เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 บาดแผล

บทที่ 120 บาดแผล

บทที่ 120 บาดแผล


"ดีล่ะ อิงจื่อ ข้าขอถามคำถามสุดท้าย นอกจากพิธีทรมานตัวเองใน 'บันทึกต้าเชียน' ลัทธิเอาเจียงเจี๋ยวมีวิชาพื้นฐานหรืออานุภาพเทพอื่นหรือไม่?"

คำพูดของหลีหั่ววั่งทำให้อิงจื่อแสดงสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย

"มีเจ้าค่ะ แต่ถ้าท่านผู้มีพระคุณจะให้ข้าสอนให้ในตอนนี้ มันเป็นไปไม่ได้จริงๆ พวกมันเหมือนกับบันทึกต้าเชียน ต้องมีสิ่งของเฉพาะอยู่ในมือถึงจะใช้ได้"

"ท่านซานมือที่สามแน่นอนว่าจะไม่มอบให้ท่านแน่"

"ทั้งหมดต้องมีคัมภีร์จึงจะใช้ได้งั้นหรือ? นี่มันลัทธิประหลาดอะไรกัน?" หลีหั่ววั่งรำพึงในใจ

"งั้นข้าขอถามเจ้าอีกข้อ คัมภีร์พวกนี้ใครเป็นผู้เขียนกัน?"

"ได้ยินว่าเป็นพวกเถรกังฮวาผู้เฒ่าในถ้ำ คัมภีร์ทั้งหมดล้วนเป็นพวกเขาเขียนกันทั้งสิ้น"

เถรกังฮวาผู้เฒ่า...?

เห็นสีหน้าฉงนสนเท่ห์ของหลีหั่ววั่ง อิงจื่อจึงเสริมอีกประโยค "คนอื่นต้องใช้คัมภีร์ แต่ข้าได้ยินว่าพวกเถรกังฮวาผู้เฒ่าไม่จำเป็นต้องใช้ อานุภาพเทพใดๆ พวกเขาล้วนใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ข้าไม่เคยพบพวกเขาเลย"

"โอ้... ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้" หลีหั่ววั่งพยักหน้ารับ

ดูเหมือนว่าซานมือที่สามจะไม่ใช่ผู้นำของลัทธิเอาเจียงเจี๋ยวที่แท้จริง อย่างมากเขาก็เป็นเพียงระดับกลางเท่านั้น

"แล้วเถรกังฮวาผู้เฒ่าปกติออกมาให้เห็นตัวหรือไม่?"

"ไม่ออกมา พวกเขาปกติไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องโลกภายนอก ข้าอยู่ที่นี่มาสี่ปีแล้ว เคยเห็นแค่เพียงครั้งเดียว"

"เดี๋ยวก่อน ถ้าพวกเถรกังฮวาผู้เฒ่าไม่ต้องใช้บันทึกต้าเชียนในการทำพิธี นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถยืมพลังของปาฮุยได้ตลอดเวลาสินะ?"

คิดได้เพียงเท่านั้น หลีหั่ววั่งก็รีบส่ายหน้าทันที "ไม่ถูก การเรียกปาฮุยต้องแลกด้วยราคาที่แพง และยังเป็นราคาที่โหดร้ายทารุณยิ่งนัก มันสนใจแต่ความเจ็บปวดถึงขั้นสุดขีดเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะยืมใช้ได้โดยง่าย"

อิงจื่อมองหลีหั่ววั่งที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิดด้วยความกังวลใจ "ท่านผู้มีพระคุณ ท่านถามเรื่องนี้ไปเพื่ออะไรกัน?"

หัวใจของหลีหั่ววั่งเต้นแรงขึ้นทันใด ก่อนจะแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงปกติว่า "เจ้าก็รู้ว่าข้ากำลังทำการค้ากับพวกเขา นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าติดต่อกับลัทธิเอาเจียงเจี๋ยว จึงอยากเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอก"

แม้ว่าจะตั้งใจแน่วแน่ที่จะใช้อิงจื่อสืบข่าวเกี่ยวกับลัทธิเอาเจียงเจี๋ยวแล้ว แต่หลีหั่ววั่งก็ไม่ได้บอกความคิดที่แท้จริงของตนให้กับหญิงสาวที่เพิ่งรู้จักไม่ถึงครึ่งวันผู้นี้ได้รับรู้

ดูเหมือนหญิงสาวคนนี้จะถูกลัทธิเอาเจียงเจี๋ยวกลั่นแกล้งมาสี่ปีเต็ม บวกกับครั้งนี้ ที่ถูกส่งมาเป็นเหยื่อสังเวยตายโดยตรง

ตามหลักการแล้ว นางไม่น่าจะไปเข้าพวกกับลัทธิเอาเจียงเจี๋ยว และไม่น่าจะทรยศหักหลังเขา

แต่หลีหั่ววั่งไม่อยากเสี่ยง แม้จะมีโอกาสเพียงน้อยนิดก็ไม่กล้าเสี่ยง เพราะหากเสี่ยงแล้วพลาด มันอาจเป็นเรื่องถึงชีวิต

การบอกนางตรงๆ ว่าตนเองตั้งใจจะก่อเรื่องวุ่นวายในลัทธิเอาเจียงเจี๋ยว มันเสี่ยงเกินไป หากนางหันไปบอกแผนการของเขากับซานมือที่สามเพื่อความปลอดภัยของตน ก็คงจบเห่กันพอดี

"ท่านผู้มีพระคุณ ท่านจะทำการค้ากับพวกเขาจริงๆ หรือ? พวกเขา... ไม่ใช่คนดี"

หลีหั่ววั่งพยักหน้า "แน่นอน ข้ารู้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนดีและอันตรายมาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไร้ประโยชน์ การแลกเปลี่ยนของพวกเขาดูเหมือนจะยุติธรรม ข้าไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ"

ข้อนี้หลีหั่ววั่งไม่ได้หลอกอีกฝ่าย เขาวางแผนจะทำสองทางพร้อมกัน ทั้งหาวิธีสร้างความเจ็บปวดสุดขั้วในใจ และพยายามขโมยวิธีการรักษาจากลัทธิเอาเจียงเจี๋ยว

ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือหรือการขโมย ตราบใดที่สามารถกำจัดอิทธิพลของต้านหยางจื่อที่ค่อยๆ มีต่อร่างกายของเขาได้ เขาก็จะทำ

คืนนั้น หลีหั่ววั่งคุยกับอิงจื่ออีกมากมาย คุยกันจนดึกดื่น

จากปากของนาง หลีหั่ววั่งได้ทราบเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับลัทธิเอาเจียงเจี๋ยว และได้เข้าใจศาสนานี้คร่าวๆ

คนเหล่านี้แทบไม่ติดต่อกับโลกภายนอก หลักคำสอนสูงสุดของพวกเขาคือ พยายามทุกวิถีทางที่จะหาวิธีขโมยพลังของปาฮุย เพื่อในที่สุดจะได้เป็นเหมือนกับเทพของพวกเขา คือสามารถเข้ามาแทนที่ได้

และตามที่นางเล่า แม้ลัทธิเอาเจียงเจี๋ยวจะโหดร้ายและเต็มไปด้วยเลือด แต่พวกเขากลับยึดกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

แม้แต่เครื่องทรมานที่ใช้ทรมานตัวเองเสร็จแล้ว ก็ยังต้องล้างให้สะอาดและจัดวางให้เรียบร้อย

พวกเขาเชื่อในคำกล่าวที่ว่าไม่มีกฎไม่มีวินัย ย่อมไม่มีระเบียบแบบแผน ในลัทธิเอาเจียงเจี๋ยว การละเมิดกฎของลัทธิถือเป็นข้อห้ามใหญ่

หลีหั่ววั่งยังได้ทราบอีกว่า ลัทธิเอาเจียงเจี๋ยวเป็นลัทธิใหญ่ พวกเขาไม่เหมือนกับวัดเจิ้งเต๋อและสำนักอันฉือ ที่นี่เป็นเพียงหนึ่งในฐานที่มั่นของพวกเขาเท่านั้น

สถานที่แบบนี้ พวกเขามีอยู่ห้าแห่ง แต่ละแห่งตั้งอยู่ในสถานที่ที่แตกต่างกันออกไป

ทุกปีตามปฏิทินจันทรคติในวันที่สิบสามเดือนหก พวกเขาจะรวมตัวกันหนึ่งครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

ยามดึก หลีหั่ววั่งขมวดคิ้วครุ่นคิด ข้อมูลจากอิงจื่อทำให้เขาเข้าใจลัทธิเอาเจียงเจี๋ยวได้อย่างรอบด้านมากขึ้น และทำให้เขาเข้าใจว่าความยากลำบากที่ตนเองเผชิญนั้นมีมากมายเพียงใด

"สองวิธีนี้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ล้วนแต่ยากทั้งสิ้น..." หลีหั่ววั่งพึมพำกับตัวเอง

"สองวิธีอะไรหรือ?" อิงจื่อถามอย่างสงสัย

เทียบกับความหวาดกลัวตัวสั่นก่อนหน้านี้ และอารมณ์ที่พังทลายภายหลัง ตอนนี้นางดูมั่นคงขึ้นมาก

"ไม่มีอะไร ไปนอนกันเถอะ" หลีหั่ววั่งลุกขึ้นเดินไปทางเตียงหินด้านข้าง

อิงจื่อไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เพียงเดินตามเขาไปเงียบๆ

ในสถานที่อันตรายเช่นนี้ หลีหั่ววั่งไม่มีเวลาจะคิดเรื่องไร้สาระ

และการให้อีกฝ่ายนอนบนเตียงเดียวกับตนก็มีความหมายในการทดสอบด้วย

ต้านหยางจื่อที่เขาเกลียดชังและรังเกียจอย่างที่สุดนั้น ในตอนนี้กลับทำหน้าที่เป็นเหมือนฟิวส์ป้องกัน

ในคืนนั้น ท่ามกลางความมืนงงสลัว เสียงเห่าอย่างรุนแรงปลุกหลีหั่ววั่งให้ตื่นขึ้น

เมื่อเขารีบจุดตะเกียงน้ำมัน ก็เห็นขนมปังยืนอยู่ข้างเตียง เห่าใส่เตียงอย่างบ้าคลั่ง

เห็นหลีหั่ววั่งตื่นแล้ว ขนมปังก็รีบหยุดทันที หันมาส่ายหัวและกระดิกหางให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ "อู๋~"

หลีหั่ววั่งมองอิงจื่อที่อยู่ข้างกาย ซึ่งกำลังลุกขึ้นนั่งด้วยสายตาที่ยังมึนงง "ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดสุนัขบ้านเราถึงได้เห่าล่ะ?"

เมื่อนางรู้สึกตัวแล้ว จึงรู้ว่าตนพูดผิด บนใบหน้าจึงปรากฏความเก้อเขินเล็กน้อย "เมื่อกี้ข้าฝันว่ากำลังอยู่บ้านฉลองปีใหม่อยู่น่ะ"

สีหน้าของนางเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ราวกับเพิ่งตื่นจากความฝันจริงๆ

หลีหั่ววั่งมองนางแวบหนึ่ง แล้วมองรอบๆ ถ้ำอันเงียบเหงา เขายืนมือขวาออกไป ใช้นิ้วสองนิ้วงอเป็นรูปตะขอหนีบหนังที่คอของขนมปัง แล้วยกมันขึ้นมาบนเตียง

"นอนเถอะ ไม่มีอะไรหรอก" หลีหั่ววั่งโอบสุนัขไว้ในอ้อมอกแล้วหลับตาลงอีกครั้ง

"อืม..." อิงจื่อตอบรับเบาๆ แล้วนอนลงข้างหลีหั่ววั่งอีกครั้ง

ภายในห้องกลับคืนสู่ความมืดอีกครั้ง หลีหั่ววั่งฟังเสียงหายใจที่ราบเรียบข้างกาย

"เจ้าเป็นสตรี นอนร่วมกับข้าเช่นนี้ เจ้าไม่เป็นไรจริงๆ หรือ?"

คำพูดของหลีหั่ววั่งเพิ่งจบลง เขาก็ได้ยินเสียงผ้าถูกถอดออกจากข้างกาย

"ตอนนี้สภาพของข้าแม้แต่สตรียังเรียกไม่ได้ จะนอนร่วมกับท่านผู้มีพระคุณแล้วจะหมายความว่าอะไร? หากท่านไม่รังเกียจ ท่านจะทำอย่างไรก็ได้"

แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องสว่างทุกอย่างในห้อง หลีหั่ววั่งมองร่างเปลือยเปล่าของอิงจื่อด้วยความตกใจสะท้าน

สิ่งที่สตรีควรมี บนร่างกายของนางไม่เหลือให้เห็นแล้ว เหลือเพียงรอยแผลเป็นน่ากลัวขนาดเท่าชามสองแห่ง

นอกจากนี้ บนร่างกายอันเยาว์วัยของนางยังเต็มไปด้วยบาดแผลนานาชนิด บางแห่งยังมีหนองไหลอยู่

จบบทที่ บทที่ 120 บาดแผล

คัดลอกลิงก์แล้ว