- หน้าแรก
- ซุปตาร์สายบุญ เมื่อระบบดันบังคับให้ผมทำแต่การกุศล
- บทที่ 13: เพลงดาบของเจียงหวย
บทที่ 13: เพลงดาบของเจียงหวย
บทที่ 13: เพลงดาบของเจียงหวย
หลังจากนั่งเล่นเกมในห้องพักรับรองกว่าหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็ถึงคิวของเจียงหวย
เจียงหวยเก็บโทรศัพท์มือถืออย่างเสียดาย ก่อนจะเดินตามทีมงานผ่านโถงทางเดินของเหล่าศิลปินไปยังห้องคัดเลือกนักแสดง
"คนนี้ใครกัน? ฉันไม่เห็นจะคุ้นหน้าเลย"
"เขาชื่อเจียงหวย เป็นศิลปินในสังกัดสตูดิโอของพี่ชิงหยาไง"
"อ๋อ นึกออกแล้ว เขาคนที่แต่งเพลง 'พี่ใหญ่' กับ 'หงโต้ว' นี่เอง"
"บ้าเอ๊ย เป็นนักแต่งเพลงแท้ๆ แล้วจะมาแย่งบทกับพวกเราทำไมวะ?"
"นี่แหละหนาที่เขาเรียกว่ามีร่มไม้ใหญ่ให้พักพิง"
"แต่ในกองถ่าย 'องครักษ์เสื้อแพร' ของผู้กำกับเฉิน ต่อให้มีเส้นสายก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก"
......
เหล่าศิลปินที่อยู่ตรงโถงทางเดินต่างพากันซุบซิบนินทา
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องคัดเลือกนักแสดง เจียงหวยก็กวาดสายตามองไปรอบๆ
นอกจากเสิ่นชิงหยาที่นั่งอยู่ริมขวาสุดแล้ว ยังมีกรรมการคัดเลือกอยู่อีกสองคน
ชายวัยกลางคนสวมแว่นตาที่นั่งอยู่ทางซ้ายสุด น่าจะเป็น โหวเลี่ยง ตัวแทนจากบริษัทผู้สร้าง
ส่วนตรงกลางคือชายสูงวัยอายุราวห้าสิบปีผู้มีแววตาคมกริบ แผ่นหลังเหยียดตรง แผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามและทรงอำนาจ
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าบุคคลผู้นี้คือ เฉินหลาง ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง "องครักษ์เสื้อแพร"
เจียงหวยก้าวขึ้นไปบนเวที ค้อมตัวลงเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า
"สวัสดีครับอาจารย์ทุกท่าน ผมชื่อเจียงหวย มาคัดเลือกในบทติงซิวครับ"
การแนะนำตัวของเขากระชับและตรงประเด็น ปราศจากถ้อยคำเยิ่นเย้อ
เฉินหลางปรายตามองโปรไฟล์ของเจียงหวย ก่อนจะหันไปถามเสิ่นชิงหยา
"เสี่ยวหยา นี่ศิลปินของเธอเหรอ?"
เสิ่นชิงหยาตอบ
"เขาเพิ่งเข้ามาอยู่ในสตูดิโอของฉันค่ะ ลุงเฉินเริ่มการทดสอบได้เลยนะคะ"
"ถ้าเขาเข้าตาก็ถือว่าดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าไม่ ก็คงต้องให้เขาไปขัดเกลาฝีมือให้หนัก"
เฉินหลางพยักหน้าและหันไปถามเจียงหวย
"มีนักแสดงหลายคนเลือกมาทดสอบบทตัวร้ายหลักอย่างจ้าวอิ้งจง แต่มีน้อยคนนักที่จะเลือกบทติงซิว ทำไมเธอถึงเลือกเขาล่ะ?"
เจียงหวยตอบตามตรง
"จ้าวอิ้งจงเป็นตัวร้ายที่จำเจเกินไปครับ ไม่มีมิติความเป็นมนุษย์ให้ค้นหามากนัก เขาคือตัวร้ายตามขนบธรรมเนียมเป๊ะๆ"
"ถึงแม้เขาจะเป็นตัวร้ายหลักและมีแอร์ไทม์เยอะ แต่การรับบทแบบนี้มันไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ครับ"
"ในทางกลับกัน ติงซิวเป็นตัวละครที่มีทั้งความดีและความเลวในตัว ทั้งยังเป็นจอมยุทธ์พเนจรที่ใสซื่อมากๆ"
"เขาห่วงใยจินอีชวนผู้เป็นศิษย์น้องอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็จงใจทำตัวเป็นปฏิปักษ์คอยรังควาน"
"เหมือนกับเด็กผู้ชายซุกซนที่ไม่ประสีประสาเรื่องความรัก และรู้แค่วิธีแกล้งเพื่อให้เด็กผู้หญิงที่ชอบหันมาสนใจนั่นแหละครับ"
......
ขณะที่เจียงหวยกำลังอธิบายอย่างฉะฉาน โหวเลี่ยง ตัวแทนจากบริษัทผู้สร้างก็พูดขัดขึ้นมาทันที
"เจียงหวย ในบทน่ะ ติงซิวก็แค่พวกเห็นแก่เงิน ถึงขั้นยอมฆ่าศิษย์น้องตัวเองเพื่อเงินด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้จะเรียกว่าความรักความห่วงใยได้ยังไง?"
ทันทีที่โหวเลี่ยงตั้งคำถาม ทั้งเฉินหลางและเสิ่นชิงหยาต่างก็ปรายตามองเขาทันที
การจงใจพูดแทรกขณะที่นักแสดงกำลังอธิบายความเข้าใจในตัวละคร ถือเป็นการกระทำที่ไร้มารยาทอย่างยิ่ง
เห็นได้ชัดว่าโหวเลี่ยงมีอคติกับเจียงหวย
ไม่อย่างนั้น เขาคงรอให้เจียงหวยพูดจบก่อนแล้วค่อยถาม
สีหน้าของเสิ่นชิงหยาดูไม่สู้ดีนัก
โหวเลี่ยงรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเจียงหวยเป็นคนของเธอ แต่ก็ยังจงใจหาเรื่อง ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าเธอฉาดใหญ่
ทว่าเฉินหลางยังคงสงบนิ่งและรอฟังคำตอบของเจียงหวย
เมื่อเผชิญกับคำถามของโหวเลี่ยง เจียงหวยยังคงมีท่าทีสบายๆ เขายิ้มแล้วถามกลับ
"คุณโหวครับ วรยุทธ์ของจินอีชวนเทียบกับติงซิวแล้วเป็นยังไงบ้างครับ?"
โหวเลี่ยงตอบ
"ก็ต้องด้อยกว่ามากอยู่แล้ว"
เจียงหวยเอ่ย
"ถ้าอย่างนั้น ทำไมเขาไม่ฆ่าจินอีชวนเพื่อชิงเงินไม่กี่ร้อยตำลึงนั่นไปเลยล่ะครับ จะมัวมาเสียเวลาพัวพันกับเขาอยู่กลางหิมะทำไม?"
"เอ่อ เรื่องนี้..."
โหวเลี่ยงถึงกับพูดไม่ออก
เจียงหวยพูดต่อ
"ด้วยฝีมือของติงซิว เขาไปหากินที่ไหนก็ได้ แล้วทำไมถึงเลือกมาที่เมืองหลวงอันแสนอันตรายด้วยล่ะครับ?"
"ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรีดไถเงินไม่กี่ตำลึงจากศิษย์น้องจินอีชวนงั้นเหรอ?"
"เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เลย"
"เขาคือหมาป่าผู้โดดเดี่ยวและดุร้ายต่างหาก"
"อย่างประโยคหนึ่งในหนังที่บอกไว้ว่า บนโลกใบนี้ นอกจากจินอีชวนแล้ว เขาก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีก"
"ในท้ายที่สุด จินอีชวนก็เข้าใจถึงความหวังดีของศิษย์พี่ ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงยอมเอาตัวไปบังกระสุนให้ศัตรูล่ะครับ?"
"แปะ แปะ แปะ แปะ"
ก่อนที่โหวเลี่ยงจะได้ตอบโต้อะไร เฉินหลางก็ปรบมือและหัวเราะออกมา
"ดูเหมือนเธอจะทุ่มเททำความเข้าใจตัวละครนี้มาเป็นอย่างดีเลยนะ"
เจียงหวยกล่าว
"ขอบคุณสำหรับคำชมครับ ผู้กำกับเฉิน"
โหวเลี่ยงเม้มริมฝีปาก ประกายความหม่นหมองพาดผ่านแววตา
เฉินหลางถามต่อ
"ฉันได้ยินมาว่าเธอมีฝีมือการต่อสู้ไม่เบา แถมยังใช้ดาบเป็นด้วยเหรอ?"
เจียงหวยประกาศอย่างมั่นใจ
"ผมคือปรมาจารย์ด้านการใช้ดาบเลยล่ะครับ"
เฉินหลางเลิกคิ้วขึ้น ชี้ไปที่ดาบตระกูลชีบนแท่นวางแล้วพูดว่า
"ถ้าอย่างนั้นก็แสดงให้ดูหน่อยสิ"
เจียงหวยเดินเข้าไปหา สะกิดปลายเท้าขวาเบาๆ ดาบตระกูลชีก็ลอยเข้ามาอยู่ในมือ เขากล่าวถาม
"ผู้กำกับเฉิน อยากชมเพลงดาบแบบไหนครับ?"
เฉินหลางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายของเจียงหวยทันที จึงตอบว่า
"การต่อสู้จริง หนังของฉันจะไม่เหมือนหนังกำลังภายในเรื่องอื่นที่เน้นบินไปบินมา ฉันต้องการความสมจริง"
เจียงหวยเอ่ย
"ในทางปฏิบัติ เพลงดาบสรุปได้ด้วยสามคำครับคือ มั่นคง แม่นยำ และเหี้ยมเกรียม"
เฉินหลางเริ่มสนใจขึ้นมาทันที
"เลิกพูดจาไร้สาระแล้วรีบแสดงสักทีเถอะ"
"ได้ครับ"
เจียงหวยรับคำ กระชับด้ามดาบที่ยาวกว่าสิบเซนติเมตรด้วยสองมือ สูดหายใจลึก แล้วตวาดก้อง
"ฆ่า!"
ดาบตระกูลชีฟันฉับลงมาราวกับสายฟ้าฟาด จิตสังหารอันเข้มข้นแผ่ซ่านออกจากร่างของเจียงหวย ก่อนจะกระจายออกไปโดยรอบอย่างรวดเร็ว
"ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!"
เจียงหวยคำรามลั่นขณะกวัดแกว่งดาบตระกูลชีในมือ
ทุกลีลาการฟันล้วนทรงพลังและหนักหน่วง แฝงไปด้วยอานุภาพที่สามารถผ่าขุนเขาและบดขยี้ก้อนหินได้
ดวงตาของเฉินหลางแทบจะถลนออกจากเบ้าด้วยความตกตะลึง
บ้าไปแล้ว!
ในวัยหนุ่ม เฉินหลางเคยเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้มาก่อน แต่ก็ละทิ้งวรยุทธ์ไปหลังจากกลายมาเป็นผู้กำกับ
เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ และดูออกเลยว่าเพลงดาบของเจียงหวยนั้นยอดเยี่ยมเพียงใด
อาจกล่าวได้ว่าทุกกระบวนท่าที่เขาใช้ออกมาล้วนหมายเอาชีวิตได้ทั้งสิ้น
ตลอดหลายสิบปีในวงการ เฉินหลางได้ร่วมงานกับทีมงานแอคชั่นชื่อดังมานับไม่ถ้วน และได้เห็นการประลองฝีมือของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์มาก็มาก
ทว่าไม่มีใครเลยที่สามารถเทียบเคียงกับเจียงหวยในด้านทักษะศิลปะการต่อสู้ได้
ให้ตายเถอะ มิน่าล่ะไอ้หนุ่มนี่ถึงได้กล้าอ้างตัวเป็นปรมาจารย์ด้านการใช้ดาบ เขามีของจริงนี่เอง
โหวเลี่ยงที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่เป็นวิชากังฟู จึงไม่อาจเข้าใจเพลงดาบของเจียงหวยได้เลยแม้แต่น้อย
เขารู้สึกเพียงแค่ว่าการเคลื่อนไหวของเจียงหวยนั้นรวดเร็ว แต่ระดับความตื่นตาตื่นใจกลับสู้พวกนักแสดงคนก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย
ส่วนเสิ่นชิงหยานั้นไม่ได้ให้ความสนใจเจียงหวยเลยสักนิด
เธอคอยชำเลืองมองเฉินหลางด้วยหางตาอยู่บ่อยครั้ง พยายามสังเกตจากสีหน้าว่าเขาพอใจกับการแสดงของเจียงหวยหรือไม่
หลังจากร่ายรำเพลงดาบไปได้ราวสามนาที เจียงหวยก็เก็บดาบเข้าฝัก ยืดหยัดกายตรง แล้วพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา
เฉินหลางกลืนน้ำลายดังเอื๊อกแล้วเอ่ยถาม
"เธอเคยฆ่าคนไหม?"
เจียงหวยหัวเราะและตอบ
"จะเป็นไปได้ยังไงกันครับ? ถ้าผมเคยฆ่าคน ป่านนี้ผมคงไปนั่งจิบชากับพญายมแล้วล่ะ จะมาแคสติ้งอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"
เสิ่นชิงหยาถามด้วยความงุนงง
"ลุงเฉิน ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะคะ? เพลงดาบนี้มันร้ายกาจมากเลยเหรอ?"
เฉินหลางพยักหน้าและกล่าวว่า
"ร้ายกาจอย่างยิ่ง นี่คือเพลงดาบที่ถูกขัดเกลามาจากกองซากศพและทะเลเลือด เป็นเพลงดาบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการสังหารโดยเฉพาะ"