- หน้าแรก
- ระบบบังคับให้ตับพัง: เมื่อผมต้องรับบทเจ้าพ่อสายดราม่าเพื่อต่อลมหายใจ
- ตอนที่ 68 เจียงฉือเป็น ปีศาจ
ตอนที่ 68 เจียงฉือเป็น ปีศาจ
ตอนที่ 68 เจียงฉือเป็น ปีศาจ
​“ฉัน... เริ่มแยกแยะไม่ออกแล้วล่ะ”
​ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดข้างหู พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนเหมือนการสารภาพบาปของหญิงสาว พยายามจะสั่นคลอนสายใยในใจของเขาที่ตอนนี้ถูกเติมเต็มไปด้วย KPI จนล้น
​ร่างกายของเจียงฉือแข็งทื่อไปตามสัญชาตญาณครู่หนึ่ง
ทว่าในสมองของเขา ความคิดที่ผุดขึ้นมากลับไม่ใช่ความซาบซึ้ง หรือการตอบสนองความรัก
แต่มันคือ...
​การแสดงละครเวทีเนี่ย มีประกันอุบัติเหตุจากการทำงานพ่วงมาด้วยไหม?
นักแสดงที่อินบทหนักเกินไปจนแยกแยะความจริงกับละครไม่ออก...
ตาม "มาตรฐานการประเมินอาการบาดเจ็บทางจิตใจในงานเฉพาะทาง" นี่ถือเป็นบาดเจ็บระดับไหน? ทางมหาลัยจะเบิกค่าเสียหายทางจิตใจให้ได้หรือเปล่า?
​ถ้าเซี่ยเมิ่งออกจากบทไม่ได้จริงๆ พ่อแม่นักทฤษฎีคู่นั้นของเธอ จะมองว่าเขาเป็นตัวการที่ทำลาย "เครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูง" ของบ้าน แล้วยื่นเรื่องขอ "กำจัดทิ้งเพื่อมนุษยธรรม" เลยไหมนะ?
แล้วความเสี่ยงที่สูงลิ่วขนาดนี้ ระบบจะเบิกแต้มอายุขัยชดเชยให้หรือเปล่า?
​เจียงฉือใช้เวลาครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ เขาก็ได้คำตอบในใจ
ท่ามกลางสายตาของคนดูทั้งโรงละครที่ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพราก และเสียงปรบมือที่ดังสนั่น เจียงฉือก็ยื่นมือออกไปลูบไหล่เซี่ยเมิ่งเบาๆ
​เขาขยับอย่างนุ่มนวล ผลักเธอออกจากตัวเพียงครึ่งก้าว เป็นระยะห่างทางสังคมที่ "ปลอดภัย" และสมบูรณ์แบบ
เซี่ยเมิ่งจำต้องเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและแรงพึ่งพิงคู่นั้นชนเข้ากับสายตาของเจียงฉืออย่างไม่ทันตั้งตัว
​เธอรอคอยการตอบกลับจากเขา
อ้อมกอด? คำปลอบโยน? หรืออย่างน้อย ก็แค่สายตาที่สับสนวุ่นวายเหมือนกันสักนิด?
​ทว่า เจียงฉือกลับมีสีหน้าเคร่งขรึม
เขาจ้องมองเธอตรงๆ แล้วเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงจริงจังทีละคำว่า:
​“นักศึกษาเซี่ยเมิ่ง ยินดีด้วยที่การแสดงประสบความสำเร็จนะ”
“ถือเป็นการวาดจุดจบที่สมบูรณ์แบบให้กับชีวิตการแสดงในรั้วมหาวิทยาลัยของเธอเลยล่ะ”
​เซี่ยเมิ่งตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง
ความสับสนในดวงตาค่อยๆ กลายเป็นความว่างเปล่า จากนั้นก็แตกสลาย และสุดท้ายก็รวมตัวกันกลายเป็นเครื่องหมายคำถามอันใหญ่ยักษ์
​เจียงฉือเมินเฉยต่อสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงของเธอโดยสิ้นเชิง เขาเสริมต่อด้วยน้ำเสียงมาตรฐานเดียวกับพนักงานประกาศข่าวทางวิทยุว่า:
​“อ้อ แล้วก็อย่าลืมล่ะ”
“รายงานสรุปบทเรียนการแสดง 800 คำ ส่งที่ห้องอาจารย์หลิวก่อนวันศุกร์นะ”
​ตู้ม!
วินาทีนั้น จินตนาการอันหวานซึ้งที่เพิ่งจะจุดติดเมื่อครู่ ถูกน้ำเย็นจัดถังใหญ่ราดซ้ำจนไม่เหลือแม้แต่เศษลูกไฟ
โลกที่บ้าคลั่ง ดื้อรั้น และเผาไหม้ทุกอย่างของหม่าลู่และหมิงหมิง พังทลายลงทันทีเมื่อเจอคำว่า "รายงานสรุป 800 คำ"
​เธอถูกเจียงฉือถีบกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอันเย็นชาของ "นักศึกษาเซี่ยเมิ่ง" อย่างไม่ใยดี
จะรักหรือไม่รัก...
จะลืมหรือไม่ลืม...
ไม่มีอะไรจะ "จริง" ไปกว่ารายงานที่ต้องส่งก่อนวันศุกร์อีกแล้ว
​เสียงปรบมือด้านล่างเวทียังคงดังยาวนาน กลบทุกสิ่งทุกอย่าง
คนดูยังคงจมดิ่งอยู่ในความโศกเศร้าและความซาบซึ้งอันยิ่งใหญ่ ต่างลุกขึ้นยืนมอบเกียรติสูงสุดให้กับ "คู่กิ่งทองใบหยก" บนเวที
ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยสักคน...
ว่าที่ใจกลางเวทีท่ามกลางสปอตไลต์นับพันดวง เมื่อครู่นี้เพิ่งเกิดบทละครย้อนแย้งขนาดจิ๋วขึ้นฉากหนึ่ง
​ในเงามืดตรงมุมโรงละคร
ซูชิงอิงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน
เธอเห็นอ้อมกอดที่ทุ่มเทสุดชีวิตนั่น
และเธอก็เห็นท่าทางผลักออกที่ดูเหินห่างแต่สุภาพตามมารยาทของเจียงฉือเช่นกัน
​ความรู้สึกที่แหลมคมและแปลกประหลาดพุ่งปักเข้ากลางใจเธอโดยไร้สัญญาณเตือน
มันคือความรู้สึกอะไรกันแน่?
ความรู้สึกเปรี้ยวๆ (หึง) ที่ผุดขึ้นในอกตอนเห็นเขาโดนกอด?
หรือจะเป็นความรู้สึก... สะใจลึกๆ ที่อธิบายไม่ได้ตอนเห็นเขาผลักเซี่ยเมิ่งออก แล้วจบทุกอย่างด้วยวิธีที่เหนือความคาดหมายแบบนั้น?
​เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
เธอแค่รู้สึกว่า ผู้ชายบนเวทีคนนั้นเหมือนกับ "ตัวอย่างทดลองที่ผิดปกติ" ซึ่งไม่สามารถจัดหมวดหมู่ได้เลย พอคุณคิดว่าจับความโศกเศร้าของเขาได้แล้ว วินาทีต่อมาเขากลับแสดงความใจเย็นขั้นสุดออกมา
ความย้อนแย้งที่คาดเดาไม่ได้นี้ทำให้เธอรู้สึกว้าวุ่นใจ
​ซูชิงอิงไม่ดูต่อ
ก่อนที่นักแสดงจะทำการโค้งคำนับครั้งสุดท้าย เธอก็กดหมวกให้ต่ำลง หันหลังเดินกลืนหายไปในความมืดและออกจากโรงละครไปอย่างเงียบเชียบเหมือนตอนที่มา
​“เฮ้! ดูนั่นเร็ว!”
ที่แถวสาม ศอกของเฉินโม่กระแทกเข้าที่ซี่โครงของจ้าวเจิ้นอย่างแรง
“แค่ก... ดูอะไรของนาย...” จ้าวเจิ้นที่ยังอินกับบทไม่เลิกโดนกระทุ้งจนแทบขาดใจ
เฉินโม่ขยับแว่น เลนส์สะท้อนแสงไฟจากเวที เขาพูดด้วยเสียงต่ำแต่แฝงความตื่นเต้นสุดขีด
“ซูชิงอิง! เธอไปแล้ว!”
“ฉันกล้าพนันเลยว่า เธอตั้งใจมาเพื่อดูเจียงฉือชัวร์!”
จ้าวเจิ้นได้ยินดังนั้นก็รีบหันขวับไปมอง เห็นเพียงแผ่นหลังที่ดูถ่อมตัวกลืนไปกับฝูงชนตรงทางออก
“จริงดิ?”
“จริงแท้แน่นอน!” เฉินโม่ยืนยันเสียงหนัก “ละครนักศึกษาแบบนี้ ไม่มีเหตุผลที่เธอจะมาเลย นอกจากว่าสิ่งที่เธอสนใจไม่ใช่ตัวละคร... แต่เป็น 'ใครบางคน' ต่างหาก”
​...
​รายการถัดไปเป็นการแสดงจบการศึกษาของกลุ่มอื่น
แต่หลังจากความบ้าคลั่งและความรันทดถึงขีดสุดของ 《แรดในห้วงรัก》 ไม่ว่าจะเป็นละครตลกที่สนุกสนาน หรือละครดราม่าที่ลึกซึ้งหลังจากนั้น ก็ดูจืดชืดไร้รสชาติไปถนัดตา
อารมณ์ของคนดูถูกรีดเค้นจนหมดสิ้น ไม่เหลือความตื่นเต้นใดๆ อีก
ผู้คนยังคงติดอยู่ในโลกของหม่าลู่และหมิงหมิง ถอนตัวไม่ขึ้น
​เจียงฉือยืนอยู่บนเวทีพร้อมกับทีมนักแสดงคนอื่นๆ เขายิ้มและโค้งคำนับให้คนดูอย่างมืออาชีพ
ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยความเหนื่อยล้าที่พอเหมาะพอดี และร่องรอยของการอินบทที่ยังหลงเหลืออยู่
แต่ในใจของเขานั้น กลับกำลังตรวจเช็คของรางวัลบนหน้าจอระบบอย่างใจเย็น
​【อายุขัยที่เหลืออยู่: 153 วัน 2 ชั่วโมง 10 นาที】
【ยอดคงเหลือค่าความใจสลาย: 850 แต้ม】
​‘บรรลุ KPI ต่ออายุขัยสำเร็จ’
‘เป้าหมายหลัก เซี่ยเมิ่ง ได้รับการบำบัดทางอารมณ์เรียบร้อย มูลค่ากลายเป็นศูนย์ ปิดโปรเจกต์ "ต้นไม้เงินต้นไม้ทอง" นี้อย่างเป็นทางการ’
​ในใจของเขาไม่มีความหวั่นไหวใดๆ แถมยังเริ่มวางแผนขั้นต่อไปแล้ว
‘ภารกิจต่อไป...’
ในหัวของเขา ปรากฏเนื้อหาบทละครฉากตายของ "ฉู่อู๋เฉิน" ในเรื่อง 《สามชาติภพ》 ขึ้นมาอย่างชัดเจน
รวมถึงใบหน้าที่ดูหวานล้ำแต่แฝงไปด้วยความอยากเอาชนะของ เฉียวซินหรัน
​‘ยัยเด็กตกปลาฝึกหัด...’
มุมปากของเจียงฉือยกขึ้นเป็นโค้งที่ยากจะสังเกตเห็น
​การโค้งคำนับจบลง นักแสดงทยอยเดินลงจากเวที
เซี่ยเมิ่งยืนนิ่งอยู่กับที่ มองดูชายหนุ่มที่กำลังโบกมือลาคนดูตรงหน้า
รอยยิ้มมาตรฐานบนใบหน้าเขาไม่มีที่ให้ติเลยสักนิด
แต่ผู้ชายคนนี้นี่แหละ ที่วินาทีก่อนหน้าเพิ่งจะพาเธอไปสู่สวรรค์แห่งศิลปะ แต่วินาทีต่อมากลับกระชากเธอกลับลงมาสู่นรกแห่งการส่งรายงาน
​ความรู้สึกนับพันหมื่นที่ตีรวนอยู่ในใจ สุดท้ายก็กลายเป็นความรู้สึก "ขำไม่ออกบอกไม่ถูก" ที่แสนจะประหลาด
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพบว่า...
ผู้ชายคนนี้ มีความสามารถอันน่ากลัวในการฉุดกระชากทุกสิ่งที่โรแมนติกและลึกซึ้ง ให้กลับมาสู่โลกแห่ง "ความกาว" ได้ในพริบตา
และความสามารถนี้แหละ ที่ทำให้เธอทำตัวไม่ถูก ยิ่งกว่าตอนที่เขาบีบให้เธอสติแตกในห้องซ้อมเสียอีก
​เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เดินไปข้างเขา มองใบหน้าด้านข้างที่ดูหล่อเหลาคมคาย แล้วกระซิบด้วยเสียงที่มีเพียงสองคนจะได้ยินว่า:
​“เจียงฉือ”
“นายนี่มัน... ปีศาจชัดๆ”