- หน้าแรก
- ตัวประกอบขอเป็นซูเปอร์สตาร์
- บทที่ 161 มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ
บทที่ 161 มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ
บทที่ 161 มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ
หากจะพูดถึงประโยคเด็ดคลาสสิกของหนังเรื่องยาจกซู ไม้เท้าประกาศิต บอกเลยว่าแค่หยิบยกขึ้นมาส่งเดชก็มีให้เห็นถมเถ
ตัวอย่างเช่นคำพูดของหรูซวงที่รับบทโดยจางหมิ่นบอกว่า สามีของฉันต้องมีวรยุทธ์ล้ำเลิศไร้เทียมทาน มีความสามารถระดับจอหงวน อยู่ใต้คนเพียงคนเดียว แต่อยู่เหนือคนนับหมื่น คุณทำได้ไหมล่ะ?
หรืออย่างเช่นบทเพลง [หนทางยาวไกลปล่อยฉันทะยานฝ่าฟัน...] ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนพากันพูดถึงด้วยความชื่นชอบ
ทว่าประโยคเหล่านี้แม้จะคลาสสิก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันค่อนข้างยาว
สำหรับใครที่ความจำไม่ค่อยดี ฟังแค่ครั้งเดียวคงจำไม่ได้แน่
แต่ตัวละครเสนาบดีกรมการปกครองที่เฉินผิงรับบท เพียงแค่ประโยคที่ว่า แอมเฮียร์ ฉันอยู่นี่ ก็ทำให้คนจำได้ขึ้นใจในพริบตา
ไม่เพียงแค่จำได้ แต่ทุกคนยังสามารถพูดตามได้อีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เวลาว่างไม่มีอะไรทำก็ยังเอามาเล่นเป็นมุกได้... ตอนที่มีคนเรียก คุณก็สามารถตอบกลับไปได้เลยว่า แอมเฮียร์ ฉันอยู่นี่
ด้วยเหตุนี้
เผลอเพียงนิดเดียว ประโยคที่ว่า แอมเฮียร์ ฉันอยู่นี่... กลับพุ่งติดเทรนด์ฮอตเสิร์ชไปเสียแล้ว
เรื่องนี้เป็นประเด็นที่เฉินผิงเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน
……
...
[เฉินผิง: "เปาเจิ่ง ท่านอ๋องหวังว่าเจ้าจะไม่สืบเรื่องนี้ต่อไปอีก"]
[โจวเจี๋ย: "ทำไมล่ะ?"]
[เฉินผิง: "เพราะสืบจนรู้ความจริงแล้วน่ะสิ"]
[โจวเจี๋ย: "ไม่เห็นจะจริงเลย"]
ช่วงหลายวันมานี้เฉินผิงเข้าฉากถ่ายทำด้วยความรู้สึกผ่อนคลายมาก
กลับเป็นโจวเจี๋ยที่โดนสั่งเอ็นจีมาตลอดทาง...
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเฉินผิง โจวเจี๋ยกลับรู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน แม้กระทั่งระดับการแสดงของตัวเองก็ยังตกลงไปไม่น้อย
เรื่องนี้ทำให้เฉินผิงแอบทอดถอนใจถึงความทรงพลังของชื่อเสียง
สำหรับนักแสดง แม้ชื่อเสียงของคนคนหนึ่งจะดูเป็นสิ่งเลื่อนลอย แต่มันก็มีอยู่จริงและสัมผัสได้
แม้ชื่อเสียงแบบนี้จะช่วยยกระดับฝีมือการแสดงของดาราไม่ได้ แต่มันกลับช่วยยกระดับรัศมีของนักแสดงได้แบบไม่รู้ตัว
เปรียบเหมือนบรรดาซูเปอร์สตาร์ตัวพ่อตัวแม่แห่งวงการบันเทิง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิด คุณก็ยากที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากพวกเขา
สำหรับโจวเจี๋ยในตอนนี้ก็เช่นเดียวกัน
แม้กระแสความดังของเฉินผิงในครั้งนี้คงไม่สามารถดังค้างฟ้าไปได้ตลอด เมื่อกระแสซาลง คาดว่าอย่างมากก็คงอยู่ในระดับเดียวกับโจวเจี๋ย
หรืออาจจะด้อยกว่าด้วยซ้ำ
แต่ท้ายที่สุดเฉินผิงก็มีผลงานชิ้นเอกที่หยิบยกมาอวดอ้างได้
วันข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นการคุยโวโอ้อวดหรือเรื่องอื่น เขาก็มีต้นทุนมากพอแล้ว
ในทางกลับกัน ฝั่งโจวเจี๋ยกลับกลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำไปในพริบตา
สำหรับสถานการณ์ของโจวเจี๋ย เฉินผิงไม่ได้สนใจเลยสักนิด
แม้เฉินผิงจะรู้ว่าเนื้อแท้ของโจวเจี๋ยอาจไม่ได้เลวร้าย แต่ความหยิ่งผยองก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง
อีกทั้งตอนเริ่มถ่ายทำใหม่ ๆ ยังคิดจะมาข่มขวัญกันอีก เฉินผิงจึงไม่มีทางออมมือให้โจวเจี๋ยอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้เป็นเพราะบทพูด เฉินผิงจึงตอบโต้ไม่ได้
แต่ตอนนี้... โอกาสมาถึงแล้ว เมื่อถึงเวลาที่ควรเอาคืน เฉินผิงจึงระเบิดพลังตอบโต้อย่างดุเดือด
ฉากที่ถ่ายทำในวันนี้ เป็นตอนที่กงซุนเช่อเกลี้ยกล่อมเปาเจิ่งไม่ให้สืบสวนคดีฆาตกรรมองค์รัชทายาทแห่งเกาหลีอีกต่อไป
เพราะตามหลักฐานทั้งหมดที่เปาเจิ่งพบก่อนหน้านี้ สามารถโยนความผิดให้คนของเกาหลีเองได้สำเร็จแล้ว
แต่เปาเจิ่งกลับรู้สึกว่าคดีนี้ยังมีข้อน่าสงสัย เขายังหาตัวฆาตกรตัวจริงไม่พบ
ด้วยเหตุนี้ กงซุนเช่อจึงมาหาเพื่อโน้มน้าวเปาเจิ่ง
และแน่นอนว่ากงซุนเช่อไม่อาจโน้มน้าวเปาเจิ่งได้สำเร็จ
ทว่าเรื่องนั้นไม่สำคัญ บทที่ควรพูด เฉินผิงก็ยังต้องพูดออกไปอยู่ดี
[เฉินผิง: "ได้ ถ้างั้นเจ้าก็หาตัวฆาตกรตัวจริงมาให้ข้าดูหน่อยสิ"]
[โจวเจี๋ย: "ตอนนี้ก็แค่ยังไม่รู้ แต่ใช่ว่าฉันจะหาไม่พบ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น"]
[เฉินผิง: "แล้วหาเจอแล้วจะยังไงต่อล่ะ?"]
โจวเจี๋ยถึงกับพูดไม่ออก
เฉินผิงไม่รอให้โจวเจี๋ยตอบกลับ เขากล่าวเสียงเข้ม "รู้ถึงวิกฤตของราชวงศ์ซ่งในตอนนี้ไหม แคว้นเหลียวกำลังจ้องตะครุบเหยื่ออยู่ทางเหนือ วิธีที่ดีที่สุดของราชวงศ์ซ่งเราคือร่วมมือกับเกาหลีต่อต้านแคว้นเหลียว หากว่ายังดันทุรังสืบต่อไป ราชวงศ์ซ่งเราอาจร่วมมือกับเกาหลีไม่ได้ ซ้ำร้ายอาจถูกทั้งเกาหลีและแคว้นเหลียวรุมตีขนาบข้าง ถึงเวลานั้น ราชวงศ์ซ่งของเราจะเป็นยังไง?"
โจวเจี๋ย: "แล้วจะปล่อยให้ความจริงถูกฝังกลบ และใส่ร้ายคนบริสุทธิ์งั้นเหรอ?"
เฉินผิง: "บริสุทธิ์ สิ่งที่อยากบอกคือคนเกาหลีเป็นผู้บริสุทธิ์งั้นสิ?"
โจวเจี๋ย: "หรือว่าไม่ใช่ล่ะ?"
เฉินผิง: "ก็อาจจะใช่... แต่เคยคิดบ้างไหม หากสองแคว้นทำสงครามกัน ความเป็นความตายของราษฎรราชวงศ์ซ่งนับแสนนับหมื่นคนไม่นับว่าบริสุทธิ์งั้นเหรอ? เจ้าทำเพื่อความจริงเพียงข้อเดียวของตัวเอง กลับต้องแลกมาด้วยชีวิตราษฎรราชวงศ์ซ่งตั้งเท่าไหร่ เปาเจิ่งเอ๋ยเปาเจิ่ง เสียแรงที่ร่ำเรียนตำรามานานหลายสิบปี เวลาหลายสิบปีที่เรียนมา ไม่รู้เลยว่าเรียนไปทิ้งไว้ที่ไหนหมด..."
โจวเจี๋ย: "..."
ฉากนี้ถือเป็นช่วงเวลาโดดเด่นที่หาได้ยากของตัวละครกงซุนเช่อ
หลังจากนี้ กงซุนเช่อก็แทบจะหาโอกาสเล่นงานเปาเจิ่งในเนื้อเรื่องส่วนอื่นได้ยากมาก
ทว่า
หากคิดจะตอบโต้ ก็ต้องเอาคืนให้สาสม
แม้กงซุนเช่อจะมีโอกาสเอาคืนเปาเจิ่งไม่มากนัก แต่การตอบโต้ระลอกนี้ ถือว่ารุนแรงมากพอตัว
อาศัยข้ออ้างเรื่องความถูกต้องของชาติบ้านเมือง มากดข่มเปาเจิ่งจนมิด
แม้ในเนื้อเรื่องช่วงหลังอ๋องแปดจะมองเห็นแววในตัวเปาเจิ่ง และยอมยืดเวลาให้อีกสามวันจนสามารถสืบหาความจริงได้สำเร็จ
แต่เฉินผิงก็ไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไป
กงซุนเช่อที่เฉินผิงรับบทอาจมีสติปัญญาด้อยกว่าเปาเจิ่ง แต่ในด้านอีคิว ความรักชาติบ้านเมือง และการมองการณ์ไกล... เรื่องพวกนี้เขาเหนือกว่าเปาเจิ่งไม่ใช่แค่เล็กน้อยแน่นอน
เพียงเท่านี้ ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
……
...
"คัต"
"ผ่าน"
"โจวเจี๋ย มานี่หน่อย"
เนื้อเรื่องฉากนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่นมาก ผู้กำกับหูหมิ่นข่ายจึงรู้สึกพอใจมาก
ทว่า แม้จะรู้สึกพอใจกับฉากนี้มาก แต่ผู้กำกับกลับไม่ค่อยสบอารมณ์ในตัวโจวเจี๋ย
"โจวเจี๋ย เกิดอะไรขึ้น ช่วงนี้สภาพคุณดูเหมือนจะไม่ค่อยปกตินะ"
"ผู้กำกับหู ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แค่รู้สึกว่าพอเข้าฉากกับเฉินผิงทีไรก็โดนเอ็นจีทุกที"
"การโดนเอ็นจีเป็นเรื่องปกติ ปัญหาหลักอยู่ที่สภาพจิตใจของคุณ มาดูฉากเมื่อกี้หน่อยสิ..."
เมื่อนำภาพที่เพิ่งถ่ายเสร็จมาเปิดให้ดูซ้ำ โจวเจี๋ยก็รู้สึกกระดากอายเล็กน้อย
ตอนที่แสดงเมื่อครู่เขาก็สัมผัสได้แล้ว
คิดไม่ถึงเลยว่าภาพที่สะท้อนผ่านเลนส์กล้อง จะยิ่งแสดงให้เห็นชัดเจนมากกว่าเดิม
ฉากเมื่อครู่นี้ เขาโดนเฉินผิงกดข่มจนจมมิดเลยทีเดียว
"ผู้กำกับหู ช่วงนี้บารมีของเฉินผิงดูแข็งแกร่งมากเลยนะครับ"
"รัศมีของเฉินผิงแข็งแกร่งมากทีเดียว แต่ก็ต้องดูด้วยว่าอยู่ในสถานการณ์ไหน ตอนถ่ายทำสองสามตอนแรกคุณสัมผัสได้ไหมล่ะ? เขาก็แค่คว้าโอกาสเอาไว้ได้เท่านั้นเอง"
"ผู้กำกับหู..."
โจวเจี๋ยไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมเข้าใจดีว่าผู้กำกับกำลังสื่อถึงอะไร
……
...
"เฉินผิง วันนี้ถ่ายทำเสร็จหรือยัง?"
"เพิ่งถ่ายเสร็จครับ"
"ดี... พรุ่งนี้ฉันจะพานายไปเมืองฮู่ซื่อสักรอบ"
"ครับ?"
"มีซีรีส์เรื่องหนึ่งอยากให้นายไปลองแคสต์ดู"
"เรื่องอะไรเหรอครับ เซิ่งเถิงมีส่วนร่วมด้วยหรือเปล่า?"
"เปล่าหรอก"
เมื่อกลับถึงโรงแรม เฉินผิงก็ได้รับสายจากอู๋อวี๋ "ด้วยกระแสความนิยมของนายในตอนนี้ ถ้าเซิ่งเถิงมีส่วนร่วม นายก็ไม่จำเป็นต้องไปแคสต์เลยสักนิด"
"โอเคครับ เดี๋ยวผมไปขออนุญาตลาหยุดกับผู้กำกับหูก่อน... ไม่ ๆ ๆ เดี๋ยวก่อน พี่ยังไม่ได้บอกผมเลยนะว่าซีรีส์เรื่องอะไร?"
"หึ ๆ ทำไมล่ะ กลัวพวกเราหาซีรีส์ห่วย ๆ มาให้รึไง"
เมื่อฟังความหมายของเฉินผิงออก อู๋อวี๋ก็หัวเราะร่วน "ต่อให้นายอยากเล่นซีรีส์ห่วย ๆ พวกเราก็ไม่ยอมหรอก ตอนนี้นายถูกเซิ่งเถิงมองว่าเป็นเป้าหมายที่ต้องปั้นเป็นพิเศษ ว่าที่พระเอกเบอร์หนึ่งในอนาคตเชียวนะ"
"ว่าที่พระเอกเบอร์หนึ่งเลยเหรอครับ?"
"ทำไม ไม่เต็มใจเหรอ?"
"เหมือนว่าผมจะมีสัญญาเหลือแค่อีกสามปีเองนะครับ"
"เพราะงั้นไง บริษัทถึงได้แสดงความจริงใจขนาดนี้ พอหมดสัญญาสามปีแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับนายแล้วล่ะว่าจะต่อสัญญากับบริษัทอีกไหม"
เฉินผิงไม่ได้ตอบกลับ
ทว่าอู๋อวี๋ก็ไม่ได้ร้อนใจบังคับให้เฉินผิงรีบแสดงจุดยืน เธอพูดต่อจากหัวข้อเมื่อครู่ "ช่วงนี้บริษัทฮวนรุ่ยลงทุนสร้างซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่านายจะสนใจไหม"
"ฮวนรุ่ยเหรอครับ ผมอยากจะบอกว่าไม่สนใจก็คงไม่ได้มั้ง"
ในวงการบันเทิง
แม้ฮวนรุ่ยจะไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด และไม่ได้มีประสบการณ์เก่าแก่ที่สุด
แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงหลายปีมานี้ ซีรีส์ที่ฮวนรุ่ยลงทุนสร้างสามารถครองพื้นที่บนหน้าจอโทรทัศน์ได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้
ในชาติก่อนดาราดังหลายคน รวมไปถึงนักแสดงวัยรุ่นจำนวนมากต่างก็แจ้งเกิดจากฮวนรุ่ยทั้งสิ้น
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อหลายวันก่อนทางฮวนรุ่ยก็เพิ่งคิดจะมาทาบทามซื้อตัวเฉินผิงด้วยซ้ำ
เมื่อคิดได้แบบนี้ เฉินผิงก็มองหน้าอู๋อวี๋ "พี่อู๋อวี๋ มีเรื่องหนึ่งผมไม่รู้ว่าควรจะบอกพี่ดีไหม"
"ช่วงหลายวันมานี้ทางฮวนรุ่ยส่งคนมาทาบทามนายใช่ไหมล่ะ"
"บริษัทรู้ด้วยเหรอครับ?"
"เรื่องในวงการบันเทิงมีความลับอยู่สักกี่เรื่องกันเชียว?"
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ บริษัทยังจะให้ผมไปแคสต์อีก ไม่ใช่ว่าพอผมไปแคสต์แล้ว จะกลายเป็นว่าไปแล้วไปลับไม่กลับมาหรอกนะครับ"
"เมื่อกี้ฉันถึงได้บอกนายไปไง ว่าบริษัทแสดงความจริงใจให้เห็นแล้ว ส่วนหลังจากนี้จะทำยังไง ก็ขึ้นอยู่กับนายแล้ว"
เฉินผิงพยักหน้ารับ
ช่วงที่ผ่านมาการร่วมงานกับเซิ่งเถิงก็ถือว่าไม่เลว เฉินผิงจึงยังไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนบริษัทต้นสังกัด
เซิ่งเถิงก็ถือว่าเปิดอกคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ทว่าเฉินผิงก็ยังไม่แสดงจุดยืนในตอนนี้ เขาเอ่ยถาม "ซีรีส์เรื่องนี้ชื่อว่าอะไรเหรอครับ?"
"มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ"
(จบตอน)