- หน้าแรก
- ตำนานจอมราชันย์พยัคฆ์ขาว สังเวยวิญญาณสถิตร่างจูจู๋ชิง
- บทที่ 11 จู๋ชิง: คนดีที่ไหนเขาปลูกจักรพรรดิหญ้าเงินครามในที่แบบนี้กัน! แน่ใจนะว่าพวกเขาไม่ใช่ศัตรูกันจริงๆ?
บทที่ 11 จู๋ชิง: คนดีที่ไหนเขาปลูกจักรพรรดิหญ้าเงินครามในที่แบบนี้กัน! แน่ใจนะว่าพวกเขาไม่ใช่ศัตรูกันจริงๆ?
บทที่ 11 จู๋ชิง: คนดีที่ไหนเขาปลูกจักรพรรดิหญ้าเงินครามในที่แบบนี้กัน! แน่ใจนะว่าพวกเขาไม่ใช่ศัตรูกันจริงๆ?
บทที่ 11 จู๋ชิง: คนดีที่ไหนเขาปลูกจักรพรรดิหญ้าเงินครามในที่แบบนี้กัน! แน่ใจนะว่าพวกเขาไม่ใช่ศัตรูกันจริงๆ?
ยามเที่ยงวัน ดวงตะวันแผดเผาเจิดจ้าอยู่บนท้องฟ้า
ท่ามกลางสายลมโชยอ่อน จูจู๋ชิงลอบออกจากเมืองนั่วติงอย่างเงียบเชียบ เร้นกายเข้าสู่ผืนป่า และลอบเร้นมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
ความเร็วของนางไม่เร็วนัก ราวกับกำลังคอยสังเกตอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา
ท่าทางระแวดระวังของนางดูราวกับว่ากำลังมีใครแอบตามมา
"ถังเฮ่าไม่ได้อยู่แถวนี้จริงๆ ด้วย เร่งความเร็วขึ้นได้เลย"
จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นในหัว เด็กสาวจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง นางก็มองเห็นหมู่บ้านวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อันเลื่องชื่อ
"ไม่ต้องเข้าไปในหมู่บ้าน"
ไป๋ลู่ชี้แนะ "อ้อมหมู่บ้านไปทางภูเขาด้านทิศตะวันออก ที่นั่นมีหุบเขาลับตาคนที่มีน้ำตกไหลหลั่นลงมา จักรพรรดิหญ้าเงินครามและกระดูกขาขวาของจักรพรรดิหญ้าเงินครามก็อยู่ที่นั่น"
"อืม"
เด็กสาวกะพริบตาแมวอันเย็นชา ซ่อนกลิ่นอาย และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดุจวิฬาร์โลกันตร์
ไม่ว่าจะเป็นป่าทึบหรือภูเขาสูงชัน สำหรับนางแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินบนพื้นราบ
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดนางก็ได้ยินเสียงน้ำ
เมื่อเดินตามเสียงน้ำไป เสียงกึกก้องของน้ำตกก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมุ่งหน้าต่อไป หุบเขาลับตาที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและแมกไม้เขียวขจีก็ปรากฏแก่สายตา
น้ำตกอันตระการตาที่เชื่อมต่อระหว่างสวรรค์และโลก เบื้องล่างเป็นแอ่งน้ำลึกที่ดูราวกับไพลิน
มันเป็นทัศนียภาพอันงดงามตระการตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยชีวิตชีวา
"สวยจัง... นี่คือที่อยู่ของจักรพรรดิหญ้าเงินครามงั้นหรือ?"
ดวงตาของเด็กสาวสั่นไหวขณะจ้องมองหุบเขาอันงดงามราวกับสรวงสวรรค์บนดินอย่างเหม่อลอย
"ใช่แล้ว!"
ไป๋ลู่ยืนยันคำพูดของนางและเอ่ยเตือน "เพื่อความไม่ประมาท จงรักษาสถานะวิญญาณยุทธ์พยัคฆ์ขาวสถิตร่างไว้ตลอดเวลาต่อจากนี้"
"ตกลง!"
จูจู๋ชิงรับคำและเปลี่ยนร่างเป็นเด็กสาวพยัคฆ์ขาวก่อนจะเข้าสู่หุบเขา
เมื่อสัมผัสถึงธรรมชาติรอบกาย นางก็รู้สึกได้ว่าความมืดมนในใจได้มลายหายไปกว่าครึ่งอีกครั้ง
นางไม่ลืมจุดประสงค์ของการเดินทาง นางเดินเข้าไปใจกลางหุบเขาและเริ่มค้นหาทุกซอกทุกมุม
ไป๋ลู่ถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย "เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ?"
"จักรพรรดิหญ้าเงินครามไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกหรือ? ทำไมข้าถึงหามันไม่เจอเลยล่ะ?"
จูจู๋ชิงเอ่ยถามในใจ
ตามความเข้าใจของนาง ในเมื่อจักรพรรดิหญ้าเงินครามคือผู้ปกครองของหญ้าเงินคราม มันก็ควรจะมีความแตกต่างจากหญ้าเงินครามทั่วไปอยู่บ้างสิ
แล้วทำไมนางถึงหามาตั้งนานแต่กลับไม่เจอหญ้าเงินครามที่ดูพิเศษเลยสักต้นเดียว?
"..."
ไป๋ลู่เงียบไปสองวินาที ก่อนจะเอ่ยว่า "เลิกหาได้แล้ว จักรพรรดิหญ้าเงินครามไม่ได้อยู่ข้างนอก มันอยู่ข้างในต่างหาก"
"มีข้างในด้วยหรือ?"
ความสงสัยวาบผ่านดวงตาของเด็กสาว
"มีถ้ำอยู่หลังน้ำตก จักรพรรดิหญ้าเงินครามอยู่ลึกเข้าไปในนั้น"
"หา!?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จูจู๋ชิงก็ตกตะลึง นางหันไปมองน้ำตกที่ไหลหลั่นลงมา: "มีโลกที่ซ่อนอยู่ข้างในด้วยงั้นหรือ?"
"เอ่อ... เข้าไปดูเองเดี๋ยวก็รู้!"
ไป๋ลู่พูดไม่ออกไปชั่วขณะ จึงตอบกลับอย่างกำกวม
"ตกลง!"
จูจู๋ชิงพยักหน้าอย่างคาดหวัง
นางคิดว่าในเมื่อภายนอกหุบเขาช่างงดงามและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาถึงเพียงนี้ สถานที่ซึ่งร่างที่แท้จริงของจักรพรรดิหญ้าเงินครามสถิตอยู่ก็ต้องเป็นดินแดนแห่งสรวงสวรรค์บนดินอย่างแน่นอนใช่ไหม?
นางสังเกตอย่างระมัดระวัง และหลังจากหาตำแหน่งของถ้ำพบแล้ว นางก็เปิดใช้งานทักษะพยัคฆ์ขาวจำแลงวชิระ ระเบิดพลังวิญญาณใต้ฝ่าเท้า และกระโจนทะลุม่านน้ำตกเข้าไป
ภายในถ้ำนั้นทั้งมืดมิด ชื้นแฉะ และดำทะมึน ทว่ามันกลับไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อจูจู๋ชิงที่ถูกพยัคฆ์ขาวสถิตร่างเลยแม้แต่น้อย
นางเดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม
แต่ไม่นาน นางก็รู้ตัวว่านางคิดผิด!
แถมยังผิดอย่างมหันต์!
ที่ปลายสุดของถ้ำ ไม่มีสรวงสวรรค์หรือดินแดนในอุดมคติใดๆ ทั้งสิ้น
สิ่งที่มีอยู่ก็แค่ห้องหินที่ทั้งมืด ชื้น และหยาบกระด้าง
ใจกลางห้องหินมีกองดินเล็กๆ กองหนึ่ง และมีหญ้าเงินครามลักษณะพิเศษที่มีรูปทรงเรียวยาวและลวดลายสีทองยืนต้นอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนนั้น
พื้นที่ทั้งหมดนี้นอกจากจะให้ความรู้สึกอึดอัดแล้ว มันก็แค่อึดอัดเท่านั้น!
"นี่มัน..."
จูจู๋ชิงยืนนิ่งงันด้วยความตกตะลึงและสับสน
นางไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนดีที่ไหนจะมาปลูกหญ้าเงินครามในที่ซอมซ่อแบบนี้
ถ้านางจำไม่ผิด หญ้าเงินครามควรจะชอบสภาพแวดล้อมที่แสงแดดส่องถึงและสดชื่นที่อยู่ด้านนอกไม่ใช่หรือ?
ขวับ!
วงแหวนวิญญาณแสนปีสว่างวาบ และไป๋ลู่ก็ปรากฏตัวออกมาด้านนอกด้วยความช่วยเหลือของร่างแยกพยัคฆ์ขาว
"อย่ามาถามข้า ไปถามถังเฮ่าในอนาคตเอาเองเถอะ ข้าไม่รู้หรอก"
เมื่อเผชิญกับความสับสนของเด็กสาว ไป๋ลู่ก็แสดงความจนปัญญาออกมา
เพราะถึงอย่างไร เขาก็ไม่อาจเข้าใจความคิดของตัวตนระดับเทพได้เช่นกัน
ในขณะเดียวกัน เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แปลกประหลาด ร่างเรียวยาวของจักรพรรดิหญ้าเงินครามก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย
"เลิกคิดเรื่องนั้นได้แล้ว หาดูว่ามีโอ..."
ก่อนที่คำว่า "กาส" จะหลุดออกจากปาก ไป๋ลู่ก็กดหินก้อนหนึ่งลงไปเสียก่อน
"กริ๊ก~"
สิ้นเสียงแผ่วเบา กล่องเหล็กสี่เหลี่ยมสีดำก็ร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน และตกลงสู่อ้อมแขนของไป๋ลู่อย่างพอดิบพอดี
"เห็นไหมล่ะ ของฟรีไม่มีในโลกหรอก มีแต่กระดูกวิญญาณแสนปีเท่านั้นแหละที่ร่วงลงมาจากฟ้าได้"
ไป๋ลู่หัวเราะเบาๆ และโยนกล่องไปให้จูจู๋ชิง
"เอื๊อก~"
เด็กสาวผู้ซึ่งมักจะเย็นชาเสมอเผลอกลืนน้ำลายอย่างเสียกิริยา แม้กระทั่งปลายนิ้วที่สัมผัสกล่องเหล็กยังสั่นเทาเล็กน้อย
แม้ว่านางจะหลอมรวมกับกระดูกส่วนศีรษะแห่งการสังหารไปแล้ว แต่นางก็ไม่เคยเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของกระดูกวิญญาณแสนปีมาก่อน และกระบวนการหลอมรวมทั้งหมดก็ไม่ใช่ประสบการณ์ที่น่าอภิรมย์นัก
หัวใจเต้นแรง มือไม้สั่นเทา
"ฟู่~"
นางสูดหายใจลึกและเปิดฝากล่องออก
"ฟุ่บ!"
พริบตานั้น กลิ่นอายแห่งชีวิตอันไร้ที่เปรียบก็พรั่งพรูออกมาจากภายใน
ในกล่องมีกระดูกขาขวาสีน้ำเงินทองส่องประกายแวววาวนอนนิ่งอยู่อย่างเงียบๆ
มันมีรูปทรงที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นผิวมีดวงดาวสีทองระยิบระยับไหลเวียน แผ่กลิ่นอายแห่งชีวิตที่ทั้งอ่อนโยนและมหาศาล
มันช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกระดูกส่วนศีรษะแห่งการสังหารที่ทั้งเย็นชาและเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
"กระดูกขาขวาของจักรพรรดิหญ้าเงินครามแสนปี..."
น้ำเสียงของจูจู๋ชิงแหบพร่าเล็กน้อย นางอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือออกไปสัมผัสมัน
กระดูกวิญญาณนั้นเย็นเฉียบเล็กน้อย ทว่ากลับมอบความรู้สึกอบอุ่น ราวกับว่ามันกำลังสั่นไหวแผ่วเบาดุจสิ่งมีชีวิต
และในตอนนั้นเอง จักรพรรดิหญ้าเงินครามที่ขี้ขลาดเมื่อครู่นี้ก็ขยับตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ใบหญ้าของมันยืดออกและพันรอบข้อมือของจูจู๋ชิงอย่างนุ่มนวลแต่แน่นหนา
"ปล่อยข้านะ"
จูจู๋ชิงเอ่ยเสียงเย็น และดิ้นรนไปสองสามครั้งตามสัญชาตญาณ
แม้หญ้าเงินครามจะเหนียวแน่น ทว่าจูจู๋ชิงก็เป็นถึงว่าที่อัคราจารย์วิญญาณ การพันธนาการของมันไม่อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของจูจู๋ชิงได้เลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ลำต้นของมันกลับถูกดึงรั้งจนยืดออกเล็กน้อย
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ยอมปล่อยข้อมือของจูจู๋ชิง
ท่าทีของมันช่างแน่วแน่อย่างผิดปกติ
"มันบอกว่ากระดูกวิญญาณชิ้นนี้นางทิ้งไว้ให้สามีและลูกชายของนาง เจ้าเอาไปไม่ได้"
ไป๋ลู่สัมผัสได้ถึงความผันผวนทางจิตของจักรพรรดิหญ้าเงินครามและแปลใหนางฟัง
"สามี... และลูกชายของนางหรือ?"
จูจู๋ชิงชะงักไป: "จักรพรรดิหญ้าเงินครามต้นนี้ไม่ใช่ลูกหลานของจักรพรรดิหญ้าเงินครามแสนปีที่ถูกถังเฮ่าฆ่าตายหรอกหรือ?"
เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวน่าจะเข้าใจอะไรผิดไป
"เรื่องมันยาวน่ะ..."
ไป๋ลู่เล่าเรื่องราวความรักระหว่างอาอิ๋นและถังเฮ่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย—
จักรพรรดิหญ้าเงินครามแสนปีแปลงกายเป็นมนุษย์ ได้พบกับดาวคู่แห่งสำนักเฮ่าเทียน และตกหลุมรักถังเฮ่า
ทั้งสองให้กำเนิดลูกชายชื่อถังซาน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ตัวตนของนางจึงถูกเปิดเผย และถูกทีมของเชียนสวินจี๋ องค์สังฆราชคนก่อนตามล่า
ท้ายที่สุด เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น นางจึงยอมเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อถังเฮ่า ทำให้เขาสามารถทะลวงขึ้นเป็นราชทินนามโต้วหลัวและครอบครองวงแหวนวิญญาณแสนปีได้สำเร็จ
จากนั้น ถังเฮ่าผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้เป็นราชทินนามโต้วหลัวแล้ว ก็สร้างบาดแผลสาหัสให้กับเชียนสวินจี๋ และพาลูกหนีไป
"กระดูกวิญญาณที่หลงเหลือจากการบูชายัญของอาอิ๋นอยู่ในมือเจ้า ส่วนเมล็ดหญ้าก็ได้เติบโตกลับมาเป็นจักรพรรดิหญ้าเงินครามอีกครั้ง"
"เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องราวความรักนี้ล่ะ?"
เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ ไป๋ลู่ก็หันไปมองจูจู๋ชิง อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
"เรื่องที่เจ้าเล่าเป็นเรื่องจริงหรือ?"
จูจู๋ชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโพล่งคำถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน:
"แน่ใจนะว่าพวกเขาไม่ใช่ศัตรูกันจริงๆ?"
"?"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ไม่เพียงแต่ไป๋ลู่ที่จะมีเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นมาอย่างช้าๆ
แม้กระทั่งใบของจักรพรรดิหญ้าเงินครามที่พันรอบข้อมือของจูจู๋ชิงยังคลายตัวลงเล็กน้อย