- หน้าแรก
- ตัวประกอบขอเป็นซูเปอร์สตาร์
- บทที่ 146 ซีรีส์เรื่องต่อไป?
บทที่ 146 ซีรีส์เรื่องต่อไป?
บทที่ 146 ซีรีส์เรื่องต่อไป?
[ระบบ: โฮสต์เสร็จสิ้นการถ่ายทำผ่าทะลุฟ้า รักทะลุมิติ ภารกิจสำเร็จ ฟื้นฟูสภาพร่างกาย]
ในที่สุด
หลังจากซีรีส์ผ่าทะลุฟ้า รักทะลุมิติปิดกล้อง ปัญหาที่เคยค้างคาใจก่อนหน้านี้ก็หมดไป
ภารกิจสำเร็จ ร่างกายฟื้นฟูกลับมา
เฉินผิงรู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นมาก
อย่าลืมนะว่า
ช่วงถ่ายทำที่ผ่านมา เขาเข้าโหมดผู้ทรงศีลมาตลอด
อย่าว่าแต่จะไม่สนใจสาวๆ คนอื่นเลย ขนาดคุยโทรศัพท์กับหยวนปิงเหยียน เขายังไม่ค่อยมีอารมณ์เท่าไหร่
เรื่องนี้ทำเอาหยวนปิงเหยียนแอบคิดว่าเฉินผิงปันใจให้คนอื่นหรือเปล่า
ถึงแม้จะดูเหมือนว่าทั้งคู่ยังไม่ได้เริ่มคบกันด้วยซ้ำ
แต่หยวนปิงเหยียนเป็นคนฉลาด
ในเมื่อเฉินผิงไม่พูด เธอก็ไม่ซักไซ้อะไร
พอร่างกายกลับมาเป็นปกติ เฉินผิงก็รู้สึกคึกคักขึ้นมาทันตา
โหมดผู้ทรงศีลที่รักษามาตลอดแตกพ่ายในพริบตา สิ่งแรกที่เขาทำคือรีบโทรหาหยวนปิงเหยียนทันที
"เสี่ยวผี ทำอะไรอยู่ล่ะ"
เฉินผิงถามด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง
พอได้ยินเสียงนี้ หยวนปิงเหยียนถึงกับขนลุกซู่ "อย่าทำเสียงแบบนี้สิ พูดปกติหน่อยได้ไหม"
"นี่แหละเสียงปกติของผมแล้ว"
"ปกติกับผีสิ"
หยวนปิงเหยียนกลั้นขำ "กำลังถ่ายซีรีส์อยู่น่ะ ทางนั้นถ่ายเสร็จแล้วเหรอ"
"อืม วันนี้เพิ่งปิดกล้อง ไม่มีที่ไป ขอไปหาคุณได้ไหม"
"มาหาฉันทำไม"
"ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ก็แค่อยากเจอหน้าคุณ"
"ไม่ได้หรอก..."
ช่างต่างจากก่อนหน้านี้ที่เธอเฝ้ารอให้เฉินผิงมาหาอย่างสิ้นเชิง
แต่ครั้งนี้หยวนปิงเหยียนกลับปฏิเสธ "ช่วงนี้ฉันถ่ายซีรีส์อยู่นะ ไม่มีเวลาเจอนายหรอก"
"คุณก็ถ่ายของคุณไปสิ ผมนั่งดูอยู่ข้างๆ ก็พอ"
"จะทำให้ฉันเสียสมาธิน่ะสิ"
"จะเป็นไปได้ไง ฝีมือการแสดงผมก็ถือว่าใช้ได้นะ จะได้แลกเปลี่ยนความรู้กับคุณด้วยไง"
"ไม่สิๆ ก่อนหน้านี้ตอนคุยโทรศัพท์ นายยังดูไม่มีอารมณ์เลยไม่ใช่เหรอ"
"ก่อนหน้านี้ถ่ายซีรีส์มันเหนื่อย ตอนนี้เคลียร์งานเสร็จแล้วไง"
"ทำไมฉันรู้สึกเหมือนจะมีหมาป่าบุกมาหากันนะ"
"ห๊ะ หมาป่า... ที่ไหน"
เฉินผิงส่ายหน้ารัว "จะเป็นไปได้ไง ผมเป็นคนแบบนั้นเหรอ"
"นายนั่นแหละเป็นคนแบบนั้น"
"ผม..."
เฉินผิงโดนหยวนปิงเหยียนตอกกลับจนแทบบ้า "ผมสาบานเลยนะ ถึงตอนนั้นจะไม่ทำอะไรเลยสักนิด"
"วันนี้ต่อให้พูดอะไรฉันก็ไม่เชื่อหรอก"
"ทำไมล่ะ"
"ฉันว่าตอนนี้นายควรไปอาบน้ำเย็น สงบสติอารมณ์ซะหน่อยนะ ไม่งั้นได้อกแตกตายแน่..."
"ให้ตายสิ"
เขาจนปัญญาจริงๆ
เฉินผิงกดวางสายไป
สาวๆ สมัยนี้เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้รู้ทันกันไปซะทุกเรื่อง
เฉินผิงยังไม่ทันเผยไต๋ หยวนปิงเหยียนก็จับสังเกตได้ซะแล้ว
ช่วยไม่ได้นี่นา
สงสัยจะสวมบทผู้ทรงศีลนานไปหน่อย
พอตอนนี้ถูกกระตุ้นให้คึกจัด ต่อให้อยู่ห่างกันคนละซีกโลก ฮอร์โมนความเป็นชายที่แผ่ออกมาก็ยังถูกหยวนปิงเหยียนสัมผัสได้อยู่ดี
"เอาเถอะ อาบก็อาบ"
ไม่มีทางเลือก
ชีวิตคนโสดก็แสนจะน่าเบื่อแบบนี้แหละ
แถมเฉินผิงยังเป็นคนจริงจังรักนวลสงวนตัวอีก
ย่อมไม่มีทางไปเที่ยวอาบอบนวดอะไรเทือกนั้นแน่นอน
ถึงแม้อาบอบนวดจะน่าสนุกดีก็เถอะ
แต่จะทำแบบนั้นได้ไง
อนาคตเฉินผิงยังต้องเป็นดาราใหญ่อีกนะ
ขืนไปเที่ยวอาบอบนวดแล้วโดนจับได้... คงได้กลายเป็นข่าวฉาวใหญ่โตแน่
เขาจึงทำได้แค่อาบน้ำเย็นดับความรุ่มร้อน
"เฮ้อ ค่อยตาสว่างขึ้นมาหน่อย"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินผิงก็เดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ
จังหวะนั้นเอง อู๋อวี๋ก็ถือแฟ้มเอกสารสามฉบับเดินเข้ามาพอดี
"กลับมาแล้วเหรอครับ"
"กลับมาแล้วสิ"
"ช่วงที่ผ่านมานายถ่ายซีรีส์มาตั้งนาน คงเหนื่อยน่าดู รับนี่ไป"
"นี่อะไรครับ"
"งานโฆษณาสามตัวน่ะ"
พอกลับมาจากกองถ่ายผ่าทะลุฟ้า รักทะลุมิติ อู๋อวี๋ก็รับงานโฆษณาให้เฉินผิงถึงสามตัว
ตอนแรกเฉินผิงค่อนข้างสนใจโฆษณาทั้งสามตัวนี้อยู่ไม่น้อย
เพราะยังไงก่อนหน้านี้เขาก็เคยถ่ายมาแล้ว
งานพวกถ่ายโฆษณาหรือเป็นพรีเซนเตอร์ ถือเป็นงานที่สบายที่สุดและทำเงินง่ายที่สุด
แต่พอเปิดดูรายละเอียดโฆษณาทั้งสามตัว เฉินผิงก็ถึงกับอ้าปากค้าง
ตัวแรกคือกางเกงใน ตัวที่สองคือเสื้อซับใน ส่วนตัวที่สามคือถุงเท้า
เฉินผิงกุมขมับปวดหัว "เป็นพรีเซนเตอร์ถุงเท้ายังพอทน แต่เป็นพรีเซนเตอร์กางเกงในกับเสื้อซับในเนี่ย มันดูไม่ค่อยดีมั้งครับ แถมค่าตัวก็น้อย ตัวที่ได้เยอะสุดยังแค่ล้านเดียวเอง"
"หึๆ... คิดว่าทุกแบรนด์จะรวยเหมือนเสี่ยวเทียนไฉหรือไง"
พอเห็นท่าทีไม่สนใจของเฉินผิง อู๋อวี๋จึงอธิบาย "การที่นายได้งานพรีเซนเตอร์นาฬิกาโทรศัพท์รุ่นเสี่ยวเทียนไฉมาก็ถือว่าฟลุกแล้ว เพราะตอนนั้นไปออกรายการการแข่งขันเขียนตามคำบอกอักษรจีนพอดี ไม่งั้นเขาคงไม่เลือกนายหรอก ถึงซีรีส์ที่นายเล่นอย่าง ฉู่ฮั่นศึกชิงบัลลังก์สะท้านปฐพีกับกระบี่เย้ยยุทธจักรจะออนแอร์แล้วก็เถอะ แต่กระแสยังไม่ค่อยนิ่ง ช่วงแรกอาจจะดังแซงหน้าดาราเบอร์สองเบอร์หนึ่งไปได้ แต่ดูตอนนี้สิ เรตติ้งตกลงมาไม่น้อยเลยนะ"
"ฉันหาโฆษณามาให้ได้สามตัวรวดก็ถือว่าเก่งมากแล้วนะ พอเคยจับเงินสิบล้านมา ก็เลยเมินเงินแค่ล้านสองล้านแล้วหรือไง"
อู๋อวี๋หยิบแฟ้มโฆษณาทั้งสามตัวขึ้นมาพลางทำหน้าอิจฉา "ถ้าฉันได้สักล้านสองล้าน โฆษณาอะไรฉันก็ยอมถ่ายทั้งนั้นแหละ"
"ประเด็นคือโฆษณาสามตัวนี้มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับผมเลย แถมสินค้าที่ให้เป็นพรีเซนเตอร์ก็เป็นสินค้าระดับล่างซะส่วนใหญ่ มันไม่ค่อยเป็นผลดีกับผมเท่าไหร่นะครับ"
ที่รับงานเสี่ยวเทียนไฉก่อนหน้านี้ เป็นเพราะตอนนั้นเฉินผิงกำลังร้อนเงิน
อย่าว่าแต่เสี่ยวเทียนไฉเลย ต่อให้เป็นโฆษณาระดับล่างกว่านี้เขาก็พร้อมจะรับ
แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว
มีเงินสิบล้านอยู่ในมือ อย่างน้อยช่วงนี้เขาก็ไม่อดตาย จึงไม่จำเป็นต้องดิ้นรนรับงานโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเงินแค่ล้านสองล้านอีก
อีกอย่าง
ถ้ารับงานโฆษณาเล็กๆ พวกนี้เยอะเกินไป มันจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของเขาจริงๆ
ในอนาคตถ้าเฉินผิงกลายเป็นดาราใหญ่ แต่ยังมีภาพจำว่าเป็นพรีเซนเตอร์กางเกงในหรือเสื้อซับใน... อะไรพวกนี้ มันคงน่ากระอักกระอ่วนไม่น้อย
โดยเฉพาะพรีเซนเตอร์กางเกงใน
ขืนต้องใส่กางเกงในตัวเดียวเข้ากล้อง คงบาดตาคนดูน่าดู
แน่นอนว่า
ใช่ว่าจะไม่มีดาราคนไหนเคยเป็นพรีเซนเตอร์กางเกงใน
ดาราดังบางคนก็เคยรับงานพวกนี้มาแล้ว
อย่างกู่เทียนเล่อที่ 'หน้าตาธรรมดาสามัญ' เขาก็เคยเป็นพรีเซนเตอร์กางเกงใน
แต่กู่เทียนเล่อจะคิดยังไง เขาไม่อยากรู้หรอก ยังไงเขาก็ไม่ขอรับงานพรีเซนเตอร์แบบนี้เด็ดขาด
"จุ๊ๆ เฉินผิง ตอนนี้ฉันเจอข้อเสียของนายอย่างนึงแล้วนะ"
"ข้อเสียอะไรครับ"
"ชื่อเสียงยังไม่เท่าไหร่ แต่ตาสูงเชียวนะ"
"หมายความว่าไงครับ"
"กางเกงใน เสื้อซับในไม่อยากเป็น แล้วอยากเป็นพรีเซนเตอร์อะไรล่ะ... เบนซ์ดีไหม"
"แบบนั้นก็ดีครับ"
"แล้วบีเอ็มล่ะ"
"ถ้าเทียบกับเบนซ์ ผมชอบบีเอ็มมากกว่าครับ"
"ปอร์เช่ล่ะ"
"งั้นยิ่งดีเลยครับ"
"ได้ วันหลังฉันจะลองโทรไปถามดูนะ ว่าเขาสนใจให้นายเป็นพรีเซนเตอร์ไหม เพียงแต่ว่า..."
"เพียงแต่อะไรครับ"
"อย่าให้ถึงเวลาที่ฉันไปถาม แล้วเขาตอบกลับมาโต้งๆ ว่า เฉินผิงคือใคร แบบนั้นคงหน้าแตกแย่..."
"บ้าเอ๊ย นี่หลอกด่าผมปะเนี่ย"
เฉินผิงแทบกระอักเลือด
"นี่คิดจริงจังเหรอ"
อู๋อวี๋ส่ายหน้าจนใจ "อย่าว่าแต่แบรนด์หรูระดับนี้เลย ต่อให้เป็นรถแบรนด์ทั่วไป ดาราทั่วไปก็ยังไม่มีปัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้หรอกนะ อย่างน้อยก็ต้องไต่เต้าให้ถึงเบอร์หนึ่งให้ได้ก่อน เอาล่ะ นอกเรื่องมาไกลแล้ว... สามโฆษณานี้นายไม่รับฉันก็ไม่บังคับหรอกนะ"
อู๋อวี๋เก็บโฆษณาทั้งสามตัวกลับมา โดยไม่บังคับให้เฉินผิงต้องรับ
ลึกๆ เธอก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เฉินผิงพูด
รับเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ระดับล่างเยอะเกินไป มันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเฉินผิงจริงๆ
ถ้าเป็นดาราทั่วไปก็คงไม่เป็นไร
แต่ปัญหาคือ เฉินผิงมีศักยภาพสูง และเติบโตในวงการได้ค่อนข้างเร็ว
ถ้าต้องมารับโฆษณาเล็กๆ สามตัวนี้เพื่อหาเงิน มันก็ดูจะได้ไม่คุ้มเสียจริงๆ
"ช่วงนี้ก็พักผ่อนไปก่อนละกัน ทางเราจะเริ่มหาซีรีส์เรื่องต่อไปให้เอง"
"ได้ครับ"
เฉินผิงพยักหน้ารับ
หลังจากถ่ายผ่าทะลุฟ้า รักทะลุมิติเสร็จ ไม่รู้แฮะว่าจะได้รับงานซีรีส์เรื่องไหนต่อ?