เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 240 ดิบเถื่อนและเป็นธรรมชาติ (6)

บทที่ 240 ดิบเถื่อนและเป็นธรรมชาติ (6)

บทที่ 240 ดิบเถื่อนและเป็นธรรมชาติ (6)


เหยาซินยังคงไม่ขยับเขยื้อน

ความคิดภายในหัวแล่นพล่านอย่างรวดเร็ว

ขณะที่เสียงกรีดร้องสุดท้ายรอบตัวค่อย ๆ เงียบหายไปทีละน้อย

ค่ายที่อยู่ด้านหลังนางได้กลายเป็นนรกไปแล้ว

แขนขาที่ขาดกระจัดกระจาย ซากร่างที่ถูกบดขยี้เกลื่อนอยู่ทั่วพื้นอย่างไร้ระเบียบ

เลือดสดซึมลงสู่ผืนดิน ค่อย ๆ ย้อมพื้นดินให้กลายเป็นสีแดงเข้ม

บางคนยังตายไม่สนิทด้วยซ้ำ ร่างของพวกนางยังคงกระตุกเป็นระยะ

ขณะที่เถาวัลย์ขนาดใหญ่รัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

เสียงกระดูกแตกดังกรอบแกรบแผ่วเบาภายใต้แรงบีบรัดนั้น

ส่วนร่างในชุดคลุมสีดำ...กลับไม่ได้หันไปมองพวกนางแม้แต่น้อย

ราวกับการสังหารคนเหล่านั้น ไม่ต่างอะไรจากการเหยียบมดสักฝูงหนึ่ง

ตรงกันข้ามดูเหมือนสิ่งที่มันสนใจจริง ๆ จะเป็นนางเพียงคนเดียว

แม้เหยาซินจะชื่นชอบความตื่นเต้นจากการอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย

แต่ทั้งหมดนั้นต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่นางยังควบคุมได้ ไม่ใช่ความตายอันเด็ดขาดหนักอึ้งและสิ้นหวังเช่นในตอนนี้

‘ยังดี... ที่มันไม่ได้ลงมือกับข้าทันที’

ประกายบางอย่างวาบผ่านดวงตาของเหยาซิน

อย่างน้อยพวกสตรีไร้ประโยชน์เหล่านั้นก็ยังมีค่าพอจะช่วยถ่วงเวลาให้นางได้เล็กน้อย

เหยาซินไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร แต่สิ่งนั้นไม่สำคัญแล้ว

เพราะด้วยเวลานี้…

ในที่สุดนางก็มีโอกาสเปิดใช้วิชาของตน

‘คัมภีร์ลักฟ้าชิงสวรรค์’

นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สบมองไปยังตำแหน่งที่ควรจะเป็นดวงตาของอีกฝ่าย หรือกล่าวให้ถูกต้องก็คือตำแหน่งที่ดวงตาควรอยู่

ภายใต้หมวกคลุมสีดำมีเพียงความมืดมิดเท่านั้น

เหยาซินเผยรอยยิ้มบาง ๆ

“...ผู้อาวุโส”

นางเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

น้ำเสียงสงบนิ่ง มั่นคงอย่างน่าประหลาด

“ข้ายอมรับว่าเป็นพวกเราที่โจมตีหุ่นเชิดของท่าน”

ไม่มีข้อแก้ตัว

ไม่มีคำโกหก

เพราะนางรู้ดีว่าต่อหน้าสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ การเล่นลูกไม้มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

“ข้าสามารถชดใช้ให้ท่านได้”

แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยความจริงใจ แต่นิ้วหัวแม่มือของนางกลับกดลงบนยันต์ที่ซ่อนอยู่ภายในแขนเสื้ออย่างเงียบ ๆ พร้อมใช้งานได้ทุกเมื่อ

“หากท่านต้องการหินวิญญาณ”

“โอสถ”

“หรือสมบัติล้ำค่าใด ๆ...”

“ข้าสามารถจัดหาให้ได้”

หลังจากกล่าวจบ

ความเงียบก็ยังคงปกคลุมอยู่เช่นเดิม

ร่างในชุดคลุมสีดำเพียงก้มมองนางจากเบื้องบน

เงียบงัน

ไร้อารมณ์

ราวกับภูเขาสูงใหญ่ที่กำลังมองมดตัวหนึ่งพยายามเจรจาต่อรอง

ลำคอของเหยาซินเริ่มแห้งผากเล็กน้อย

สถานการณ์นี้ไม่ดีเลย ไม่ดีอย่างยิ่ง

เพราะนางไม่สามารถอ่านอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย

ไม่มีเจตนาสังหาร

ไม่มีความโลภ

ไม่มีความใคร่

ไม่มีความโกรธ

ไม่มีอะไรเลย

ว่างเปล่าเสียจนชวนให้หวาดหวั่น

คู่ต่อสู้ทุกคนที่เหยาซินเคยพบมาอย่างน้อยก็ต้องมีบางสิ่งบางอย่างให้จับต้องได้

ไม่ว่าจะเป็นความโลภ ความหวาดกลัว ความโกรธหรือความปรารถนา

แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้านาง...กลับไม่มีอะไรเลย

มันให้ความรู้สึกเหมือนกับ...หุ่นเชิด

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา

เหยาซินก็พลันตระหนักถึงบางอย่าง

‘หุ่นเชิด...?’

‘หรือว่าเจ้าสิ่งนี้ก็เป็นหุ่นเชิดเหมือนกัน?’

ความไม่อยากเชื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง

หากเป็นเช่นนั้นจริง แล้วหุ่นเชิดประหลาดที่ทรงพลังถึงเพียงนี้มาจากที่ใดกัน?

และเหตุใดนางถึงโชคร้ายพอที่จะพบพวกมันเข้า?

ในขณะเดียวกันโดยที่เหยาซินไม่รู้ตัว

โกลดี้กำลังจ้องมองนางอย่างเงียบงัน

จมอยู่ในความคิดของตนเอง มันรู้ว่าสตรีผู้นี้ใช้กระดาษแปลก ๆ เหล่านั้น

เพื่อดึงพลังที่เหนือกว่าระดับความแข็งแกร่งของตนออกมา

ด้วยเหตุนี้โกลดี้จึงอดรู้สึกสนใจสิ่งเหล่านั้นไม่ได้

มันมีความทรงจำเลือนรางว่า สิ่งเหล่านี้น่าจะเกี่ยวข้องกับเส้นทางการฝึกตนของมนุษย์ เป็นความรู้ที่มันเคยผ่านตามาจากหนังสือบางเล่ม

แต่โดยปกติแล้วโกลดี้ชื่นชอบตำราประเภทพฤกษาและบันทึกเกี่ยวกับสมุนไพรวิญญาณมากกว่า มันจึงไม่ค่อยใส่ใจกับวิชาของมนุษย์นัก

ดูเหมือนหลังจากนี้มันคงต้องศึกษาเรื่องการฝึกตนของมนุษย์ให้มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาลักษณะนี้ในอนาคต

เมื่อคิดได้เช่นนั้น...

“...”

โกลดี้ก็หมดความสนใจที่จะปล่อยให้สตรีผู้นี้ดำเนินการต่อไป

ตั้งแต่แรกแล้วมันสังเกตเห็นคลื่นพลังจาง ๆ รอบร่างของนาง

ราวกับมีบางสิ่งถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้ว

ลูกไม้เล็ก ๆ ของนางไม่เคยรอดพ้นสายตาของมันเลยตั้งแต่ต้น

ที่จริงแล้วโกลดี้ไม่เคยสนใจเลยด้วยซ้ำ เพราะสำหรับมันการบดขยี้สตรีที่อ่อนแอเช่นนี้ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น

โกลดี้ค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นและเพียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยนั้น ก็ทำให้หัวใจของเหยาซินกระตุกวูบ

นางสัมผัสได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

อากาศโดยรอบเย็นลงและหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ

สัญชาตญาณกำลังกรีดร้องเตือนให้นางหนี

เหยาซินกัดฟันแน่น พยายามถ่วงเวลาอีกเล็กน้อย

ก่อนจะอ้าปากพูด

“ผู้อาวุโส…”

แต่นางไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดจบ

โกลดี้ยกหมัดขึ้น…

แล้วทุบลงมาในพริบตา

รวดเร็วเสียจนหมัดมาถึงก่อนเสียงจะตามมา

ปังงง….!

ตูมมม……!

แรงปะทะระเบิดออกไปรอบด้าน ราวกับมีบางสิ่งยุบตัวจากภายใน

พื้นดินใต้เท้าแตกร้าวทันที รอยแยกจำนวนมหาศาลแผ่กระจายออกไปรอบทิศทางราวใยแมงมุม

จากแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวของหมัดนั้น แต่แทนที่เลือดเนื้อและกระดูกจะถูกบดขยี้…

ติ๊ง...

หมัดของโกลดี้กลับหยุดลง

“...?”

โกลดี้ก้มมองสิ่งที่ขวางอยู่เบื้องหน้า

ม่านพลังโปร่งใสรูปโล่ปรากฏขึ้นตรงหน้ามัน

ด้านหลังม่านพลังนั้นมียันต์กระดาษแผ่นหนึ่งกำลังลอยอยู่

ในความรู้สึกของโกลดี้ หมัดของมันไม่ได้ถูกหยุดด้วยโล่แข็งแกร่ง

แต่เหมือนกำลังถูกแรงอัดมหาศาลของอากาศบางชนิดสกัดเอาไว้มากกว่า

ส่วนทางด้านเหยาซินนั้น…ใบหน้าของนางซีดเผือดไปหมดแล้ว

ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

แม้จะรอดจากการโจมตีมาได้

แต่คลื่นกระแทกจากหมัดเมื่อครู่ก็ยังทำให้เลือดลมในร่างปั่นป่วนอย่างรุนแรง

หัวใจเต้นถี่ไม่เป็นจังหวะ

นางรู้ดีว่าหากไม่ใช่เพราะยันต์ป้องกันที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ตอนนี้ร่างของนางคงกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว

เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มแผ่นหลังของเหยาซิน

เมื่อเห็นหมัดนั้นเกือบจะกระแทกเข้ากับใบหน้าของตน

หากช้ากว่านี้เพียงเล็กน้อย ศีรษะของนางก็คงระเบิดไม่ต่างจากของเยว่เซี่ย

‘ยังดีที่ข้าเริ่มใช้คัมภีร์ลักฟ้าชิงสวรรค์ตั้งแต่แรก...’

นางอดถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้

การใช้งานยันต์ระดับสามไม่เหมือนกับยันต์ระดับต่ำทั่วไป

มันต้องการพลังวิญญาณในระดับก่อกำเนิดแก่นจึงจะสามารถกระตุ้นการทำงานได้และนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนระดับหลอมปราณจะทำได้ตามปกติ

หนึ่งในวิชาที่เหยาซินฝึกฝนอยู่คือคัมภีร์ลักฟ้าชิงสวรรค์

วิชาที่ฝึกยากอย่างยิ่งและสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว มันแทบไม่มีประโยชน์เลยด้วยซ้ำ

มองเผิน ๆ มันเป็นวิชาที่ไร้ค่ามาก เพราะไม่ได้เพิ่มพลังต่อสู้โดยตรง

ไม่ได้ทำร้ายศัตรูและไม่ได้เสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกาย

หน้าที่เดียวของมันคือยืมพลังวิญญาณจากฟ้าดินมาใช้ชั่วคราว

ทำให้ระดับพลังของผู้ใช้สูงขึ้นตามระดับความชำนาญของวิชา

ในตอนนี้เหยาซินสามารถผลักดันพลังของตนขึ้นไปได้เพียงระดับก่อกำเนิดแก่นขั้นต้นเท่านั้น

แต่หากวิชานี้สามารถมอบพลังระดับก่อกำเนิดแก่นได้จริง

เหตุใดจึงยังถูกมองว่าไร้ประโยชน์?

คำตอบนั้นง่ายมากเพราะนางไม่สามารถผสานพลังที่ยืมมานั้นเข้ากับร่างกายของตนได้

เส้นลมปราณและร่างกายของนางยังคงอยู่เพียงระดับหลอมปราณ หากพยายามดูดซับพลังเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ร่างของนางจะระเบิดและตายในทันที

ดังนั้นพลังที่ยืมมาได้จึงสามารถส่งผ่านไปยังสิ่งของภายนอกเท่านั้น

เช่น...ยันต์

สิ่งเดียวที่เหยาซินทำได้ คืออัดพลังวิญญาณที่ยืมมาลงในยันต์ระดับสาม

เพื่อกระตุ้นการทำงานของมันและนั่นก็เป็นเหตุผลที่นางเลือกฝึกวิชานี้ตั้งแต่แรก

ภายในสำนักมารหยิน คงมีเพียงคนอย่างนางเท่านั้นที่ยอมเสียเวลาฝึกวิชานี้

เพราะการต่อสู้ด้วยวิธีนี้แทบไม่ต่างอะไรจากการเผาผลาญทรัพยากรจำนวนมหาศาลทิ้งไป แต่สำหรับคนที่มีท่านปู่ผู้ทรงอำนาจคอยสนับสนุนนั่นไม่ใช่ปัญหาเลย

ขณะที่เหยาซินกำลังจมอยู่ในความคิด

อากาศโดยรอบก็สั่นสะเทือนขึ้น

กร๊อบ...

นางได้ยินเสียงบางอย่าง จึงรีบหันไปมองต้นเสียง

สายตาตกลงบนหมัดของโกลดี้ ซึ่งกำลังสั่นไหวเล็กน้อย

ราวกับกำลังออกแรงกดดันบางอย่าง

โกลดี้เอียงศีรษะ มองไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน

หมัดของมันยังคงกดอยู่บนม่านพลังโปร่งใส

ส่วนยันต์กระดาษบาง ๆ ที่ลอยอยู่ระหว่างทั้งสองฝ่าย

กำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

อักขระสีทองบนยันต์เริ่มลุกไหม้และดับหายไปทีละตัว

พลังวิญญาณไหลทะลักเข้าสู่มัน ราวกับสายน้ำที่พุ่งผ่านเขื่อนที่แตกพัง

กร๊อบ...

กร๊อบ...

กร๊อบ...

รอยแตกร้าวเล็ก ๆ เริ่มปรากฏขึ้นบนม่านพลังไร้รูปร่าง

เมื่อเห็นภาพนั้นรูม่านตาของเหยาซินก็หดตัวลงทันที

หัวใจแทบหยุดเต้น

‘เร็วขนาดนี้เลยหรือ?!’

นี่คือยันต์ป้องกันระดับสาม

สมบัติที่สามารถต้านทานการโจมตีเต็มกำลังของผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดแก่นขั้นต้นได้

แต่ภายใต้หมัดธรรมดา ๆ นั้น...มันกลับกำลังแตกสลายราวกับกระจก

หัวใจของเหยาซินเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้

ในขณะเดียวกันโกลดี้กำลังจ้องมองรอยแตกร้าวที่ค่อย ๆ แผ่ขยายอย่างเงียบ ๆราวกับกำลังสนใจสิ่งแปลกใหม่นี้

เหมือนกำลังสงสัยว่ากระดาษแผ่นเล็ก ๆ แผ่นนี้จะหยุดหมัดของมันได้นานอีกเท่าไร

จากนั้นมันออกแรงดันไปข้างหน้าเล็กน้อย

ไม่ใช่การชก

เพียงแค่...ผลัก

เปรี๊ยะะะ….!

ม่านพลังยุบตัวลงทันที

หนังศีรษะของเหยาซินชาวาบ

โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางกัดปลายลิ้นของตนเอง

พรวด!

เลือดสดพ่นออกมา

ตกลงบนยันต์อีกแผ่นที่ซ่อนอยู่ระหว่างนิ้วมือ

อักขระบนยันต์ลุกโชนขึ้นในทันที

ตูม!

ลมกรรโชกรุนแรงระเบิดออกไปรอบด้าน

ควันจำนวนมหาศาลปกคลุมพื้นที่ในพริบตา

ร่างของเหยาซินพร่ามัว

เมื่อวิชาเคลื่อนที่ของนางถูกใช้งาน

‘ก้าวเงาภาพลวงตา’ ผสานเข้ากับยันต์ระดับสามอีกชนิดหนึ่ง

ยันต์เงาสะท้อน

ทันใดนั้น….

ฟู่ว!

ฟู่ว!

ฟู่ว!

เหยาซินสามคนปรากฏขึ้นพร้อมกัน

ก่อนจะแยกออกเป็นสามทิศทางและพุ่งทะยานออกจากม่านควัน

แต่ละคนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอย่างน่าตกใจ

และทุกคนดูเหมือนจริงทุกประการ

สมจริงถึงขั้นสามารถหลอกสัมผัสวิญญาณของผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดแก่นได้

เหยาซินไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง

หัวใจเต้นกระหน่ำราวกับกลองศึก

‘หนี’

‘หนีหนีหนีหนีหนี…’

นี่ไม่ใช่การต่อสู้

ไม่ใช่การเดิมพัน

และไม่ใช่ความตื่นเต้นที่นางโหยหา

ความแตกต่างด้านพลังนั้นมากเกินไป

นี่คือความตายที่แน่นอน

ด้านหลังของนาง….

โกลดี้ค่อย ๆ ลดหมัดลง

เศษม่านพลังที่แตกสลายกลายเป็นจุดแสงนับไม่ถ้วน

ลอยหายไปในอากาศ

มันมองดูร่างทั้งสามที่กำลังหลบหนี

แต่ละคนพุ่งฝ่าช่องว่างระหว่างเถาวัลย์ที่พยายามสกัดกั้น

บิดตัวหลบหลีกราวกับอสรพิษ

หลีกเลี่ยงทุกความพยายามที่จะจับกุมพวกนาง

โกลดี้เอียงศีรษะเล็กน้อย

มันสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

“...?”

ทั้งสามร่างมีคลื่นพลังเหมือนกัน

ทั้งสามร่างมีจังหวะการเต้นของหัวใจเหมือนกันและทั้งสามร่างดูเหมือนจริงทั้งหมด ช่างเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง

โกลดี้สัมผัสได้ถึงความผิดปกตินั้นและอดคิดขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ยุ่งยากจริง ๆ

โดยเฉพาะผู้ฝึกตนสายมารเหล่านี้ที่เต็มไปด้วยกลอุบายและเล่ห์เหลี่ยมและโกลดี้ก็ไม่ชอบคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมมากนัก

ชั่วขณะหนึ่งมันเพียงยืนอยู่ตรงนั้นราวกับกำลังครุ่นคิด

จากนั้นราวกับตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว..

โกลดี้ค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาตรงหน้า ก่อนจะชี้นิ้วขึ้นไปด้านบนเล็กน้อย

ราวกับกำลังออกคำสั่งบางอย่างพร้อมกับกระตุ้นหนึ่งในพลังใหม่ที่เพิ่งได้รับ

พลังศักดิ์สิทธิ์ “ทองคำ”

ไม่นานหลังจากนั้น

กร๊อบ...

เสียงบางอย่างแตกร้าวดังขึ้น

และพร้อมกับเสียงนั้น...

...ราวกับว่าตัวโลกทั้งใบกำลังส่งเสียงคร่ำครวญออกมา

จบบทที่ บทที่ 240 ดิบเถื่อนและเป็นธรรมชาติ (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว