- หน้าแรก
- กฎเหล็กห้องพักห้ามตกหลุมรักรูมเมทประจำสัปดาห์
- บทที่ 51 - วันศุกร์
บทที่ 51 - วันศุกร์
บทที่ 51 - วันศุกร์
บทที่ 51 - วันศุกร์
หลินเสี่ยวลู่มองเจียงหนิงที่กำลังอวยตัวเองด้วยสีหน้างุนงง จากนั้นเธอก็คีบไข่ดาวที่เหลือทั้งหมดมาใส่ชามของเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย พร้อมกับยิ้มหวานแล้วพูดขึ้น
ในเมื่อเธอชอบกินก็ยกให้หมดเลยแล้วกัน ไข่ดาวมีประโยชน์นะ เสี่ยวลู่กำลังอยู่ในวัยกำลังโตพอดี
สุดท้ายหลินเสี่ยวลู่ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนกินไข่ดาวที่รสชาติสุดจะพรรณนาทั้งน้ำตา
ทั้งสองคนกินไปคุยไป เสี่ยวลู่เล่าเรื่องตลกในโรงเรียนให้ฟัง ส่วนเจียงหนิงก็เล่าความเหนื่อยยากจากการทำงาน บรรยากาศชื่นมื่นราวกับเป็นพี่สาวน้องชายกันจริงๆ ผ่านไปครู่หนึ่งเจียงหนิงก็เปลี่ยนเรื่องคุยอย่างกะทันหัน
เสี่ยวลู่ เมื่อคืนเธอออกไปจัดการคนร้ายอีกแล้วใช่ไหม
หลินเสี่ยวลู่ที่กำลังซดน้ำซุปไข่สาหร่ายถึงกับชะงักไปนิดนึง ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยความรู้สึกผิด
พี่เจียงหนิงรู้หมดแล้วเหรอครับ
เจียงหนิงกลอกตาบนใส่แล้วพูดอย่างหมั่นไส้
ก็ต้องรู้อยู่แล้วสิ เธอเล่นไปก่อเรื่องใหญ่โตกับสาวจิ้งจอกขาวขนาดนั้น วันนี้ทั้งวันสถานีตำรวจวุ่นวายแทบแตกก็เพราะเรื่องของพวกเธอสองคนนี่แหละ
พูดจบเจียงหนิงก็ปรายตามองเด็กหนุ่มที่กำลังเงียบสนิทแล้วถามยิ้มๆ
ว่าแต่สาวจิ้งจอกขาวคนนั้นเป็นใครกันล่ะ อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนเธอน่ะ
จะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับ หลินเสี่ยวลู่รีบปฏิเสธทันควัน ผมกับเธอเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นกันเท่านั้นเอง
อ๋อ เจียงหนิงมองเขาด้วยสายตามีเลศนัย ที่แท้สาวจิ้งจอกขาวก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเธอนี่เอง
เด็กหนุ่มสะดุ้งโหยง เขารู้ตัวว่าเผลอหลุดปากไปเสียแล้ว จึงได้แต่นั่งลุกลี้ลุกลนมองเจียงหนิงอย่างทำอะไรไม่ถูก
เมื่อเห็นหลินเสี่ยวลู่ตื่นตระหนกจนเหงื่อแตกพลั่ก เจียงหนิงก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา
เอาล่ะๆ พี่ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะจับเธอกับเพื่อนเข้าคุก แต่โรงเรียนของพวกเธอนี่สุดยอดไปเลยนะ ให้ตายพี่ก็คิดไม่ถึงหรอกว่าโรงเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ จะมีตัวตึงอย่างเธอกับสาวจิ้งจอกขาวอยู่พร้อมกันถึงสองคน
หลินเสี่ยวลู่ฟังแล้วก็รู้สึกกระดากอาย เขารู้สึกเหมือนกำลังโดนพี่เจียงหนิงล้อเลียนอยู่ แต่เขาก็ผ่อนคลายลงแล้วพยักหน้ารับ ก่อนจะเกาหัวแกรกๆ แล้วถามอย่างลังเล
แล้วพี่เจียงหนิงครับ พวกเราทำแบบนี้มันจะดูไม่ค่อยดีหรือเปล่าครับ
ดีสิ พวกเธอทำเรื่องดีๆ แน่นอนอยู่แล้ว เจียงหนิงพูดตรงไปตรงมา เสี่ยวลู่กับเพื่อนกำลังช่วยเหลือประชาชนกำจัดภัยร้าย เพียงแต่สิ่งที่พวกเธอทำอยู่ตอนนี้ อาจจะไปขัดผลประโยชน์ของใครหลายคนโดยไม่รู้ตัว หรือแม้แต่ตำรวจบางส่วนก็ไม่ค่อยชอบใจนักที่พวกเธอทำแบบนี้ เพราะมันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การทำงานของตำรวจ ทำให้จัดการเรื่องราวต่างๆ ได้ยากขึ้น
แต่ถ้ามองในมุมของพี่ พี่สนับสนุนเธอเต็มที่นะ เพราะสิ่งที่เธอกับสาวจิ้งจอกขาวทำมันเป็นเรื่องดีจริงๆ อันนี้ไม่มีข้อกังขาเลย
พูดจบเธอก็ยิ้มแล้วมองเด็กหนุ่ม
ตอนนี้พวกเบื้องบนมีท่าทีที่ค่อนข้างคลุมเครือกับเรื่องนี้ แต่ต้องยอมรับเลยว่าเพื่อนของเธอฉลาดมากที่รู้จักเอาเรื่องนี้ไปประจานลงเน็ต ใช้กระแสสังคมกดดันให้คนบางกลุ่มต้องยอมถอย แต่เอาจริงๆ นะเสี่ยวลู่ ในมุมมองส่วนตัวพี่ไม่อยากให้เธอทำเรื่องแบบนี้อีกแล้ว เธอเพิ่งจะอายุแค่นี้เอง ควรจะตั้งใจเรียนมากกว่า เรื่องพวกนี้มันอันตรายเกินไป
หลินเสี่ยวลู่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
เรื่องตัวตนของเธอพี่จะเก็บเป็นความลับให้ตลอดไป ถึงแม้มันจะขัดกับหน้าที่การงานของพี่ก็เถอะ แต่พี่เชื่อว่าเธอทำความดี แล้วก็อีกเรื่องนะเสี่ยวลู่ เจียงหนิงจ้องมองเด็กหนุ่ม อีกสองวันพี่จะต้องนำทีมเดินทางไปที่เมืองหยางโจวแล้วนะ
หลินเสี่ยวลู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ขณะที่กำลังเอาแป้งห่อหนังเป็ดก็ถามด้วยความสงสัย
พี่เจียงหนิงไปทำอะไรที่นั่นเหรอครับ
เจียงหนิงถอนหายใจอย่างถอดสีหน้า ที่อำเภอผิงชางในเมืองหยางโจวมีหมู่บ้านหนึ่งชื่อว่าหมู่บ้านว่านฝู ช่วงนี้ที่นั่นมีคดีคนหายเกิดขึ้นติดๆ กันหลายราย ตำรวจท้องที่ก็ยังปิดคดีไม่ได้ เบื้องบนก็เร่งรัดมา แล้วก็เพราะพี่เคยได้รางวัลนักสืบสวนรุ่นใหม่ยอดเยี่ยมจากสถาบันตำรวจสากล มีความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนคดีอาชญากรรม ทางหน่วยก็เลยส่งพี่ไปดูคดีที่นั่น
อ๋อ หลินเสี่ยวลู่พยักหน้ารับ
เจียงหนิงเห็นเขาทำหน้างงๆ ก็เตะขาเขาเบาๆ ใต้โต๊ะแล้วหัวเราะ
เธอน่ะ เลิกวิ่งวุ่นหาเรื่องใส่ตัวได้แล้ว มันอันตรายจะตายไป เด็กตัวแค่นี้แต่กลับไปชกต่อยกับผู้ใหญ่ตั้งหลายคน
แหะๆ หลินเสี่ยวลู่หัวเราะแห้งๆ ข้าวเต็มปากจนพูดอู้อี้ แล้วเถ้าแก่ร่างอ้วนที่บาร์กุหลาบสีน้ำเงินคนนั้นโดนพวกพี่จับไปด้วยหรือเปล่าครับ
จะเรียกว่าโดนจับก็ไม่เชิงนะ เจียงหนิงเคี้ยวข้าวพลางขมวดคิ้วเรียวสวย เจ้าอ้วนคนนั้นเหมือนจะมีเบื้องหลังอยู่ ชื่อของเขาคือคาวาโนะ เมอิจิโร่ ตอนนี้ทั้งเขาและผู้ช่วยที่ชื่ออาเมมิยะ มาซาเอะ กำลังโดนสอบปากคำอยู่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นเป็นคนรับผิดชอบ
หลินเสี่ยวลู่พยักหน้ารับ เจียงหนิงเหมือนจะกลัวว่าเขาจะกังวลว่าเจ้าอ้วนจะถูกปล่อยตัวไปจึงยิ้มปลอบใจ
ไม่ต้องห่วงหรอก การค้ายาเสพติดเป็นอาชญากรรมร้ายแรง สองคนนี้ดิ้นไม่หลุดแน่ พวกเขาจะต้องได้รับผลกรรมอย่างสาสม
อืมๆ หลินเสี่ยวลู่พยักหน้า
หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ หลินเสี่ยวลู่ก็บอกลาเจียงหนิงแล้วกลับบ้าน พอถึงบ้านเขาก็แวะไปดูฆาตกรโรคจิตที่ยังถูกมัดเอาไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นก็ไปอาบน้ำ สิบกว่านาทีต่อมาเขาก็เดินเช็ดผมออกมาแล้วกดโทรศัพท์หาแม่
พ่อกับแม่ของเขาทำธุรกิจเสื้อผ้า ต้องเดินทางไปทำงานต่างเมืองตลอดเวลา แทบจะไม่มีเวลาอยู่บ้านเลย เมื่อก่อนยังกลับมาเดือนละครั้ง แต่พักหลังๆ อาจจะเพราะเห็นว่าเขาสามารถซักผ้าทำกับข้าวดูแลตัวเองได้แล้ว ก็เลยไม่ค่อยกลับมา อย่างนานสุดก็สามเดือนถึงจะกลับมาที แถมอยู่ได้ไม่ถึงสองวันก็ต้องเดินทางอีก
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
ฮัลโหลแม่
หลินเสี่ยวลู่นั่งลงบนโซฟาแล้วถามปลายสาย พ่อกับแม่ทำงานที่เจ้อเจียงเสร็จหรือยังครับ แล้วจะกลับเมื่อไหร่
เปล่าครับ ค่าขนมผมยังพอใช้อยู่
ห๊ะ พ่อกับแม่ต้องอยู่ที่นั่นต่ออีกตั้งเดือนกว่าเลยเหรอ
หลินเสี่ยวลู่ถอนหายใจ เสียงทางฝั่งแม่ดูวุ่นวายมาก เหมือนกำลังยุ่งอยู่ เขาเลยไม่อยากเซ้าซี้อะไร คุยทักทายกันอีกสองสามคำก็วางสายไป
เขากลับมานั่งที่ห้องนั่งเล่นแล้วจัดการทำการบ้านจนเสร็จ ลากยาวไปจนถึงสี่ทุ่มกว่า จากนั้นก็เข้าห้องปิดไฟนอน
...
วันต่อมา บ่ายวันศุกร์
หลินเสี่ยวลู่ก้มมองข้อความที่หานรั่วหย่าส่งมาให้ในมือถือแล้วครุ่นคิด
ตอนนี้ใกล้จะเลิกเรียนแล้ว พรุ่งนี้วันเสาร์ก็หยุด หานรั่วหย่าทักมาถามว่าหลังเลิกเรียนสนใจจะไปผดุงความยุติธรรมกับเธอไหม
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มก็พิมพ์ตอบกลับไปว่า วันนี้มีธุระไปไม่ได้ เพื่อปัดรำคาญ
เขาตั้งใจว่าเลิกเรียนแล้วจะไปซื้อกับข้าว กลับไปทำอาหารอร่อยๆ ให้เจ้าฆาตกรโรคจิตกินสักมื้อ
ซูเค่อเค่อเพื่อนร่วมโต๊ะเห็นเขาทำหน้าเหม่อลอยก็อดสงสัยไม่ได้ เสาร์อาทิตย์นี้เธอมีแผนจะทำอะไรเหรอ
ฉันจะมีแผนอะไรได้ล่ะ ก็อยู่บ้านดูอนิเมะไง
ซูเค่อเค่อได้ยินแบบนั้นก็เบ้ปากใส่แล้วเลิกสนใจเขา ส่วนหลี่โม่ที่นั่งอยู่ข้างหน้าจู่ๆ ก็หันขวับมาด้วยท่าทางตื่นเต้น
เสี่ยวลู่ คืนนี้ไปเหมาเครื่องร้านเกมกันไหม
ไม่อ่ะ ฉันมีธุระต้องกลับบ้าน
หลี่โม่ทำหน้าเซ็ง แกจะมีธุระอะไรได้วะ เมื่อก่อนพอถึงวันหยุดทีไรแกต้องลากพวกฉันไปโต้รุ่งเล่นเกมตลอด แกจำไม่ได้เหรอ
เด็กหนุ่มแค่นเสียงเหอะ นั่นมันเมื่อก่อนโว้ย ตอนนี้ฉันไม่เหมือนเดิมแล้ว
ไม่เหมือนเดิมตรงไหนวะ
หลินเสี่ยวลู่ทำหน้าเก๊กหล่อราวกับผู้บรรลุสัจธรรม ฉันโตเป็นผู้ใหญ่แล้วไงล่ะ
พรืด เพื่อนๆ รอบข้างพากันขำก๊ากออกมา
หลังเลิกเรียน หลินเสี่ยวลู่นั่งรถเมล์ไปที่ตลาดสด เขาซื้อของสดมาเพียบ ทั้งปีกไก่ ปลาหลีฮื้อ เต้าหู้ ขาหมู และอื่นๆ เจ้าฆาตกรโรคจิตนั่นใกล้จะได้กลับไปแล้ว ถึงตอนที่มาถึงจะเปิดฉากซัดกับเขาก่อนก็เถอะ แต่สุดท้ายก็โดนเขาสั่งสอนไปชุดใหญ่ แถมถ้าดูจากเรื่องราวในหนัง เจ้าฆาตกรคนนี้ก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน
ประกอบกับช่วงนี้หมอนั่นก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้เขาเลย สองวันนี้เขาก็เลยกะจะเลี้ยงส่งหมอนั่นสักหน่อย ถือว่าจากกันด้วยดีก็แล้วกัน
ไม่นานนักหลินเสี่ยวลู่ก็หิ้วถุงกับข้าวพะรุงพะรังลงจากรถเมล์แล้วเดินเข้าหมู่บ้าน แต่พอเดินเข้าไปได้ไม่นาน เขาก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น
นังตัวดี แกคิดว่าหนีมาอยู่ที่นี่แล้วฉันจะหาพวกแกแม่ลูกไม่เจอเหรอ ฉันขอบอกไว้เลยนะว่าฉันไม่มีทางยอมหย่าเด็ดขาด