่างแนบเนียน และราบรื่นที่สุด!
……
ในช่วงเย็น... เวลาประมาณหกโมงกว่าๆ... หลี่เจ๋อ ก็ได้เดินทาง และกลับมาถึงบ้าน เป็นที่เรียบร้อย
"เสี่ยวตง!... วันนี้ พ่อจงใจแวะตลาด และไปซื้อ กุ้งมังกรออสเตรเลียตัวเบ้อเริ่ม! และอาหารทะเลสดๆ มาเพียบเลยนะลูก!... คืนนี้ พวกเรามาฉลอง และกินอาหารมื้อใหญ่กันให้พุงกาง ไปเลย!"
หลี่เจ๋อฉีกยิ้มกว้าง และเอ่ยปากบอกลูกชาย อย่างอารมณ์ดี!
ซึ่งภายในมือของเขา ก็กำลังหอบหิ้ว และถือถุงที่เต็มไปด้วยอาหารทะเล มากมายก่ายกอง จริงๆ ซะด้วย!
หืม?
เมื่อได้รับฟังคำเชิญชวน และเห็นท่าทีของพ่อ... หลี่ตง ก็ถึงกับชะงัก และขมวดคิ้วด้วยความฉงน!... เขาปรายตามอง และจ้องมองพ่อ ด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเคลือบแคลง และสงสัย... ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะโพล่งถาม และสืบสาวราวเรื่องว่า "คุณพ่อครับ... วันนี้ มันมีข่าวดี และเรื่องน่ายินดีอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ?... ทำไม ผมถึงรู้สึกว่า วันนี้คุณพ่อ ดูจะอารมณ์ดี และเบิกบานใจเป็นพิเศษเลยล่ะครับ?"
หลี่เจ๋อคลี่ยิ้ม และปรายตามองลูกชาย แวบหนึ่ง... ก่อนจะแสร้งทำเป็นตอบกลับ และเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงสบายๆ และดูไม่ใส่ใจนัก ว่า "อ้อ... เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันก็ไม่ได้มีเรื่อง และไม่ได้มีข่าวดีอะไรที่มันใหญ่โต มากมายหรอก!... พ่อก็แค่ได้รับข่าว และได้รับการติดต่อที่มันโอเค และน่าสนใจนิดหน่อย เท่านั้นเองแหละ!"
"ก็แหม... ก่อนหน้านี้น่ะ พ่อมีความคิด และต้องการ ที่จะกระโดดเข้าไปร่วมลงทุน และวางรากฐานในวงการอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มาโดยตลอดเลยนี่นา!... และ พ่อก็กำลังเล็ง และจับตามองบริษัทที่ชื่อว่าจงซิน อินเตอร์เนชันแนลอยู่อย่างใกล้ชิดด้วย!... ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เมื่อช่วงปีสองปีก่อนน่ะ พ่อก็เคยมีความคิด ที่จะอัดฉีดเม็ดเงิน และร่วมลงทุนในบริษัทแห่งนี้ มาแล้วรอบนึงนะ!"
"แต่ก็น่าเสียดาย...ที่ตอนนั้นจังหวะ และโอกาสของพ่อ มันดันช้าไป และสายเกินไปสักหน่อย!... เพราะทางฝั่งนั้นน่ะ เขาดันกวาดเม็ดเงิน และระดมทุนมาตุนเอาไว้ในมือ ได้มากถึงหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าไปแล้ว! พูดง่ายๆ ก็คือ... พวกเขาน่ะรวยล้นฟ้า และไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเลยแม้แต่น้อย!... แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะ! ว่าจู่ๆ ในวันนี้... ท่านผู้บริหารระดับสูง จากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ... ท่านจะสั่งการ และมอบหมายให้เลขาฯ ส่วนตัว โทรศัพท์มาหาพ่ออย่างกะทันหัน!... และ นำข่าวมาบอกว่า... ตอนนี้ มีกลุ่มทุนต่างชาติ และผู้ถือหุ้นบางกลุ่ม ของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... กำลังมีความต้องการ ที่จะเทขาย และลดสัดส่วนหุ้นในมือทิ้ง!... ท่านก็เลยให้เลขาฯ โทรมาถามพ่อน่ะ... ว่าพ่อยังมีความสนใจ และต้องการที่จะร่วมลงทุนอยู่ไหม"
พูดมาถึงตรงนี้... หลี่เจ๋อ ก็ปรายตามอง และลอบสังเกตปฏิกิริยา ของลูกชาย อีกครั้ง... ก่อนจะพูดต่อ ว่า "ถึงแม้ว่า ทางฝั่งของกระทรวงฯ จะได้ชี้แจง และให้ข้อมูลมาตามตรง... ว่าในปัจจุบันนี้ บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล กำลังเผชิญกับมรสุม และวิกฤติจากการถูกบริษัทหวันจีเตี้ยน ฟ้องร้อง และกล่าวหาในเรื่องของการละเมิดสิทธิบัตร!... ซึ่งนั่น มันก็คือต้นสายปลายเหตุ และเหตุผลหลักที่ทำให้บรรดากลุ่มทุนต่างชาติ พวกนั้น...หวาดกลัว และต้องการที่จะเทขายหุ้นทิ้งเพื่อลดความเสี่ยง!"
"แต่ทว่า ในมุมมองของพ่อนั้น... พ่อกลับมีความเชื่อมั่น และมองว่าท้ายที่สุดแล้ว บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ก็จะสามารถฟันฝ่า และก้าวผ่านมรสุมในครั้งนี้ ไปได้อย่างราบรื่น! ... ก็แหม... ยังไงซะ ภายในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล น่ะ มันก็มีหน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจร่วมถือหุ้นอยู่ด้วยนี่นา! ... ดังนั้น มันจึงเป็นไปไม่ได้ และไม่มีทางเลยที่บริษัทของพวกเขา จะถูกปล่อยให้ล้มละลาย และพังทลายลง... เพียงเพราะคดีฟ้องร้อง แค่คดีเดียว หรอกนะ! "
"และขอเพียงแค่ บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล สามารถเอาตัวรอด และก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ ไปได้ล่ะก็!... พ่อมีความเชื่อมั่น อย่างสุดหัวใจเลยล่ะ!... ว่าอนาคต และศักยภาพของพวกเขาน่ะ จะต้องสดใส และรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน!... และ ประเด็นสำคัญอีกข้อก็คือ... การที่พ่อ กระโดดเข้าไปร่วมลงทุน ในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ในครั้งนี้น่ะ... มันยังจะช่วยเติมเต็ม และเสริมความแข็งแกร่งให้กับแผนการ และโครงสร้างในการรุกคืบ เข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ของพ่อ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกด้วยนะ!"
เมื่อได้รับฟังข้อมูล และข่าวสารจากพ่อ... ภายในใจของหลี่ตง ก็ถึงกับตกตะลึง และตื่นตระหนกอย่างรุนแรง!
[บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล งั้นเหรอ!?... อ่า! ใช่แล้ว!... ภายในภาพจำ และความทรงจำของฉันน่ะ... ดูเหมือนว่า บริษัทหวันจีเตี้ยน จะเคยยื่นฟ้อง และดำเนินคดีกับบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล มาแล้วหลายต่อหลายครั้งจริงๆ ด้วยแฮะ!... และ การฟ้องร้องในแต่ละครั้งน่ะ... มันก็เล่นเอา บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ถึงกับบอบช้ำ และกระอักเลือดไปไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว!]
[เพราะนอกจาก จะต้องชดใช้ค่าเสียหาย และจ่ายเงินชดเชยไปอย่างมหาศาล... จนส่งผลให้เม็ดเงิน และงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาของพวกเขา ต้องถูกบั่นทอน และตัดทอนลงไปอย่างย่อยยับแล้ว!... มันยังส่งผลกระทบ ทำให้อัตราการเติบโต และการพัฒนาของบริษัท ต้องหยุดชะงัก และล่าช้าลงไปอย่างมหาศาล อีกต่างหาก!... ยิ่งไปกว่านั้น... ในท้ายที่สุด มันยังกลายเป็นชนวนเหตุ และจุดเริ่มต้นที่บีบบังคับ ให้จางหรูจิงผู้ก่อตั้งบริษัท... ต้องจำใจ และก้าวลงจากตำแหน่งและโบกมือลา จากบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ไปในที่สุด!]
[และเหตุการณ์นั้นเอง!... ที่ได้ฉุดรั้ง และลากให้บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ต้องตกลงสู่ห้วงเหวแห่งความวุ่นวาย และสภาวะโกลาหลอย่างแท้จริง!... ไม่ว่าจะเป็นความสั่นคลอน และความแตกแยกภายในทีมผู้บริหารระดับสูง!... ไปจนถึงสงครามเย็น และการแก่งแย่งชิงดีภายในหมู่ผู้ถือหุ้น!... ซึ่งถ้าจะให้บรรยายล่ะก็... บรรดาผู้ถือหุ้นภายในบริษัทน่ะ พวกเขาแทบจะขย้ำคอ และฟาดฟันกันจนเลือดตกยางออก อยู่รอมร่อแล้ว!]
[ก็แหม... เดิมทีโครงสร้าง และสัดส่วนผู้ถือหุ้นภายในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลน่ะ... มันก็กระจัดกระจาย และแตกแขนงมากมายมหาศาล อยู่แล้วนี่นา!...สัดส่วนหุ้นของบรรดาผู้ถือหุ้นรายใหญ่แต่ละคนน่ะ มันก็มีความสูสี และไล่เลี่ยกันจนแทบจะแยกไม่ออก!... ส่วนบรรดาพนักงาน และบุคลากรเอง ก็มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก และตั้งก๊กตั้งเหล่ากันอย่างชัดเจน!]
[มีทั้งพนักงาน สายเลือดไต้หวัน... มีทั้งพนักงานที่ลาออก และติดตามจางหรูจิง มาจากบริษัทTexas Instruments ของสหรัฐอเมริกา!... และ ยังมีกลุ่มก๊ก และสายเลือดอื่นๆ อีกมากมายก่ายกอง... ไม่ว่าจะเป็นสายอเมริกา ,สายอิตาลี ,สายนักเรียนนอก หรือแม้กระทั่งสายพื้นเพเดิม !... สารพัดจะกลุ่มก๊ก เต็มบริษัทไปหมด!]
[ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว... ก็มีเพียงแค่จางหรูจิงคนเดียวเท่านั้นแหละ!... ที่สามารถกำราบ และควบคุมสถานการณ์อันยุ่งเหยิงเหล่านี้เอาไว้ได้!... แต่ทันทีที่เขาโบกมือลา และก้าวลงจากตำแหน่งไปเท่านั้นแหละ!... บรรดาพรรคพวก และหัวหน้ามุ้งแต่ละกลุ่ม... ก็ต่างพากันผยอง และไม่ยอมก้มหัวให้ใครอีกต่อไป!... และ การชิงไหวชิงพริบ และการงัดข้อระหว่างบรรดาผู้ถือหุ้นรายใหญ่... มันก็ยิ่งทำให้ สถานการณ์ภายในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล...ยุ่งเหยิง และวุ่นวายราวกับฝอยขัดหม้อที่พันกันยุ่งเหยิง ไปหมด!]
[ลองคิดดูสิ!... ถ้าหากในตอนนั้นจางหรูจิงไม่ได้ถูกบีบให้ลาออก และต้องโบกมือลาจากบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลล่ะก็!... บางทีเส้นทาง และการพัฒนาของพวกเขาในอนาคต อาจจะราบรื่น และไม่ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายขนาดนี้!... และความเร็ว และอัตราการเติบโตของพวกเขา มันก็คงจะพุ่งกระฉูด และก้าวกระโดดไปไกลกว่าไทม์ไลน์เดิม มากมายมหาศาลอย่างแน่นอน!]
[แต่ก็นั่นแหละนะ... ถ้าจะให้มาสาวไส้ และหาต้นสายปลายเหตุกันจริงๆ ล่ะก็!... ทั้งหมดทั้งมวล มันก็ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก... ความเลินเล่อ และความสะเพร่าของตัวจางหรูจิงเองนั่นแหละ!... ที่ในตอนที่เขาก่อตั้ง และปลุกปั้นบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลขึ้นมานั้น... เขาได้ไปหยิบยืม เอาผลงาน และเทคโนโลยีในสมัยที่เขายังดำรงตำแหน่งเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัทซื่อต้า เซมิคอนดักเตอร์ ที่ไต้หวัน... มาใช้งานดื้อๆ น่ะสิ!]
[และปัญหา มันก็ดันมาตกอยู่ตรงที่...ซื่อต้า เซมิคอนดักเตอร์น่ะ มันได้ถูกบริษัทหวันจีเตี้ยน ฮุบกิจการ และเข้าซื้อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วน่ะสิ!... ซึ่งนี่แหละ คือชนวนเหตุ และต้นตอของปัญหาทั้งหมด!... ลองคิดดูสิ ถ้าหากในตอนนั้น เขาระมัดระวัง และมีความรอบคอบมากกว่านี้สักหน่อย!... และ ตัดสินใจโละทิ้ง และปฏิเสธที่จะใช้งานเทคโนโลยีเก่าๆ จากสมัยที่อยู่ไต้หวัน... แล้วเลือกที่จะเริ่มต้นใหม่ และนับหนึ่งด้วยตัวเองตั้งแต่แรกซะ!... เขาก็คงจะไม่ถูก บริษัทหวันจีเตี้ยนจับผิด และหาช่องโหว่เพื่อนำมาใช้เป็นข้ออ้าง และฟ้องร้องได้หลายต่อหลายครั้ง แบบนี้หรอก!]
[เจตนาของ บริษัทหวันจีเตี้ยน น่ะ... มันชัดเจน และเปิดเผยจนไม่ต้องเดาเลยล่ะ!... ว่าพวกเขามีความมุ่งมั่น ที่จะทำลาย และบดขยี้คู่แข่งอย่างบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ให้ย่อยยับไปซะ!... ถ้าหากฉันจำไม่ผิดล่ะก็!... ถึงแม้ว่า สำหรับการฟ้องร้องในครั้งนี้น่ะ ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะสามารถไกล่เกลี่ย และประนีประนอมกันได้สำเร็จ ก็ตามที!... แต่หลังจากนั้น ผ่านไปได้แค่ปีกว่าๆเท่านั้นแหละ! ไอ้บริษัทหวันจีเตี้ยน มันก็จะแผลงฤทธิ์ และยื่นฟ้องบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล อีกครั้งนึง อย่างแน่นอน!]
[ถ้าหาก บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล มีความปรารถนา ที่จะหลุดพ้น และเป็นอิสระจากการกลั่นแกล้ง และรังควานของบริษัทหวันจีเตี้ยน อย่างแท้จริงล่ะก็!... ทางออกเดียวของพวกเขา ก็คือ... ต้องตัดใจ และโละทิ้งเทคโนโลยี และรากฐานเก่าๆ ให้หมดเกลี้ยงซะ!... และ ต้องเริ่มต้นปูทาง และพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นมาใหม่ ด้วยตัวเอง!... หรือดีไม่ดี...ทางเลือกที่ดีที่สุด และหนทางที่ปลอดภัยที่สุดก็คือ... การสลัด และกวาดล้างอิทธิพล และเทคโนโลยี ของสหรัฐอเมริกา ให้หมดไปจากบริษัท !... เพื่อก้าวเข้าสู่การพึ่งพาตัวเอง และพัฒนาเทคโนโลยี ที่เป็นของคนในชาติอย่างแท้จริงให้ได้!]
[เพราะไม่อย่างนั้นล่ะก็!... ในอนาคต... เมื่อถึงคราวที่สหรัฐอเมริกา กับประเทศเซี่ยต้องเปิดศึก และทำสงครามการค้ากันอย่างเต็มรูปแบบ!... และ มีการประกาศกฎเหล็ก และออกมาตรการคว่ำบาตรใส่บรรดาบริษัท ภายในประเทศเซี่ย เป็นว่าเล่น!... ตราบใดที่ ภายในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ยังคงมีการใช้งาน และพึ่งพาเทคโนโลยี ที่มีชิ้นส่วน และส่วนประกอบจากสหรัฐอเมริกาอยู่ล่ะก็!... พวกเขาก็ไม่มีทาง และไม่มีวันหลีกหนีจากการก้าวก่าย และอำนาจมืดตามกฎหมายแบบขยายเขตอำนาจรัฐ ของสหรัฐอเมริกา ไปได้พ้นหรอก!... ซึ่งนั่น มันก็จะส่งผลให้ พวกเขาสูญเสียความสามารถ และหมดโอกาสที่จะทำหน้าที่เป็นผู้รับจ้างผลิต และผลิตชิปให้กับบริษัทในประเทศเซี่ย... ที่ถูกสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตร ไปโดยปริยาย!]
[แต่ก็นะ... การที่บรรดากลุ่มทุนต่างชาติพวกนั้น... เกิดอาการหน้ามืด และตื่นตระหนกจนอยากจะเทขาย และลดสัดส่วนหุ้นในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลทิ้ง... เพียงเพราะเรื่องที่ถูกบริษัทหวันจีเตี้ยน ฟ้องร้องน่ะ!... มันก็ถือว่าเป็นจังหวะทอง และโอกาสอันดีเยี่ยมสำหรับคุณพ่อ ในการกระโดดเข้าไปช้อนซื้อ และร่วมลงทุนได้อย่างพอดิบพอดีเลยล่ะ!... ก็แหม... ถึงแม้ว่า ถ้าหากอ้างอิง และดำเนินไปตามไทม์ไลน์เดิมนั้น... ในอนาคต บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล จะต้องเผชิญหน้า และตกอยู่ในสภาวะแห่งความโกลาหล และความวุ่นวาย อย่างยาวนาน... และ ต้องหลงทาง และเสียเวลาไปมากมายก่ายกอง ก็ตามที!... แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังคงสามารถผงาด และยืนหยัดในฐานะมหาอำนาจ และพี่ใหญ่แห่งวงการรับจ้างผลิตเวเฟอร์ ของประเทศ ได้อยูดีนี่นา!]
[ดังนั้น... ถ้าหากคุณพ่อ สามารถกระโดดเข้าไปมีบทบาท และใช้อิทธิพลภายในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ได้สำเร็จล่ะก็!... และ สามารถช่วยเหลือ และปกป้องให้จางหรูจิง ไม่ต้องหลุดจากตำแหน่ง ในอนาคตได้ล่ะก็!... แถมยังสามารถโน้มน้าว และชี้นำให้เขายอมสลัดทิ้ง และโละเทคโนโลยีเก่าๆ สมัยที่อยู่ไต้หวัน ทิ้งไปซะ... และกวาดล้าง และเลิกพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา... แล้วหันมาทุ่มเท และมุ่งมั่นในการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วยตัวเองอย่างแท้จริงล่ะก็!... ดีไม่ดี...อัตราการเติบโต และความก้าวหน้าของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... มันอาจจะพุ่งกระฉูด และเร็วกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวเลยก็ได้!]
[ก็แหม... ในยุคปัจจุบันนี้...ช่องว่าง และความห่างชั้นทางเทคโนโลยี ในแวดวงการรับจ้างผลิตเวเฟอร์น่ะ... มันก็ยังไม่ได้ทิ้งห่าง และไม่ได้ห่างไกลกันมากมายนักหรอก!... ถ้าหากเราเริ่มต้นสับเกียร์ และเร่งสปีดซะตั้งแต่ตอนนี้ล่ะก็!... มันก็ยังมีโอกาส และมีความหวังสูงมากเลยล่ะ... ที่จะสามารถไล่ตาม และตีตื้นพวกเขาได้ทัน!]
[อืม... ปัญหามันก็คือ... ฉันจะเปิดประเด็น และหาทางพูดเรื่องนี้... เพื่อเตือนสติ และให้ข้อมูลกับคุณพ่อ ได้ยังไงดีหว่า...]
หลี่ตง ตกอยู่ในสภาวะครุ่นคิด และขบคิดหาวิธี... ที่จะเปิดประเด็น และพูดคุยเรื่องนี้ กับหลี่เจ๋อ อย่างแนบเนียน
ทางด้านของหลี่เจ๋อนั้น... ทันทีที่เขาได้สดับรับฟัง และรับรู้ถึงเสียงในใจ และข้อมูลอันล้ำค่าทั้งหมด... จากปากของลูกชายแล้วนั้น! ภายในใจของเขา ก็ถึงกับหัวเราะร่า และฉีกยิ้มกว้างอย่างเบิกบาน!... งานนี้... เขาประสบความสำเร็จ ในการล้วงความลับ และสูบข้อมูลออกมาได้อย่างมากมายมหาศาล และราบรื่น และงดงามซะเหลือเกิน!... สำหรับแผนการ และโปรเจกต์ในการลงทุนกับบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ในลำดับต่อไปนั้น... ตอนนี้ ภายในหัวของเขามันสว่างวาบ และมีทิศทางที่ชัดเจนจนทะลุปรุโปร่ง ไปหมดแล้วล่ะ!
"คุณพ่อครับ!...เทคโนโลยี และความสามารถของไอ้บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลที่ว่าเนี่ย... มันล้ำเลิศ และยอดเยี่ยมขนาดนั้นเลยเหรอครับ?... ตกลงว่า ธุรกิจหลักของพวกเขาคืออะไรกันแน่ครับ?... แล้วทำไม จู่ๆ พวกเขาถึงได้ไปสะดุดขา และโดนบริษัทหวันจีเตี้ยน ฟ้องร้องเรื่องสิทธิบัตร เอาได้ล่ะครับ?... หรือว่า... ในช่วงเวลาที่พวกเขาซุ่มวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีน่ะ... พวกเขาสะเพร่า และมองข้ามปัญหาในเรื่องนี้ ไปงั้นเหรอครับ?"
หลี่ตง แสร้งทำเป็นตั้งคำถาม และทำหน้าซื่อตาใสราวกับคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อะไรเลย!
หลี่เจ๋อคลี่ยิ้มออกมาบางๆ... ย่อมล่วงรู้ และรู้ทันถึงจุดประสงค์ และเจตนารมณ์ ในการตั้งคำถาม ของลูกชาย เป็นอย่างดี!... เขาจึงเลือกที่จะเล่นตามน้ำ และไหลตามน้ำไปกับคำพูดของลูกชาย อย่างแนบเนียน ว่า "ก็คงจะเลินเล่อ และสะเพร่าไปจริงๆ นั่นแหละลูกเอ๊ย!"
"ก็แหม...ดร. จางหรูจิงผู้ก่อตั้งบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลน่ะ... เขาถือว่าเป็นปรมาจารย์ และยอดฝีมือด้านเทคโนโลยีระดับแถวหน้า ของวงการเชียวนะ!... ในอดีต เขาเคยบุกเบิก และก่อตั้งบริษัทที่ชื่อว่าซื่อต้า เซมิคอนดักเตอร์อยู่ที่ไต้หวัน!... แต่ทว่า น่าเสียดาย... ที่ในภายหลัง บริษัทของเขา ดันถูกบริษัทหวันจีเตี้ยนเทกโอเวอร์ และฮุบกิจการไปซะได้!"
"และจากแหล่งข่าว และข้อมูลที่พ่อได้ไปสืบมานั้น... สาเหตุหลัก และประเด็นสำคัญ ที่ทำให้บริษัทหวันจีเตี้ยน ยื่นฟ้องบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลน่ะ... มันก็เป็นเพราะว่า ทางบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ดันทะลึ่งไปหยิบยืม และนำเอาเทคโนโลยีบางตัว... จากสมัยที่ ดร. จางหรูจิง ยังทำงานอยู่ที่ซื่อต้า เซมิคอนดักเตอร์มาใช้งานน่ะสิ!"
"ดีไม่ดี... บางที ในตอนนั้นดร. จางหรูจิงอาจจะมองโลกในแง่ดี และไม่คาดคิดว่าการที่เขานำเอาเทคโนโลยี ที่ตัวเองเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเอง... กลับมาใช้งาน... มันจะกลายเป็นข้ออ้าง ให้ถูกบริษัทหวันจีเตี้ยน ตามมาฟ้องร้อง และรังควานเอาได้แบบนี้มั้ง!... เขาถึงได้ประมาท และหละหลวมไปซะได้..."
หลี่ตง แสร้งทำเป็นพยักหน้าหงึกหงัก และทำหน้าครุ่นคิดราวกับคนที่เพิ่งจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ... ก่อนจะเอ่ยต่อ ว่า "อ๋อ... เรื่องราวมันเป็นแบบนี้นี่เอง!... แต่ทว่า คุณพ่อครับ!...ในเมื่อ มันเคยเกิดเหตุการณ์ และปัญหาวุ่นวายแบบนี้ ขึ้นมาแล้วครั้งนึงล่ะก็!... ผมว่านะ... ถ้าหากคุณพ่อ ตัดสินใจ ที่จะกระโดดเข้าไปร่วมลงทุน และเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็!...ทางที่ดีที่สุด และทางออกที่ปลอดภัยที่สุดก็คือ... คุณพ่อสมควรที่จะโน้มน้าว และบีบบังคับให้พวกเขา หันมาวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ... ที่มีสิทธิบัตร และกรรมสิทธิ์เป็นของตัวเองแบบ 100% เต็มไปเลยดีกว่านะครับ!... เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม และป้องกันไม่ให้ต้องมาปวดหัว และเผชิญหน้ากับปัญหาเดิมๆ ซ้ำรอย ในอนาคตอีก!"
"ยิ่งไปกว่านั้น... สำหรับเทคโนโลยี และนวัตกรรมจากประเทศอื่นๆ น่ะ... ถ้าหากสามารถหลีกเลี่ยง และไม่ต้องพึ่งพาได้ล่ะก็... ก็สมควรที่จะโละทิ้ง และไม่ใช้งานมันเลยจะดีที่สุดครับ!... ก็เหมือนกับคำคม และประโยคเด็ดที่คุณพ่อ เคยพูดเอาไว้... ตอนที่คุยกับคุณลุงเริ่นแห่งบริษัทเซี่ยเหวย เมื่อวันก่อนนู้น... ยังไงล่ะครับ!... ว่ามีเพียงเทคโนโลยี ที่เราเป็นเจ้าของเองอย่างแท้จริงเท่านั้น... ถึงจะเรียกว่า เป็นของเราอย่างแท้จริง! "
"เพราะเมื่อใดก็ตาม ที่ภายในเทคโนโลยีของเรา... มันดันมีส่วนประกอบ และเศษเสี้ยวของเทคโนโลยี จากต่างชาติ เจือปนอยู่ล่ะก็!... วันดีคืนดี ถ้าหากไอ้พวกนั้น มันเกิดไม่สบอารมณ์ และอยากจะหาเรื่องเราขึ้นมาล่ะก็!... พวกมันก็สามารถกลั่นแกล้ง และบีบคอเราได้ทุกเมื่อเลยนะครับ!... ดังนั้น ถ้าหากเราต้องการ ที่จะหลุดพ้น และลบจุดอ่อนไม่ให้ใครหน้าไหน มาชี้นิ้วสั่ง และตลบหลังเราได้ล่ะก็!...ทางออกเดียว และเป้าหมายสูงสุดของเรา ก็คือ... ต้องมุ่งมั่นวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี ที่เป็นของเราเอง แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ให้จงได้ครับ!"
"ดังนั้น... ต่อให้ในอนาคต จะมีประเทศไหน และบริษัทใดอยากจะมากลั่นแกล้ง และสกัดดาวรุ่งเราอีกล่ะก็!... พวกมันก็หมดสิทธิ์ และหาข้ออ้างมาเล่นงานเรา ไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะครับ!..."
"อืม... สิ่งที่ลูกพูดมา... มันก็ตรงใจ และตรงกับความคิดของพ่อ เป๊ะๆ เลยล่ะ! ... เดี๋ยวหลังจากที่ พ่อได้รับข่าวสาร และการยืนยันจากทางกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ เรียบร้อยแล้วนะ... พ่อตั้งใจเอาไว้ว่า จะหาเวลาไปนัดพบ และจับเข่าคุยกับดร. จางหรูจิงสักรอบนึง!... เพื่อที่จะได้เจรจา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างลึกซึ้ง... เกี่ยวกับประเด็นในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเลยล่ะ!"
หลี่เจ๋อเอ่ยตอบ และให้คำมั่น
เมื่อได้รับฟังคำยืนยัน และแผนการของพ่อ... ภายในใจของหลี่ตง ก็ถึงกับถอนหายใจยาว และโล่งอกไปเปราะหนึ่ง!
ก็แหม... ในมุมมอง และความคิดของเขานั้น... ในเมื่อ เขาอุตส่าห์ชี้ช่อง และให้ข้อมูลไปจนหมดเปลือกซะขนาดนี้แล้ว!... และ การที่พ่อของเขาเอง ก็มีวิสัยทัศน์ และมีความตระหนักรู้ในเรื่องนี้ อยู่เต็มเปี่ยม!... ดังนั้นภารกิจ และความท้าทายในลำดับต่อไป... มันก็ขึ้นอยู่กับว่า... พ่อของเขา จะมีวาทศิลป์ และความสามารถในการโน้มน้าว และกล่อมให้ดร. จางหรูจิง ยอมคล้อยตาม ได้สำเร็จ หรือไม่!... ก็เท่านั้นเอง!
ซึ่งในส่วนนี้น่ะ... มันก็อยู่นอกเหนือความควบคุม และเกินขอบเขตที่เด็กอย่างเขา จะสามารถก้าวก่าย และยื่นมือเข้าไปสอดได้แล้วล่ะนะ!
สองวันให้หลัง... ทางกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็ได้ต่อสายตรง และติดต่อกลับมาหาหลี่เจ๋อ อีกครั้ง!... พร้อมกับแจ้งข่าวดี ว่าพวกเขาสามารถประสานงาน และติดต่อกับบรรดากลุ่มทุนต่างชาติ ที่เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ได้สำเร็จแล้ว!
เพียงแต่ว่า... สำหรับรายละเอียด และขั้นตอนในการเปิดโต๊ะเจรจา เพื่อเจรจาซื้อหุ้น... จากบรรดากลุ่มทุนต่างชาติ ที่มีความต้องการจะลดสัดส่วนหุ้นลงนั้น... ทางหลี่เจ๋อ จำเป็นจะต้องส่งตัวแทน และมอบหมายคนเข้าไปเปิดโต๊ะเจรจา และลงลึกในรายละเอียดด้วยตัวเอง!
ซึ่งเรื่องนี้... มันก็สมเหตุสมผล และเป็นไปตามหลักการอยู่แล้วล่ะนะ!
ก็ในเมื่อ... อีกฝ่าย มีสถานะเป็นกลุ่มทุนต่างชาตินี่นา... การทำธุรกิจ มันก็ต้องว่ากันไปตามเนื้อผ้า และเจรจากันด้วยผลประโยชน์ล้วนๆ! ทางกระทรวงฯ เอง เขาก็มีหน้าที่ เป็นเพียงแค่พ่อสื่อ และผู้ประสานงานในเบื้องต้น เท่านั้นเองแหละ!
ทันทีที่ ได้รับข่าวสาร และการยืนยันจากทางกระทรวงฯ... หลี่เจ๋อ ก็ไม่รอช้า รีบออกคำสั่ง และส่งตัว อวี๋โปรองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายการลงทุน ของบริษัทเจ๋อรัน อินเวสต์เมนต์... ให้รีบดำเนินการติดต่อไปหา และเปิดโต๊ะเจรจากับบรรดาบริษัท และกลุ่มทุนต่างชาติ... ที่มีความต้องการ และอยากจะเทขายหุ้นของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ในทันที!
พร้อมกับ มอบหมายให้เขา... เป็นตัวแทน เข้าไปเจรจา และต่อรองราคาอย่างเต็มรูปแบบ!
และหลังจากที่ ต้องฟาดฟัน และงัดข้อในการเจรจาต่อรอง กันอยู่หลายต่อหลายรอบ!... ท้ายที่สุดแล้ว บริษัทเจ๋อรัน อินเวสต์เมนต์ ก็ต้องยอมควักกระเป๋า และทุ่มเม็ดเงินสูงลิ่ว ถึง 2.1 พันล้านหยวนถ้วน!... เพื่อทำการกว้านซื้อ และฮุบสัดส่วนหุ้นในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... จากบรรดากลุ่มทุนต่างชาติ มาได้สำเร็จ!
ซึ่งสัดส่วนหุ้น ที่ได้มานั้น... คิดเป็นจำนวนมหาศาล ถึง 11.7% ของหุ้นทั้งหมด เลยทีเดียว!
จนส่งผลให้ บริษัทเจ๋อรัน อินเวสต์เมนต์... ได้ผงาด และก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อันดับสองของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ในชั่วพริบตา!
และหลังจากที่ บรรดากลุ่มทุนต่างชาติ อย่างเกาเซิ่งและหัวเติง พากันเทขาย และลดสัดส่วนหุ้น ... หรือแม้กระทั่งถอนทุน และโบกมือลาออกไปจนหมดเกลี้ยงแล้วนั้น!... ตำแหน่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อันดับหนึ่งของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... ก็ตกเป็นของบริษัท ม๋อตู สือเย่ อย่างเป็นทางการ!... ด้วยสัดส่วนการถือหุ้น อยู่ที่ประมาณ 13% เท่านั้นเอง!
และเพื่อที่จะฮุบ และกว้านซื้อหุ้น 11.7% ของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ก้อนนี้นั้น!... หลี่เจ๋อ ไม่เพียงแต่จะต้องทุ่ม และเทหน้าตักนำเอาเม็ดเงินกว่า 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เขาเพิ่งจะแปลงเป็นเงินสด และถอนทุนจากการเทขายหุ้นของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี บนกระดานหุ้นเมื่อวันก่อน... มาอัดฉีด เข้าไปจนหมดเกลี้ยง เท่านั้นนะ!
เขายังต้องโยกย้าย และดึงเม็ดเงินจากเงินปันผลส่วนใหญ่ ของบริษัทรถพลังงานไฟฟ้าเฟิงฉือมาร่วมสบทบทุน เข้าไปด้วย!
ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้ว...เดิมที หลี่เจ๋อตั้งเป้า และวางแผนเอาไว้ว่า... เขาจะเก็บหอมรอมริบ และเก็บเม็ดเงินก้อนนี้เอาไว้... เพื่อนำไปใช้โปะ และชำระหนี้เงินกู้ยืม จำนวนหนึ่งพันล้านหยวนจากทางธนาคารพาณิชย์เซี่ยงไฮ้ ในอนาคตต่างหาก!... แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน และมีโอกาสทองมาจ่ออยู่ตรงหน้าแบบนี้ล่ะก็! เขาจึงทำได้เพียงแค่ยืม และโยกเม็ดเงินก้อนนี้ มาหมุนเวียนใช้ก่อน ชั่วคราว!
ก็แหม...ยังไงซะกำหนดการ และวันครบกำหนดชำระหนี้สำหรับเงินกู้ยืม ก้อนหนึ่งพันล้านหยวนน่ะ... มันก็ยังเหลือเวลา และอีกยาวไกลเลยนี่นา!
ส่วนทางด้านของ... บริษัทรถพลังงานไฟฟ้าเฟิงฉือนั้น... ตลอดทั้งปี ค.ศ. 2003 ... พวกเขาสามารถทำยอดขาย และยอดจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งหมด... ได้สูงลิ่วถึงสามล้านหนึ่งแสนกว่าคันเลยทีเดียว!... ซึ่งลำพังแค่ยอดขายภายในประเทศเพียงอย่างเดียวนั้น... มันก็พุ่งกระฉูด ไปแตะระดับสองล้านสามแสนกว่าคันเข้าไปแล้ว!
ซึ่งนั่น... มันก็เทียบเท่ากับว่า พวกเขาสามารถยึดครอง และฮุบส่วนแบ่งทางการตลาด ภายในประเทศ... ไปได้มากกว่า 50% อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!
ส่วนยอดขาย และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอีกแปดแสนกว่าคันที่เหลือนั้น... มันก็คือสินค้าส่งออก และยอดสั่งซื้อจากทางตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั่นเอง!
และสำหรับผลกำไร และผลประกอบการของบริษัทรถพลังงานไฟฟ้าเฟิงฉือ ในปี ค.ศ. 2003 นั้น... มันก็ช่างน่าทึ่ง และมหาศาลซะจนทะลุกำแพงสามพันล้านหยวนไปได้อย่างงดงาม!... ถึงแม้ว่า ... ทางฝั่งของบริษัทรถพลังงานไฟฟ้าเฟิงฉือ... จะมีภาระค่าใช้จ่าย และต้องควักกระเป๋า และลงทุนมหาศาลไปกับการก่อสร้าง และขยายสวนอุตสาหกรรมแห่งใหม่... ก็ตามที!
และ การอัดฉีดเม็ดเงิน และสนับสนุนงบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนาในลำดับต่อไป... ที่ต้องใช้เม็ดเงิน จำนวนไม่น้อย เช่นเดียวกัน!
แต่ถึงกระนั้น...หลี่เจ๋อ ก็ยังคงตัดสินใจเจียด และจัดสรรเม็ดเงินครึ่งหนึ่งของผลกำไรสุทธิ... มาทำการจ่ายเงินปันผล และแจกจ่ายให้กับผู้ถือหุ้น อยู่ดี!... ซึ่งมันก็ส่งผลให้ เขาได้รับ และกอบโกยเม็ดเงินเข้ากระเป๋า ไปได้เหนาะๆ กว่าหนึ่งพันกว่าล้านหยวน !... ซึ่งนั่น มันก็เพียงพอ และพอดีเป๊ะสำหรับการนำไปสมทบทุน และจ่ายค่าตัวในการกว้านซื้อหุ้นของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล นั่นเอง!
และหลังจากที่ หลี่เจ๋อ สามารถฮุบ และกลืนกินสัดส่วนหุ้น 11.7% ของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... มาครอบครอง ได้สำเร็จอย่างราบรื่นแล้วนั้น...ช่วงเวลา และปฏิทินมันก็ล่วงเลย เข้าสู่ช่วงใกล้จะถึง และใกล้เทศกาลตรุษจีนเข้าไปทุกทีแล้ว!
ในขณะเดียวกัน...
หลี่เจ๋อ ก็ได้อาศัยสถานะ และบารมีในการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... ทำการต่อสายตรง และติดต่อไปหา จางหรูจิงโดยตรง!... เพื่อนัดหมาย และขอนัดพบกับเขา เป็นการส่วนตัว!
โดยสถานที่ และจุดนัดพบในครั้งนี้นั้น... ก็คือบ้านพัก และที่พักส่วนตัวของจางหรูจิง นั่นเอง!
ก็แหม... ในเมื่อที่ตั้ง และสำนักงานใหญ่ของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... มันก็ตั้งตระหง่าน และมีฐานที่มั่นอยู่ภายในมหานครเซี่ยงไฮ้ แห่งนี้ เช่นเดียวกันนี่นา!... ดังนั้น สำหรับหลี่เจ๋อแล้ว... การที่จะดั้นด้น และเดินทางไปพบเขา... มันก็เป็นเรื่องที่ง่ายดาย และสะดวกสบายเอามากๆ!
"ดร. จาง!... ผมได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม และเลื่อมใสในตัวคุณ มานานแล้วล่ะครับ!"
ทันทีที่ก้าวเท้า เข้าสู่บ้านพักของจางหรูจิง... หลี่เจ๋อ ก็รีบคลี่ยิ้ม และเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง ในทันที!
จางหรูจิง รีบโค้งรับ และกล่าวตอบอย่างกระตือรือร้น "คุณหลี่เกรงใจ และถ่อมตัวเกินไปแล้วครับ!... มาครับ! รีบเข้ามา และเชิญนั่งก่อนเลยครับ!"
หลังจากที่เชื้อเชิญ และต้อนรับให้หลี่เจ๋อ หย่อนตัวลงนั่ง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว... จางหรูจิง ถึงได้เปิดประเด็น และเอ่ยถามเข้าเรื่อง ว่า "คุณหลี่ครับ...เมื่อคราวก่อน ตอนที่เราคุยกันทางโทรศัพท์น่ะ... คุณได้เกริ่น และทิ้งท้ายเอาไว้... ว่ามีประเด็น และเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับทิศทาง และอนาคตการพัฒนาของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... ที่อยากจะนำมาหารือ และพูดคุยกับผม... เป็นการส่วนตัวน่ะครับ!... ไม่ทราบว่า...รายละเอียด และจุดประสงค์หลักของคุณ... มันคือเรื่องอะไรกันแน่ครับ? "
หลี่เจ๋อคลี่ยิ้ม และตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ว่า "ดร. จางครับ...เอาเข้าจริงๆ แล้ว ... ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ ว่าคำพูด และประเด็นที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้... มันจะเหมาะสม และสมควรที่จะพูดออกไป หรือเปล่าน่ะครับ!...แต่ประเด็นหลักๆ ของผม ก็คือ... เรื่องที่บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลกำลังตกเป็นเป้าหมาย และกำลังถูกบริษัทหวันจีเตี้ยน ฟ้องร้องอยู่ในขณะนี้นั่นแหละครับ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น...สีหน้า และแววตาของจางหรูจิง ก็พลันตึงเครียด และจริงจังขึ้นมาในทันที! ... เขาเอ่ยตอบ ว่า "คุณหลี่...ไม่ต้องเกรงใจ และพูดมาตามตรงได้เลยครับ! "
หลี่เจ๋อพยักหน้ารับ... ก่อนจะเปิดประเด็น และอธิบาย ว่า "สำหรับคดีความ และการฟ้องร้องของบริษัทหวันจีเตี้ยน ในครั้งนี้นั้น...ผมเอง ก็ได้ไปสืบสาวราวเรื่อง และทำความเข้าใจมาคร่าวๆ แล้วล่ะครับ!...ซึ่งประเด็นหลัก และข้อกล่าวหาของพวกเขานั้น... มันก็คือ การที่บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ได้ทำการหยิบยืม และใช้งานเทคโนโลยีบางส่วน...จากสมัยที่คุณยังคงดำรงตำแหน่ง อยู่ที่บริษัทซื่อต้า เซมิคอนดักเตอร์น่ะสิครับ! "
"และในเมื่อ...บริษัทซื่อต้า เซมิคอนดักเตอร์น่ะ... มันดันถูกบริษัทหวันจีเตี้ยนเทกโอเวอร์ และฮุบกิจการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!...นี่แหละ!... มันถึงได้กลายเป็นรากเหง้า และต้นตอของปัญหาทั้งหมด!... หรือดีไม่ดี ... มันอาจจะเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง และเครื่องมือที่พวกเขานำมาใช้ ในการรังควาน และเล่นงานบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... ก็เท่านั้นเอง!"
เมื่อได้รับฟังการวิเคราะห์ และข้อเท็จจริงจากปากของหลี่เจ๋อ... จางหรูจิง ก็ได้แต่ถอนหายใจยาว และพยักหน้ารับอย่างขมขื่น ... ก่อนจะเอ่ย ว่า "ถูกต้องครับ... "
หลี่เจ๋อ ไม่รอช้า รีบรุกฆาต และโยนหินถามทางต่อในทันที! "แล้ว... ดร. จาง... เคยมีความคิด และมีเป้าหมาย ที่จะ... ตัดใจ และโละทิ้งเทคโนโลยีเก่าๆ สมัยที่อยู่ซื่อต้า เซมิคอนดักเตอร์พวกนั้น... ให้มันจบๆ ไปซะ! ... แล้วหันมาเริ่มต้นใหม่ และนับหนึ่งด้วยตัวเอง!...เพื่อมุ่งมั่นวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ... ที่มีกรรมสิทธิ์ และเป็นของพวกเราอย่างแท้จริง แบบ 100% เต็ม... บ้างหรือเปล่าครับ? "
จางหรูจิง ถึงกับขมวดคิ้วแน่น และสีหน้าเคร่งเครียดในทันที! ... เขาอธิบาย และชี้แจง ว่า "ถ้าหากเราต้องการ ที่จะเริ่มต้นใหม่ และนับหนึ่งตั้งแต่ก้าวแรก จริงๆ ล่ะก็!...การที่เราจะต้องไปโละทิ้ง และยกเลิกการใช้งานเทคโนโลยีพวกนั้นน่ะ...มันจะส่งผลกระทบ ต่อกำลังการผลิต และสายการผลิตในปัจจุบันของเรา... อย่างมหาศาล และรุนแรงเลยนะครับ!"
"เอาเข้าจริงๆ แล้ว...เรื่องทั้งหมดนี้... มันก็เป็นเพราะความเลินเล่อ และความโง่เขลาของตัวผมเอง ในอดีตนั่นแหละครับ! ... ที่ดันมองข้าม และนึกไม่ถึงถึงประเด็นนี้!... จนกลายเป็นการหยิบยื่น และเปิดช่องว่างให้บริษัทหวันจีเตี้ยน ได้ฉวยโอกาส... นำมาใช้เป็นข้ออ้าง และข้ออ้างในการโจมตี... ได้อย่างน่าเจ็บใจ!"
"ผมไม่เคยคาดคิด และวาดฝันมาก่อนเลยจริงๆ ครับ... ว่าผลงาน และเทคโนโลยีที่ผมอุตส่าห์ทุ่มเท และคิดค้นขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองแท้ๆ!... แต่มาวันนี้... ผมกลับหมดสิทธิ์ และไม่สามารถนำมันมาใช้งานได้!... แถมยังต้องมาโดนหมายศาล และถูกฟ้องร้องเพราะมัน อีกต่างหาก!"
"ถ้าอย่างนั้น... ดร. จาง คิดว่า... สำหรับคดีฟ้องร้อง ในครั้งนี้น่ะ...โอกาส และเปอร์เซ็นต์ที่บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล จะเป็นฝ่ายชนะคดี และเอาชนะได้น่ะ... มันมีอยู่สักเท่าไหร่เหรอครับ?" หลี่เจ๋อตั้งคำถาม และจี้จุด
จางหรูจิง ตกอยู่ในสภาวะครุ่นคิด และประมวลผลอยู่ชั่วครู่...ก่อนที่เขา จะถอนหายใจยาว และฝืนยิ้มอย่างขมขื่น ว่า "ผมเกรงว่า... มันคงจะยากลำบาก และแทบจะไม่มีหวังเลยล่ะครับ! ...ทางออกที่ดีที่สุด และผลลัพธ์ที่สวยงามที่สุดที่พวกเราพอจะทำได้ ในตอนนี้น่ะ... ก็คือ การพยายามไกล่เกลี่ย และขอประนีประนอมยอมความกับทางบริษัทหวันจีเตี้ยน เท่านั้นแหละครับ! "
"แต่ทว่า...การที่เราจะต้องยอมจำนน และจ่ายค่าชดเชยไปมากน้อยแค่ไหนนั้น... มันก็ยากที่จะคาดเดา และประเมินได้จริงๆ ครับ!"
หลี่เจ๋อพยักหน้ารับและชี้แจงเหตุผลในทันที "ด้วยเหตุผลนี้นี่แหละครับ!...ผมถึงได้มีความคาดหวัง และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า!... ที่อยากจะเห็น ดร. จาง... เป็นแกนนำ ในการนำพาบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลพลิกโฉม และเริ่มต้นใหม่ด้วยตัวเอง!...ด้วยการตัดใจ และโละทิ้งเทคโนโลยีเก่าๆ ให้หมดเกลี้ยง!... หรือดีไม่ดี... ก็ควรที่จะกวาดล้าง และโละทิ้งเทคโนโลยี จากประเทศอื่นๆ... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกาให้มันจบๆ ไปซะ!... แล้วหันมาเริ่มต้นใหม่ และนับหนึ่งตั้งแต่ศูนย์!... เพื่อวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี... ที่มีกรรมสิทธิ์ และเป็นของพวกเราอย่างแท้จริง... ขึ้นมาใหม่ทั้งหมดครับ! "
พูดมาถึงตรงนี้... หลี่เจ๋อ ก็ชะงัก และเว้นจังหวะเล็กน้อย...ก่อนจะพูดต่อ ว่า "ก็แหม...ต่อให้ในครั้งนี้ พวกเราจะสามารถเจรจา และไกล่เกลี่ยกับบริษัทหวันจีเตี้ยน ได้สำเร็จ!... และ การที่เราอาจจะต้องยอมสูญเสีย และจ่ายค่าชดเชยไปมากมายมหาศาล แค่ไหนก็ตามที!...แต่ใครหน้าไหนล่ะครับ... ที่จะกล้าการันตี และรับประกันได้ 100% เต็ม!... ว่าในอนาคต ไอ้พวกนั้น มันจะไม่เล่นแง่ และหาข้ออ้างที่มันซ้ำซาก และคล้ายคลึงกันแบบนี้... กลับมายื่นฟ้อง และรังควานพวกเรา อีกน่ะ!"
"และถ้าหากเหตุการณ์แบบนั้น มันเกิดขึ้นจริงๆ ขึ้นมาล่ะก็!...เมื่อถึงตอนนั้น... บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล จะมีวิธีการ และแผนรับมือยังไงล่ะครับ?"
"อ... เอ่อ... เรื่องนั้น... "
เมื่อถูกคำถาม และข้อเท็จจริงของหลี่เจ๋อ แทงใจดำเข้าอย่างจัง...จางหรูจิง ก็ถึงกับอ้าปากค้าง และพูดไม่ออกไปชั่วขณะ!... "ถ้าหากบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล สามารถเจรจา และไกล่เกลี่ยกับบริษัทหวันจีเตี้ยน ได้สำเร็จแล้วจริงๆ ล่ะก็!...พวกเขาก็คงจะไม่ถึงขั้นตระบัดสัตย์ และกลืนน้ำลายตัวเองหรอกมั้งครับ? "
หลี่เจ๋อส่ายหน้าเบาๆ และปฏิเสธความคิดนั้น ในทันที! "เรื่องนั้นน่ะ...อย่าได้คาดหวัง และอย่าได้ประมาทเชียวนะครับ! ... ดร. จางครับ!...ผมขอตั้งคำถาม และถามคุณตรงๆแค่ประโยคเดียวก็พอครับ!... คุณคิดว่า สำหรับบริษัทหวันจีเตี้ยนแล้วน่ะ... ...จุดประสงค์หลัก และเป้าหมายที่แท้จริงในการที่พวกเขาตัดสินใจยื่นฟ้อง และเล่นงานบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... มันเป็นเพียงแค่การเรียกร้อง และอยากจะได้เงินค่าชดเชย เพียงเล็กน้อย... หรือว่า ... พวกเขามีความปรารถนา และความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า!... ที่จะบดขยี้ และทำลายล้างบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ให้ย่อยยับ... เพื่อเป็นการกำจัด และถอนรากถอนโคนคู่แข่งตัวฉกาจ... ไปให้พ้นทางกันแน่ครับ?"
"ถ้าหากว่าจุดประสงค์ของพวกเขานั้น มันเป็นอย่างแรก ... การที่ทั้งสองฝ่าย สามารถไกล่เกลี่ย และยุติความขัดแย้งกันได้สำเร็จ... มันก็อาจจะทำให้ ไอ้พวกนั้น เลิกหาเรื่อง และกลั่นแกล้งเราไปจริงๆ ก็ได้ครับ!... แต่ทว่า... ถ้าหากเป้าหมาย และความต้องการที่แท้จริงของพวกเขานั้น มันคืออย่างหลังล่ะก็!...เมื่อถึงตอนนั้นบทสรุป และผลลัพธ์ที่จะตามมา... มันก็ชัดเจน และกระจ่างแจ้งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ!"
"หรือถ้าจะให้อธิบาย และเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกล่ะก็!...ถ้าหากว่า ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา และลองสลับบทบาทกันดู!... ถ้าหากว่าผม เป็นผู้บริหาร และเป็นตัวแทนของบริษัทหวันจีเตี้ยนล่ะก็!...ผมก็คงจะมีความปรารถนา และมีความมุ่งมั่นอย่างสุดหัวใจ!... ที่จะบดขยี้ และทำลายล้างคู่แข่งอย่างบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ให้สิ้นซาก... มากกว่าที่จะมานั่งพอใจ และรับเงินค่าชดเชย แค่เศษเงิน แบบนั้นอย่างแน่นอนครับ!"
"และถ้าหากในอนาคต... บริษัทหวันจีเตี้ยน ดันแผลงฤทธิ์ และยื่นฟ้องบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ขึ้นมาอีกจริงๆ ล่ะก็!...เมื่อถึงเวลานั้น... บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล จะต้องยอมสูญเสีย และจ่ายค่าชดเชยที่แสนจะแพงหูฉี่ และมหาศาลแค่ไหน... ถึงจะสามารถระงับ และยุติปัญหาลงได้อีกล่ะครับ?"
"การที่เราจะต้องฝากอนาคต และเอาชะตากรรมไปผูกติดอยู่กับความเมตตา และเงื้อมมือของคนอื่นน่ะ...มันไม่ใช่แผนการ และหนทางที่จะนำไปสู่ความยั่งยืน ได้หรอกนะครับ! "
จางหรูจิง ถึงกับขมวดคิ้วแน่น และสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้ง! ... เขาตกอยู่ในสภาวะครุ่นคิด และทบทวนอย่างหนักหน่วง!
ผ่านไปเนิ่นนาน...เขาถึงได้ถอนหายใจยาว และระบายลมหายใจออกมา ก่อนจะเอ่ย ว่า "สิ่งที่คุณหลี่พูดมา... มันก็มีเหตุผล และปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ครับ! ... เรื่องนี้ มันถือเป็นความเสี่ยง และจุดอ่อนที่แอบแฝงอยู่...หรือจะเรียกว่า เป็นระเบิดเวลา และชนวนระเบิดที่พร้อมจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ เลยก็ว่าได้ครับ!"
"เพียงแต่ว่า...ถ้าหากพวกเรา ตัดสินใจ ที่จะตัดใจ และโละทิ้งเทคโนโลยีเก่าๆ พวกนั้นไปจนหมดเกลี้ยงจริงๆ ล่ะก็!... มันจะส่งผลกระทบ ต่อบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... ในระดับที่มหาศาล และรุนแรงจนตั้งตัวไม่ติดเลยนะครับ!"
"ยิ่งไปกว่านั้น...เมื่อสักครู่นี้ คุณหลี่ก็เพิ่งจะเสนอ และแนะนำเอาไว้ด้วยนี่ครับ... ว่าคุณมีความคาดหวัง ที่อยากจะให้บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล...โละทิ้ง และกวาดล้างเทคโนโลยีเก่าๆ ของผม สมัยที่อยู่ซื่อต้า เซมิคอนดักเตอร์ไปให้หมด... และ ยังอยากจะให้โละทิ้ง และเลิกพึ่งพาเทคโนโลยี จากต่างประเทศ... ไปด้วยพร้อมๆ กัน! ... การที่เราจะต้องมาเริ่มต้นใหม่ และนับหนึ่งตั้งแต่ศูนย์ แบบนี้น่ะ!... มันจะต้องใช้เม็ดเงิน และเงินทุนมากมายมหาศาล... และ ต้องสูญเสียเวลา และใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน จนคาดไม่ถึงเลยนะครับ!"
"ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่า... บรรดาผู้ถือหุ้น และผู้มีอำนาจคนอื่นๆ... พวกเขาจะเห็นด้วย และยอมอนุมัติให้ทำแบบนี้ หรือเปล่าด้วยซ้ำ! ... แม้กระทั่งตัวผมเอง... ผมก็ยังแอบรู้สึกว่า... มันไม่มีความจำเป็น และดูจะโอเวอร์เกินไปสักหน่อยเลยนะ!...อย่างมากที่สุด ก็แค่... ยกเลิกการใช้งาน เทคโนโลยีเก่าๆ ของผม สมัยที่อยู่ซื่อต้า เซมิคอนดักเตอร์ ... มันก็น่าจะเพียงพอ และแก้ปัญหาได้แล้วนี่นา!...ส่วนเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาและเทคโนโลยี จากประเทศอื่นๆ น่ะ... ทำไมเราถึงต้องไปแอนตี้ และโละทิ้งมันด้วยล่ะครับ?"
เห็นได้อย่างชัดเจน... ว่าจางหรูจิงไม่เข้าใจ และมีข้อกังขาต่อแนวคิดนี้ ของหลี่เจ๋อ อย่างรุนแรง!
หลี่เจ๋ออธิบาย และยกตัวอย่างในทันที "ผมคิดว่า... สำหรับ ดร. จางแล้วน่ะ...คุณคงจะคุ้นเคย และรู้จักกรณีศึกษา และเหตุการณ์ในหน้าประวัติศาสตร์ อย่างข้อตกลงพลาซา ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับประเทศญี่ปุ่น!... และเหตุการณ์สะเทือนโลก และคดีฉาวของบริษัท Alstom แห่งประเทศฝรั่งเศส... เป็นอย่างดี ใช่ไหมล่ะครับ? ... ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้น่ะ... มันคือบทเรียน และอุทาหรณ์สอนใจชั้นยอด เลยนะครับ!"
"ย้อนกลับไป ในอดีต...ประเทศญี่ปุ่นน่ะ... ก็เพียงเพราะว่าเศรษฐกิจ และความรุ่งเรืองของพวกเขา... มันดันไปสั่นคลอน และคุกคามสถานะอันมั่นคง ของสหรัฐอเมริกา เข้าเท่านั้นเอง!... พวกเขาถึงได้ถูกบีบบังคับ และใช้อำนาจมืดให้ต้องจำยอม เซ็นข้อตกลงพลาซา ... จนส่งผลให้ เศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น ต้องดิ่งลงเหว และซบเซาและไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อีกเลย... จนถึงทุกวันนี้!"
"ส่วนกรณีของ บริษัท Alstom แห่งประเทศฝรั่งเศสน่ะ... ก็ไม่ต่างกัน และมีชะตากรรมเดียวกันเลยล่ะครับ! ... พวกเขาถูกสหรัฐอเมริกาแทรกแซง และใช้กฎหมายบีบบังคับจนต้องถูกชำแหละ และแยกชิ้นส่วนขายทิ้ง ไปอย่างน่าอนาถ!...ซึ่งรากเหง้า และต้นตอของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้... มันก็เป็นเพียงเพราะว่า... พวกเขาได้กลายเป็นภัยคุกคาม และหอกข้างแคร่ที่ทำให้สหรัฐอเมริกา รู้สึกไม่ปลอดภัย... ก็เท่านั้นเอง!"
"และสำหรับ ประเทศเซี่ย ของพวกเรา ในตอนนี้นั้น...ถึงแม้ว่าศักยภาพ และความเจริญในหลากหลายมิติ... มันอาจจะยังห่างไกล และเทียบไม่ติดกับสหรัฐอเมริกา ก็ตามที!...แต่ผมมีความเชื่อมั่น และศรัทธาอย่างสุดหัวใจ เลยล่ะครับ!... ว่าสักวันหนึ่ง ประเทศของเรา... จะสามารถผงาด และสร้างแรงกระเพื่อมที่จะส่งผลกระทบ ต่อสหรัฐอเมริกา... ได้อย่างแน่นอน!"
"และเมื่อถึงเวลานั้น...ใครล่ะครับ... ที่จะกล้าการันตี และรับประกันได้!... ว่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ และโศกนาฏกรรมเหล่านั้น... มันจะไม่ซ้ำรอย และวนลูปกลับมาเกิดกับพวกเราอีกล่ะ!...ทันทีที่ ภายในเทคโนโลยีของพวกเรา... ดันมีชิ้นส่วน และส่วนประกอบของเทคโนโลยี จากสหรัฐอเมริกา เจือปนอยู่ล่ะก็!... มันก็ไม่ต่างอะไร และมีสภาพแบบเดียวกับ ที่บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล กำลังโดนบริษัทหวันจีเตี้ยน ฟ้องร้องอยู่ ในตอนนี้นั่นแหละครับ!... มันเท่ากับว่า เรากำลังยื่นดาบ และมอบจุดอ่อนไปให้พวกเขา ไว้ใช้ข่มขู่ และเล่นงานพวกเรา ด้วยมือของเราเอง ชัดๆ!"
"ไอ้พวกนั้น... มันสามารถหยิบยก และนำเอาเรื่องนี้ มาใช้เป็นข้ออ้าง และเครื่องมือ... ในการกลั่นแกล้ง และคว่ำบาตรบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... และออกมาตรการกีดกัน และสั่งแบนในทุกๆ มิติ... ได้ทุกเมื่อเลยนะครับ!"
"ด้วยเหตุผลนี้นี่แหละครับ!...ผมถึงได้เสนอแนะ และร้องขออย่างหนักแน่น... ให้พวกเราหันมาวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี ที่มีกรรมสิทธิ์ และเป็นของพวกเราอย่างแท้จริง!... และ ทางที่ดีที่สุด ก็คือ การปฏิเสธ และไม่ใช้งานเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เลยแม้แต่ชิ้นเดียว!...เพราะไม่อย่างนั้นล่ะก็!... ด้วยความเป็นมหาอำนาจ และความบ้าอำนาจของสหรัฐอเมริกาน่ะ!... ต่อให้เราจะไม่ได้พึ่งพา และใช้งานเทคโนโลยีของพวกเขาโดยตรง... แต่หันไปใช้เทคโนโลยี จากประเทศอื่นๆ แทน ก็ตามที!... ผมเกรงว่า พอถึงวันนั้น และช่วงเวลานั้นจริงๆ ล่ะก็!... สหรัฐอเมริกา ก็คงจะใช้อิทธิพล...บีบบังคับ และสั่งการให้ประเทศเหล่านั้น... ต้องยอมจำนน และออกคำสั่งแบนและใช้มาตรการกีดกัน กับเรา อยู่ดีนั่นแหละครับ!"
"ผมมีความเชื่อมั่น...ว่าเหตุผล และแรงบันดาลใจที่แท้จริง... ที่ทำให้ ดร. จาง ตัดสินใจก่อตั้ง และปลุกปั้นบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ขึ้นมานั้น!... มันคงไม่ได้มีเป้าหมาย และความปรารถนาเพียงแค่ อยากจะสร้างบริษัทธรรมดาๆ และธุรกิจทั่วๆ ไปขึ้นมา... เพื่อแสวงหาผลกำไร และกอบโกยเงินทองเข้ากระเป๋า เท่านั้นหรอกครับ!...แต่ลึกๆ แล้ว... คุณย่อมมีอุดมการณ์ และความทะเยอทะยานอันแรงกล้า... ซ่อนอยู่ภายในใจ อย่างแน่นอน!"
"ถูกต้องครับ! ... ถ้าหากเป้าหมาย และจุดประสงค์ของผม... มันเป็นเพียงแค่ การแสวงหาความมั่งคั่ง และเงินทองเท่านั้นล่ะก็!...ในตอนนั้น ผมก็คงจะไม่ยอมทิ้ง และโบกมือลาจากบริษัทซื่อต้า เซมิคอนดักเตอร์... แล้วดั้นด้นเดินทาง และข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่แผ่นดินใหญ่... เพื่อลงมือก่อตั้ง และบุกเบิกบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ตั้งแต่แรกหรอกครับ!...เพราะภายในใจของผม... มันมีความฝัน และความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ ... ที่อยากจะเห็นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ของประเทศเซี่ยผงาดขึ้นมา และเจริญรุ่งเรือง อย่างแท้จริง!... และเพื่อสานฝัน และทำให้เป้าหมายนี้ ให้กลายเป็นจริงล่ะก็!... ผมยินดีที่จะเสียสละ และทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง ในชีวิตเลยล่ะครับ!"
จางหรูจิงเอ่ยตอบ และประกาศเจตนารมณ์ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น และเด็ดเดี่ยว
หลี่เจ๋อพยักหน้ารับ... ก่อนจะเอ่ย ว่า "ตัวผมเอง... ก็มีความมุ่งหวัง และมีความฝันแบบเดียวกันกับคุณเลยล่ะครับ! ... ผมคาดหวัง และรอคอย ที่จะเห็นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ของประเทศเซี่ย ... สามารถผงาด และก้าวขึ้นมาทัดเทียมกับนานาชาติ ได้อย่างแท้จริง!... และ สามารถครอบครอง และเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ที่มีความก้าวล้ำ และทันสมัยในระดับโลก... โดยมีกรรมสิทธิ์ และสิทธิบัตรเป็นของพวกเราเอง แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม!"
"ด้วยเหตุผลนี้นี่แหละครับ!...ในอดีต ผมถึงได้ตัดสินใจอัดฉีดเม็ดเงิน และร่วมลงทุนในบริษัทเซี่ยซิง ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ !... และ ได้ไปจับมือ และก่อตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัทเซี่ยเหวย ... เพื่อมุ่งเน้นในเรื่องของ การวิจัย และออกแบบชิปโดยเฉพาะ!...และแน่นอนว่า...โปรเจกต์ และการร่วมลงทุนในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ของผม ในครั้งนี้... มันก็ล้วนมีรากฐาน และเจตนารมณ์มาจากความฝัน และเป้าหมายเดียวกันนี้ แหละครับ!"
"ผมมีความปรารถนา และความคาดหวังอย่างสุดหัวใจ...ที่จะสามารถอุทิศตน และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน ให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ของประเทศเซี่ย ... ก้าวไปข้างหน้า ได้อย่างมั่นคงครับ!"
"ดังนั้น...ผมถึงได้มีความคาดหวัง และอยากจะขอร้องให้ ดร. จาง... ยอมเสียสละ และเป็นผู้นำในการนำพาบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล...กวาดล้าง และโละทิ้งเทคโนโลยีจากต่างชาติ ให้หมดเกลี้ยง!... แล้วหันมามุ่งมั่น และทุ่มเทในการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี... ที่มีกรรมสิทธิ์ และเป็นของพวกเราอย่างแท้จริง!... โดยไม่ต้องไปสนใจ และยึดติดกับผลประโยชน์ และความสูญเสียเพียงชั่วคราว!"
"ไม่ต้องไปแคร์ และวิตกกังวล... ว่าผลประกอบการ และรายได้ของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... ในระยะสั้น มันจะดิ่งลงเหว และหดหายไปมากน้อยแค่ไหน!...ผมเพียงแค่ หวังเอาไว้ลึกๆ ว่า... ขอเพียงแค่วันใดวันหนึ่ง และในอนาคตอันใกล้ ...อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ของประเทศเซี่ยของพวกเรา... จะสามารถหลุดพ้น และเป็นอิสระจากการก้าวก่าย และถูกบีบคอจากต่างชาติ... ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!... และ สามารถขจัด และทำลายจุดอ่อน และความเสี่ยง ที่แอบแฝงอยู่... ให้หมดสิ้นไป ได้อย่างแท้จริง!"
"เมื่อถึงวันนั้น...ไม่ว่าเราจะต้องเผชิญหน้า และตกอยู่ในสภาวะที่เลวร้าย และยากลำบากมากมายแค่ไหน ก็ตามที!... พวกเราก็จะสามารถพึ่งพาตัวเอง และยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองได้อย่างสง่างาม!...และเมื่อนั้น... จะไม่มีใครหน้าไหน และบริษัทใด หรือประเทศใด ... ที่จะสามารถมาบีบคอ และเอาเปรียบหรือมากลั่นแกล้ง และรังควานพวกเรา ได้อีกต่อไป!"
ถ้อยคำ และคำประกาศเจตนารมณ์อันหนักแน่น ของหลี่เจ๋อ นั้น...มันได้ทำให้ ภายในใจของจางหรูจิง... ถึงกับฮึกเหิม และเลือดลมสูบฉีดอย่างรุนแรง!
เขาแอบรู้สึกตื้นตัน และดีใจราวกับว่า... เขาได้ค้นพบ และพานพบกับสหายรู้ใจ และคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันเข้าให้แล้วล่ะ!
เมื่อเขาลองทบทวน และพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว...เขาก็ตระหนัก และสัมผัสได้ว่าคำพูดของหลี่เจ๋อ นั้น... มันไม่ใช่เพียงแค่คำกล่าวอ้าง และคำพูดลอยๆอย่างแน่นอน!...ก็แหม... ถ้าหากมันไม่ใช่ความจริง และความจริงใจแล้วล่ะก็!... หลี่เจ๋อ ก็คงจะไม่ยอมทุ่มทุนสร้าง และควักกระเป๋าเม็ดเงินมหาศาล กว่าสองพันล้านหยวน ... เพื่อกว้านซื้อหุ้น 11.7% ของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล มาหมาดๆ แบบนี้หรอก!
ถ้าหากว่า หลี่เจ๋อ เป็นเพียงแค่นักธุรกิจหน้าเลือด และพ่อค้าทั่วไป ...ที่หวังเพียงแค่ การแสวงหาผลกำไร และกอบโกยเงินทองเพียงอย่างเดียวล่ะก็!... เขาคงจะไม่มีทาง และไม่มีวันที่จะมาเสนอแนะ และยื่นข้อเสนอแบบนี้ ออกมาได้อย่างแน่นอน!
เพราะถ้าหากว่า...ตัดสินใจดำเนินรอยตาม และปฏิบัติตามคำแนะนำ ของหลี่เจ๋อ ขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็!...ผลประกอบการ และรายได้ของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... ภายในช่วงหลายปีต่อจากนี้มันจะต้องดิ่งลงเหว และร่วงฮวบฮาบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!...ซึ่งนั่น มันก็จะส่งผลกระทบ ทำให้มูลค่าหุ้น และเงินลงทุนของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล ในมือของเขา... ต้องพลอยร่วงหล่น และเสื่อมค่าตามไปด้วยเช่นเดียวกัน!
ต่อให้เขาจะร่ำรวย และมีเงินถุงเงินถังมากมายมหาศาล แค่ไหนก็ตามที!...แต่มันก็คงจะไม่มีใครโง่ และบ้าบิ่นพอ... ที่จะยอมละลายแม่น้ำ และโยนทิ้งเงินก้อนโต ระดับสองพันล้านหยวนไปแบบฟรีๆ หรอกนะ!
ในจังหวะนั้นเอง... หลี่เจ๋อ ก็ได้เอ่ยต่อ ว่า "ถึงแม้ว่า... การที่พวกเราตัดสินใจ ให้บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลตัดใจ และโละทิ้งเทคโนโลยีเก่าๆ... แล้วหันมาเริ่มต้นใหม่ และนับหนึ่ง ... เพื่อวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี ที่มีกรรมสิทธิ์ และเป็นของพวกเราเองแบบ 100% เต็ม... ในตอนนี้นั้น...มันจะส่งผลกระทบ ต่อการเจริญเติบโต และผลประกอบการของบริษัท... ในปัจจุบันนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!"
"แต่นั่น... มันก็เป็นเพียงแค่ความเจ็บปวด และความยากลำบากเพียงชั่วคราว เท่านั้นแหละครับ!...ผมมีความเชื่อมั่น อย่างสุดหัวใจ!... ว่าด้วยศักยภาพ และความสามารถของดร. จาง... และระดับความเชี่ยวชาญ และศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาของทีมงาน บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... พวกคุณจะต้องสามารถค้นพบ และบุกเบิกเส้นทางเทคโนโลยีสายใหม่ ขึ้นมาได้ อย่างรวดเร็วแน่นอน!"
"และเมื่อถึงตอนนั้น...ทันทีที่ พวกเราสามารถครอบครอง และมีกรรมสิทธิ์ในเทคโนโลยี... ที่เป็นของพวกเราเอง อย่างสมบูรณ์แบบแล้วล่ะก็!... พวกเราก็จะไม่ต้องหวาดกลัว และไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะถูกบริษัทหวันจีเตี้ยนฟ้องร้อง และเล่นงานอีกต่อไป!... รวมไปถึงการรังควาน และการคว่ำบาตรจากบริษัทอื่นๆ... หรือแม้กระทั่ง การกีดกันจากต่างประเทศ... ก็จะทำอะไรพวกเรา ไม่ได้อย่างแน่นอน!"
จางหรูจิงสูดลมหายใจเข้าลึก และพ่นลมหายใจออกมายาวๆ...ก่อนจะเอ่ย ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น และจริงจัง ว่า "คุณหลี่ครับ...คำพูด และคำชี้แนะของคุณ ในวันนี้น่ะ... มันช่างทรงพลัง และกระแทกใจผม... อย่างรุนแรงจริงๆ ครับ!"
"ถ้าหากจะให้มอง จากมุมมองส่วนตัว และความรู้สึกส่วนลึกของผมแล้วล่ะก็...ผมเห็นด้วย และสนับสนุนแนวความคิดของคุณ... อย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เลยล่ะครับ!...แต่ทว่า ปัญหามันก็คือ...โครงสร้าง และสัดส่วนผู้ถือหุ้นภายในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนลน่ะ... มันกระจัดกระจาย และมีหลากหลายกลุ่มมากๆ!... ต่อให้ตัวผมเอง จะยอมเห็นด้วย และอนุมัติให้ทำตามที่คุณเสนอ... แต่บรรดาผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ... พวกเขาก็คงจะไม่มีทางยอม และคัดค้านหัวชนฝา อย่างแน่นอน!"
"ดีไม่ดี...แม้กระทั่ง บรรดาผู้ถือหุ้น สายเลือดประเทศเซี่ย ... หรือแม้กระทั่งผู้ถือหุ้น ที่มีเบื้องหลังเป็นรัฐวิสาหกิจเอง... ผมก็เกรงว่า พวกเขาอาจจะไม่เห็นพ้อง และไม่ยอมสนับสนุนไอเดียนี้ ด้วยซ้ำไป!...ก็แหม... ยังไงซะ ผลกระทบ และความเสียหาย และความสูญเสียที่บริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล จะต้องเผชิญหน้า... ทั้งในปัจจุบัน... และในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในอนาคตนั้น... มันก็ช่างมหาศาล และหนักหนาสาหัสซะเหลือเกินนี่นา!"
"ในขณะที่... ...ความกังวล และจุดอ่อนที่คุณหลี่ หยิบยกขึ้นมา อ้างอิงนั้น... หากมองด้วยสถานการณ์ และความเป็นจริงในปัจจุบันแล้วล่ะก็... มันก็ยังเป็นเพียงแค่ความเสี่ยง และความเป็นไปได้ที่ดูจะเลือนราง และไกลตัวอยู่มากเลยล่ะครับ!"
"ดังนั้น... การที่เราจะอ้างเอาเหตุผลเหล่านี้...มาใช้เป็นข้ออ้าง และเหตุผลสนับสนุนเพื่อที่จะให้บริษัท ต้องโละทิ้ง และกวาดล้างเทคโนโลยีจากต่างประเทศให้หมด... แล้วหันมาทุ่มเท และเริ่มต้นการวิจัยเทคโนโลยีที่มีกรรมสิทธิ์เป็นของตัวเอง อย่างเต็มรูปแบบน่ะ... มันช่างเป็นเรื่องที่ยากลำบาก และยากที่จะโน้มน้าวให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ... ยอมรับ และคล้อยตาม... ได้จริงๆ ครับ!"
หลี่เจ๋อพยักหน้ารับเบาๆ ... ก่อนจะเอ่ย ว่า "สิ่งที่คุณ ดร. จาง...กังวล และหยิบยกขึ้นมาพูดนั้น... มันก็เป็นปัญหา และอุปสรรคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จริงๆ นั่นแหละครับ!...ดังนั้น ในเรื่องนี้... พวกเราจำเป็นจะต้องจับมือ และร่วมแรงร่วมใจกัน... เพื่อผลักดัน และขับเคลื่อนมันให้สำเร็จ ครับ!"
"ถ้าหากว่า... มีผู้ถือหุ้นคนไหน ที่ยืนกรานต่อต้าน และคัดค้านอย่างรุนแรงล่ะก็!...ผมก็พร้อม และยินดีที่จะทุ่มเงิน และกว้านซื้อหุ้นของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล จากพวกเขา มาให้หมดเลยครับ!...ยิ่งไปกว่านั้น... พวกเราเอง ก็ไม่ได้ใจร้อน และหักดิบที่จะต้องไปโละทิ้ง และเลิกใช้งานเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง จากประเทศอื่นๆ... ให้หมดเกลี้ยง ภายในรวดเดียวจบ และข้ามคืนซะหน่อยนี่ครับ!"
"ในช่วงแรกเริ่ม...พวกเราก็แค่ประนีประนอม และใช้งานเทคโนโลยี จากประเทศอื่นๆ... ไปพลางๆ ก่อน!... แต่ในขณะเดียวกัน พวกเราก็ต้องโยกย้าย และดึงตัวบุคลากรฝ่ายวิจัยและพัฒนา บางส่วน... ให้มารับหน้าที่ ในการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นของเราเอง... ควบคู่กันไปอย่างเงียบๆ!"
"และเมื่อใดก็ตาม ที่งานวิจัยของเราสัมฤทธิ์ผล และประสบความสำเร็จ ...ขอเพียงแค่ มันเป็นเทคโนโลยี ที่สามารถนำมาใช้งานทดแทน และเสียบแทนของเดิมได้ล่ะก็!... พวกเราก็จะจัดการสับเปลี่ยน และนำเอาเทคโนโลยีของพวกเรา... เข้าไปเสียบแทน และโละเทคโนโลยีของต่างชาติทิ้ง... ในทันที!"
"ถึงแม้ว่า...การดำเนินงาน ในรูปแบบนี้... มันจะต้องสิ้นเปลือง และสูบเม็ดเงินในการลงทุน เพิ่มมากขึ้น... ก็ตามที!... แต่ผมกลับมองว่า...การลงทุน และความเสียสละในครั้งนี้... มันคุ้มค่า และคู่ควรอย่างยิ่งยวดเลยล่ะครับ!"
หลี่เจ๋อ และจางหรูจิง... ได้ใช้เวลาสนทนา และหารือกันอย่างดุเดือด...ยาวนานต่อเนื่อง ถึงหลายต่อหลายชั่วโมงเลยทีเดียว!
ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว... ทั้งสองคน ก็สามารถตกลง และหาข้อสรุปร่วมกันได้สำเร็จ!...เกี่ยวกับทิศทาง และเข็มทิศในการพัฒนา ของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... ในอนาคต!
ส่วนภารกิจ และปัญหาที่ยังคงหลงเหลืออยู่...มันก็คือ... พวกเขาจะหาทาง และใช้กลยุทธ์แบบไหน... เพื่อที่จะผลักดัน และขับเคลื่อนนโยบายนี้ ให้เป็นรูปเป็นร่าง ได้สำเร็จ... ก็เท่านั้นเอง!
ซึ่งพวกเขาทั้งสองคน ก็ประเมิน และคาดเดาได้ล่วงหน้าเลยล่ะ...ว่าแรงต้าน และอุปสรรคที่รอคอยอยู่เบื้องหน้านั้น... มันจะต้องมหาศาล และรุนแรงอย่างแน่นอน!... แต่ถึงกระนั้น หลี่เจ๋อ ก็ได้ออกโรง และให้คำมั่นอย่างหนักแน่น!... ว่าเขาจะซัพพอร์ต และสนับสนุนจางหรูจิง... อย่างเต็มพิกัดร้อยเปอร์เซ็นต์!...ถ้าหากว่า มีผู้ถือหุ้นหน้าไหน ริอ่านงัดเอาข้ออ้างเรื่องการถอนทุน และเทขายหุ้นมาใช้ข่มขู่ล่ะก็!... เขาก็พร้อม และยินดีที่จะอ้าแขนรับ และกว้านซื้อหุ้นเหล่านั้น มาครอบครอง ไว้เองทั้งหมด!
ถึงแม้ว่า ในปัจจุบัน...หลี่เจ๋อ จะครอบครอง และมีกรรมสิทธิ์ในสัดส่วนหุ้น ของบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... อยู่เพียงแค่ 11.7% ก็ตามที!... แต่ทว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นภายในบริษัทแห่งนี้น่ะ... มันก็กระจัดกระจาย และไม่มีใครมีอำนาจเบ็ดเสร็จมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้วนี่นา!
ยิ่งเมื่อนำไปบวกรวม และผนึกกำลังเข้ากับ... ...บารมี และอิทธิพลของจางหรูจิง ด้วยแล้วล่ะก็!... ถ้าหากว่า จางหรูจิงดึงดัน และยืนกรานที่จะผลักดันนโยบายนี้ ให้จงได้ล่ะก็!...ทางเลือกเดียว และหนทางเดียวที่บรรดาผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ จะสามารถหยุดยั้งเขาได้... ก็คือ การที่พวกเขาจะต้องจับมือ และรวมหัวกัน ... เพื่อโหวตไล่ และเตะโด่งจางหรูจิง ให้พ้นจากตำแหน่ง... ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด!
แต่ทว่า...ถ้าหากพวกเขากล้าทำแบบนั้น จริงๆ ล่ะก็!... มันก็ย่อมที่จะเติมเชื้อไฟ และซ้ำเติมสถานการณ์ภายในบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... ที่กำลังอยู่ในสภาวะระส่ำระสาย และขวัญเสียจากคดีฟ้องร้องของบริษัทหวันจีเตี้ยน อยู่แล้วนั้น... ให้ยิ่งโกลาหล และสั่นคลอนหนักข้อขึ้นไปอีก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!... และเมื่อถึงตอนนั้น...มูลค่า และราคาของหุ้นบริษัทจงซิน อินเตอร์เนชันแนล... ที่อยู่ในมือของพวกเขานั้น... มันก็จะต้องร่วงหล่น และดิ่งลงเหวอย่างแน่นอน!
และถ้าหากต้องมาเจอกับสถานการณ์ และผลลัพธ์ที่เลวร้ายขนาดนั้นล่ะก็!... ...
สู้ให้พวกเขายอมรับ และตัดสินใจ ...ในสถานการณ์ ที่มีหลี่เจ๋อเสนอตัว และอ้าแขนรับซื้อหุ้นจากพวกเขาแบบนี้!... เกรงว่า... บรรดาผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ และเกินครึ่ง ... หากพวกเขารับไม่ได้ และไม่เห็นด้วยกับนโยบาย และทิศทางการพัฒนาในรูปแบบนี้ จริงๆ ล่ะก็!... พวกเขาก็คงจะเลือกทางออกที่ง่ายที่สุด และปลอดภัยที่สุดนั่นก็คือ การถอนทุน และเทขายหุ้นทิ้ง ... แล้วหอบหุ้นทั้งหมด มาประเคนขายให้กับหลี่เจ๋อ... เพื่อแปลงเป็นเงินสด และหอบเงินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด ซะมากกว่า!
มันยังดีกว่า ที่พวกเขาจะต้องมานั่งดื้อดึง และดันทุรังสู้ตาย...แล้วยอมปล่อยให้ หุ้นที่อยู่ในมือ... ต้องเสื่อมค่า และด้อยราคาลงไปต่อหน้าต่อตา... อย่างแน่นอน!