- หน้าแรก
- บ่าวอัจฉริยะ ข้าจะไปสอบจอหงวนแทนนายน้อยเอง
- ตอนที่ 89 คนจากที่ทำการอำเภอมาเยือน
ตอนที่ 89 คนจากที่ทำการอำเภอมาเยือน
ตอนที่ 89 คนจากที่ทำการอำเภอมาเยือน
ตอนที่ 89 คนจากที่ทำการอำเภอมาเยือน
อาจารย์ใหญ่ถูกการดำเนินการของนายผู้เฒ่าสวีทำให้มึนงงไปหมด
เดี๋ยวก่อน!
ไม่ใช่บอกว่าในสถานที่เกิดเหตุตรวจพบหนังสือต้องห้ามภาพวังฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้ดวงตาของผู้คนสกปรกหรอกหรือ?
เหตุใดฉงเต๋อจึงให้ตนเองตรวจดูเล่ะ?
เรื่องนั้น แม้จะกล่าวว่าเขาอายุมากถึงเพียงนี้ ใช่ว่าแต่ก่อนจะไม่เคยดู ทว่าเรื่องนี้ก็จำเป็นต้องแอบดูจึงจะถูก
ท่ามกลางคนจำนวนมากถึงเพียงนี้ กลับยัดหนังสือเล่มนี้ใส่มือของเขาให้เขาดู เรื่องนี้ เรื่องนี้คงไม่ดีกระมัง!
นิ้วมืออันอ้วนท้วนของอาจารย์ใหญ่คีบหนังสือภาพที่วาดท่าทางของหนังสือภาพจำนวนมากเล่มนั้นไว้ รู้สึกเพียงว่ามีความร้อนลุ่มอยู่บ้าง
เขาเบียดดวงตาคู่เล็กเอ่ยถามนายผู้เฒ่าสวีด้วยสุรเสียงเบา
“เรื่องนั้น ตรวจดูในเวลานี้หรือ? ที่นี่หรือ?”
นายผู้เฒ่าสวีเมื่อเห็นท่าทางของอาจารย์ใหญ่ ก็รู้ดีว่าเขาคิดฟุ้งซ่านไปแล้ว ภายในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที ทันใดนั้นก็กล่าวอย่างไม่มีน้ำเสียงเป็นมิตรว่า
“นี่ไม่ใช่หนังสือต้องห้ามอันใด เราผู้เฒ่าตรวจดูหมดแล้ว ในเวลานี้เจ้าไม่ดู วันหน้าต่อให้มาอ้อนวอนเราผู้เฒ่า เราผู้เฒ่าก็ไม่มีทางให้เจ้าดูอีกแล้ว!”
กล่าวจบ นายผู้เฒ่าสวีก็เป่าเครา เหยียดมือออกทำท่าทางจะดึงเอาหนังสือเล่มนั้นกลับคืนมา
ยามที่ท่าทางนี้ปรากฏขึ้น อาจารย์ใหญ่ก็ขยับตัวหลบโดยสัญชาตญาณ นำหนังสือเล่มนั้นมาซุกไว้ในอกของตนเอง
“ดู ข้าจะดูในเวลานี้แหละ”
ปากของเขากล่าววาจา ในขณะเดียวกันก็เปิดหนังสือภาพเล่มนั้นออก
ยามที่ดู บนใบหน้าที่อ้วนท้วนเล่มนั้น รอยยิ้มพลันแข็งค้างลงทันที แปรเปลี่ยนเป็นมีความจริงจังขึ้นมา
ไม่นาน นิ้วมืออันอ้วนท้วนของเขาก็เริ่มพลิกหนังสืออย่างรวดเร็ว
“ถึงกับ ถึงกับยังสามารถทำเช่นนี้ได้ด้วย……”
หน้าหนึ่ง หน้าหนึ่ง และอีกหน้าหนึ่ง พร้อมกับการพลิกหน้าหนังสือ ความตื่นตะลึงภายในดวงตาคู่เล็กที่หรี่ลงของอาจารย์ใหญ่สวีก็ยิ่งมีความเข้มข้นขึ้น
ไม่นาน เขาก็พลิกดูจนถึงหน้าสุดท้าย กล่าวคำพูดประโยคเดียวกันกับนายผู้เฒ่าสวีออกมา
“เหตุใดจึงไม่มีอีกแล้วเล่า ส่วนต่อไปเล่าอยู่ที่ใด”
เขาเอ่ยปากสอบถามนายผู้เฒ่าสวี
“หนังสือเล่มนี้ได้มาจากที่ใดกัน”
นายผู้เฒ่าสวีพยักพะเผยอหน้าไปทางเย่หมิง อาจารย์ใหญ่พลันจดจำขึ้นมาได้ลางๆ เมื่อครู่ดูเหมือนจะบอกว่า หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานที่เย่หมิงวาดขึ้นมา
อะไรนะ?!
หนังสือที่นำหลักธรรมของ 《ต้าเสวีย》 มาแปรเปลี่ยนจากเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย อธิบายและวาดขึ้นมาอย่างลึกซึ้งแต่เข้าใจง่ายเล่มหนึ่งถึงเพียงนี้ กลับเป็นผลงานที่เด็กน้อยวัยเก้าขวบวาดขึ้นมาอย่างนั้นหรือ?!
เขาหมุนคอ ยังสามารถได้ยินเสียงกระดูกคออันหนาของตนเองส่งเสียงดังกรอบออกมาด้วยความไม่บังอาจเชื่อ
“เจ้า นี่ เย่หมิง นี่เป็นผลงานที่เจ้าแต่งขึ้นมาจริงๆ หรือ”
เมื่อครู่ท่าทางตื่นตะลึงของนายผู้เฒ่าสวีคนจำนวนมากยังไม่ทันสังเกตเห็น ทว่าในเวลานี้อาจารย์ใหญ่ถูกผู้ดูแลเหล่านั้นนำทางเข้ามา ย่อมเป็นศูนย์กลางของความสนใจอยู่แล้ว ท่าทางในปัจจุบันกลับทำให้คนทั้งหมดมองเห็นได้อย่างชัดเจน
“ท่าทางของอาจารย์ใหญ่ดูเหมือนไม่ได้จะตำหนิเย่หมิงเลย”
“ไม่ใช่ เย่หมิงในท้ายที่สุดวาดสิ่งใดไว้กัน พวกเจ้าไม่อยากรู้อยากเห็นหรือ”
“อยากรู้อยากเห็นซิ ทว่าสายตาของข้าไม่ดี ยิ่งอยู่ไกล ไม่รู้ว่านายน้อยสวีมองเห็นหรือไม่”
“หรือจะเป็นหนังสือภาพ 《ต้าเสวีย》 จริงๆ ยากที่จะจินตนาการเหลือเกิน”
“เดี๋ยวก่อน หากไม่ใช่หนังสือต้องห้าม พฤติกรรมเมื่อครู่ของศิษย์พี่ไช่ก็……”
“เบาเสียงหน่อย เรื่องนี้ย่อมต้องมีอาจารย์เป็นผู้ตัดสิน เจ้าพูดเรื่องนี้ไม่กลัวถูกผูกพยาบาทหรือ”
“บอกแล้วว่าผู้ดูแลเหล่านั้นไม่มีสิ่งดีงามอันใด หาเหาใส่หัวแท้ๆ”
……
ไช่จื่ออันกว่าจะดึงสติกลับคืนมาได้ยากลำบาก ก็ได้ยินเสียงบ่นพึมพำเบาๆ ว่า “หาเหาใส่หัวแท้ๆ” แว่วมาจากด้านข้าง ความโกรธแค้นนั้นพลันพุ่งพล่านขึ้นมาถึงสมองทันที
ในเวลานี้เอง ลูกน้องผู้ดูแลที่ถูกเขาใช้ไปตามอาจารย์ใหญ่ ก็ได้ขยับเข้ามาใกล้ข้างกายของเขาอย่างเงียบๆ เอ่ยถามด้วยสีหน้ามึนงงว่า
“หัวหน้าชั้นเรียน เรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ขอรับ? เย่หมิงคนนี้ยังจะจับกุมอยู่หรือไม่”
ลูกน้องคนนี้คนทั่วไปเรียกเขาว่าหลี่เฮยโถว เดิมทีก็มีรูปร่างใหญ่โตล่ำสัน เป็นคนของบ้านช่างตีเหล็กทางทิศเหนือของเมือง
ไช่จื่ออันประจวบเหมาะพึงใจที่เขาครอบครองรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความดุร้าย น้ำเสียงก็ดังด้วย สามารถช่วยส่งเสริมท่าทางคุณชายผู้สูงศักดิ์ที่นอบน้อมของเขาได้เป็นอย่างดี ยิ่งสามารถช่วยเขาทำเรื่องราวข่มขู่ทางกำลังได้บ้างด้วย
นึกไม่ถึงว่าในเวลาเช่นนี้ น้ำเสียงของหลี่เฮยโถวกลับส่งผลตรงกันข้าม หลี่เฮยโถวต่อให้จะกดน้ำเสียงให้ต่ำลง ยิ่งคงแผ่กระจายจนทั่วทั้งห้องเรียนได้ยินหมดสิ้น
นายผู้เฒ่าสวีมองไปยังพวกของไช่จื่ออัน แววตามีความเฉียบคม
“จับคนหรือ หึ หนังสือเล่มนั้นของเย่หมิงเราและอาจารย์ใหญ่ตรวจดูหมดแล้ว ไม่เพียงแต่ไม่ใช่หนังสือต้องห้าม ยังเป็นหนังสือที่หาได้ยากยิ่ง ยิ่งมีนัยสำคัญยิ่งต่อการบรรยายหลักธรรมศึกษาด้วยซ้ำ
เย่หมิงไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับบทลงทัณฑ์ ในทางตรงกันข้ามกลับควรจะได้รับรางวัลอย่างใหญ่หลวง”
น้ำเสียงของเขาเว้นจังหวะไปเล็กน้อย แล้วกล่าวสืบต่อยอดว่า
“กลับเป็นไช่จื่ออันและบรรดาผู้ดูแลที่มาในวันนี้ ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีหลักฐาน ก็คิดจะปรักปรำความผิดของเย่หมิงโดยตรง ยิ่งหนังสือก็ไม่ได้ดู ก็ปักใจแน่วแน่ว่าเป็นหนังสือสกปรกเล่มนั้น!”
เขามองไปยังอาจารย์ใหญ่สวี
“ฉางเกิง เรื่องราวในครั้งนี้ตั้งแต่ต้นจนจบเจ้าจำเป็นต้องตรวจสอบให้ดี คนน่ะต้องจับอย่างแน่นอน ก็ต้องดูว่าจะจับผู้ใด!”
คำพูดของนายผู้เฒ่าสวีเพิ่งจะจบสิ้น ด้านนอกก็มีเสียงเซ็งแซ่แว่วมาอีกครั้ง ครั้งนี้เสียงเซ็งแซ่เปิดเผยว่ามีความดังยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ เสียอีก
“คนจากที่ทำการอำเภอมาเยือนแล้ว!”
ศิษย์ที่ยืนอยู่ตรงประตูร้องตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
เห็นเพียงศิษย์ที่มีใบหน้าเป็นจุดด่างดำคนหนึ่ง เดินเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่มือปราบสองคนด้วยท่าทางได้ใจเป็นอย่างยิ่ง
เจ้าหน้าที่มือปราบสองคนนี้สวมใส่ชุดข้าราชการระดับต่ำสุดธรรมดาๆ ในมือถือไม้พลอง บนใบหน้ามีท่าทางที่รอคอยไม่ไหว
ศิษย์คนนั้นประจวบเหมาะเป็นหวังหม่าจื่อที่ถูกไช่จื่ออันส่งไปตามเจ้าหน้าที่มือปราบ ยิ่งเป็นลูกน้องหมายเลขหนึ่งของไช่จื่ออัน ช่วยไช่จื่ออันทำเรื่องราวที่ไม่สามารถปรากฏแก่สายตาผู้คนได้มากที่สุด
ครั้งนี้คนที่นำภาพวังฤดูใบไม้ผลิไปใส่ไว้ในกล่องหนังสือของเย่หมิงประจวบเหมาะเป็นเขานั่นเอง
“พี่ๆ มือปราบ ก็คือที่นี่แหละขอรับ!” เจ้าหวังหม่าจื่อคนนี้เมื่อนึกถึงเรื่องที่เย่หมิงถูกจับกุม ผลประโยชน์ที่ไช่จื่ออันรับปากตนเองไว้ก็เกิดความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง จนถึงกับถูกชัยชนะที่กำลังจะมาถึงทำให้เลอะเลือน เมินเฉยต่อการมีอยู่ของนายผู้เฒ่าสวีและอาจารย์ใหญ่ไปจนหมดสิ้น
หวังหม่าจื่อเชิดหน้าขึ้นด้วยความโอหัง จุดด่างดำบนใบหน้านั้นราวกับถูกฝูงนกบินมาถ่ายอุจจาระใส่ ยิ่งมีความอัปลักษณ์โดยไม่รู้ตัว
เขาเหยียดมือที่มีลักษณะราวกับกรงเล็บนกออกมาชี้ไปยังเย่หมิงแล้วกล่าวว่า
“พี่ๆ มือปราบ ก็คือเขา! รีบไปจับเขาเลยขอรับ!”
ในช่วงไม่กี่วันมานี้ เป็นเพราะเรื่องงานเลี้ยงชมไข่มุกขององค์ชายห้า นายอำเภอไช่คนนั้นเกิดความตึงเครียดอยู่ช่วงหนึ่ง จนส่งผลให้คนทั้งหมดในที่ทำการอำเภอต้องหดหัวใช้ชีวิตไปด้วย อย่าได้หาเรื่องเดือดร้อนมาให้เขา
เจ้าหน้าที่มือปราบสองคนนี้เดิมทีก็ไม่ใช่คนรักสงบ วันธรรมดาก็ชอบเดินไปตามถนนหนทาง เพื่อแสดงฐานะสิทธิพิเศษของตนเอง อีกด้านหนึ่งก็สามารถหาผลประโยชน์ได้บ้าง
ผลลัพธ์คือติดต่อกันสองสามวันล้วนไม่ได้ออกไปข้างนอก ภายในใจเกิดความอยากรู้อยากเห็นขาก็มีความต้องการออกไปข้างนอก
ครั้งนี้เมื่อพบเจอกับเจ้าหวังหม่าจื่อคนนี้มาแจ้งความ ซ้ำยังบอกว่าเป็นความต้องการของคุณชายใหญ่ไช่จัดระเบียบไว้ด้วย
คุณชายใหญ่ไช่คนนี้พวกเขาทุกคนล้วนมีความคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่คุณชายของบ้านนายอำเภอไช่หรอกหรือ? คุณชายของผู้บังคับบัญชาของตนเองมีเรื่อง ตัวเองยังจะไม่ออกหน้าได้อย่างไร? ไม่ว่าเรื่องราวในครั้งนี้จะดีหรือย่ำแย่ พวกเขาล้วนอยู่บนเรือลำเดียวกันกับนายอำเภออยู่แล้ว
เมื่อฟังซ้ำ ก็เป็นเพียงคดีที่ศิษย์ยากจนซุกซ่อนหนังสือต้องห้าม ความกังวลสุดท้ายภายในใจก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น
ภายในใจหลงเหลือเพียง ครั้งนี้จำเป็นต้องแสดงฝีมือให้ดี ต้องทำให้คุณชายของบ้านนายอำเภอมีความพึงพอใจอย่างแน่นอน
เมื่อมาถึงประตูห้องเรียน เงยหน้าขึ้นมอง เห็นคนที่ยืนอยู่กลางห้องเรียนในจวน เปิดเผยว่าเป็นคุณชายของบ้านนายอำเภอจริงๆ ทั้งสองคนส่งแววตาชื่นชมให้แก่หวังหม่าจื่อครั้งหนึ่ง ก็ก้าวเท้าเดินเข้าไป แววตามีความเวทนาอยู่บ้าง
เย่หมิงคนนี้หน้าตาค่อนข้างหมดจดงดงาม ช่างน่าเสียดายที่ไปล่วงเกินคุณชายใหญ่ไช่ ก็โทษพวกไม่ได้แล้ว เพียงแต่คนผู้นี้ดูแล้วไม่มีผลประโยชน์อันใดเลยนะ
“เย่หมิงใช่หรือไม่ เจ้าในฐานะราษฎรสามัญชน ซุกซ่อนหนังสือต้องห้ามของราชสำนัก ซ้ำยังพัวพันถึงเรื่องการวาดและแพร่กระจายสิ่งลามก ฝ่าฝืนกฎหมายของแคว้นต้าหยง ตามพวกเราไปเถิด”
กล่าวจบก็เหยียดมือออกไปคิดจะจับกุม ดูจากท่าทางแล้วกำลังนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว นี่คือในยามที่จับกุมก็คิดจะทำร้ายเย่หมิงคนนั้นแล้ว
“หยุดมือ!”
นายผู้เฒ่าสวีร้องห้ามด้วยความโกรธแค้น
“พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใด ที่นี่คือสถานศึกษาตระกูลสวี ผู้ใดอนุญาตให้พวกเจ้ามาจับคนตามใจชอบในสถานศึกษา?!”
นายผู้เฒ่าสวีเดิมทีก็อยู่ในราชสำนักมานาน วันธรรมดาในสถานศึกษาดูมีความสมถะ ในเวลานี้บารมีแผ่ซ่านออกไป เจ้าหน้าที่มือปราบสองคนนั้นตกใจจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที กรงเล็บที่เหยียดออกมาหดกลับไปในทันที
“ทว่าวันนี้พวกเจ้ามาประจวบเหมาะก็ดีแล้ว ที่นี่มีคนฝ่าฝืนกฎหมายของแคว้นต้าหยงจริงๆ ปรักปรำใส่ร้ายป้ายสีศิษย์ของสถานศึกษาของเรา คนผู้นี้ ต่างหากเล่าเป็นคนที่พวกเจ้าจำเป็นต้องนำตัวไป!”
……..