- หน้าแรก
- ระบบบังคับให้ตับพัง: เมื่อผมต้องรับบทเจ้าพ่อสายดราม่าเพื่อต่อลมหายใจ
- ตอนที่ 198 ดาบนี้แทงจนทำเอาผู้กำกับจางนั่งไม่ติดเก้าอี้!
ตอนที่ 198 ดาบนี้แทงจนทำเอาผู้กำกับจางนั่งไม่ติดเก้าอี้!
ตอนที่ 198 ดาบนี้แทงจนทำเอาผู้กำกับจางนั่งไม่ติดเก้าอี้!
บนใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและความเหนื่อยล้า กลับหาไม่พบวี่แววของความพ่ายแพ้หรือความท้อแท้เลยแม้แต่น้อย
​สายตาของเจียงฉือมองข้ามความย่อยยับบนลานกว้าง มองข้ามดาบปีศาจของชื่อเจี๋ยที่ตกอยู่ไม่ไกล สมาธิทั้งหมดของเขาถูกล็อกนิ่งอยู่ที่ร่างสีขาวใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ถูกพันธนาการด้วยพลังปีศาจ
​อาหลีของเขา
คือความหมายเดียวของการตื่นจากการหลับใหลนับพันปี
​ความถือดีที่ติดตัวมาแต่กำเนิดในฐานะ "เย่เฉิน" ฉายวาบขึ้นบนใบหน้าของเจียงฉือเพียงชั่วครู่
​หลังจอมอนิเตอร์
คิ้วที่ขมวดจนเป็นปมของจางโหมวอี ในวินาทีนี้พลันคลายออกทันที เขาทิ้งน้ำหนักตัวโน้มไปข้างหน้าอย่างแรง
​เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าเจียงฉือกำลังเล่นอะไร!
นี่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ทางร่างกาย แต่นี่คือ "ความพ่ายแพ้ทางจิตวิญญาณโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว"!
​เจียงฉือไม่ได้แสดง "ความพ่ายแพ้" ที่เป็นผลลัพธ์
แต่เขากำลังแสดงถึง "แผนการที่โง่เขลาและโอหังที่สุด" เขากำลังแสดงให้เห็นถึงโศกนาฏกรรมทางนิสัยที่เป็นต้นเหตุของความฉิบหายทั้งหมด!
มันคือความมั่นใจในพลังของตัวเองอย่างเด็ดขาดของครึ่งปีศาจเย่เฉิน ที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกและไม่เคยจางหายไปแม้จะถูกผนึกมาพันปี!
​นี่คือแก่นสำคัญที่จางโหมวอีต้องการแต่ไม่กล้าคาดหวังว่าจะได้จากนักแสดง!
ความตื่นเต้นยินดีที่ถูกนักแสดงอ่านใจออกและยังนำเสนอได้เหนือกว่า พุ่งชนหัวใจของจางโหมวอีอย่างรุนแรง
​ไอ้บ้าคนนี้! เจียงฉือไอ้คนบ้านี่มันแสดงโศกนาฏกรรมแห่งโชคชะตาออกมาได้ลึกถึงกระดูกจริงๆ!
​อีกด้านหนึ่ง
หลัวอวี้ที่อยู่นอกฉาก กอดอกรอคอยที่จะเห็นเจียงฉือกลายเป็นตัวตลก สิ่งที่เขาเห็นคือนักแสดงหน้าตายคนหนึ่งที่เดินออกมาหยุดนิ่ง มุมปากของหลัวอวี้ยกยิ้มอย่างดูแคลน
​แค่นี้เหรอ? นี่เหรอจิตวิญญาณที่คนเขาอวยกันจนลอย?
แม้แต่อารมณ์พื้นฐานของผู้แพ้ยังแสดงออกมาไม่ได้เลย
​เขาหันไปมองเวินเนี่ยนเพื่อขอคำยืนยัน รอยยิ้มของเวินเนี่ยนแข็งท้างไปชั่วครู่ก่อนจะรีบปรับเปลี่ยน เธอโน้มตัวไปกระซิบข้างหูหลัวอวี้ด้วยน้ำเสียปลอบประโลม
​"เขาตามการแสดงของคุณไม่ทันหรอกค่ะอาอวี้"
"พลังระเบิดของคุณก่อนหน้านี้มันแรงเกินไป จนเขาโดนคุณข่มจนต้องแสดงออกแบบแข็งท้างเพื่อรักษามาดสุดท้ายของตัวเองเอาไว้"
​คำพูดนี้ทำให้หลัวอวี้รู้สึกดีขึ้นมาก ใช่... ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ เจียงฉือถูกออร่าของเขาข่มจนมิดไปแล้ว
​ในฉาก
ร่างกายของซูชิงอิงถูกยึดไว้ด้วยสลิงในท่าทางที่แข็งกระด้าง ทันทีที่เธอเห็นเจียงฉือเดินออกมา สัญชาตญาณของนักแสดงระดับท็อปทำให้เธอจับใจความสำคัญของการแสดงของอีกฝ่ายได้ทันที
​เขาจมดิ่งอยู่ในความโอหังของเย่เฉินอย่างสมบูรณ์
​หัวใจของซูชิงอิงเต้นระรัว เธอจะรับลูกนี้ยังไง? ในบทอาหลีคือหุ่นเชิดที่ไร้ความรู้สึก แต่ในวินาทีนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ "เย่เฉิน" ที่ยังมีชีวิตและกำลังก้าวเข้าสู่กับดักความตาย เธอทำใจให้ตายด้านไม่ได้จริงๆ
​ร่างกายของซูชิงอิงยังคงยืนนิ่งเหมือนจักรกล แต่ในส่วนลึกของดวงตาที่เคยพร่ามัวกลับพยายามเค้นเอาความเว้าวอนสายหนึ่งออกมา
​...อย่าเข้ามา...
...รีบหนีไป...
​ความเว้าวอนสายนี้ กลายเป็นเหยื่อล่อที่อันตรายที่สุดที่นำพาเย่เฉินลงสู่ขุมนรก
​เจียงฉือเห็นมันแล้ว เขาตีความความเว้าวอนนั้นเป็นการขอความช่วยเหลือและความยึดมั่นที่เธอมีต่อเขาเป็นครั้งสุดท้าย
​"อาหลี!"
​เสียงตะโกนที่อัดแน่นไปด้วยโทสะและความสงสารพุ่งออกจากลำคอ เขาเคลื่อนที่ทันที โดยไม่สน "รอยร้าว" บนร่างกายที่แทบจะฉีกเขาเป็นเสี่ยงๆ ไม่สนร่างกายที่ว่างเปล่าหลังจากแกนปีศาจแตกสลาย เขาพุ่งเข้าไปหาเชลยใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างไม่คิดชีวิต ในโลกของเขามีเพียงร่างสีขาวนั้นเท่านั้น
​เขาพุ่งไปถึงหน้าอาหลี เมินเฉยต่อไอปีศาจอัปมงคลรอบตัวเธอ (ที่จะถูกใส่ CG ทีหลัง) เขายกมือขึ้น... มือที่เต็มไปด้วยบาดแผลและคราบเลือดสั่นเทา พยายามจะลูบไล้แก้มของเธอ เหมือนกับหลายครั้งใต้ต้นไม้เทพที่เธอพยายามจะเข้าใกล้เขาอย่างเงอะงะ
​ก่อนที่ปลายนิ้วของเจียงฉือจะสัมผัสแก้มของซูชิงอิง
จางโหมวอียังไม่สั่ง "คัท" เขาสั่งการผ่านวิทยุสื่อสารไปยังตากล้องมุม A ทันที:
"ดัน โคลสอัพ! ไปที่มือของเธอ!"
​ในเลนส์กล้อง
มือที่เรียวบางและขาวผ่องข้างนั้น กำลังยกขึ้นช้าๆ ในท่าทางที่แข็งทื่อและแปลกประหลาด นิ้วทั้งห้าเหยียดตรงแล้วค่อยๆ หุบเข้าหากันจนกลายเป็นรูปกรงเล็บสังหาร ทีมงานทุกคนที่เห็นภาพนี้ต่างรู้สึกหนาววาบจากฝ่าเท้าพุ่งขึ้นสู่สมอง
​เจียงฉือย่อมเห็นมือที่เต็มไปด้วยจิตสังหารนั้นยกขึ้นเช่นกัน
แต่เขาไม่หลบ แม้แต่จะชะงักก็ไม่มี เขาทำเหมือนมองไม่เห็นสิ่งนั้น เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่ามือข้างนี้จะทำร้ายเขา เขาเดินหน้าทำท่าทางที่ค้างไว้ให้จบ ปลายนิ้วข้ามผ่านระยะห่างสุดท้าย สัมผัสลงบนแก้มที่เย็นเฉียบของอาหลีอย่างแผ่วเบาที่สุด
​และในวินาทีนั้นเอง การแสดงของซูชิงอิงก็บรรลุถึงขั้นสูงสุด
เธอสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ยอมสละทุกอย่างของ "เย่เฉิน" ผ่านปลายนิ้วของเจียงฉือ ในฐานะนักแสดงอาชีพเธอควรจะคงสภาวะ "หุ่นเชิด" เอาไว้ แต่การแสดงของเจียงฉือมันมีพลังทะลุทะลวงเกินไป ความเด็ดเดี่ยวเหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ความอ่อนโยนในวาระสุดท้าย มันเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเกราะกำบังทางเหตุผลของเธอในฐานะนักแสดงจนทะลุ
​อารมณ์ที่รุนแรงและแตกสลายระเบิดขึ้นในอก มันคือความสิ้นหวังของอาหลี และคือความใจสลายของซูชิงอิง
​บนใบหน้าของเธอยังคงความตายด้านแบบหุ่นเชิด แต่น้ำตาร้อนผ่าวหยดหนึ่งกลับร่วงหล่นจากดวงตาที่ว่างเปล่า ไหลผ่านแก้ม และหยดลงบนนิ้วมือที่กำลังลูบไล้เธออยู่พอดี
​หลังจอมอนิเตอร์ จางโหมวอีอุทานออกมาเบาๆ แล้วลุกพรวดจากเก้าอี้ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น เขาไม่สั่งคัท เขารู้ว่านักแสดงสองคนนี้บ้าไปแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำคือบันทึกเรื่องราวบ้าๆ ทั้งหมดนี้ไว้ให้ได้!
​สำหรับเย่เฉินในฉาก...
น้ำตาหยดนี้คือฟางเส้นสุดท้ายที่พังทลายการป้องกันทั้งหมดของเขา เขาเห็นเธอร้องไห้ ร้องไห้ต่อหน้าเขา นี่พิสูจน์ว่าสติของเธอยังอยู่ เธอสัมผัสถึงเขาได้ เธอได้รับความเจ็บปวดเพื่อเขา ใบหน้าที่เคยถือดีของเย่เฉินพังทลายลง ปรากฏความอ่อนโยนที่สงสารจนจับใจออกมา
​เขาเตรียมจะชักมือกลับ เพื่อโอบกอดวิญญาณที่เจ็บปวดนี้ไว้ในอ้อมแขน
​และในวินาทีที่เขาปล่อยวางความระแวงทั้งหมดเพื่อจะสวมกอดอาหลี
มือข้างที่ตั้งท่ารอไว้อยู่แล้ว... ก็ขยับ!
​แขนของซูชิงอิงถูกดึงโดยทีมพร็อพอย่างลับๆ ประสานกับมุมกล้องที่ลวงตา พุ่งแทงออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและรุนแรง เป้าหมายคือจุดศูนย์กลางของ "รอยร้าว" สีเงินเส้นเล็กๆ บนชุดสีแดง ตำแหน่งต่ำกว่าหัวใจลงมาสามนิ้ว...
​ตำแหน่งของแกนปีศาจ
​"ฉัวะ!"
​ถุงเลือดที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดของเจียงฉือระเบิดออกตามแรงกระแทก ของเหลวสีแดงสดพุ่งออกมา ย้อมชุดสีแดงของเขาจนชุ่มในพริบตา และยังกระเด็นไปโดนชุดสีขาวบริสุทธิ์ของซูชิงอิง
​ร่างกายของเจียงฉือสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เขาค่อยๆ ก้มหน้าลงมองมือที่ "แทงทะลุ" ร่างกายของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ