- หน้าแรก
- ซุปตาร์สายบุญ เมื่อระบบดันบังคับให้ผมทำแต่การกุศล
- บทที่ 25 ลู่ข่ายหมิงผู้โชคร้าย
บทที่ 25 ลู่ข่ายหมิงผู้โชคร้าย
บทที่ 25 ลู่ข่ายหมิงผู้โชคร้าย
หากการกระทำของเฉินหลางทำได้เพียงแค่สร้างความขุ่นเคืองใจให้ลู่ข่ายหมิง รายได้เปิดตัววันแรกของภาพยนตร์เรื่อง 'จอมยุทธ์' ก็มากพอที่จะทำให้เขาโกรธจนแทบคลั่ง
127 ล้านหยวน!
นี่คือผลงานที่ลู่ข่ายหมิงทำได้
ตัวเลขนี้คงทำให้ผู้กำกับคนอื่นๆ ดีใจจนเนื้อเต้น
ทว่ามันกลับใช้ไม่ได้กับลู่ข่ายหมิง
เพราะต้นทุนทั้งหมดของภาพยนตร์เรื่อง 'จอมยุทธ์' สูงถึง 740 ล้านหยวน
หากต้องการคืนทุน อย่างน้อยก็ต้องกวาดรายได้ถึงสองพันล้านหยวน
รายได้เปิดตัววันแรกในอุดมคติของลู่ข่ายหมิงคือ 250 ล้านหยวนขึ้นไป แต่ตอนนี้มันกลับทำได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
นอกเหนือจากความล้มเหลวทางด้านรายได้ที่ต่ำกว่าความคาดหมายไปมากแล้ว กระแสวิจารณ์ก็ยังย่ำแย่จนถึงขีดสุด
แฟนหนังกว่าหนึ่งหมื่นคนเทคะแนนให้เพียง 6.47 บนเว็บไซต์การ์ลิก ซึ่งน้อยกว่าภาพยนตร์ตลกทุนต่ำที่กำลังฉายอยู่ในโรงตอนนี้เสียอีก
ช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยเสียงบ่นระงม
"นี่คือหนังที่ใช้ทุนสร้างกว่าเจ็ดร้อยล้านหยวนจริงๆ เหรอ?"
"ข้อดีเพียงอย่างเดียวของ 'จอมยุทธ์' ก็คือสเปเชียลเอฟเฟกต์และงานภาพที่พอดูได้ ส่วนที่เหลือก็แค่ระดับพื้นๆ"
"ฉันดูตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า 'จอมยุทธ์' ต้องการจะสื่อถึงอะไร?"
"ภาพยนตร์เรื่อง 'จอมยุทธ์' น่าจะเป็นหนังที่ห่วยที่สุดเท่าที่ฉันเคยดูมาในปีนี้เลยก็ว่าได้ ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น"
"ถ้าให้จำกัดความเรื่อง 'จอมยุทธ์' ในประโยคเดียว ฉันคงต้องบอกว่ามันคือผลงานของผู้กำกับฝีมือดาดๆ ที่รวบรวมเอานักแสดงระดับเทพมาสร้างขยะชิ้นหนึ่ง"
"ผู้กำกับลู่มัวแต่เอาเวลาไปคอยกดหัวเด็กใหม่น่ะสิ เลยไม่มีแรงเหลือมาทำหนังแล้ว"
"น่าผิดหวังจริงๆ ที่ผู้กำกับระดับท็อปของแคว้นเซี่ยกลับเล่าเรื่องราวได้ไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ"
......
ทั้งในแง่ของรายได้และกระแสตอบรับ ถือได้ว่า 'จอมยุทธ์' พ่ายแพ้อย่างราบคาบ
จางเล่อเล่อที่เพิ่งก้าวขึ้นรถตู้ของสถานีโทรทัศน์หูหนาน มองดูคอมเมนต์จากเหล่าแฟนหนังด้วยสีหน้าสะใจ
"เงินลงทุนกว่าเจ็ดร้อยล้านหยวนกำลังจะละลายแม่น้ำ คอยดูเถอะว่าลู่ข่ายหมิงจะอธิบายเรื่องนี้กับพวกนักลงทุนยังไง"
เสิ่นชิงหยาเอ่ยถาม "พี่เล่อเล่อคะ ลู่ข่ายหมิงล้มเหลวมาแล้วกี่ครั้งเหรอคะ?"
จางเล่อเล่อตรวจสอบข้อมูลก่อนจะตอบ "ถ้ารวม 'จอมยุทธ์' เข้าไปด้วย ตาคนนี้ทำหนังพาณิชย์มาแล้วสามเรื่องในรอบห้าปี เรื่องแรกกำไรประมาณสิบล้าน เรื่องที่สองขาดทุนไปสองร้อยยี่สิบล้าน และนี่ก็คือเรื่องที่สาม ดูจากสถานการณ์แล้ว น่าจะขาดทุนย่อยยับยิ่งกว่าเดิมซะอีก"
เจียงหวยหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า "หลังจากพ่ายแพ้ยับเยินติดต่อกันสองครั้ง ลู่ข่ายหมิงคงเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วล่ะครับ"
เสิ่นชิงหยาเดินทางมาที่สถานีโทรทัศน์หูหนานเพื่อเข้าร่วมรายการ The Singer และเจียงหวยที่ไม่มีอะไรทำก็เลยตามมาด้วย
จางเล่อเล่อแค่นเสียงเยาะ "ผู้กำกับระดับท็อปจะมีโอกาสล้มเหลวได้แค่สามครั้งเท่านั้น เขาพลาดมาสองครั้งแล้ว ถ้าครั้งนี้ล้มเหลวอีก สถานะและตำแหน่งของลู่ข่ายหมิงคงร่วงดิ่งลงเหว ถึงตอนนั้นคงไม่มีนักลงทุนคนไหนยอมควักเงินให้เขาอีกแน่"
เสิ่นชิงหยากล่าว "ถ้ารายได้ของ 'จอมยุทธ์' ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจจริงๆ ฉันเดาว่าเงินลงทุนสำหรับหนังเรื่องต่อไปของเขาคงไม่เกินสองร้อยล้านแน่ๆ ค่ะ"
เจียงหวยเสนอ "พวกเราควรจะช่วยเหยียบซ้ำเขาหน่อยดีไหมครับ? เอาให้หนังของเขาจมดินไปเลย"
จางเล่อเล่อรีบร้องห้าม "ทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด เจียงหวย นายต้องเข้าใจนะว่าลู่ข่ายหมิงเป็นแค่ผู้กำกับของเรื่อง 'จอมยุทธ์'"
"ความสำเร็จทางด้านรายได้ของ 'จอมยุทธ์' มันเกี่ยวพันกับชื่อเสียงของเขาเท่านั้น"
"แต่คนที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับรายได้ของหนังโดยตรง คือกลุ่มนักลงทุนนับสิบชีวิตต่างหาก"
"ถ้านายปล่อยบทวิจารณ์หนังในแง่ลบของ 'จอมยุทธ์' ออกไปตอนนี้ คนที่นายจะล่วงเกินน่ะไม่ใช่เขาหรอก แต่เป็นพวกนักลงทุนเหล่านั้น"
เสิ่นชิงหยาพยักหน้าเห็นด้วยและกล่าวว่า "เจียงหวย พี่เล่อเล่อพูดถูกแล้ว นายห้ามทำอะไรตามอำเภอใจเด็ดขาดนะ"
เจียงหวยหัวเราะและกล่าวว่า "ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่โง่ขนาดนั้นหรอก ผมก็แค่พูดเล่นไปงั้นเอง"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถตู้ก็พาเสิ่นชิงหยาและคณะเดินทางมาถึงโรงแรมระดับห้าดาวที่อยู่ห่างจากสถานีโทรทัศน์แมงโก้เพียงสองร้อยเมตร
ทันทีที่เจียงหวยก้าวลงจากรถ เขาก็เห็นจางเสี่ยวหานและหยวนเยว่เดินเข้ามาทักทาย
"ชิงหยา อาจารย์เจียง ขอบคุณมากนะคะที่มาช่วยฉัน" จางเสี่ยวหานกล่าวด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ
เสิ่นชิงหยาสวมกอดเธอแล้วยิ้มพลางกล่าวว่า "รายการนักร้องนอกจากเรตติ้งจะสูงแล้ว ทางสถานีโทรทัศน์ก็ยังจ่ายค่าตัวให้ฉันเยอะมากด้วย ถ้าจะให้พูดจริงๆ ฉันต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายขอบใจเธอ"
จางเสี่ยวหานเอ่ยด้วยสีหน้าประหลาดใจ "ชิงหยา ฉันรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากเลยนะ เมื่อก่อนเธอไม่เคยพูดเล่นแถมยังดูเย็นชาและเข้าถึงยากตลอดเวลา แต่ตอนนี้เธอดูเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ"
เสิ่นชิงหยาปรายตามองเจียงหวยแล้วพูดว่า "บางทีอาจจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากคนรอบข้างมั้ง"
จางเสี่ยวหานส่งสายตารู้ทันและกล่าวว่า "ยินดีด้วยนะ"
เสิ่นชิงหยาชะงักไปเล็กน้อย ไม่ค่อยเข้าใจว่าจางเสี่ยวหานหมายความว่าอย่างไร
คนทั้งกลุ่มเดินเข้าไปในโรงแรม โดยมีทีมงานของสถานีโทรทัศน์คอยจัดการเรื่องห้องพักให้กับเสิ่นชิงหยาและคณะ
ในฐานะเจ้าบ้าน จางเสี่ยวหานจึงเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารกลางวันทุกคน
หลังจากทานอาหารกันจนอิ่มหนำ เสิ่นชิงหยาและจางเสี่ยวหานก็ออกไปซ้อมร้องเพลง
เมื่อไม่มีอะไรทำ เจียงหวยจึงนั่งรถแท็กซี่ไปที่โรงภาพยนตร์ และซื้อตั๋วเข้าไปดูเรื่อง 'จอมยุทธ์' ของลู่ข่ายหมิง
หลังจากดูหนังความยาวสองชั่วโมงครึ่งจบ เจียงหวยก็ถึงกับงุนงงไปหมด
เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหนังเรื่องนี้ต้องการจะเล่าเรื่องราวอะไร หรือมีพล็อตเรื่องหลักคืออะไรกันแน่
หากไม่ใช่เพราะสเปเชียลเอฟเฟกต์และคิวบู๊ในเรื่อง 'จอมยุทธ์' ที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมจริงๆ เจียงหวยก็คงจะหลับปุ๋ยคาเบาะไปนานแล้ว
"เวรเอ๊ย หนังขยะอะไรวะเนี่ย? เล่าเรื่องยังไม่รู้เรื่องเลย นี่เหรอที่เรียกตัวเองว่าผู้กำกับใหญ่? ถุย"
หลังจากหนังจบ คนดูที่นั่งอยู่ข้างๆ เจียงหวยก็บ่นอุบออกมา
เจียงหวยเห็นด้วยกับคำพูดนั้นอย่างสุดซึ้ง
เมื่อกลับมาถึงโรงแรม เจียงหวยเพิ่งจะก้าวออกจากลิฟต์ ก็เห็นจางเล่อเล่อกำลังเคาะประตูห้องของเขาอยู่พอดี
"พี่เล่อเล่อ มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?" เจียงหวยเอ่ยถาม
จางเล่อเล่อหันมามองเขาแล้วพูดว่า "มิน่าล่ะ ฉันเคาะประตูตั้งนานถึงไม่มีคนตอบ ที่แท้นายก็ไม่อยู่ในห้องนี่เอง แล้วนี่หายไปไหนมา?"
เจียงหวยหัวเราะและตอบ "ผมไปดูเรื่อง 'จอมยุทธ์' มาน่ะครับ"
จางเล่อเล่อถาม "แล้วรู้สึกยังไงบ้าง?"
เจียงหวยบอก "ผมรู้สึกเหมือนกับพวกคนดูในเน็ตนั่นแหละครับ คือดูไม่รู้เรื่อง การตัดต่อของลู่ข่ายหมิงมีปัญหา มันดูขาดๆ เกินๆ จนไม่สามารถปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวที่สมบูรณ์ได้เลย"
จางเล่อเล่อพยักหน้าแล้วย้ำ "ถึงเขาจะทำหนังออกมาแย่แค่ไหน นายก็ห้ามไปหาเรื่องเขาเด็ดขาด เข้าใจไหม?"
เจียงหวยหัวเราะตอบ "ไม่ต้องห่วงครับ ผมเข้าใจน่า แล้วตกลงพี่เล่อเล่อมีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?"
จางเล่อเล่อพูดขึ้น "เพลงที่เสี่ยวหานจะใช้แสดงมีปัญหานิดหน่อย ฉันก็เลยกะจะมาปรึกษานายสักหน่อย"
เจียงหวยชะงักไปเล็กน้อยแล้วถาม "เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?"
จางเล่อเล่อตอบ "สถานีโทรทัศน์แมงโก้ไม่สามารถจัดการเรื่องลิขสิทธิ์เพลงที่เสี่ยวหานจะใช้ร้องในรอบชิงชนะเลิศได้น่ะสิ"
โลกใบนี้แตกต่างจากชาติก่อนของเขามาก
เพื่อเป็นการปกป้องผลงานต้นฉบับ ทุกประเทศจึงให้ความสำคัญกับลิขสิทธิ์ทางดนตรีและภาพยนตร์เป็นอย่างมาก
จางเสี่ยวหานจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานเสียก่อนถึงจะสามารถนำเพลงของพวกเขาไปร้องได้
มิฉะนั้น หากอีกฝ่ายยื่นฟ้องร้อง จางเสี่ยวหานจะไม่เพียงแต่ต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนมหาศาล แต่ยังจะถูกลงโทษอย่างหนักตามกฎหมายลิขสิทธิ์อีกด้วย
ครั้งหนึ่งเคยมีนักร้องทำเรื่องทำนองนี้ สุดท้ายก็ต้องสูญเงินไปถึงสามล้านหยวน ต้องเข้าไปนอนในคุกถึงหกเดือน และอนาคตในวงการบันเทิงก็ดับวูบทันทีที่พ้นโทษออกมา
เจียงหวยถามด้วยความประหลาดใจ "ใครกันที่ยิ่งใหญ่ขนาดไม่ยอมไว้หน้าสถานีโทรทัศน์หูหนานเลย?"
จางเล่อเล่อตอบ "ราชินีเพลงลู่อวี่เยียนน่ะ เธอขายลิขสิทธิ์เพลงนี้ให้กับสถานีโทรทัศน์โทเมโทไปแล้ว และสถานีโทรทัศน์โทเมโทกับแมงโก้ก็เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันด้วย"
เจียงหวยยักไหล่พลางพูดว่า "นี่มันช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญชัดๆ"
จางเล่อเล่อกล่าว "เลิกพูดจาไร้สาระแล้วตามฉันมาเถอะ"