- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นคนเก็บศพ แต่ดันมีระบบยิ่งเติมเงินยิ่งโกง
- บทที่ 100 - การวางแผนล่วงหน้า
บทที่ 100 - การวางแผนล่วงหน้า
บทที่ 100 - การวางแผนล่วงหน้า
บทที่ 100 - การวางแผนล่วงหน้า
★★★★★
เมืองต้าเจ๋อ ภายในกรมตำรวจ
นายอำเภอหวังผังซานมาถึงแล้ว เขาถือตะกร้ากับข้าวเข้ามา นำอาหารและเหล้ามาส่งให้เย่ซีเฉาและผู้ติดตามอีกสองคน
หมูสามชั้นพะโล้ทองคำ ซุปเป็ดตุ๋น ไก่ท่านเจ้าคุณ เนื้อวัวแผ่นบางกรอบ ปลิงทะเลตุ๋นไข่กุ้ง สีสันและกลิ่นรสล้วนครบครัน อีกทั้งยังมีข้าวสวยร้อนๆ เม็ดใสแจ๋วอีกหลายชาม
เมนูเหล่านี้ล้วนเป็นอาหารขึ้นชื่อของภัตตาคารต้าเจ๋อ
จานอาหารถูกวางเรียงราย เย่ซีเฉาประคองชามข้าวไว้ในมือ นำน้ำพะโล้จากกับข้าวราดลงบนข้าวสวย
เขาพุ้ยข้าวเข้าปากคำโต
"รสชาติไม่เลว เป็นยังไงบ้าง สวี่คุนยอมก้มหัวหรือยัง" เขาเอ่ยถาม
ผู้ติดตามทั้งสองคนคอยคีบกับข้าวอยู่ข้างๆ
หมูพะโล้อร่อย ไก่ท่านเจ้าคุณก็อร่อยเหมือนกัน
"คุณชายเย่ กลุ่มพันธมิตรบริษัทรถไฟได้รวมหัวกันขึ้นราคาแล้ว พวกเขากำลังบังคับเก็บค่าขนส่งจากบริษัทมาตรฐานปิโตรเลียมในราคาสูงลิ่วครับ"
ในสายตาของหวังผังซาน ราคาถังละสิบเหรียญเงินนั้นแพงกว่าราคาขายน้ำมันก๊าดเสียอีก
นี่ก็คือการคว่ำบาตรการขนส่งน้ำมันในอีกรูปแบบหนึ่ง
เย่ซีเฉาแค่นรอยยิ้มเย็นชา เขาส่งเสียงหึหึในลำคอแล้วคีบกับข้าวต่อไป จะว่าไปการได้นั่งกินข้าวในคุกปูฟางแบบนี้ก็ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ดีเหมือนกัน
"คุณชาย สวี่คุนคงจะยอมก้มหัวให้ในอีกไม่ช้าแน่ครับ"
อู่ปี้ซ่งผู้ติดตามร่างเตี้ยคีบเนื้อวัวแผ่นบางกรอบเข้าปาก รสชาติเผ็ดร้อนอร่อยเหลือเกิน
"นายอำเภอหวัง คุณไปบอกให้สวี่คุนมาพบฉัน"
เขาวางชามและตะเกียบลง มือข้างหนึ่งถือชามวางไว้บนขาซ้าย ส่วนอีกมือถือตะเกียบวางไว้บนขาขวา
เขากำลังจ้องมองหวังผังซาน
ผู้ติดตามทั้งสองเห็นคุณชายหยุดกินแล้ว พวกเขาก็หยุดกินตามไปด้วย
แผ่นดินต้าซินนั้นกว้างใหญ่ไพศาล มีสาวงามมากมาย พวกเขาไม่เคยมาที่รัฐเจ๋อโจวมาก่อน อาหารพวกนี้รสชาติดีจริงๆ
"คุณไปบอกมันนะว่า แค่มันยอมมอบบริษัทมาตรฐานปิโตรเลียมมาแต่โดยดี กลุ่มพันธมิตรบริษัทรถไฟก็จะลดราคาให้ทันที และมันก็ยังคงเป็นเศรษฐีได้เหมือนเดิม"
"แต่ถ้ามันคิดอยากจะหนีไปต่างประเทศ ฉันก็สามารถจัดการเรื่องไปทวีปตะวันออกให้ได้"
เย่ซีเฉารู้สึกว่าตนเองกำชัยชนะไว้ในมือแล้ว
"ครับ ครับ"
หวังผังซานโค้งคำนับพลางเดินเอามือไพล่หลังออกจากกรมตำรวจไปด้วยสีหน้าเบิกบานใจ
แสงแดดสาดส่องลงมา
"วันนี้เป็นวันดีจริงๆ" เขาหรี่ตามองท้องฟ้าแล้วก้าวลงจากบันได
"ขายหนังสือพิมพ์จ้าขายหนังสือพิมพ์ ห้ายักษ์ใหญ่บริษัทรถไฟทนแรงกดดันเรื่องผลประกอบการไม่ไหว ยอมก้มหัวให้บริษัทมาตรฐานปิโตรเลียมแล้ว ค่าขนส่งน้ำมันก๊าดลดฮวบ"
อะไรนะ
หวังผังซานรีบควักเงินซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่านทันที
ในหนังสือพิมพ์ไม่ได้บอกหรือว่าสวี่คุนจะสร้างเครือข่ายท่อส่งน้ำมันเองแล้วตัดขาดกับบริษัทรถไฟไปแล้ว
บ้าเอ๊ย
พวกพ่อค้าหน้าเลือดพวกนี้ทำบ้าอะไรกัน ไม่มีศีลธรรมเอาเสียเลย เปลี่ยนสีเร็วยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือเสียอีก
หวังผังซานอ่านรายละเอียดก็พบว่าบริษัทรถไฟของรัฐจิงและรัฐเจียงถูกกันออกจากวงจร
นี่มันเชือดไก่ให้ลิงดูชัดๆ
"ไหนบอกว่าเป็นพันธมิตรที่ไม่มีวันแตกสลายไง ถุย"
เขาโกรธจัดจนฉีกหนังสือพิมพ์ทิ้ง
คนอื่นเขาจะสร้างเครือข่ายท่อส่งน้ำมันเองแล้ว จะขึ้นมาขี่คอพวกแกอยู่แล้ว แต่พวกแกยังจะหน้าด้านไปร่วมมือกับเขาอีกหรือ
ไร้ยางอาย
หลังจากนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าต้องนำเรื่องนี้ไปรายงาน จึงเรียกเด็กขายหนังสือพิมพ์เพื่อซื้อมาอีกฉบับ
เขารีบวิ่งกลับไป
"คุณชายเย่ แย่แล้วครับ"
เขามีสีหน้ากระวนกระวายพลางสอดหนังสือพิมพ์ผ่านลูกกรงเหล็กเข้าไป
เย่ซีเฉาอ่านจบ เลือดก็สูบฉีดจากลำคอขึ้นไปบนใบหน้าจนแดงก่ำ
"อ๊าก"
เขาคว่ำชามข้าวลงบนเสื่อฟางด้วยความโกรธเกรี้ยว
"กำเริบเสิบสานนัก"
เขาลุกพรวดขึ้นยืน
ผู้ติดตามทั้งสองมองหน้ากัน พวกเขาวางตะเกียบลงแล้วหยิบหนังสือพิมพ์บนพื้นขึ้นมาอ่าน
พาดหัวข่าวเขียนไว้ว่า
ห้ายักษ์ใหญ่บริษัทรถไฟยอมก้มหัว
พวกเขาสลับกันอ่านแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป แผนการของคุณชายล้มเหลวไม่เป็นท่าเสียแล้ว
"โทร โทรศัพท์ไปหาพวกมัน"
เย่ซีเฉายืนเท้าสะเอวเดินวนไปวนมาในห้องขัง
อู่ปี้ซ่งผู้ติดตามร่างเตี้ยจึงล้วงโทรศัพท์แบบหมุนออกมา แล้วเริ่มติดต่อไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัทรถไฟ
"ฮัลโหล ครับ เข้าใจแล้วครับ"
อู่ปี้ซ่งวางสายแล้วหันมาบอกเย่ซีเฉาว่า "ตระกูลฉู่และตระกูลเซียวลงมือแทรกแซงครับ พวกเขาอ้างว่าการทำธุรกิจก็ต้องว่ากันด้วยเรื่องธุรกิจ"
อู่ปี้ซ่งรู้ดีว่านี่เป็นเพียงข้ออ้างของอีกฝ่าย
ตระกูลเย่ ตระกูลฉู่ และตระกูลเซียว มักจะร่วมมือกันท่ามกลางการต่อต้าน และต่อต้านกันท่ามกลางความร่วมมือเสมอ โดยปกติแล้วจะต่อต้านกันเจ็ดส่วนและร่วมมือกันสามส่วน
พวกมันคือคู่แข่งทางอุดมการณ์ของพันธมิตร
สีหน้าของเย่ซีเฉายิ่งดูมืดมนลงไปอีก เขาแย่งหนังสือพิมพ์กลับมาอ่านอีกครั้ง
"ขอเพียงเจ็ดบริษัทร่วมมือกัน สวี่คุนก็อาจจะต้องยอมก้มหัวให้"
ผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยกลับทำลายรูปแบบพันธมิตรของพวกมันได้ ไอ้พวกโง่ เขายังเห็นข่าวที่สวี่คุนลงทุนกว่าหนึ่งล้านเพื่อสร้างท่อส่งน้ำมันอีกด้วย
"ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง"
หากท่อส่งน้ำมันสร้างเสร็จ บริษัทรถไฟของพวกมันจะมีอำนาจต่อรองได้อย่างไร นี่มันขุดหลุมฝังศพตัวเองชัดๆ
กว่าหนึ่งล้าน
สายตาของเขาหยุดนิ่ง นั่นมันเงินของเขาทั้งนั้น
สวี่คุนกล้าเอาไปใช้ได้ยังไง
"นายอำเภอหวัง คืนนี้ฉันจะจัดงานเลี้ยงรับรองสวี่คุน" เย่ซีเฉาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วจ้องมองหวังผังซาน
ตอนนี้หวังผังซานเริ่มรู้สึกเสียใจแล้ว ไอ้ที่ว่าเป็นสายเลือดหลักของตระกูลเย่อะไรนั่น ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เรื่องเลยด้วยซ้ำ
จัดงานเลี้ยงงั้นหรือ กะจะจัดงานเลี้ยงลวงไปฆ่าล่ะสิ แต่สวี่คุนเป็นคนที่ใครจะฆ่าก็ฆ่าได้ง่ายๆ งั้นหรือ
"คุณชายเย่ สวี่คุนเขามีแม้กระทั่งยอดปรมาจารย์..."
"คุณชายสั่งให้ไปทำอะไรก็ไปทำ แกมีหน้าที่แค่รับฟังก็พอ"
อู่ปี้ซ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังเย่ซีเฉามองเขาด้วยสายตาเย็นชา
หวังผังซานพยักหน้าหงึกๆ เขาเสียใจจริงๆ และรู้สึกว่าตัวเองลงเรือโจรมาเสียแล้ว
เขาเดินไปตามโถงทางเดิน แล้วจู่ๆ ก็พบว่าตัวเองเหมือนคนไร้หนทาง
เขาจะไปเชิญสวี่คุนได้อย่างไร
ทำงานให้แต่ไม่ได้เงิน แถมเงินเปื้อนเลือดที่เขาหามาอย่างยากลำบากก็ต้องควักเนื้อจ่ายไปอีก
"พี่ลี่ เย่ซีเฉาคิดจะลงมือกับท่านประธานสภาสวี่ครับ"
เขาไปหาลี่เยว่แล้วกระซิบกระซาบ บอกว่าเรื่องบริษัทรถไฟในตอนนี้เป็นฝีมือของเย่ซีเฉาที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง
ลี่เยว่พยักหน้ารับ บอกว่าเขารับทราบแล้ว
"ไอ้คนกลับกลอก"
ภายในห้องขัง อู่ปี้ซ่งแค่นหัวเราะ เขาแอบจับตาดูหวังผังซานอยู่ "คุณชาย ให้ผู้อาวุโสฉิ่งนำเอกสารมารับพวกเราออกไปเถอะครับ"
เย่ซีเฉาพยักหน้ารับ
เขาทำอะไรเปิดเผยตรงไปตรงมาเสมอ ทุกอย่างต้องสมเหตุสมผลและถูกต้องตามกฎหมาย
แสงแดดร้อนแรงสาดส่อง เย่ซีเฉาเดินออกจากกรมตำรวจ
"คุณชาย เบื้องหลังสวี่คุนน่าจะมีระดับยอดปรมาจารย์เข้าร่วมด้วย เมืองต้าเจ๋ออันตรายมากครับ"
ฉิ่งฮวนมีคนเดินตามหลังมาสองคน เขาดูเหมือนคนวัยกลางคน
ช่วงเวลานี้เขาสืบจนรู้สถานการณ์ในเมืองอย่างทะลุปรุโปร่ง และเข้าใจเรื่องราวพื้นฐานของสวี่คุนแล้ว
ผู้บัญชาการรัฐเจ๋อโจวทั้งสองคนที่ตายไป ล้วนเป็นเพราะคิดจะลงมือกับบริษัทมาตรฐานปิโตรเลียม
ยากที่จะบอกได้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือของสวี่คุน
แม้ตระกูลเย่จะไม่ใช่ขุนศึกท้องถิ่นทั่วไป แต่ชีวิตของคนเราก็เปราะบางเช่นเดียวกัน
"ฉันเตรียมจะจัดงานเลี้ยงรับรองสวี่คุน แล้วฉวยโอกาสจัดการมันเสีย"
การทำลายล้างทางกายภาพเป็นเพียงแค่การเห็นเลือดจากคมมีด มันง่ายดายและสะดวกรวดเร็ว ทุกปัญหาจะคลี่คลายลงทันที
"ไม่เหมาะสมครับ"
ฉิ่งฮวนขมวดคิ้ว
เขารับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของสายเลือดหลักรุ่นเยาว์ของตระกูลเย่ ความปลอดภัยของเย่ซีเฉาจึงเป็นหน้าที่ของเขา
แต่การคุ้มกันจริงๆ จะดำเนินการโดยผู้อื่น
"พ่อของคุณกำลังจะมาที่เมืองต้าเจ๋อ คุณอย่าเพิ่งวู่วามลงมือเองเลย สวี่คุนมีวิธีการที่เหี้ยมโหด แม้แต่ผู้บัญชาการรัฐสองคนก็ยังตายด้วยน้ำมือเขา"
ฉิ่งฮวนกล่าวเตือนเย่ซีเฉาอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เขาทำตัวหยิ่งยโสจนเกินไป
"หืม อะไรนะ"
เย่ซีเฉาตกใจมาก เขาเคยตรวจสอบประวัติวรยุทธ์ของสวี่คุนแล้ว เมื่อสองปีก่อนตอนที่ลงทะเบียนที่สำนักศิลปะการต่อสู้ไท่ผิง สวี่คุนยังอยู่แค่ระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามเท่านั้น
เวลาผ่านไปแค่สองปี ต่อให้เก่งกาจแค่ไหนก็ไม่มีทางก้าวข้ามระดับนักรบไปได้หรอก
ดังนั้นเขาจึงคิดจะลงมือกับสวี่คุน
เขาอายุยี่สิบเอ็ดปี หากเทียบตามระดับวรยุทธ์สายดั้งเดิม เขาก็คือระดับนักรบขั้นหนึ่ง
แต่เขาเป็นผู้ฝึกตนสายใหม่ ซึ่งแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์สายดั้งเดิมมาก
"ประวัติที่ลงทะเบียนไว้มันจะนับเป็นอะไรได้ ก็แค่กระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งเท่านั้น"
"ท่านอาฉิ่ง แล้วสวี่คุนอยู่ระดับไหนกันครับ"
เขาถามด้วยความอยากรู้
"มองไม่ออกครับ" ฉิ่งฮวนส่ายหน้า เขาบอกให้พี่น้องตระกูลอู่คอยติดตามเย่ซีเฉาไว้ อย่าทำอะไรวู่วาม สวี่คุนเป็นคนที่อันตรายมาก
[จบแล้ว]