เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 250 เจตจำนงกระบี่

บทที่ 250 เจตจำนงกระบี่

บทที่ 250 เจตจำนงกระบี่


หลี่เฟิงจ้องมองรอยแผลที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้งด้วยสีหน้าขมวดคิ้ว

เขาอดคิดไม่ได้ว่า...แทนที่จะเป็นเพียงการกลับมาใหม่ของบาดแผล

มันกลับดูราวกับกำลังถูกฟันซ้ำอยู่ตลอดเวลา

ราวกับมีคมดาบที่มองไม่เห็นปักคาอยู่บนใบหน้าของนาง

จนถึงตอนนี้ ความเสียหายที่สะสมอยู่ดูเหมือนจะเกินขีดจำกัดที่โอสถฟื้นฟูจะรักษาได้แล้ว

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่รอยแผลเลือนหายไป

ก่อนจะปรากฏขึ้นอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“นั่นมันอะไรกัน...?”

หลี่เฟิงพึมพำ

ขณะเฝ้ามองภาพประหลาดตรงหน้าและเพราะมันเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

เขาจึงเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังงานแหลมคมสายหนึ่ง

ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้ผิวหนังของเจี้ยนหรูอี้

ความรู้สึกนี้ทำให้เขาขมวดคิ้วลึกกว่าเดิม

เพราะดูเหมือนเขาจะเคยสัมผัสพลังลักษณะนี้มาก่อน

ในตอนนั้นเองหนิงเจี้ยนลี่ที่ยืนเฝ้าดูอยู่เงียบ ๆ พลันเอ่ยขึ้น

หลังจากนางเองก็สัมผัสได้ถึงพลังประหลาดนั้นเช่นกัน

“...เจตจำนงกระบี่?”

นางกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา

ทันทีที่คำสองคำนั้นหลุดออกจากปาก บรรยากาศภายในถ้ำก็เหมือนจะหนักอึ้งขึ้น

รูม่านตาของหลี่เฟิงหดตัวเล็กน้อย เมื่อเข้าใจความหมายของสิ่งนั้นในทันที

‘เจตจำนงกระบี่’

พลังอันลึกลับที่เหล่าผู้ฝึกกระบี่ใฝ่ฝันจะสัมผัสได้ตลอดชีวิต

สิ่งที่อยู่เหนือกว่าทักษะกระบี่ธรรมดาและเป็นสัญลักษณ์ว่าผู้ใช้ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งกระบี่อย่างแท้จริง

แต่ในเวลาเดียวกัน หากเจตจำนงกระบี่ของศัตรูถูกทิ้งเอาไว้ภายในร่างกาย

มันก็สามารถกลายเป็นบาดแผลที่ยากเยียวยาที่สุดชนิดหนึ่งได้เช่นกัน

เพราะสิ่งที่ทำร้ายร่างกายนั้น ไม่ใช่เพียงพลังปราณ

หากแต่เป็น “เจตจำนง” ที่ยังคงหลงเหลืออยู่และตราบใดที่เจตจำนงนั้นยังไม่สลาย บาดแผลก็จะไม่มีวันหายสนิท

มันไม่ใช่กระบี่ปราณและไม่ใช่เศษพลังวิญญาณที่หลงเหลือจากการโจมตี

มันคือ...เจตจำนง

สิ่งที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

หลี่เฟิงหลับตาลงอีกครั้ง แล้วเพ่งสมาธิอย่างเต็มที่

คราวนี้เขาแผ่สัมผัสวิญญาณออกไปอย่างระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม

ใต้ผิวหนังซีดขาวของเจี้ยนหรูอี้ มีบางสิ่งที่บางเฉียบและคมกริบราวใบมีด

กำลังเคลื่อนไหวอยู่ราวกับเส้นด้ายแห่งแสง

มันไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

แต่กลับให้ความรู้สึกสมจริงอย่างน่าหวาดหวั่น

เย็นเยียบ เด็ดขาดและไร้ความปรานี

มันไม่ได้กำลังตัดเนื้อหนังของนางโดยตรง

แต่กำลังตัด...แนวคิดของการฟื้นฟู

ทุกครั้งที่พลังยาจากโอสถพยายามรวมตัวเพื่อสมานบาดแผล

เจตจำนงที่มองไม่เห็นนั้นจะสั่นไหวเล็กน้อย แล้วฟันมันแยกออกทันที

นั่นคือสาเหตุที่รอยแผลปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ไม่ใช่เพราะร่างกายของนางรักษาตัวเองไม่ได้

แต่เป็นเพราะมีบางสิ่ง...ไม่ยอมให้มันรักษาหาย

สีหน้าของหลี่เฟิงเคร่งเครียดลง

“นี่ไม่ใช่เจตจำนงกระบี่ธรรมดา...”

เขาพึมพำ เพียงแค่สัมผัสมัน ก็รับรู้ได้แล้วว่ามันคมกริบเพียงใด

นิ้วมือของหนิงเจี้ยนลี่กำชายเสื้อแน่นขึ้นเล็กน้อย

“มีเพียงผู้ที่เข้าใจเจตจำนงในระดับสูงมากเท่านั้น...”

“จึงจะสามารถทิ้งมันเอาไว้เช่นนี้ได้”

“และปล่อยให้มันคงอยู่ต่อไป”

หลี่เฟิงเงียบไป จมอยู่ในความคิด

เมื่อมองบาดแผลที่ยังเคลื่อนไหวอยู่

เขาแทบจินตนาการไม่ออกว่าเจี้ยนหรูอี้ต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใด

มันราวกับมีคมมีดโกนอันแหลมคมกำลังเฉือนเนื้อหนังของนางอยู่ตลอดเวลา

ไม่ใช่เพียงเล่มเดียว แต่เป็นคมมีดนับไม่ถ้วน

ความโกรธสายหนึ่งพลันก่อตัวขึ้นในใจของหลี่เฟิง

เมื่อคิดว่ามีคนกล้าลงมืออย่างโหดเหี้ยมกับศิษย์ของสำนักที่เขาชื่นชอบ

เขาแค่นหัวเราะเย็นชา ก่อนสะบัดข้อมือเบา ๆ

ขวดหยกสามใบก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ

ผิวของขวดเรียบเนียนและแผ่ความอุ่นจาง ๆ ออกมา

กลิ่นโอสถภายในเข้มข้นจนแทบกลั่นตัวเป็นหมอก

และคราวนี้ มันคือโอสถฟื้นฟูระดับ 2 ขั้นสมบูรณ์แบบ

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโอสถระงับความเจ็บปวดและโอสถชำระล้างพิษและสิ่งแปลกปลอมอีกด้วย

หลี่เฟิงไม่เชื่อเด็ดขาดว่าความมั่งคั่งของตน จะไม่สามารถกดข่มเจตจำนงที่หลงเหลืออยู่เพียงสายเดียวได้

กลิ่นโอสถอันบริสุทธิ์และเข้มข้นพวยพุ่งออกมา ละเอียดอ่อนและทรงพลังกว่าโอสถที่เขาใช้ก่อนหน้านี้หลายเท่า

ไม่มีสิ่งเจือปน ไม่มีพลังงานอันรุนแรงที่ปั่นป่วน มีเพียงพลังชีวิตอันมหาศาลที่ไหลลื่นและบริสุทธิ์อย่างถึงขีดสุด

หลี่เฟิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขานำโอสถแต่ละเม็ดเข้าปากก่อนจะป้อนให้เจี้ยนหรูอี้ทีละชนิด

พร้อมกันนั้น เขายังควบคุมพลังปราณของตน ชักนำแก่นพลังของโอสถให้ไหลเข้าสู่บาดแผลโดยตรง

ผลลัพธ์ปรากฏขึ้นแทบจะในทันที เนื้อหนังที่ฉีกขาดเริ่มสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ผิวหนังงอกขึ้นใหม่ราวกับหญ้าฤดูใบไม้ผลิที่ผลิยอดหลังสายฝน

แต่แล้ว…เส้นสายแห่งเจตจำนงกระบี่นั้นก็ขยับตัว

แรงสั่นสะเทือนอันแผ่วเบาแทบไม่อาจสังเกตได้

แล่นผ่านใต้ผิวหนังของนาง

ฉัวะ

เนื้อหนังที่เพิ่งฟื้นฟูกลับถูกผ่าแยกออกอีกครั้ง

ทว่าคราวนี้รอยตัดไม่ได้สะอาดเหมือนเดิม

เจตจำนงอันคมกริบราวคมดาบได้พบกับแรงต้านแล้ว

มันถูกพลังชีวิตอันบริสุทธิ์จากโอสถขั้นสมบูรณ์แบบเข้ากดข่ม

และหลี่เฟิงก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เขาวางฝ่ามือลงบนหน้าอกของเจี้ยนหรูอี้

ก่อนจะควบคุมพลังยาและพลังปราณของตนไปพร้อมกัน

ช่วยเปิดทางให้การรักษาดำเนินต่อไป

ดูเหมือนเจตจำนงกระบี่จะรับรู้ได้ ว่ามีบางสิ่งกำลังพยายามลบล้างมันและมันก็เริ่มตอบโต้

ภายในร่างของเจี้ยนหรูอี้ในเวลานี้

พลังจากโอสถสามชนิดกำลังทำงานพร้อมกัน

โอสถฟื้นฟูช่วยสร้างเนื้อหนังและฟื้นฟูร่างกาย

โอสถชำระล้างช่วยแยกและขจัดสิ่งแปลกปลอม

โอสถระงับความเจ็บปวดช่วยรักษาสภาพร่างกายและจิตใจให้มั่นคง

และเจตจำนงกระบี่ก็ตอบสนองต่อการรวมตัวของทั้งสามอย่างรุนแรง

มันสั่นไหว ราวกับคมดาบเกรี้ยวกราดที่ถูกกักขังอยู่ภายในพายุ

ฉัวะ!

มันฟันอีกครั้ง

แต่เนื้อหนังก็ฟื้นคืนในทันที

ฉัวะ!

บาดแผลแยกออก

ก่อนจะสมานตัวกลับอย่างรวดเร็ว

เปิด..

ปิด..

เปิด..

ปิด..

วนซ้ำไปมา

เร็วขึ้นเรื่อย ๆ

ภายในถ้ำ

กลิ่นโอสถอันเข้มข้นเริ่มอบอวลไปทั่วทุกแห่ง

พลังปราณวิญญาณปั่นป่วนอย่างรุนแรงรอบแขนของหลี่เฟิง

ขณะที่เขาเพิ่มการส่งพลังอย่างต่อเนื่อง

เส้นเลือดใต้ผิวหนังเริ่มปรากฏให้เห็นจาง ๆ

ตอนนี้เขาไม่ได้กำลังรักษาอีกต่อไป

...แต่กำลังกดข่มมัน

“อยากฟันนักใช่ไหม?”

หลี่เฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ต่ำลึกและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง

“ถ้าอย่างนั้นก็ลองฟันสิ่งนี้ดู”

พลังจากโอสถชำระล้างเริ่มพันรัดรอบเส้นสายแห่งเจตจำนงกระบี่

ค่อย ๆ ลอกมันออกจากเส้นลมปราณโดยรอบ

มันไม่ได้ฝังตัวอยู่ภายในอย่างสมบูรณ์อีกต่อไป

...แต่มันกำลังถูกแยกออกมา

เป็นครั้งแรก…เจตจำนงกระบี่นั้นสั่นคลอน

ไม่ใช่เพราะมันอ่อนแอลง แต่เพราะมันกำลังถูกกดดัน

ไม่นานนักพลังปราณของหลี่เฟิงก็ล็อกเป้าหมายมันเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

และเมื่อพลังปราณของเขากักขังมันไว้ได้

ธรรมชาติที่แท้จริงของมันก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

เขาสัมผัสได้ถึงความคมกริบ

ความเด็ดขาดและเจตจำนงอันไม่ยอมสยบต่อสิ่งใด

ราวกับมันอยู่เหนือฟ้าดินทั้งปวง

‘หยิ่งผยองเสียจริง’

หลี่เฟิงแค่นหัวเราะในใจ

‘เจ้าของมันคงหยิ่งยโสยิ่งกว่าข้าเสียอีก’

จากนั้นเขาก็เพ่งสมาธิ เตรียมกำจัดเจตจำนงกระบี่นี้ออกไปโดยสมบูรณ์

หากไม่ใช่เพราะเขาต้องระมัดระวัง ไม่ให้สร้างความเสียหายต่อร่างกายของเจี้ยนหรูอี้จากภายใน

เขามั่นใจว่าพลังปราณอันแข็งแกร่งของตน สามารถดึงมันออกมาได้โดยง่าย

หนิงเจี้ยนลี่ยืนเฝ้ามองทุกอย่างอย่างเงียบงัน

นางรู้ดีว่าภายในร่างของเจี้ยนหรูอี้ กำลังเกิดการต่อสู้อันมองไม่เห็น

ดังนั้นจึงไม่ต้องการรบกวนสมาธิของหลี่เฟิง

ภายในร่างของเจี้ยนหรูอี้ พลังยาทั้งหลายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

ค่อย ๆ เข้ากดข่มเจตจำนงกระบี่จนเสียเปรียบ

โอสถฟื้นฟูหลั่งไหลเข้าสู่บาดแผลอย่างไม่หยุดยั้ง

ขณะที่โอสถชำระล้างหดรัดเข้ามาราวกับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น

เมื่อสัมผัสได้ว่าจุดจบกำลังใกล้เข้ามา

เจตจำนงกระบี่ก็โต้กลับเป็นครั้งสุดท้าย…

ฉัวะ!

ชิ้ง!

แรงสะท้อนกลับอันรุนแรง

ซึ่งปรากฏเป็นรอยฟันสีแดงฉาน

พุ่งทะลุผ่านแขนของหลี่เฟิงราวกับประกายแสงวาบหนึ่ง.

เปรี๊ยะ!

เส้นเลือดบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของหลี่เฟิง

รอยแผลเล็ก ๆ สายหนึ่งถูกกรีดออกมา

ขณะเดียวกันแรงปะทะจากการฟันครั้งนั้นยังพุ่งทะลุขึ้นไปกระแทกเพดานถ้ำ

เศษหินจำนวนมากร่วงหล่นลงมา พร้อมกับลมคมกริบที่กวาดผ่านไปทั่วบริเวณ

ฉึก!

และแล้วรอยเส้นสีแดงบางเฉียบก็ปรากฏขึ้นบนลำคอของหลี่เฟิง

เลือดค่อย ๆ ไหลซึมออกมาอย่างช้า ๆ

“ศิษย์พี่!”

หนิงเจี้ยนลี่ร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก

แต่หลี่เฟิงไม่ได้ตอบกลับ เขาเพียงก้มมองฝ่ามือของตนอย่างสงบ

มองดูบาดแผลเล็กน้อยนั้น ซึ่งในเวลานี้ได้สมานหายไปเรียบร้อยแล้ว

ภายในใจเขาอดประหลาดใจไม่ได้

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เผชิญหน้ากับผู้ใช้เจตจำนงกระบี่อย่างแท้จริง

และเขาไม่คิดเลยว่า แม้แต่เจตจำนงที่หลงเหลืออยู่เพียงเสี้ยวเดียว

ก็ยังสามารถโจมตีตอบโต้ได้

เมื่อพิจารณาจากการฟันครั้งสุดท้ายเมื่อครู่นี้

หากคนที่กำลังรักษาเจี้ยนหรูอี้ไม่ใช่หลี่เฟิง

แต่เป็นศิษย์คนอื่น อีกฝ่ายอาจได้รับบาดเจ็บสาหัส

...หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตจากการโจมตีฉับพลันนั้นเลยก็ได้

เพียงแค่เจตจำนงกระบี่ที่หลงเหลืออยู่ ยังน่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้

หลี่เฟิงก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าของเจตจำนงกระบี่นี้

จะแข็งแกร่งถึงระดับใดกันแน่…

จบบทที่ บทที่ 250 เจตจำนงกระบี่

คัดลอกลิงก์แล้ว