- หน้าแรก
- ระบบบังคับให้ตับพัง: เมื่อผมต้องรับบทเจ้าพ่อสายดราม่าเพื่อต่อลมหายใจ
- ตอนที่ 225 นักตกปลา ไม่มีวันกลับบ้านมือเปล่า...จริงไหม?
ตอนที่ 225 นักตกปลา ไม่มีวันกลับบ้านมือเปล่า...จริงไหม?
ตอนที่ 225 นักตกปลา ไม่มีวันกลับบ้านมือเปล่า...จริงไหม?
เช้าวันรุ่งขึ้น
​อากาศในหุบเขาเจือไปด้วยความชื้นที่เย็นเยือก
ทุกคนรวมตัวกันที่ลานบ้านเห็ดด้วยใบหน้าที่ยังสะลึมสะลือ ทีมงานรายการจัดวาง "ยุทโธปกรณ์" สำหรับวันนี้ไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ ทั้งเบ็ดตกปลาอันใหม่เอี่ยม กล่องเหยื่อ และถังพลาสติกหลายใบ
​หวงอวี้เล่ยหยิบเบ็ดขึ้นมาเช็คพลางเริ่มบิวต์อารมณ์: "ผมจะบอกให้นะ อ่างเก็บน้ำหลังเขานี่มันมีอาถรรพ์"
เขาลดเสียงต่ำลงทำท่าทางลึกลับ
"ปลาข้างในนั้นน่ะมันบำเพ็ญตบะจนเป็นเซียนหมดแล้ว มีจิตวิญญาณสูงมาก มันจะเลือกเฉพาะ 'คนที่มีวาสนา' เท่านั้น"
​เหอจ่งจ่งยิ้มพลางเสริม: "เพราะฉะนั้น วันนี้จะมีข้าวกินไหม ก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกคุณมีวาสนากับปลาแค่ไหนแล้วล่ะครับ"
​เผิงเยี่ยนชางและจางจื่อหลาน สองสมาชิกที่อายุน้อยที่สุด สัมผัสได้ถึงวิกฤตการเอาตัวรอดทันที
"อาจารย์หวงครับ ระหว่างไส้เดือนกับเหยื่อสูตรสำเร็จแบบนี้ อันไหนวาสนาดีกว่ากันครับ?"
เผิงเยี่ยนชางถามอย่างจริงจัง ส่วนจางจื่อหลานชะโงกหน้าไปมองกล่องไส้เดือนที่ยังดิ้นยั้วเยี้ยด้วยสีหน้าตื่นๆ
​หลัวอวี้ ไม่ได้ร่วมวงสนทนา เขาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันตกปลาที่มีหน้าจอซับซ้อน
เขามองดูข้อมูลที่เด้งขึ้นมา สลับกับการเงยหน้าสังเกตกลุ่มเมฆและทิศทางลมที่พัดใบไม้ พลางพึมพำกับตัวเอง: "วันนี้ความกดอากาศต่ำ ลมตะวันออกเฉียงใต้ น้ำขุ่น ตามทฤษฎีแล้วปลาไม่ค่อยอยากเปิดปากกินเหยื่อเท่าไหร่"
เขาขยับแว่น เริ่มใช้ระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์พยายามถอดรหัสวิชาไสยศาสตร์ที่เรียกว่า "วาสนา"
​เจียงฉือ ตรงข้ามกับทุกคนโดยสิ้นเชิง เขาหยิบชุดเบ็ดของตัวเองขึ้นมา
สิ่งแรกที่ทำคือลองกะน้ำหนักดู... อืม ไม่เลว ไม่หนักเกินไป สะดวกต่อการแบก
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นซูชิงอิงที่ยืนนิ่งทำตัวไม่ถูกกับเหยื่อตรงหน้า จนเหอจ่งจ่งต้องเข้าไปช่วยสอนวิธีเกี่ยวเหยื่อให้
​กองทัพนักตกปลาออกเดินทางมุ่งหน้าสู่อ่างเก็บน้ำ ทัศนียภาพงดงาม ผืนน้ำกว้างใหญ่ แต่ไม่มีใครมีแก่ใจจะชมวิว
​หลัวอวี้พุ่งนำไปก่อน เขาถือมือถือเดินไปเดินมาตามริมตลิ่ง จนสุดท้ายเลือกทำเลที่เขาคิดว่า "ฮวงจุ้ยดีที่สุด"
"จากการวิเคราะห์กระแสน้ำและแสงแดด ตรงนี้เป็นคุ้งน้ำวน เป็นแหล่งหาอาหารที่ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ชอบที่สุด"
เขาอธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์หน้ากล้องอย่างขะมักเขม้น
​เผิงเยี่ยนชางและจางจื่อหลานก็เลือกทำเลได้แล้ว ทั้งคู่ถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียดว่าจะใช้เหยื่อสูตรกลิ่นคาวหรือกลิ่นหอมดี
ส่วนซูชิงอิงเลือกลานหินที่ไกลจากทุกคนที่สุดแต่สะอาดที่สุด เธอเหวี่ยงสายเบ็ดลงน้ำแบบสุ่มๆ แล้ววางเบ็ดทิ้งไว้ข้างตัว
​เจียงฉือลงมือเป็นคนสุดท้าย เป้าหมายของเขาชัดเจนมาก: หาต้นไม้ที่ร่มเงากว้างที่สุด
ไม่นานเขาก็เจอ... ต้นการบูรยักษ์ที่มีพุ่มใบหนาทึบทอดเงาลงบนพื้นอย่างสมบูรณ์แบบ
​เขาใช้ก้อนหินค้ำคันเบ็ดไว้ริมตลิ่งง่ายๆ เหวี่ยงสายลงน้ำโดยไม่มองด้วยซ้ำ
จากนั้นเขาก็ดึงหมวกฟางลงมาปิดหน้า เอนตัวพิงโคนต้นไม้ ปรับท่าทางให้สบายที่สุด "ทุกอย่างพร้อม ขาดเพียงลมตะวันออก" ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้ทักษะหลับลึก แค่อยากพักผ่อนหย่อนใจไปตามอารมณ์
​ก่อนจะสลัดสติทิ้งไป เจียงฉือมีความคิดสุดท้ายผุดขึ้นมา:
นี่แหละคือชีวิตที่ถวิลหาล่ะ ได้เงิน มีข้าวเลี้ยง แถมยังสร้างกระแสให้หนังได้อีก
​เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า ทั่วทั้งอ่างเก็บน้ำเงียบจนได้ยินเสียงลมและเสียงนก หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ทุ่นของทุกคนนิ่งสนิทราวกับเสาเข็มที่ตอกไว้อย่างมั่นคง
​หลัวอวี้สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ของเขาดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลต่อหน้า "วาสนา"
"ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ" เขาพึมพำ เก็บสายเบ็ดแล้วย้ายไป "ทำเลทองอันดับสอง" ที่เขาคำนวณไว้
​เผิงเยี่ยนชางและจางจื่อหลานลองเปลี่ยนสูตรเหยื่อมาแล้ว 5 แบบ ตั้งแต่ไส้เดือนยันเมล็ดข้าวโพด แต่ปลาก็ไม่ให้เกียรติเลย
"พี่คะ ทำไงดี มื้อเที่ยงไม่ใช่ว่าเราต้องกินผักป่าจริงๆ เหรอกนะคะ?"
จางจื่อหลานถามด้วยความกังวล หวงอวี้เล่ยเริ่มนั่งไม่ติดที่ เขาพยายามปล่อยมุกแก้เครียด: "ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราเก็บหินมาต้มซุปหินกินกัน รับรองอิ่ม!"
​ในขณะที่ทุกคนเริ่มถอดใจและคุยกันเรื่องจะเก็บผักป่าชนิดไหนมาประทังชีวิต เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
​"วี๊ดดดดด—"
เสียงแหลมเล็กและรัวเร็วกรีดผ่านความเงียบของอ่างเก็บน้ำ นั่นคือเสียงของรอกตกปลาที่กำลังถูกลากออกอย่างบ้าคลั่ง!
​ทุกคนหันไปมองตามเสียง...
ที่มุมหนึ่ง คันเบ็ดที่ซูชิงอิงวางลืมไว้ริมโขดหิน ตอนนี้ปลายเบ็ดงอโค้งจนดูน่ากลัว!
ซูชิงอิงสะดุ้งตกใจกับเหตุการณ์กะทันหัน เธอเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
​"ปลา! ปลาติดเบ็ดแล้ว!" หวงอวี้เล่ยเป็นคนแรกที่ได้สติ ตะโกนลั่นอย่างตื่นเเต้น
"ชิงอิง! รีบดึงเร็ว! รีบเก็บสาย!" เหอจ่งจ่งสั่งการระยะไกล
​ซูชิงอิงเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน เธอคว้าคันเบ็ดที่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง แรงมหาศาลจากใต้น้ำเกือบฉุดเธอลงไปในน้ำ
เธอไม่มีหลักการตกปลาใดๆ และไม่สนใจมาดอะไรทั้งนั้น ในหัวมีเพียงความคิดเดียวคือ ห้ามปล่อยให้มันหลุดไปเด็ดขาด เธอกำเบ็ดแน่น ใช้แรงทั้งหมดที่มีเข้าห้ำหั่นกับอสูรใต้น้ำ
​หลัวอวี้, เผิงเยี่ยนชาง และจางจื่อหลาน ทิ้งเบ็ดของตัวเองแล้ววิ่งกูเข้ามาล้อมรอบ ลุ้นระทึกกับการต่อสู้ระหว่างคนกับปลา
"ใจเย็นๆ ประคองไว้!"
"อย่าให้สายขาดนะ!"
"ค่อยๆ เล่นกับมัน ให้มันเหนื่อยก่อน!"
​เสียงสั่งการรอบตัวกลายเป็นเพียงเสียงแบ็คกราวด์สำหรับเธอ หลังจากยื้อยุดฉุดกระชากอยู่นาน ร่างสีเงินขนาดมหึมาก็ถูกเธอฉุดขึ้นเหนือน้ำในที่สุด!
​ซ่าาาา—! น้ำกระจายไปทั่ว
มันคือปลากระโห้จีน ตัวเขื่อมที่ยังดิ้นพล่าน!
ซูชิงอิงไม่หยุดแค่นั้น เธอถอยหลังต่อ ลากปลาตัวยักษ์ขึ้นมาบนพื้นดินริมฝั่ง ปลาดีดตัวไปมาหางฟาดพื้นดินปึกๆ
ซูชิงอิงหอบหายใจแฮกพลางปล่อยมือ มองดูรางวัลแห่งชัยชนะตรงหน้าด้วยความอึ้ง ทึ่ง และมีความยินดีเล็กๆ ผุดขึ้นมา
​ทุกคนกรูเข้าไปรุมล้อมพร้อมเสียงอุทาน
"โอ้โห! นี่มันตัวใหญ่เกินไปแล้ว!"
"พี่ชิงอิงโคตรเทพ!"
​หลัวอวี้มองดูปลาที่น่าจะหนักไม่ต่ำกว่า 5 จิน (2.5 กิโลกรัม) แล้วก้มมองสมุดโน้ตที่เต็มไปด้วย "การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์" ของตัวเอง... ก่อนจะตกอยู่ในความเงียบงันอันยาวนาน
​ส่วนเผิงเยี่ยนชางและจางจื่อหลานกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ "มีข้าวกินแล้ว! เรามีปลากินแล้ว!"
​เสียงไชโยโห่ร้องดังกึกก้องในที่สุดก็ส่งไปถึงหูของเจียงฉือ
เขาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ผลักหมวกฟางออกจากหน้าแล้วนั่งตัวตรง
เขามองไปยังกลุ่มคนที่รุมล้อมอยู่ไกลๆ และปลาตัวยักษ์ที่ยังดิ้นรนครั้งสุดท้ายบนพื้น
​เขาลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจหนึ่งที แล้วเดินเนิบๆ เข้าไปหาซูชิงอิงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคราบดินเล็กน้อย
​"อาจารย์ซู ดวงดีจังนะครับ"
​เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะให้ผลการประเมินขั้นสุดท้าย:
"ปลาตัวนี้อ้วนใช้ได้เลย มื้อเที่ยงทำปลาราดพริกผักกาดดองได้พอดีครับ"