- หน้าแรก
- ก้าวสู่อันดับหนึ่ง ด้วยบัคเกมบำเพ็ญเซียน
- ตอนที่ 107 แตกหนึ่ง เปิดหัวมาก็เอาเลยนะ (ฟรี)
ตอนที่ 107 แตกหนึ่ง เปิดหัวมาก็เอาเลยนะ (ฟรี)
ตอนที่ 107 แตกหนึ่ง เปิดหัวมาก็เอาเลยนะ (ฟรี)
ตอนที่ 107 แตกหนึ่ง เปิดหัวมาก็เอาเลยนะ
[ หอโอสถ : ระดับเงิน ]
[ จำนวนห้องด้านใน : 5 ]
[ เอฟเฟกต์ : เมื่อหลอมโอสถในหอโอสถ เพิ่มอัตราความสำเร็จ 5% ]
[ หออาวุธ : ระดับเงิน ]
[ จำนวนห้องด้านใน : 5 ]
[ เอฟเฟกต์ : เมื่อหลอมอาวุธในหออาวุธ เพิ่มอัตราความสำเร็จ 5% ]
[ โถงภารกิจ : ระดับเงิน ]
[ เอฟเฟกต์ : จำนวนภารกิจที่รับได้ต่อวัน +1 ]
สิ่งปลูกสร้างสามหลัง
หอโอสถ หออาวุธ โถงภารกิจ
ทั้งหมดเป็นระดับเงิน แต่ใช้ชื่อว่าของฟรีเมียม นี่มันถูกหลักแล้วเหรอ!
“แม่ง ของฟรีเมียมก็คือระดับเงินเหรอ แบบนี้มันฟรีเมียมตรงกันไหน!”
หลังเจียงหลิวเห็นขั้นของสิ่งปลูกสร้างทั้งสามหลังนี้ สีหน้าก็ดำลงทันที
ตอนเขาเห็นรูปปั้นเจ้าสำนักระดับทอง เขาก็นึกโดยสัญชาตญาณว่าสิ่งปลูกสร้างอีกสามหลังที่เหลือก็เป็นระดับทองทั้งหมดเช่นกัน
แต่หลังใช้แล้วถึงได้เห็นว่า กลับเป็นแค่ระดับเงินเท่านั้น!
นี่ก็แค่สูงกว่าระดับทองแดงหนึ่งขั้นไม่ใช่เหรอ?
งั้นนายเขียนว่าเป็นของฟรีเมียมทำบ้าอะไร เขียนระดับเงินไปตรงๆ ไม่ดีกว่าเหรอ ยังไงฉันก็ซื้ออยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?
ดันความคาดหวังให้สูงขึ้น แล้วทุบลงมาด้วยค้อนเดียว เกมหมาสมกับเป็นนายจริงๆ ในเรื่องทำให้คนผิดหวัง นายไม่เคยทำให้คนผิดหวังเลยสักครั้งเดียว
น่าขยะแขยงเหลือเกิน!
“โชคดีที่ฉันหาสิ่งปลูกสร้างขั้นเร้นลับมาได้เองหนึ่งหลัง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีหน้ามีตาอะไรจริงๆ”
เจียงหลิวพึมพำ แล้วหยิบแท่นวิญญาณจันทราที่ล้ำค่าที่สุดออกมา วางไว้ข้างรูปปั้นของตัวเอง
[ ต้องการใช้หินวิญญาณ x10,000, หินเร้นลับ x1,000, ไข่มุกจันทรา x100 เพื่อก่อสร้างแท่นวิญญาณจันทราหรือไม่ ]
[ ใช่ ]
แท่นวิญญาณจันทรา เป็นแท่นสูงที่มีความสูงเพียงห้าเมตร ขนาดสามเมตร ทั้งแท่นขาวสะอาดไร้มลทินดุจแสงจันทร์ พื้นผิวแกะสลักภาพนูนต่ำของจันทร์ข้างขึ้น และจันทร์ข้างแรม ตรงส่วนโค้งเว้าของจันทร์ข้างขึ้น และจันทร์ข้างแรม ต่างมีนกตัวเล็กขนาดเท่าฝ่ามือยืนสง่างามอยู่ตัวหนึ่ง
ทันทีที่แท่นวิญญาณจันทราปรากฏขึ้น ก็ราวกับว่าปราณวิญญาณรอบด้านสดชื่นขึ้นมาก ทำให้จิตใจผู้คนตื่นตัวขึ้นทันที
[ ชื่อสิ่งปลูกสร้าง ( พิเศษ ) : แท่นวิญญาณจันทรา ]
[ ระดับขั้น : สิ่งปลูกสร้างขั้นเร้นลับ ]
[ สถานที่ก่อสร้าง : สำนัก / แดนศักดิ์สิทธิ์ ]
[ ผลลัพธ์ : เพิ่มค่าบำเพ็ญ 20% ในคืนพระจันทร์เต็มดวง มีโอกาส 50% ดึงดูดวิหคจันทร์เย็น ( สัตว์เลี้ยงขั้นเร้นลับ ) ให้มาเยือน ]
หลังสร้างแท่นวิญญาณจันทราเสร็จ เจียงหลิวก็เปิดหน้าสำนัก มองแถวโบนัสค่าสถานะสำนักทางด้านขวา
[ เพิ่มค่าบำเพ็ญ : 40% ]
2.0 เท่า!
นี่แหละคือสิทธิพิเศษของเจ้าสำนัก!
“โหดเกินไปแล้ว โหดเกินไปแล้ว ฉันจะสร้างสิ่งปลูกสร้างพิเศษสักหนึ่งพันหลัง!”
เจียงหลิวอดทอดถอนใจไม่ได้ สิ่งปลูกสร้างขั้นเร้นลับหนึ่งหลังก็มีโบนัสเพิ่มค่าบำเพ็ญ 40% แล้ว ถ้าหาสิ่งปลูกสร้างขั้นเร้นลับมาสักหนึ่งพันหลังละก็ไม่กล้าคิด ไม่กล้าคิดเลยจริงๆ
“จริงสิ ยังมีดอกม่วงแดงเหลืออยู่อีก”
หลังสร้างแท่นวิญญาณจันทราเสร็จ จู่ๆ เขาก็นึกถึงดอกม่วงแดงกองใหญ่ที่วางไว้ในวิลล่า รีบออกจากโลกเปิด สลับออกจากเกมยุคบำเพ็ญเซียน แล้วบินไปทางหมู่บ้านอวี้จิ่งหยวน
หัวหน้าหน่วย บินได้ตามสบาย
ทันทีที่เจียงหลิวเพิ่งจากไป สมาชิกคนอื่นที่จับตาดูความเคลื่อนไหวฝั่งนี้มาตั้งนาน ก็ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวอีกต่อไป ทั้งหมดกรูกันเข้ามาล้อม ยื่นมือลูบสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ไปมา
“นี่คือสิ่งปลูกสร้างของสำนักเราเหรอ? เพิ่มค่าสถานะอะไรบ้าง?”
“สวรรค์! รีบมาคุกเข่าสักการะรูปปั้นเจ้าสำนัก ให้รางวัลเป็นอาวุธเวทระดับกลาง!”
“อาวุธเวทระดับกลาง? หลีกไป หลีกไป ให้ฉันคุกเข่าก่อน!”
“บ้าเอ๊ย หินวิญญาณ 10 ก้อน ฉันคุกเข่าเสียเปล่าไม่ใช่เหรอ!”
“แม่งเอ๊ย ฉันโขกหัวไปแล้ว ให้ตั๋วสุ่มกาชาแค่ 3 ใบเนี่ยนะ!”
“เชี่ย เชี่ย เชี่ย! รีบมาดูแท่นสีขาวนี่!”
“แท่นวิญญาณจันทรา? นี่ไม่ใช่แบบแปลนที่ราชันมารจากดันเจี้ยนนรกดรอปเหรอ เจ้าสำนักฟาร์มจนดรอปมันมาได้จริงๆ?”
“เพิ่มค่าบำเพ็ญ 20% ยังให้กำเนิดสัตว์เลี้ยงขั้นเร้นลับได้อีก? แม่เจ้า นี่เป็นสวัสดิการที่ฉันสามารถได้รับจริงๆ เหรอ?”
“ตั้งแต่วันนี้ไป ตอนมีชีวิตฉันเป็นคนของสำนักไท่ชู ตายก็เป็นผีของสำนักไท่ชู ฉันจะติดตามเจ้าสำนักออกศึกเก้าชั้นฟ้า!”
สิ่งปลูกสร้างอื่นอย่าเพิ่งพูดถึง แค่สิ่งปลูกสร้างขั้นเร้นลับที่สามารถเพิ่มค่าบำเพ็ญ 20% หลังนี้ ก็เพียงพอทำให้สมาชิกกว่าครึ่งหนึ่งภักดีอย่างสุดหัวใจแล้ว
สำนักเพิ่งก่อตั้งก็มีสิ่งปลูกสร้างสุดยอดขนาดนี้ แล้ววันหลังจะน่าทึ่งขนาดไหน?
สำนักที่สวัสดิการดีขนาดนี้ ต่อให้ตายก็ไม่มีทางถอนตัว!
ทำงาน!
สิบนาทีต่อมา
เจียงหลิวกลับมาสู่โลกเปิด เห็นสมาชิกโดยรอบเต็มไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ อารมณ์ทำงานยิ่งพุ่งสูงขึ้น ก็อดเผยรอยยิ้มพึงพอใจไม่ได้
สำนักคือบ้านของฉัน การก่อสร้างพึ่งพาทุกคน
สวัสดิการฉันจัดการ ระดับพวกนายอัป ยังต้องกลัวว่าสำนักของเราจะไม่รุ่งเรืองอีกเหรอ?
มา เพิ่มสวนดอกไม้อีกแห่ง
เขาหยิบดอกม่วงแดงกองใหญ่ในกระเป๋าออกมา โยนลงพื้นส่งๆ ก่อเกิดเป็นสวนดอกไม้กินพื้นที่กว่าร้อยตารางเมตร
เมื่อสวนดอกไม้ปรากฏขึ้น ความเข้มข้นของปราณวิญญาณโดยรอบก็เพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรง ประมาณ 2.5 เท่าของโลกภายนอก
ความหนาแน่นของปราณวิญญาณ 250%!
ถึงแม้เทียบเกาะวิญญาณจันทราไม่ได้ แต่ก็ถือว่าใช้ได้มากแล้ว ขอแค่ฝึกอยู่รอบสวนดอกไม้แห่งนี้ ค่าบำเพ็ญที่ได้รับก็จะเพิ่มขึ้นมาก สำหรับสมาชิกทุกคนขั้นหลอมปราณระดับสิบอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม!
“ในที่สุดก็จัดการเสร็จแล้ว”
เจียงหลิวผ่อนลมหายใจยาว หลังฝ่าด่านพลัง เขาแทบก็ไม่ได้หยุดพักเลย ตั้งแต่ก่อตั้งสำนักไปจนถึงบุกตียึดฐานสำนัก จากฐานสำนักไปจนถึงงานก่อสร้างสำนัก งานต่อเนื่องเป็นพรวนทำเอาเขาเหนื่อยล้าแทบตาย
ทำงานมากขนาดนี้ จะมีใครขยันมากกว่าเขาได้อีก
“ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ฉันต้องออฟไลน์แล้ว ถ้าผู้บำเพ็ญขั้นก่อรากฐานขั้นกลางตายกะทันหันคงขายหน้ามากแน่ๆ”
เจียงหลิวสะบัดศีรษะที่มึนเล็กน้อย กำชับจางซู่อวิ๋นให้คุมงานให้ดีหนึ่งประโยค แล้วออกจากเกม
จัดการสำนักมาตั้งนาน ในที่สุดก็จัดการเสร็จเป็นการชั่วคราวแล้ว!
“ตอนนี้จำนวนสมาชิกสำนักคือ 93 คน คาดว่าอีกไม่กี่วันก็น่าจะอัปเป็นสำนักระดับสองได้แล้ว...”
เจียงหลิวนอนอยู่บนเตียง พักผ่อนไปพลาง คิดเรื่องแผนพัฒนาสำนักไปพลาง
คิดไปคิดมา จู่ๆ ก็พบว่าไม่มีอะไรให้วางแผนมากนัก
รับคนให้เต็ม ฉันจัดสวัสดิการ สมาชิกเก็บค่าคุณูปการ จบ
สำนักระดับหนึ่งยังมีตำแหน่งว่างอยู่บ้าง ก็ให้หลี่ตงเจ๋อกับจางซู่อวิ๋นพวกเขาดึงคนกันเองเข้ามาส่งๆ ก่อน เอาที่ว่างให้เต็มก่อนค่อยว่ากัน
รอถึงสำนักระดับสองแล้วค่อยรับคนนอก ถึงตอนนั้นตั้งมาตรฐานรับคนไว้ที่ขั้นหลอมปราณระดับสิบก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร
“ต้องไปฟาร์มเจ้าสำนักเสินเวย ต้องไปสุ่มกายเทพสงคราม ยังต้องหาเวลาไปสำรวจเมืองไป๋ลู่อีกด้วย”
“จริงสิ ขั้นก่อรากฐานขั้นกลางเข้าเนื้อเรื่องบทที่สามได้แล้ว ยังต้องผ่านเนื้อเรื่องอีก...”
เขาคิดถึงเนื้อหาเกมช่วงใกล้ๆ นี้ของตัวเอง ไม่คิดก็ไม่รู้ พอคิดแล้วถึงกับตกใจ
ทำไมตัวเองงานยุ่งขนาดนี้เนี่ย?
เจ้าสำนักเสินเวยไม่ต้องพูดมาก จำเป็นต้องฟาร์ม อย่างน้อยต้องฟาร์มแบบแปลนรูปปั้นเต่าดำออกมาให้ได้
กายเทพสงครามไม่ต้องพูดให้มากความ ต้องสุ่มจนกว่าจะได้ระดับสูงสุด
เมืองไป๋ลู่... บุตรสาวเจ้าเมืองบทที่หนึ่งก็ตายไปแล้ว หาเวลาไปสักรอบ ฆ่าเจ้าเมืองเวรนั่นซะ ก็ถือว่าช่วยล้างแค้นให้เธอแล้ว
เนื้อเรื่องบทที่สาม... แย่แล้ว ฉันเพิ่งทำลายสำนักเสินเวยในโลกเปิดไป จะกระทบเนื้อเรื่องหลักของตัวเองไหมนะ?
สำนักเสินเวยในโลกเปิดหายไปแล้ว หลังจากนี้คงไม่ใช่ว่าจะเห็นฟู่ฉีหลัวได้แค่ในเนื้อเรื่องหลักหรอกนะ?
ฮือๆๆ ศิษย์พี่ฉีหลัว รีบกลับมาเถอะ สำนักไท่ชูของฉันจะรับเธอไว้เอง
“ไม่ได้ ฉันต้องไปดูในบทที่สามหน่อยว่าเนื้อเรื่องหลักมันเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือเปล่า”
จู่ๆ เจียงหลิวก็ลุกขึ้นนั่งตัวตรง ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกไม่ถูกต้อง
โลกเปิดกับเนื้อเรื่องหลักเกี่ยวข้องกันหรือเปล่ากันแน่!
ถ้าเกี่ยวข้องกัน งั้นเขาทำลายสำนักเสินเวยในโลกเปิดไปแล้ว ในเนื้อเรื่องหลักยังจะให้ฉันเข้าสำนักเสินเวยได้ไหม?
ถ้าไม่เกี่ยวข้องกัน งั้นตอนสงครามสำนัก ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักเสินเวยโผล่มาจากไหน หรือว่าเขาฟาร์มมอนป่าอยู่ตลอด พอสำนักถูกบุกตีถึงได้กลับมา?
เนื้อเรื่องหลักหนึ่งอัน โลกเปิดหนึ่งอัน ใช้ผู้อาวุโสใหญ่คนเดียวกัน…
ดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็ไม่แน่จริงๆ
ใครจะไปรู้ว่าทีมผู้พัฒนาคิดอะไรอยู่ เผื่ออยากประหยัดค่าโมเดลล่ะ?
เจียงหลิวนอนอยู่บนเตียงต่ออีกพักหนึ่ง ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากรู้ว่าเนื้อเรื่องหลักของบทที่สามจะดำเนินต่อไปยังไง
เดิมทียังอยากนอนสักตื่น พักผ่อนให้ดีๆ แต่ตอนนี้อาการติดเกมถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกแล้ว
เกมยุคบำเพ็ญเซียน เริ่ม!
เจียงหลิวพลิกตัวเข้าสู่เกม พุ่งหัวเข้าไปในโหมดเนื้อเรื่อง แล้วกดเบาๆ ตรง [ บทที่สาม ]เหนือโหมดเนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องบทที่สาม เริ่มลุย!
ด่าน 3-1 เข้า!
ภาพเปลี่ยนไป
เจียงหลิวก็เห็นฟู่ฉีหลัวที่สวมกระโปรงขาวทั้งชุดกำลังบินอยู่ข้างหน้าเขา ผมดำพลิ้วไหวชวนจับใจ กำลังพาเขาบินไปยังสำนักเสินเวย
ยังดี ยังดี เข้าสู่เนื้อเรื่องหลักแล้วเห็นแผ่นหลัง ไม่ใช่คมกระบี่ของเธอ นี่แปลว่าเนื้อเรื่องหลักกับโลกเปิดไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันใช่ไหม?
งั้นขอโทษด้วยนะศิษย์พี่ ศิษย์น้องทำให้เธอไร้บ้านในโลกเปิดแล้ว ก็ยังต้องทำให้เธอไร้บ้านในเนื้อเรื่องหลักด้วย
[ คุณติดตามฟู่ฉีหลัว เดินทางมุ่งตรงไปยังสำนักเสินเวย แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าสำนักเสินเวย ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดขาว ใบหน้าขาวนวลหล่อเหลา เดินสวนมาด้านหน้า ชายหนุ่มคนนี้มองฟู่ฉีหลัวด้วยสายตาเปี่ยมความหลงใหล น้ำเสียงอ่อนโยนกล่าวว่า “ศิษย์พี่หญิง ท่านกลับมาแล้วเหรอ ท่านไปทำอะไรมา ทำไมไม่ให้ศิษย์น้องอย่างข้าไปเป็นเพื่อนด้วยล่ะ?” ]
เธอไปรับคู่บำเพ็ญมา นายก็จะตามไปด้วยเหรอ?
เจียงหลิวมองเนื้อเรื่องเงียบๆ ในใจหัวเราะเย็นชา เป็นหมาเลียอีกตัว โลกเซียนนี่ผลิตหมาเลียเก่งชิบหาย โผล่มากันเป็นคอกเชียวนะ
[ เผชิญหน้ากับสายตาหลงใหลอย่างไม่ปิดบังของชายหนุ่ม ฟู่ฉีหลัวขมวดคิ้วเล็กน้อย ขยับร่างเข้ามาใกล้คุณ น้ำเสียงเย็นชากล่าวว่า “ศิษย์น้องเฉินจื่ออี้ โปรดอย่าเรียกสนิทสนมขนาดนั้น ข้ากลัวคู่บำเพ็ญของข้าจะเข้าใจผิด” ]
ประโยคเดียวก็ฆ่าตายเรียบร้อย เนื้อเรื่องบทที่สามเพิ่งเริ่มก็แรงขนาดนี้เลยเหรอ?
เร็วเข้า เร็วเข้า!
เจียงหลิวกอดอก ท่าทีดูละครอย่างสนุกสนาน มองเนื้อเรื่องหลักอย่างอารมณ์ดี
[ “คู่บำเพ็ญ? โอ้ ไม่!” เฉินจื่ออี้เหมือนถูกสายฟ้าฟาดจนแข็งค้าง ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอย่างยิ่งออกมา แล้วถลึงสายตาเปี่ยมความแค้นใส่คุณ กัดฟันกรอดกล่าวว่า “เป็นเจ้า! เป็นเจ้าที่แย่งหญิงงามที่ข้ารักไป! ตายซะ!” ]
[ ความแค้นแย่งภรรยาไม่อาจอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน เฉินจื่ออี้เดือดดาลถึงขีดสุด ซัดหมัดเข้าใส่คุณทันที ]
[ คุณสัมผัสได้ถึงคลื่นกลิ่นอายบนร่างเฉินจื่ออี้ พอมองดูมีเพียงขั้นหลอมปราณระดับสิบ มุมปากก็พลันเบี้ยวขึ้น ]
[ การต่อสู้เริ่มต้น ]
เจียงหลิว “...”
ฉันแค่มาดูละครยังโดนลูกหลงได้ด้วยเหรอ?
ก็ได้ ใครใช้ให้ฟู่ฉีหลัวเป็นคู่บำเพ็ญของฉันล่ะ มาๆ เดี๋ยวพี่จะโชว์ของสักหน่อย
ขั้นหลอมปราณระดับสิบ ฉันกลัวจริงๆ ว่ากระบี่เดียวจะฟันนายตายนะ
เนื้อเรื่องจบลง ทันทีที่นับถอยหลังการต่อสู้สิ้นสุด เจียงหลิวใช้นิ้วแทนกระบี่ กรีดปราณกระบี่สายหนึ่งออกไปอย่างส่งๆ ฟันไปทางเฉินจื่ออี้
หนึ่งวินาทีต่อมา
การต่อสู้จบลง เนื้อเรื่องดำเนินต่อ
เมื่อเจียงหลิวเปลี่ยนกลับสู่มุมมองพระเจ้าอีกครั้ง ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันแล้ว
[ คุณเอาชนะเฉินจื่ออี้ ใช้เท้าเหยียบศีรษะอีกฝ่าย มองเขาจากที่สูงด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงเย็นเยียบกล่าวว่า “ฟู่ฉีหลัว เป็นผู้หญิงของข้า ถ้าเจ้ายังกล้าตามตื๊อนางอีก ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย! ไสหัวไป!” ]
[ พูดจบ คุณก็เตะเฉินจื่ออี้กระเด็นไปหนึ่งที ]
[ ถูกทำให้อับอายอย่างใหญ่หลวงต่อหน้าเทพธิดา ใบหน้าของเฉินจื่ออี้แดงก่ำ ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย คำรามใส่คุณด้วยความโกรธ “ไอ้สารเลว ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!” หลังทิ้งคำขู่ไว้หนึ่งประโยค เขาก็หนีเตลิดไป ]
[ “ศิษย์น้อง เจ้าไม่ควรทำกับเขาแบบนี้” ฟู่ฉีหลัวกล่าวด้วยใบหน้ากังวล “ปู่ของเฉินจื่ออี้คือผู้อาวุโสหอโอสถของสำนักเสินเวย เจ้าล่วงเกินเฉินจื่ออี้ ปู่ของเขาไม่มีทางยอมเลิกราเป็นแน่” ]
ผู้อาวุโสหอโอสถของสำนักเสินเวย?
ก็คือคนที่ดรอปโอสถร้อยบำเพ็ญคนนั้นสินะ?
เข้าใจแล้ว บทที่สามเริ่มไล่ฆ่าจากเขานี่แหละ เปิดหัวมาก็จะได้อาบเลือดคนแรกเลย