- หน้าแรก
- ระบบบังคับให้ตับพัง: เมื่อผมต้องรับบทเจ้าพ่อสายดราม่าเพื่อต่อลมหายใจ
- ตอนที่ 202 เธอเรียกแบบนี้ว่า ออกจากบท เหรอ?
ตอนที่ 202 เธอเรียกแบบนี้ว่า ออกจากบท เหรอ?
ตอนที่ 202 เธอเรียกแบบนี้ว่า ออกจากบท เหรอ?
ในสมองของเจียงฉือ ทักษะ "แยกอารมณ์" เริ่มทำงานทันที
​มันรีดเอาความโศกเศร้ารันทดที่หนักอึ้งราวกับจะถล่มฟ้าทลายดินของ "เย่เฉิน" ออกไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม สัมผัสนุ่มหยุ่นและอุ่นร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่บนริมฝีปาก กลับคอยเตือนเขาถึงความจริงที่หนักแน่นประดุจเหล็กกล้าอีกอย่างหนึ่ง...
​จูบแรกหายไปแล้ว
​หายไปในกองถ่ายที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดปลอมๆ แบบนี้แหละ
​แต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องนั้นมากนัก เพราะพอมองดูใบหน้าตรงหน้าที่ยังคงพรั่งพรูอารมณ์โศกเศร้า ร้องไห้จนตัวโยนแต่ยังสวยสะกดใจของซูชิงอิง ปัญหาในโลกความเป็นจริงที่แสนซีเรียสก็ผุดขึ้นมาในหัว
​เขามีทักษะแยกอารมณ์จากระบบช่วย เลยออกจากบทได้เร็ว
แต่ซูชิงอิงไม่มีน่ะสิ!
​ดูสภาพเธอตอนนี้สิ ร้องไห้จนตับไตไส้พุงแทบขาดกระจุย เข้าถึงบทบาทชนิดที่ตัวละครกับคนกลายเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้ว
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เธอจะสวิตช์โหมดไปเป็น "หลิงซี" วิญญาณสาวผู้สูงส่ง เย็นชา ขี้ประชดประชัน แถมยังแอบสะใจลึกๆ ในฉากต่อไปได้ยังไง?
​นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความต่อเนื่องของการแสดงในฉากหน้าเท่านั้น
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ฉาก "มหกรรมหึงโหด" ของหลิงซี คือหนึ่งในจุดพีคตามบทที่เขาเล็งไว้ว่าจะต้องเป็นจุดเก็บแต้มใจสลายชุดใหญ่!
​เขาจะยอมให้เธอพกเอาความเศร้าของ "อาหลี" ไปเล่นบท "หลิงซี" ไม่ได้เด็ดขาด!
สุขภาพกายและใจของ "พาร์ทเนอร์ปั๊ม KPI ยอดเยี่ยมแห่งปี" คนนี้ เขาต้องดูแล!
​เจียงฉือตัดสินใจได้ในทันที
​ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังปกคลุมไปด้วยความเศร้าไร้ขอบเขต แม้แต่เสียงหายใจของคนรอบข้างยังปนเสียงสะอื้น เจียงฉือก็เริ่มเคลื่อนไหว
​เขายันกายที่เต็มไปด้วยคราบเลือดน่าสยดสยอง โดยมีซูชิงอิงคอยประคองอยู่อย่างทุลักทุเล แล้วท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน เขาก็ยื่นนิ้วออกมาเช็ดริมฝีปากตัวเองอย่างจริงจัง
​เขาโน้มตัวไปที่ข้างหูของซูชิงอิงที่ยังจมดิ่งในความทุกข์ระทมและกอดเขาไว้แน่น แล้วกระซิบเสียงเบา:
​"อาจารย์ซูครับ..."
"เลือดปลอมของกองเราเนี่ย... มันรสเมเปิ้ลไซรัปเหรอครับ?"
​เจียงฉือเว้นจังหวะคล้ายกำลังลิ้มรส แล้วให้ความเห็นเยี่ยงผู้เชี่ยวชาญ:
"ผมว่ามันติดหวานไปหน่อยนะครับ ว่าไหม?"
​"..."
​ความสิ้นหวังและความเศร้าบนใบหน้าของซูชิงอิงที่ทำเอาคนฟังน้ำตาซึมคนเห็นน้ำตาร่วง พลันชะงักกึกทันที
​เธอแข็งท้างอยู่ตรงนั้น ในท่าที่ยังกอดเจียงฉือไว้แน่น ไม่ไหวติง
อะไรนะ? รสเมเปิ้ล? ...หวานไป?
​เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างช้าที่สุด ดวงตาที่เพิ่งจะเต็มไปด้วยความรักความแค้นและการพลัดพรากนับพันปี ในตอนนี้เหลือเพียงความอึ้งและความมึนตึ้บถึงขีดสุด
​เธอมองผู้ชายตรงหน้า
ใบหน้าเขายังแต่งเอฟเฟกต์แผลเหวอะหวะปางตาย ไหล่และอกมีลูกศรปักอยู่สามดอก เลือดโชกไปทั้งตัว ดูอ่อนแอเหมือนจะสิ้นใจในวินาทีถัดไป แต่คนสภาพแบบนี้เนี่ยนะ กลับมานั่งถกเรื่อง "ระดับความหวานของเลือดปลอม" กับเธออย่างหน้าตาเฉย
​ความแตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่างความเศร้าและความฮา (แบบฝืดๆ) นี้ บดขยี้ความสิ้นหวังของ "อาหลี" ในสมองเธอจนแตกกระจายหายวับไปไม่เหลือซาก
​เธอถึงกับลืมร้องไห้
เธอมองเจียงฉือตาค้าง ความรักและความเสียใจที่เคยจุกอกเมื่อครู่ กลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรู้สึกประหลาดที่ผสมปนเปกันระหว่าง "หมั่นไส้" กับ "อยากหัวเราะ" โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว
​ผู้ชายคนนี้... ในหัวเขาคิดอะไรอยู่กันแน่?
​ในตอนนั้นเอง ซุนโจวและทีมงานคนอื่นๆ ที่เพิ่งดึงสติกลับมาจากความเศร้าได้ ก็กรูเข้ามาช่วยกันพยุง
"พี่ครับ! พี่! เป็นอะไรไหมครับ!"
"อาจารย์ซูครับ คุณไหวไหม?"
​ทีมงานช่วยกัน "แกะ" เจียงฉือออกจากต้นไม้ และพยุงซูชิงอิงที่ยังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น เจียงฉือเดินโอนเอนโดยมีซุนโจวคอยประคองมุ่งหน้าไปยังโซนพักผ่อน
​ในที่สุดเขาก็มีเวลาเปิดหน้าต่างระบบของตัวเอง
ในความโกลาหลเมื่อครู่ เขาได้ยินแค่เสียงแจ้งเตือนแต้มใจสลายระลอกแรกจากซูชิงอิงเท่านั้น ตอนนี้ได้เวลาตรวจรับผลงานสุดท้ายแล้ว
​【สรุปผล】
【รวมแต้มใจสลายที่เก็บเกี่ยวได้: 648 แต้ม】
【รางวัลต่ออายุขัย: 88 วัน】
​เจียงฉือมองตัวเลขใหม่ที่สวยงามบนหน้าจอด้วยความรู้สึกสงบและมั่นใจ
【ยอดแต้มใจสลายคงเหลือ: 4049 แต้ม】
【เวลาชีวิตที่เหลือ: 1244 วัน 4 ชั่วโมง】
​เขาเดาะลิ้นเบาๆ รู้สึกว่าไอ้เลือดรสเมเปิ้ลไซรัปเฮงซวยนั่นดูจะหวานอร่อยขึ้นมาทันตาเห็น รอบนี้... กำไรเน้นๆ
​พฤติกรรม "ซื่อบื้อ" ที่ขัดอารมณ์อย่างรุนแรงทั้งหมดนี้ ตกอยู่ในสายตาของจางโหมวอีที่อยู่หลังจอมอนิเตอร์ไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่เซนเดียว
เขาไม่พลาดช็อตที่เจียงฉือกระซิบข้างหูซูชิงอิง และไม่พลาดสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันราวกับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือของเธอ
​รองผู้กำกับที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับทำหน้าเบี้ยว กระซิบถาม: "ผู้กำกับจางครับ ไอ้เจียงฉือเนี่ย... มันจะหลุดโลกไปหน่อยไหม? เพิ่งเล่นบทเศร้าขนาดนั้นจบ แต่มันกลับ..."
​จางโหมวอีโบกมือตัดบท เขามองแผ่นหลังของเจียงฉือที่ถูกพยุงเดินจากไป ในดวงตาที่มักจะจับผิดและเข้มงวดของเขา ตอนนี้กลับฉายแววที่ซับซ้อน
​หลุดโลกเหรอ?
เปล่าเลย
​นั่นคือความสามารถในการ "เข้าและออก" จากบทบาทที่นิ่งจนน่ากลัว และเหนือสิ่งอื่นใด มันคือความอ่อนโยนแบบ "นอกคอก" ที่เขามีต่อพาร์ทเนอร์การแสดง
​จางโหมวอีรู้ดีกว่าใครว่าการจะดึงนักแสดงออกมาจากอารมณ์ดิ่งลึกขนาดนั้นมันยากแค่ไหน
สภาวะของซูชิงอิงเมื่อกี้คือการกลืนกลายเป็นหนึ่งเดียวกับตัวละครไปแล้ว ถ้าถลำลึกลงไปอีกเพียงนิดเดียว สภาพจิตใจของเธออาจได้รับความเสียหายอย่างไม่อาจแก้ไขได้
​แต่เจียงฉือ... กลับใช้คำพูดไร้สาระไม่เป็นภาษานั่น ดึงเธอออกมาจากเหวแห่งอารมณ์ได้อย่างง่ายดาย
​ไอ้หนุ่มนี่... มันใช้ในวิธีที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ปกป้องพาร์ทเนอร์ของมันอย่างอ่อนโยนสินะ
​จางโหมวอีหยิบแก้วน้ำเก็บอุณหภูมิขึ้นมาจิบชาผูเอ๋อร์ร้อนๆ เพื่อข่มความทึ่งในใจ เขามองตามหลังเจียงฉือไป สายตาเริ่มเปลี่ยนเป็นความพิศวงมากขึ้นเรื่อยๆ
​มันคือ "ปีศาจ" ในคราบนักแสดงชัดๆ
​อีกด้านหนึ่ง
ซูชิงอิงได้รับการช่วยเหลือจากผู้ช่วยในการเช็ดคราบน้ำตาและคราบเลือด และเปลี่ยนเป็นชุดลำลองที่สะอาด ในหัวเธอยังคงหมุนติ้ว
​เมเปิ้ลไซรัป... หวานไป...
ประโยคนี้เหมือนมีมนต์สะกด มันวนเวียนอยู่ในหัวเธอเป็น ซิงเกิลลูป และชะล้างความเศร้าใจสลายของ "อาหลี" ออกไปจนเกลี้ยงเกลาอย่างง่ายดาย
​เธอเดินไปที่โซนพักผ่อน
เจียงฉือนั่งพิงเก้าอี้หลับตาพักผ่อน มีซุนโจวคอยส่งน้ำอยู่ข้างๆ
ซูชิงอิงเดินไปหยุดตรงหน้าเขา เธอมองใบหน้าที่ล้างเครื่องสำอางออกจนเห็นความหล่อใสตามธรรมชาติ ใจเธอซับซ้อนไปหมด
​เธออยากถามเขาว่า ทำไมนายถึงพูดแบบนั้น?
อยากจะดุเขาว่า นายรู้ไหมว่ามันเสียบรรยากาศน่ะ?
แต่ทุกอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน พอถึงริมฝีปาก กลับรวมตัวกันเป็นเพียงความตั้งใจเดียว คือการเอ่ยคำว่า "ขอบคุณ"
​แต่ในขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากพูดนั้นเอง...
​"ชิงอิง!"
เสียงตะโกนทรงพลังดังผ่านโทรโข่งมา
​คือจางโหมวอี
​"เติมหน้า! ถ่ายฉากของหลิงซีต่อทันที!"
​คำสั่งนี้ทำให้กองถ่ายที่เพิ่งจะคลายความเศร้าลง กลับมาโกลาหลอีกครั้ง ถ่ายตอนนี้เลยเหรอ?
ทุกคนรู้บทกันดีว่า หลังจากรอยจูบที่สิ้นหวังของอาหลีต่อเย่เฉินจบลง วิญญาณของหลิงซีที่ซ่อนตัวอยู่ข้างๆ จะปรากฏกายขึ้นริมต้นไม้เทพ
​เธอจะต้องใช้ท่าทีที่เย็นชาที่สุด บีบบังคับให้อาหลีจากไป และเปิดฉากการประจันหน้ากันอย่างดุเดือดระหว่าง "นางเอก" ของสองช่วงเวลา ในเรื่องของความรักและการครอบครอง
​คำสั่งของจางโหมวอียังคงดำเนินต่อแบบไม่มีการเจรจา
"ทีมแต่งหน้า! ทีมไฟ! ทีมพร็อพ! ขยับกันได้แล้ว!"
"ฉันต้องการให้ร่องรอยของอาหลีหายไปจากหน้าเธอให้หมด!"
​กองถ่ายกลับมาทำงานด้วยความเร็วสูงอีกครั้ง
ซูชิงอิงยังไม่ทันได้พูดกับเจียงฉือสักคำ ก็ถูกช่างแต่งหน้าสองคนเข้าประกบซ้ายขวา "แบก" ตัวเธอไปกดลงบนเก้าอี้หน้ากระจกทันที
​คลีนซิ่งแตะลงบนใบหน้า พรากเอาฝุ่นและเลือดของ "อาหลี" ออกไป
ช่างแต่งหน้าเปิดกระเป๋าเครื่องสำอางชุดใหม่ เพื่อสลับจาก "อาหลี" ที่เศร้าสุดขีดและเปื้อนฝุ่น ไปเป็น "หลิงซี" ที่เย็นชาดุจน้ำแข็งและไร้ซึ่งมลทิน
​ไม่มีเวลาให้พักหายใจหรือปรับอารมณ์เลยสักนิด ทุกคนในกองถ่ายต่างแอบลุ้นและเป็นกังวลแทนซูชิงอิงกันหมด