เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 - หมู่บ้านหมิงตี่ฮวาอั้น

บทที่ 26 - หมู่บ้านหมิงตี่ฮวาอั้น

บทที่ 26 - หมู่บ้านหมิงตี่ฮวาอั้น


บทที่ 26 - หมู่บ้านหมิงตี่ฮวาอั้น

หมู่บ้านที่ซูเข่อเข่ออาศัยอยู่มีชื่อว่าหมู่บ้านหมิงตี่ฮวาอั้น เป็นหมู่บ้านระดับไฮเอนด์ หลินเสี่ยวลู่สะพายกระเป๋านักเรียนเดินคุยกับเธอมาตลอดทางจนถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้าน จังหวะที่กำลังจะเดินเข้าไป ซูเข่อเข่อก็กระตุกแขนเสื้อเขาเบาๆ แล้วกระซิบว่า "ดูสิๆ พนักงานรักษาความปลอดภัยคนนั้นไง"

หลินเสี่ยวลู่มองตามสายตาของเธอไป ก็เห็นพนักงานรักษาความปลอดภัยหนุ่มรูปร่างผอมบางคนหนึ่ง เขาไม่ได้กระโตกกระตากเพราะกลัวจะแหวกหญ้าให้งูตื่น ทำเพียงแค่แอบสังเกตพฤติกรรมของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ

แล้วพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนั้นก็ดูมีพิรุธจริงๆ ด้วย เพราะช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่เด็กนักเรียนเลิกเรียนพอดี บริเวณหน้าหมู่บ้านจึงมีผู้คนพลุกพล่าน สายตาของพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนั้นคอยจ้องมองแต่พวกเด็กๆ ที่กำลังเดินกลับบ้าน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง ถ้าหน้าตาดีหน่อยเขาก็จะแอบมองอยู่หลายครั้ง

"เห็นมั้ยล่ะ ฉันบอกแล้วว่าหมอนี่มันต้องเป็นพวกโรคจิตลามกแน่ๆ"

หลินเสี่ยวลู่หัวเราะเบาๆ หมอนี่อาจจะไม่ใช่แค่พวกโรคจิตลามกธรรมดาๆ ก็ได้ เผลอๆ อาจจะเป็นหนึ่งในแก๊งลักพาตัวด้วยซ้ำ

เพราะเขาสังเกตเห็นว่าสายตาของพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนั้นไม่ได้มองแค่เด็กผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังแอบมองเด็กผู้ชายบางคนอย่างมีเลศนัยอีกด้วย

หลินเสี่ยวลู่เดินไปส่งซูเข่อเข่อจนถึงหน้าลิฟต์ในตึกที่เธออยู่ จากนั้นก็ยิ้มแล้วบอกว่าจะกลับแล้ว ซูเข่อเข่อถึงกับประหลาดใจ เธอขมวดคิ้วอย่างน่ารักแล้วถามว่า "นี่นายจะไม่กินกุ้งก้ามกรามแล้วเหรอ"

"จะบ้าเหรอ ก็บอกแล้วไงว่าแค่เดินมาส่งเฉยๆ"

ซูเข่อเข่อได้ยินก็ค้อนขวับพร้อมกับบ่นอุบอิบ "ประสาท"

พูดจบเธอก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อก่อนจะอธิบายว่า "ฉันคบกับหลิวป๋อหยางแค่สัปดาห์เดียวเองนะ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้นหรอก"

หลินเสี่ยวลู่พยักหน้ารับอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ยัยนี่ถึงต้องมาอธิบายเรื่องนี้ให้เขาฟังด้วย

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ใส่ใจอะไร ซูเข่อเข่อก็เกิดอาการงอนขึ้นมาทันที เธอสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินเข้าลิฟต์ไปอย่างอารมณ์เสีย

พอเธอไปแล้ว หลินเสี่ยวลู่ก็รีบเดินกลับไปซุ่มดูอยู่ที่ม้านั่งริมแปลงดอกไม้ใกล้ๆ กับทางเข้าหมู่บ้านทันที

เขาคอยจับตาดูพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนั้นไปพลาง วางกระเป๋านักเรียนบนตักแล้วเอาการบ้านออกมาทำไปพลาง

เขาเฝ้าสังเกตการณ์พร้อมกับปั่นการบ้านไปด้วย เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงสามทุ่มกว่าแล้ว

หลินเสี่ยวลู่ยังไม่ได้กินมื้อเย็นเลย พอทำการบ้านเสร็จ เขาก็วางปากกาลง เก็บสมุดหนังสือใส่กระเป๋า แล้วบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างหงุดหงิดว่า "รปภ.เลิกงานดึกจังว่ะ ทำการบ้านเสร็จจนหิวไส้กิ่วแล้วเนี่ย"

โธ่เอ๊ย ถ้ารู้แบบนี้เขาน่าจะกินข้าวให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาซุ่มดูซะก็ดี

หลังจากเก็บของเสร็จ หลินเสี่ยวลู่ก็นั่งรออยู่บนม้านั่ง คอยจับตาดูพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนั้นอย่างเงียบๆ ต่อไป

โชคดีที่ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ผ่านไปไม่นานก็มีพนักงานรักษาความปลอดภัยรุ่นลุงมาเปลี่ยนกะกับชายหนุ่มคนนั้น

หลินเสี่ยวลู่ตื่นเต้นสุดๆ เตรียมตัวสะกดรอยตามชายหนุ่มคนนั้นเต็มที่ แต่แล้วเขาก็ต้องเห็นภาพชายหนุ่มคนนั้นขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า...

ท่ามกลางลมหนาว หลินเสี่ยวลู่มองดูชายหนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแล่นฉิวจากไปไกลลิบ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงมาตรงหน้า

แม่งเอ๊ย เชี่ยเอ๊ย!

คืนนั้นตอนสี่ทุ่มกว่า หลินเสี่ยวลู่ก็เดินคอตกกลับบ้านตามลำพัง แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ยิปมันฟัง

ส่วนยิปมันก็เล่าเรื่องที่เจียงหนิงเข้ามาสืบสวนที่บ้านให้หลินเสี่ยวลู่ฟังเช่นกัน

เรื่องนี้ทำเอาหลินเสี่ยวลู่ตกใจจนแทบสิ้นสติ เขารีบวิ่งกลับไปที่ห้องนอนแล้วก้มลงมองดูใต้เตียง

โล่งอกไปที ไม้เบสบอลยังอยู่ดี!

พี่เจียงหนิงต้องมาสืบเรื่องที่เกิดขึ้นบนถนนจิ่นซิ่วแน่ๆ ถ้าเธอเจอไม้เบสบอลของเขาเข้าล่ะก็ เขาต้องโดนลากตัวไปสอบปากคำชัวร์

โชคดีที่เขาไหวตัวทัน เอาไม้เบสบอลไปซ่อนไว้ใต้เตียงล่วงหน้าแล้ว

เมื่อคลายความกังวลลงได้ หลินเสี่ยวลู่ก็กลับมาที่ห้องนั่งเล่นแล้วเอ่ยชวนยิปมัน "อาจารย์ยิป พรุ่งนี้ไปสืบเรื่องรปภ.คนนั้นกับผมหน่อยมั้ยครับ ผมว่าเขาน่าจะเป็นคนของแก๊งลักพาตัวแน่ๆ"

"ได้สิ" ยิปมันพยักหน้ารับ ก่อนจะหันมามองหลินเสี่ยวลู่แล้วบอกว่า "วันนี้วันอังคารแล้ว พรุ่งนี้ก็วันพุธ พวกเราต้องรีบลงมือกันหน่อยแล้วนะ"

"ครับๆ" หลินเสี่ยวลู่พยักหน้ารับ

เช้าวันรุ่งขึ้น วันพุธ

วันนี้พอเลิกเรียนปุ๊บ หลินเสี่ยวลู่ก็รีบพุ่งไปที่ร้านขายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทันที

กฎหมายกำหนดไว้ว่าอายุสิบหกปีก็สามารถขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบนถนนได้แล้ว ซึ่งเขาก็อายุถึงเกณฑ์พอดี จึงจัดการถอยรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันใหม่เอี่ยมอ่องมาในราคาสามพันหยวน

หลังจากจัดการเรื่องเอกสารเสร็จสรรพ เขาก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากลับบ้านไปหายิปมันอย่างสบายใจเฉิบ

รปภ.คนนั้นเลิกงานตอนสามทุ่มครึ่งเมื่อวานนี้ เขาตั้งใจว่าพอถึงสามทุ่มนิดๆ จะชวนอาจารย์ยิปไปดักรอที่หมู่บ้านหมิงตี่ฮวาอั้น

แต่พอขี่รถมาถึงใต้ตึก เขากลับเจอเจียงหนิงในชุดไปรเวทยืนรออยู่

สัญชาตญาณบอกเขาว่า พี่เจียงหนิงน่าจะตั้งใจมายืนรอเขาแน่ๆ เรื่องนี้ทำเอาหัวใจของเด็กหนุ่มหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยทีเดียว

ภายใต้แสงแดดอัสดงยามเย็น เจียงหนิงยืนกอดอกอยู่หน้าทางเข้าตึก เธอปรายตามองรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันสีดำของเด็กหนุ่มแล้วยิ้มถาม "เสี่ยวลู่ ถอยรถใหม่มาเหรอ"

หลินเสี่ยวลู่เลี้ยวรถเข้าไปจอด พยายามตีหน้าซื่อทำตัวให้เป็นปกติที่สุด "ใช่ครับพี่เจียงหนิง"

เจียงหนิงถามยิ้มๆ "ทำไมจู่ๆ ถึงอยากซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าล่ะ"

"เอ่อ..." หลินเสี่ยวลู่เกาหัวแก้เก้อ "ก็มันสะดวกดีนี่ครับ เวลาผมจะออกไปเที่ยวหรือไปทำธุระก็จะได้ไปไหนมาไหนง่ายๆ ไงครับ"

"อ้อ..." เจียงหนิงพยักหน้ารับ ก่อนจะถามต่อ "แล้วรถจดทะเบียนหรือยังล่ะ"

ที่เมืองเจียงโจว รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทุกคันต้องจดทะเบียนป้ายวงกลมให้เรียบร้อย

"ยังเลยครับ" หลินเสี่ยวลู่อธิบาย "เถ้าแก่ร้านบอกให้ผมไปจดทะเบียนที่กรมการขนส่งตอนเลิกเรียนมะรืนนี้น่ะครับ"

พูดจบ หลินเสี่ยวลู่ก็แกล้งทำหน้าซื่อตาใสถามเจียงหนิงกลับไปว่า "พี่เจียงหนิงทำไมมายืนอยู่หน้าตึกล่ะครับ มารอใครอยู่เหรอ"

"พี่ไม่ได้รอใครหรอกจ้ะ" เจียงหนิงยิ้มหวาน "เพิ่งเลิกงานก็เลยมายืนยืดเส้นยืดสายรับลมหน่อยน่ะ" พูดจบเธอก็ยิ้มให้แล้วเดินจากไป

พอเธอคล้อยหลังไป หลินเสี่ยวลู่ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

พี่เจียงหนิงต้องสงสัยเขาแล้วแน่ๆ

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เผยพิรุธอะไรร้ายแรงออกไป แต่ระดับคุณตำรวจอย่างเธอคงต้องจับสังเกตอะไรได้บ้างแหละน่า

เด็กหนุ่มปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผากแล้วเดินเข้าตึกไปด้วยใจที่เต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ

พอมาถึงห้อง ยิปมันก็ยังคงยืนฝึกท่ายืนม้าอยู่เงียบๆ เหมือนทุกวัน หลินเสี่ยวลู่เข้าครัวไปทำมื้อเย็น พอกินข้าวกับอาจารย์ยิปเสร็จก็มานั่งปั่นการบ้านต่อ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็สามทุ่มแล้ว หลินเสี่ยวลู่ที่ทำการบ้านเสร็จเรียบร้อยก็ลุกขึ้นแล้วเอ่ยปากชวน "อาจารย์ยิป พวกเราออกเดินทางกันเลยมั้ยครับ"

ยิปมันพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นยืน

ส่วนหลินเสี่ยวลู่ก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอน เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อฮู้ดสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ และสวมหน้ากากอนามัยสีดำทับอีกชั้น

จากนั้นเขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจหยิบไม้เบสบอลขึ้นมาสะพายหลังไว้

เขาไม่สนแล้วว่าจะถูกตำรวจเพ่งเล็งหรือเปล่า ตอนนี้ขอแค่ทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของตัวเองไว้ก่อนก็พอ

ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน หลินเสี่ยวลู่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าโดยมียิปมันซ้อนท้าย ทั้งคู่ขี่ออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย

หลินเสี่ยวลู่บิดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มาถึงหมู่บ้านหมิงตี่ฮวาอั้น เขาหันไปบอกยิปมันว่า "อาจารย์ยิป ถึงแล้วครับ"

ยิปมันพยักหน้ารับ "งั้นตอนนี้เราก็ดักรออยู่ตรงนี้สินะ"

"ใช่ครับ รอไปก่อน" หลินเสี่ยวลู่ที่สวมหน้ากากอนามัยสีดำตอบเสียงอู้อี้

ยิปมันมองดูสภาพการแต่งตัวของเขาแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้

"การแต่งกายของน้องเสี่ยวลู่นี่ดูคล้ายกับพวกจอมยุทธ์ในสมัยก่อนเลยนะครับ"

"เหรอครับ" เด็กหนุ่มยิ้มจนตาหยีเป็นรูปสระอิ หัวเราะชอบใจใหญ่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 26 - หมู่บ้านหมิงตี่ฮวาอั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว