- หน้าแรก
- ยอดปรมาจารย์เร้นกาย ขอปั้นอัจฉริยะให้สะเทือนเก้าชั้นฟ้า
- บทที่ 36 - ในที่สุดก็ได้ใช้ชีวิตแบบปลูกผักทำฟาร์ม
บทที่ 36 - ในที่สุดก็ได้ใช้ชีวิตแบบปลูกผักทำฟาร์ม
บทที่ 36 - ในที่สุดก็ได้ใช้ชีวิตแบบปลูกผักทำฟาร์ม
บทที่ 36 - ในที่สุดก็ได้ใช้ชีวิตแบบปลูกผักทำฟาร์ม
★★★★★
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา แม้ว่าในแต่ละวันเขาจะยังคงนอนจิบชาอาบแดดอยู่บนเก้าอี้โยก ดูเหมือนใช้ชีวิตอย่างเกียจคร้าน แต่แท้จริงแล้วเขาไม่เคยหยุดทำความเข้าใจและฝึกฝนวิชาลับมดเขาสวรรค์เลย
ยังไงซะนั่นก็เป็นถึงวิชาระดับเซียน จะไม่ให้หลี่เต้าชิงหวั่นไหวได้อย่างไร?
เพียงแต่ว่า
ความลึกซึ้งของสุดยอดวิชาระดับเซียนนี้ เหนือชั้นกว่าเคล็ดวิชาใดๆ บนโลกมนุษย์อย่างเทียบไม่ติด
แม้แต่ระดับพลังว่าที่จักรพรรดิขั้นเก้าของเขา ก็ยังทำได้เพียงแค่คลำหาและทำความเข้าใจไปทีละนิด
ในช่วงแรกนั้นนับว่าราบรื่นไร้อุปสรรค
ท้ายที่สุดแล้วรากฐานของเขาก็วางไว้แน่นหนา ระดับพลังว่าที่จักรพรรดิขั้นเก้าเพียงพอที่จะรองรับความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับวิชาระดับเซียนได้
แต่พอถึงช่วงหลัง เขากลับสัมผัสได้ถึงแรงต้านทานที่มองไม่เห็นอย่างชัดเจน
วิชาลับนี้ราวกับขาดหายอะไรบางอย่างไป ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบได้
หลี่เต้าชิงขบคิดอยู่นาน ในที่สุดก็ได้ข้อสรุป
ยังไงซะวิชาระดับเซียนนี้ก็ไม่ได้เป็นของโลกใบนี้
โลกใบนี้ไม่สมบูรณ์ มรรคาแห่งเซียนบกพร่อง ฟ้าดินขาดแคลนสสารแห่งเซียนที่มากพอจะสนับสนุนการฝึกฝนวิชาระดับเซียนให้สมบูรณ์ได้
ต่อให้เขามีเคล็ดวิชาฉบับสมบูรณ์อยู่ในมือ ต่อให้เขามีพลังระดับว่าที่จักรพรรดิ เขาก็ไม่สามารถนำวิชาระดับเซียนไปสู่จุดสูงสุดในโลกใบนี้ได้
ก็เหมือนกับการเล่นเกม ที่อาวุธระดับสูงปรี๊ด แต่เลเวลสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์กลับจำกัดไว้ ทำให้ไม่สามารถดึงอานุภาพทั้งหมดของอาวุธออกมาได้นั่นแหละ
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเช่นนั้น พลังที่เพิ่มขึ้นจากวิชาลับมดเขาสวรรค์ ก็ยังน่ากลัวจนถึงขีดสุดอยู่ดี
แก่นแท้ของวิชาลับนี้ ก็คือพละกำลัง
พละกำลังขั้นสุดยอด
พลังที่บริสุทธิ์และทรงอานุภาพสูงสุด เป็นพลังที่สามารถสั่นสะเทือนฟ้าดินและบดขยี้ดวงดาวได้
เมื่อก่อน แม้เขาจะอยู่ระดับว่าที่จักรพรรดิขั้นเก้า แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะอาศัยความเหนือกว่าด้านระดับพลังและกฎเกณฑ์ในการบดขยี้ศัตรู
แต่ตอนนี้ แค่ใช้พลังจากร่างกายเนื้อเพียงอย่างเดียว หมัดที่เหวี่ยงออกไปก็สามารถทำลายดวงดาวที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยล้านลี้ได้แล้ว เพียงแค่กระทืบเท้าเบาๆ ก็สามารถทำให้ฟ้าดินพังทลายได้แปดทิศ
นั่นคือความรุนแรงที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุด ไม่ต้องพึ่งพาเหตุผล ไม่ต้องอาศัยกฎเกณฑ์ใดๆ มีแต่ความแข็งแกร่งล้วนๆ!
หนึ่งพละกำลังสยบหมื่นวิถี!!!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิชาลับมดเขาสวรรค์ได้ยกระดับความแข็งแกร่งของหลี่เต้าชิงขึ้นไปอีกขั้น
"สมกับที่เป็นวิชาระดับเซียนจริงๆ"
หลี่เต้าชิงลุกขึ้นยืน เอามือไพล่หลัง สายตาทะลุผ่านตัวตำหนักออกไป มองดูทะเลเมฆที่กำลังพลิ้วไหวอยู่ไกลๆ "ถึงจะยังฝึกฝนได้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ห่างไกลจากสิ่งที่เคล็ดวิชาในโลกนี้จะเทียบติด"
เขาดึงสายตากลับมา
กวาดสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เบาๆ ไปทั่วทั้งยอดเขาม่วง พร้อมกับถือโอกาสตรวจสอบระดับพลังของเยี่ยหนานหนานและอู๋สือในปัจจุบันดูสักหน่อย
ไม่นานนัก
ระบบก็แสดงหน้าต่างสถานะขึ้นมาตรงหน้าเขา
[ศิษย์: เยี่ยหนานหนาน] [สถานะ: ศิษย์คนโต] [เพศ: หญิง] [เคล็ดวิชา: วิชาสุดยอดแห่งการกลืนกิน] [ระดับพลังปัจจุบัน: ระดับสี่ขั้วสวรรค์·ขั้นต้น]
......
[ศิษย์: อู๋สือ] [สถานะ: ศิษย์คนที่สอง] [เพศ: ชาย] [เคล็ดวิชา: คัมภีร์กายาศักดิ์สิทธิ์วิถีเต๋า (คัมภีร์อู๋สือ), คัมภีร์พระมารดาประจิม] [ระดับพลังปัจจุบัน: ระดับสี่ขั้วสวรรค์·ขั้นต้น]
......
หลี่เต้าชิงเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาประหลาดใจพาดผ่าน
อู๋สือผู้มีกายาศักดิ์สิทธิ์และครรภ์วิถีเต๋าแต่กำเนิด ตอนที่เพิ่งมาถึงยอดเขาม่วงนั้นเพิ่งจะอยู่แค่ระดับตำหนักวิถีเต๋าเท่านั้น
การที่เขาใช้เวลาเพียงหนึ่งปีก้าวขึ้นสู่ระดับสี่ขั้วสวรรค์ได้ ก็ถือว่าไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก
ด้วยสุดยอดกายาที่หาได้ยากยิ่งในรอบหมื่นปี ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรย่อมเหนือกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว
แถมยังมีคัมภีร์กายาศักดิ์สิทธิ์วิถีเต๋าที่ผสานเข้ากับเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังมีโอสถตำหนักวิถีเต๋ากับชาบรรลุเต๋าคอยเกื้อหนุน ถ้าไม่ทะลวงเข้าสู่ระดับสี่ขั้วสวรรค์สิถึงจะแปลก
แต่คนที่ทำให้หลี่เต้าชิงประหลาดใจจริงๆ คือเยี่ยหนานหนานต่างหาก
กายาปุถุชน ไม่มีกายาพิเศษใดๆ เลย
แค่พึ่งพาวิชาสุดยอดแห่งการกลืนกินและทรัพยากรต่างๆ กลับสามารถก้าวเข้าสู่ระดับสี่ขั้วสวรรค์ได้ภายในเวลาหนึ่งปีเช่นกัน
และหากวัดจากความล้ำลึกของระดับพลังแล้ว เผลอๆ อาจจะเหนือกว่าอู๋สืออยู่เล็กน้อยด้วยซ้ำ
แม้จะอยู่ระดับเดียวกัน แต่พลังวิญญาณในร่างของเยี่ยหนานหนานนั้นควบแน่นกว่า รากฐานมั่นคงกว่า เห็นได้ชัดว่าเธอต้องลงแรงอย่างหนัก
ต่อให้เป็นเพียงกายาปุถุชน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกายาศักดิ์สิทธิ์และครรภ์วิถีเต๋าแต่กำเนิด เธอก็ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย
หลี่เต้าชิงลอบพยักหน้าในใจ "แม่หนูคนนี้ ยิ่งมายิ่งน่าประหลาดใจจริงๆ"
ในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยของระบบก็ดังขึ้นในหัว
"ติ๊ง ตรวจพบว่าศิษย์คนโต เยี่ยหนานหนาน และศิษย์คนที่สอง อู๋สือ บรรลุการฝึกฝนระดับตำหนักวิถีเต๋าอย่างสมบูรณ์แล้ว"
"ห้าขั้นของตำหนักวิถีเต๋า สอดคล้องกับอวัยวะภายในทั้งห้า ได้แก่ หัวใจ ตับ ม้าม ปอด ไต ทั้งสองคนได้ทะลวงผ่านห้าขั้นย่อยสำเร็จ"
"ของรางวัลสะสมมีดังนี้: กล่องของขวัญขนาดใหญ่ ×2 กล่องของขวัญขนาดเล็ก ×10"
"ต้องการเปิดหรือไม่?"
เหมือนเช่นเคย
เมื่อศิษย์ทะลวงระดับได้ หลี่เต้าชิงก็จะได้รับรางวัลที่สอดคล้องกันไปด้วย
หลี่เต้าชิงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที "เปิดเลย"
"กล่องของขวัญขนาดเล็ก ×10 กำลังเปิด... เปิดเสร็จสิ้น ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับ: โอสถสี่ขั้วสวรรค์ ×4000 ต้นอ่อนชาบรรลุเต๋า ×100"
มีแสงสีทองวาบขึ้น ถุงผ้าใบหนึ่งและต้นอ่อนสีเขียวมรกตกำใหญ่ปรากฏขึ้นในมือของหลี่เต้าชิง
ถุงผ้าใบนั้นมีน้ำหนักไม่น้อยและเปล่งประกายแสงนวลตา
ส่วนต้นอ่อนเหล่านั้นสูงเพียงแค่ฝ่ามือ ลำต้นมีสีเขียวมรกต บนใบมีอักขระไหลเวียนอยู่จางๆ และส่งกลิ่นหอมของชาออกมาจางๆ
นี่มันต้นชาบรรลุเต๋าชัดๆ!
[โอสถสี่ขั้วสวรรค์: โอสถที่สกัดมาเพื่อผู้ฝึกตนระดับสี่ขั้วสวรรค์และแปลงมังกรโดยเฉพาะ สามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้อย่างมหาศาล ฤทธิ์ยาอ่อนโยน ไม่มีผลข้างเคียง หากรับประทานอย่างต่อเนื่องจะช่วยเสริมรากฐานให้มั่นคง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับระดับแปลงมังกรต่อไป]
[ต้นอ่อนชาบรรลุเต๋า: ต้นอ่อนของต้นชาบรรลุเต๋า หากนำไปปลูกในพื้นที่ที่มีพลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์ จะเติบโตเป็นต้นชาบรรลุเต๋าเต็มวัย และสามารถเก็บเกี่ยวใบชาบรรลุเต๋าได้หนึ่งครั้งในทุกๆ หนึ่งร้อยปี]
สายตาของหลี่เต้าชิงเปล่งประกายด้วยความยินดี
โอสถสี่ขั้วสวรรค์คือสิ่งที่เยี่ยหนานหนานและอู๋สือต้องการมากที่สุดในตอนนี้ สี่พันเม็ดนี้เพียงพอให้พวกเขาทั้งสองใช้จนไปถึงระดับสี่ขั้วสวรรค์ขั้นสมบูรณ์ได้เลย
ส่วนต้นอ่อนชาบรรลุเต๋านั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ต้นชาบรรลุเต๋าร้อยต้น ถ้ารอดจนโตเต็มวัยทั้งหมดล่ะก็ ผลผลิตที่ได้...
แค่คิด หลี่เต้าชิงก็อดสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไม่ได้!
แต่นี่ยังไม่ใช่ไฮไลท์ของงานหรอกนะ
"กล่องของขวัญขนาดใหญ่ ×2 กำลังเปิด... เปิดเสร็จสิ้น ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับ: ดินวิญญาณเซียนหนึ่งหมู่ หยาดวารีรังสรรค์สรรพสิ่ง ×1000"
[ดินวิญญาณเซียน: ดินวิญญาณที่เกิดจากเศษซากของดินแดนเซียน อัดแน่นไปด้วยปราณเซียนอันเข้มข้น สามารถเพิ่มความเร็วในการเจริญเติบโตและยกระดับคุณภาพของพืชวิญญาณได้อย่างมหาศาล หากนำสมุนไพรวิญญาณมาปลูกบนดินนี้ สรรพคุณทางยาจะเพิ่มขึ้นสามถึงห้าส่วน และร่นระยะเวลาการเติบโตได้ถึงสิบเท่า]
[หยาดวารีรังสรรค์สรรพสิ่ง: ปุ๋ยเคมีแห่งยุคดึกดำบรรพ์ ใช้รดพืชวิญญาณให้โตไวในพริบตา สมุนไพรวิญญาณอายุร้อยปีสามารถเติบโตเต็มที่ได้ภายในหนึ่งเดือน มีผลกับพืชวิญญาณชั้นยอดเช่น ต้นชาบรรลุเต๋า โอสถเทวะระดับอมตะ และอื่นๆ อีกด้วย]
"ดินเซียน???"
หลี่เต้าชิงมองรางวัลทั้งสองอย่างนี้ด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ใบหน้าจะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ
ดินวิญญาณเซียนบวกกับหยาดวารีรังสรรค์สรรพสิ่ง นี่มันคอมโบที่เกิดมาเพื่อการทำฟาร์มชัดๆ
พอดีเลย พื้นที่ว่างหลังเขานั่นก็ถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน เขาอยากจะหาอะไรไปปลูกอยู่แล้วติดตรงที่ยังหาดินและปุ๋ยที่เหมาะสมไม่ได้สักที
คราวนี้แหละ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย
หลี่เต้าชิงก้าวเท้าออกไป เพียงพริบตาเดียวก็มาโผล่ที่หลังเขา
หลังเขาม่วงเป็นพื้นที่ราบกว้างขวาง ด้านหลังติดกับยอดเขาหลัก ด้านอื่นๆ ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ พลังวิญญาณหนาแน่น ถือเป็นสวนพืชวิญญาณตามธรรมชาติอยู่แล้ว
เพียงแต่ยอดเขาม่วงในแต่ละยุคนั้นมีคนน้อยนิด ไม่มีใครคอยดูแล ดินแดนล้ำค่าผืนนี้จึงถูกปล่อยปละละเลยจนหญ้าและต้นไม้ป่าขึ้นรกร้าง
หลี่เต้าชิงโบกมือ ดินวิญญาณเซียนก็พรั่งพรูออกมาจากฝ่ามือ ราวกับทรายสีทองที่ไหลหลาก แผ่กระจายปกคลุมผืนดินว่างเปล่าอย่างสม่ำเสมอ
พื้นที่ขนาดหนึ่งหมู่ ถูกเคลือบด้วยชั้นดินที่เปล่งประกายสีทองอ่อนๆ ในพริบตา
พื้นผิวของดินชนิดนี้แตกต่างจากดินธรรมดาทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เม็ดดินละเอียดอ่อน นุ่มละมุนดั่งหยก ซ่อนเร้นปราณเซียนที่แผ่ซ่านออกมาจนชื่นใจ
จากนั้น หลี่เต้าชิงก็หยิบต้นอ่อนชาบรรลุเต๋าทั้งหนึ่งร้อยต้นออกมา แล้วนำไปปลูกลงในดินวิญญาณเซียนทีละต้น
ทันทีที่ลงดิน ต้นอ่อนก็ฟื้นคืนชีพ รากแก้วหยั่งลึกลงไปในดินอย่างรวดเร็ว ใบไม้ก็ค่อยๆ แผ่ขยายออกมารับการหล่อเลี้ยงจากปราณเซียน
"ในที่สุดก็ได้ใช้ชีวิตแบบปลูกผักทำฟาร์มซะที!"
[จบแล้ว]