เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 191 พี่สาวคนนี้ ขอบเขตงานนี่กว้างขวางไม่เบาเลยนะ

ตอนที่ 191 พี่สาวคนนี้ ขอบเขตงานนี่กว้างขวางไม่เบาเลยนะ

ตอนที่ 191 พี่สาวคนนี้ ขอบเขตงานนี่กว้างขวางไม่เบาเลยนะ


สองวันต่อมา

​พื้นที่ส่วนกลางของป่ากุยซวีถูกดัดแปลงให้กลายเป็นอีกรูปลักษณ์หนึ่ง ทีมงานใช้ประสิทธิภาพอันน่าทึ่งเนรมิต "แท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์" ตามบทขึ้นมา แท่นหินจำลองทรงสูงสีดำทะมึนมีรอยด่างพร้อย พันธนาการด้วยโซ่ขนาดเท่าข้อมือ ฉากหลังเป็นผ้าใบรูปพระจันทร์สีเลือดผืนยักษ์ แขวนอยู่ลึกที่สุดของฉาก ย้อมพื้นที่ทั้งหมดให้ตกอยู่ในแสงสีแดงที่ดูอัปมงคล

​ทุกองค์ประกอบแฝงไปด้วยลางร้าย

​จางโหมวอีออกคำสั่ง "แอ็คชั่น!"

​ร่างในชุดสีแดงเพลิงพุ่งเข้ามาในเขตแท่นบูชา นั่นคือหลิงซีที่รับบทโดยซูชิงอิง เมื่อเธอเห็นภาพบนแท่นหิน ร่างทั้งร่างก็แข็งท้างไปทันที บนแท่นหินนั้น องครักษ์หญิงมหาปุโรหิตสองคนนอนจมกองเลือด ไม่รู้เป็นหรือตาย และชายที่เธอถวิลหาทั้งคืนวัน ชายที่เพิ่งให้คำสัตย์สาบานชั่วนิรันดร์กับเธอเมื่อครู่ กลับยืนอยู่ข้าง "ศพ" ทั้งสองนั้น

​เย่เฉิน ในมือถือดาบปีศาจที่ทีมพร็อพทำขึ้นอย่างประณีต ตัวดาบเต็มไปด้วยลวดลายสีดำประหลาด (ซึ่งภายหลังจะใส่ CG เป็นเพลิงดำ) บนใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เย็นชาและแปลกหน้า

​ร่างกายของซูชิงอิงเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ การแสดงของเธอเต็มไปด้วยมิติน่าทึ่ง เริ่มจากความช็อกบริสุทธิ์จนสมองว่างเปล่า ตามมาด้วยความไม่เชื่อ พยายามมองหาจุดบกพร่องบนใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าทั้งหมดไม่ใช่เรื่องจริง และสุดท้ายคือความสิ้นหวังจนหัวใจสลาย

​เธอไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้ตั้งคำถาม เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น ราวกับพลังชีวิตทั้งหมดถูกสูบออกไปในพริบตา

​ส่วนการแสดงของเจียงฉือนั้นเรียกได้ว่า "ระเบิดพลัง" เขาถ่ายทอดภาวะที่ร่างกายถูกมนตราควบคุมจนทำตามใจไม่ได้ ผสมผสานกับเสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังจากก้นบึ้งหัวใจออกมาได้อย่างถึงที่สุด ร่างกายของเขาดูชั่วร้าย ทะนงตัว ถึงขั้นทำท่าเช็ดยอดคมดาบอย่างยั่วยวน

​แต่ภายในใจของเขากลับกำลังเกิดพายุที่ไร้เสียง

ไม่ใช่ข้า!

มองข้าสิ!

เชื่อข้า!

​เสียงตะโกนเหล่านี้ไม่มีแม้แต่คำเดียวที่หลุดรอดลำคอออกมาได้ กล้องโคลสอัพ จับจ้องไปที่ใบหน้าของเจียงฉือ เมื่อซูชิงอิงเค้นเสียงที่แตกสลายถามออกมาคำเดียวว่า... "ทำไม?"

​อำนาจมตราดึงมุมปากของเย่เฉินให้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมที่สุด เจียงฉือทำสีหน้าเยาะเย้ย แต่ในขณะเดียวกัน ทักษะการแสดงออกทางสีหน้าและแววตา ก็ทำงาน หยดน้ำร้อนๆ หยดหนึ่งไหลร่วงจากหางตาโดยควบคุมไม่ได้ ไหลผ่านโหนกแก้มที่บิดเบี้ยวของเขาลงมา

​น้ำตาหยดเดียว

​น้ำตาหยดนี้คือดาบสุดท้ายที่แทงทะลุหัวใจของหลิงซี มันฉีกกระฃากเปลือกนอกของ "การทรยศ" และความจริงของ "การถูกใส่ร้าย" ออกมาวางแผ่ต่อหน้าอย่างเลือดโชก ซูชิงอิงถึงกับเซไปทั้งร่าง

​เย่เฉินอธิบายไม่ได้ เขาทำได้เพียงใช้แรงทั้งหมดที่มีส่ายหัวอย่างบ้าคลั่ง แต่ภายใต้มนตราลวงตา ท่าทางนั้นในสายตาของหลิงซีกลับกลายเป็นการโอ้อวดอย่างลำพองใจ เป็นการเยาะเย้ยคำถามของเธออย่างไร้เสียง ความหวังทั้งหมดพังทลายกลายเป็นผุยผง

​หลังจอมอนิเตอร์ จางโหมวอีที่ปกติหน้าเป็นหินกลับโน้มตัวมาข้างหน้า จมดิ่งไปกับการแสดง

ใช่เลย ฟีลลิ่งเทคนี้มันใช่ชะมัด!

​ต้องเข้าใจว่า ในกองถ่ายจริงๆ "มนตรา" ลวงตาไม่มีอยู่จริง ดาบปีศาจก็แค่ของปลอม คันศรหลิงซีก็แค่ไม้ประดับ ทุกอย่างต้องอาศัย "พลังแห่งความเชื่อ" และพลังการส่งสารของนักแสดงล้วนๆ ซึ่งเจียงฉือและซูชิงอิงทำได้ พวกเขาทำให้ทุกคนในที่นั่นเชื่อในมนตราที่ไม่มีอยู่จริง และโศกนาฏกรรมที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา

​ที่มุมหนึ่งของกองถ่าย เวินเนี่ยนยังคงยืนอยู่อย่างเงียบเชียบ เธอไม่ได้จมดิ่งไปกับเนื้อเรื่องเหมือนคนอื่น เป้าหมายการสังเกตของเธอนั้นพิเศษมาก เธอไม่ได้มองนักแสดง แต่มองไปที่ผู้กำกับ ช่างภาพ ช่างไฟ หรือแม้แต่เด็กฝึกงานข้างๆ ที่ตาแดงก่ำและเอามือปิดปากแน่น

​เธอใช้ความอินของคนรอบข้างมา "วัดมูลค่าเชิงพาณิชย์" ของการแสดงนี้ บนใบหน้าเธอยังคงมีรอยยิ้มหวานหยดย้อย แต่เบื้องหลังรอยยิ้มนั้นคือการประเมินที่เยือกเย็นจนน่ากลัว

​การแสดงดำเนินต่อ หลิงซีหลับตาลง เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความรัก ความสับสน ความเจ็บปวดได้จางหายไป เหลือเพียงความเย็นชาและเด็ดขาดในฐานะมหาปุโรหิตแห่งนครซาง เธอจะมีเรื่องส่วนตัวไม่ได้

​เธอกล่าวคำตัดสินด้วยตัวเอง

"เย่เฉินเป็นครึ่งปีศาจ สันดานปีศาจเปิดเผย ฆ่าพี่น้องร่วมเผ่าข้า เป็นกบฏแห่งนครซาง" เสียงของเธอไม่ดัง แต่กังวานไปทั่วแท่นบูชา "โทษคือ... ผนึกนิรันดร์"

​ทุกคำพูดเหมือนลิ่มที่ตอกลงกลางใจของเย่เฉิน ในวินาทีนี้เอง แผงระบบในหัวของเจียงฉือก็สว่างขึ้นเงียบๆ แต้มใจสลายเริ่มกระโดดขึ้น!

มาแล้ว! เจียงฉือใจเต้นรัว ขณะที่เขายังรักษาภาวะสิ้นหวังของเย่เฉินไว้ เขาก็แบ่งสมาธิมาสังเกต "พลังงานต่อชีวิต" นี้

​"ต้นหอม" ชุดแรกถูกเก็บเกี่ยวแล้ว นั่นคือทีมงานผู้หญิงในกองถ่ายหลายคนที่อินจัดจนเผลอเช็ดน้ำตา พวกเธอใจสลายให้ความอยุติธรรมของเย่เฉิน และปวดใจให้กับความเด็ดเดี่ยวของหลิงซี โศกนาฏกรรมซ้ำซ้อนนี้กำลังถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานบริสุทธิ์ผ่านเลนส์กล้อง

​เมื่อฉากจบลง หลิงซีค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น (ในบทจะมีแสงสว่างรวมตัวกันเป็นคันศร) ตอนนี้มือของซูชิงอิงว่างเปล่า เธอเพียงแค่ทำท่าเล็งคันศรไปยังชายที่เธอเคยทุ่มเทให้ทุกสิ่ง เธอเพียงพูดประโยคสุดท้ายของมหาปุโรหิต

"ในนามแห่งข้า ปกป้องมวลหล้า"

นั่นคือโชคชะตาของเธอ และคือเคราะห์กรรมของเขา

​"คัท—!" เสียงจางโหมวอีดังขึ้นในที่สุด

​ทีมงานรอบข้างเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน หลายคนยังจมอยู่ในความเศร้า เจียงฉือถอนหายใจยาว การแสดงจบลงแล้ว เขาเตรียมจะยืดเส้นยืดสายที่แข็งเกร็ง แต่เสียงหวานๆ ที่แฝงความห่วงใยอย่างพอเหมาะก็ดังขึ้นข้างกาย

​"อาจารย์เจียงคะ เป็นอะไรไหมคะ?"

เป็นเวินเนี่ยน เธอเดินเข้ามาพร้อมน้ำเกลือแร่เย็นเจี๊ยบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลที่ "ไร้การป้องกัน" และ "สมบูรณ์แบบ"

"การแสดงเมื่อกี้ของคุณ... มันทำให้คนดูเจ็บปวดใจจริงๆ ค่ะ" เธอยื่นขวดน้ำให้

​เจียงฉือมองเธอ ในเวลาเดียวกัน เสียงเตือนในหัวพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุด!

【คำเตือน! คำเตือน! เป้าหมาย "เวินเนี่ยน" กำลังประเมินมูลค่าการแสดงของคุณเป็นครั้งที่สอง!】

【ผลการประเมิน: ศักยภาพเชิงพาณิชย์สูงมาก น้ำหนักอิทธิพลทางสังคมถูกปรับขึ้น!】

【วิเคราะห์: เป้าหมายได้ระบุชื่อคุณลงในรายชื่อ ‘โฮสต์สำรองที่มีศักยภาพ’! ยืนยันเจตนาการล่า!】

​ใจของเจียงฉือกระตุกวูบ 'โฮสต์สำรอง'? พี่สาวคนนี้ขอบเขตงานกว้างขวางเหลือเกินนะ

​เจียงฉือไม่ได้รับน้ำขวดนั้น หรือแม้แต่จะเหลือบสายตามอง เขาเงยหน้าขึ้นมองไปทางอื่นแทน เห็นหลัวอวี้กำลังเดินมาทางนี้ด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน ทั้งอิจฉา ชื่นชม และไม่ยินยอม

​เวินเนี่ยนสัมผัสได้ถึงสายตาของหลัวอวี้และสังเกตเห็นความเย็นชาของเจียงฉือ ท่าทางของเธอไม่มีความตะกุกตะกักแม้แต่นิดเดียว เธอรีบชักมือที่ยื่นน้ำให้กลับทันที แล้วหันไปหาแฟนตัวเอง รอยยิ้มเปลี่ยนเป็นหวานหยดจนแทบคั้นน้ำออกมาได้

"อาอวี้ คุณมาแล้ว" เธอเข้าไปคล้องแขนหลัวอวี้อย่างเป็นธรรมชาติ กันตัวเองออกจากสถานการณ์เมื่อครู่ได้อย่างสะอาดหมดจด

​นักล่าระดับสูงสุดคนนี้... เริ่มไม่พอใจที่มี "โฮสต์" แค่คนเดียวเสียแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 191 พี่สาวคนนี้ ขอบเขตงานนี่กว้างขวางไม่เบาเลยนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว