เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 ผู้พิทักษ์ (2)

บทที่ 230 ผู้พิทักษ์ (2)

บทที่ 230 ผู้พิทักษ์ (2)


มันหยุดนิ่งเล็กน้อย...ไม่ใช่เพราะความกลัว

แต่เป็นเพราะความระมัดระวัง

พี่ใหญ่ของมันเคยบอกเอาไว้แล้วว่า ภายในป่าแห่งนี้อาจมีอันตรายซ่อนอยู่

ดังนั้นเมื่อพบเจอสิ่งมีชีวิตอื่นห้ามประมาทเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์อย่างนายท่านของมัน

...หรือสิ่งอื่นใดก็ตาม

ศีรษะของมันค่อย ๆ หันไป

สายตาจับจ้องยังพุ่มไม้เบื้องหน้า

ซ่า...

ซ่า...

บางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายใน

จากการสั่นไหวของใบไม้ ดูเหมือนสิ่งนั้นจะไม่ได้มีน้ำหนักมากนัก

เป็นเพียงการเคลื่อนไหวช้า ๆ และแผ่วเบา

จากนั้นเมื่อใบไม้ค่อย ๆ แยกออกจากกัน

มันก็เห็นบางสิ่งเลื้อยออกมาจากพงหญ้าเบื้องล่าง

ร่างเรียวยาวและบางเฉียบ...ค่อย ๆ ปรากฏสู่สายตาของมันทีละน้อย.

แล้วประกายสีม่วงก็สะท้อนเข้าสู่สายตาของมัน

ฟ่อออออ….

มันคืองูตัวหนึ่งและไม่ใช่งูธรรมดาเสียด้วย

ลำตัวของมันหนาเท่ากับเอวของมนุษย์ มีความยาวเกือบสิบเมตร

เกล็ดทั่วร่างเปล่งประกายสีม่วงเข้มภายใต้แสงอาทิตย์ ราวกับผลึกคริสตัลที่ถูกขัดเงาอย่างประณีต

บนเกล็ดเหล่านั้นยังมีลวดลายสีดำประหลาดทอดยาวอยู่ทั่วร่าง

คล้ายเส้นหมึกที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนัง

และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด...คือดวงตาและกลิ่นอายของมัน

รูม่านตาแนวตั้งสีเขียวเรืองแสงจาง ๆ

พร้อมแรงกดดันของอสูรปีศาจระดับ 1 ขั้นสูงสุด

ทุกส่วนของงูตัวนี้ล้วนส่งสัญญาณอันตรายออกมาอย่างชัดเจน

แต่หุ่นเชิดกลับเพียงจ้องมอง

“...?”

ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้

เพราะเกล็ดสีม่วงเหล่านั้น...

ดูสวยและเป็นประกายมากในสายตาของมัน

ฟ่อออออ….

งูอสูรชะงักไปเล็กน้อย

เพราะเหยื่อตรงหน้าดูไม่เหมือนเหยื่อเลยแม้แต่น้อย

มันสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่แตกต่างออกไปภายในร่างชุดคลุมสีขาวนั้น

เมื่อรับรู้ถึงบางสิ่งแปลกประหลาด

งูอสูรจึงเอียงศีรษะ

เมื่อเห็นเช่นนั้นหุ่นเชิดก็เอียงศีรษะไปอีกด้านหนึ่งเช่นกัน

ราวกับกำลังเลียนแบบมัน

ทั้งสองฝ่ายจ้องมองกันอยู่เช่นนั้น

เงียบงัน

ไม่มีใครขยับ

จากนั้น….

หุ่นเชิดก็ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปหา

ดวงตาเต็มไปด้วยความสนใจในสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดตรงหน้า

มันอยากสัมผัสเกล็ดสีม่วงแวววาวเหล่านั้น

เหมือนกับที่เคยสัมผัสเปลือกไม้

เหมือนกับดอกไม้วิญญาณก่อนหน้านี้

บางทีมันอาจให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปก็ได้…

ฉัวะ!

ก่อนที่มันจะเข้าไปถึงตัว

งูอสูรก็หายไปจากจุดเดิม

ไม่ใช่ว่ามันหายตัวไป แต่มันเคลื่อนที่เร็วเกินกว่าที่สายตาทั่วไปจะมองตามทัน

อย่างไรก็ตามสำหรับหุ่นเชิดแล้วมันกลับดูเชื่องช้า

เงาสีม่วงพุ่งทะยานออกมาราวสายฟ้า

ปากอ้ากว้าง

เขี้ยวพิษสีดำเปียกชื้นส่องประกายเย็นเยียบ

พุ่งตรงเข้าหาลำคอของหุ่นเชิด

เคร้ง!

สำหรับงูอสูรแทนที่จะเป็นความรู้สึกของการฉีกกระชากเนื้อหนังอย่างที่คุ้นเคย

มันกลับรู้สึกเหมือนกำลังกัดท่อนไม้แข็งทื่อแทน

หากมันพูดได้คงสงสัยอย่างแน่นอนว่าไม้ชนิดใดกันที่แข็งยิ่งกว่าหินผา

เพราะเขี้ยวของมันไม่สามารถเจาะเข้าไปได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเริ่มรู้สึกเจ็บจากแรงกระแทก

ราวกับเขี้ยวของตนเองกำลังจะแตกหัก

งูอสูรชะงักค้างไปครึ่งวินาที

ขณะที่มันยังคงเกาะอยู่รอบลำคอของหุ่นเชิด

หุ่นเชิดก็ก้มลงมองมัน ก่อนจะเอียงศีรษะอย่างสับสน

ทำไมถึงโจมตี?

มันแค่อยากสัมผัสเท่านั้นเอง

แม้ว่าจะหลบได้ตั้งแต่แรก แต่มันก็ไม่ได้หลบ

เพราะมันไม่รู้สึกถึงอันตรายใด ๆ จากงูตัวนี้เลย

แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นฝ่ายโจมตีก่อน

เช่นนั้น งูตัวนี้ก็คือ...ศัตรู

“....!”

ดวงตาสีทองของหุ่นเชิดส่องสว่างขึ้นทันที

มือของมันคว้าร่างงูเอาไว้อย่างมั่นคง

แม้ประสบการณ์จะยังน้อย แต่จากคำสอนของมารดาและพี่ใหญ่โกลดี้

มันรู้ดีว่าเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู

ต้องตอบโต้กลับและห้ามแสดงความเมตตาเด็ดขาด

ฟ่อออออ!

งูอสูรส่งเสียงขู่คำรามอย่างดุร้าย

ร่างยาวของมันพันรอบแขนของหุ่นเชิดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

เกล็ดสีม่วงแวววาวเสียดสีกันจนเกิดเสียงดัง

แรงรัดเพิ่มขึ้นราวกับสายเคเบิลเหล็กที่กำลังบีบอัดทุกสิ่งให้แหลกละเอียด

กร๊อบ!

กร๊อบ!

พลังมหาศาลแผ่ออกมาจากแรงรัดนั้น

แต่หุ่นเชิดกลับไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ

ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ดวงตาสีทองส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น

ก่อนที่มันจะดึงงูออกจากลำคอแล้วเหวี่ยงลงสู่พื้นอย่างไม่ใส่ใจ

ตูมมม!

คลื่นกระแทกปะทุออกไปรอบด้าน

พื้นดินแตกร้าว

ต้นไม้โดยรอบถูกถอนรากถอนโคน

ภาพนั้นราวกับเกิดการระเบิดขนาดย่อมขึ้นกลางป่า

ทั้งที่เป็นเพียงการเหวี่ยงธรรมดาเท่านั้น

เมื่อฝุ่นควันจางหาย

หุ่นเชิดก็ก้มลงมองด้วยความสงสัย

“...?”

มันเอียงศีรษะเล็กน้อย

บนพื้นดินที่แตกร้าว งูอสูรหายไปแล้ว

ไม่เหลือแม้แต่เกล็ดสักชิ้น

หรือร่องรอยใด ๆ

แต่แล้วมันก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่กำลังเลื้อยอยู่บนแผ่นหลัง

ฟ่อออออ….

เขี้ยวพิษของงูอสูรสะท้อนแสงเย็นเยียบ

รูม่านตาสีเขียวหดแคบเป็นเส้นตรง ร่างยาวของมันพันรอบหัวไหล่ของหุ่นเชิด

ส่วนหางก็รัดรอบเอวเอาไว้แน่น มันกำลังใช้ทั้งน้ำหนักและแรงรัดทั้งหมด

พยายามบดขยี้เป้าหมายให้แหลกละเอียด

ในเมื่อเขี้ยวใช้ไม่ได้ผล มันก็จะใช้ร่างกายทั้งร่างบีบอัดศัตรูแทน

กริ๊บ...

กริ๊บ...

กริ๊บ...

กล้ามเนื้อของงูอสูรหดตัวแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

ราวกับห่วงเหล็กมีชีวิต

แต่หุ่นเชิดกลับไม่สะทกสะท้าน

ดวงตาสีทองยังคงสงบนิ่ง เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เหมือนเด็กที่กำลังสำรวจปริศนาชิ้นใหม่

“....?”

มันสัมผัสได้ถึงแรงรัดของงู

พลังงานมืดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของอีกฝ่าย

รวมถึงขอบเกล็ดคมกริบที่กำลังกดทับลงบนร่างของมัน

แต่ถึงอย่างนั้น...หุ่นเชิดก็เพียงเอียงศีรษะ

ก่อนยื่นมือออกไปคว้าร่างงูที่กำลังพันอยู่

งูอสูรดิ้นอย่างบ้าคลั่ง พยายามหลบเลี่ยงขณะยังคงรัดแน่น

แต่ด้วยระยะประชิดเช่นนี้ มันไม่อาจเคลื่อนไหวได้มากนัก

และในที่สุด….

หมับ!

หุ่นเชิดก็คว้าลำตัวสีม่วงของมันได้สำเร็จ

ก่อนจะดึงมันออกจากร่างอย่างง่ายดาย

งูอสูรส่งเสียงขู่ด้วยความตื่นตระหนก

ประกายหวาดกลัวปรากฏขึ้นในดวงตาสีเขียวเป็นครั้งแรก

มันสัมผัสได้ถึงพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวจากอีกฝ่าย

นิ้วมือของหุ่นเชิดลูบผ่านเกล็ดสีม่วงเรียบลื่น

ราวกับกำลังตรวจสอบเชือกแปลกประหลาดเส้นหนึ่ง

“~”

ดวงตาสีทองเป็นประกายด้วยความสนใจ

เกือบจะดูขี้เล่นด้วยซ้ำ

แต่...เวลาเล่นหมดแล้ว

ศัตรู...ต้องถูกกำราบ

ด้วยแรงกำอันน่าสะพรึงกลัว

หุ่นเชิดเหวี่ยงร่างของงูอสูรขึ้นไปในอากาศ

ก่อนจะฟาดมันลงมาอีกครั้ง

ฟิ้ววว!

คราวนี้...

ไม่มีโอกาสหลบหนีอีกแล้ว

ตูมมมม!!!

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

คลื่นกระแทกมหาศาลปะทุออกไปรอบด้าน

ฝุ่น หิน และเศษไม้กระเด็นปลิวว่อนทั่วบริเวณ

ท่ามกลางม่านฝุ่นที่ปกคลุมทุกสิ่ง มีเพียงดวงตาสีทองเรืองรองของหุ่นเชิดเท่านั้นที่ยังคงมองเห็นได้

มือของมันยังคงกำร่างงูอสูรเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยแม้แต่น้อย

ไม่นานนักเมื่อฝุ่นควันเริ่มจางลง

หุ่นเชิดก็ก้มมองสิ่งที่อยู่ในมือ

“...?”

มันเอียงศีรษะเล็กน้อย

ครึ่งบนของร่างงูอสูร…

หายไปแล้ว

ไม่ใช่ถูกฉีกขาด

ไม่ใช่ถูกบดขยี้ธรรมดา

แต่ถูกทำลายจนแหลกละเอียด

ไม่เหลือสภาพเดิมแม้แต่น้อย

“~”

เมื่อเห็นว่าตนเองสามารถกำจัดศัตรูตัวแรกได้สำเร็จ

ดวงตาสีทองของหุ่นเชิดก็โค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว

ราวกับกำลังมีความสุข

จากนั้นมันก้มมองซากงูอสูรในมือ

คิดจะเก็บเอาไว้เพื่อนำกลับไปมอบให้นายท่านเป็นของขวัญ

แต่ในขณะที่มันกำลังจะเก็บซากนั้น เสียงร้องอันแหลมสูงและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกก็ดังขึ้นจากที่ไกลออกไป

“อ๊าาาา!! อสูรวิญญาณของข้า!”

หุ่นเชิดชะงักไป

ก่อนจะค่อย ๆ หันศีรษะไปตามทิศทางของเสียง

ดวงตาสีทองกะพริบช้า ๆ ด้วยความสงสัย

เพราะดูเหมือนว่า…

เจ้าของของเล่นชิ้นนี้จะมาถึงแล้ว

จบบทที่ บทที่ 230 ผู้พิทักษ์ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว