- หน้าแรก
- ไอ้หื่นเจ้าเล่ห์ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน
- บทที่ 230 ผู้พิทักษ์ (2)
บทที่ 230 ผู้พิทักษ์ (2)
บทที่ 230 ผู้พิทักษ์ (2)
มันหยุดนิ่งเล็กน้อย...ไม่ใช่เพราะความกลัว
แต่เป็นเพราะความระมัดระวัง
พี่ใหญ่ของมันเคยบอกเอาไว้แล้วว่า ภายในป่าแห่งนี้อาจมีอันตรายซ่อนอยู่
ดังนั้นเมื่อพบเจอสิ่งมีชีวิตอื่นห้ามประมาทเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์อย่างนายท่านของมัน
...หรือสิ่งอื่นใดก็ตาม
ศีรษะของมันค่อย ๆ หันไป
สายตาจับจ้องยังพุ่มไม้เบื้องหน้า
ซ่า...
ซ่า...
บางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายใน
จากการสั่นไหวของใบไม้ ดูเหมือนสิ่งนั้นจะไม่ได้มีน้ำหนักมากนัก
เป็นเพียงการเคลื่อนไหวช้า ๆ และแผ่วเบา
จากนั้นเมื่อใบไม้ค่อย ๆ แยกออกจากกัน
มันก็เห็นบางสิ่งเลื้อยออกมาจากพงหญ้าเบื้องล่าง
ร่างเรียวยาวและบางเฉียบ...ค่อย ๆ ปรากฏสู่สายตาของมันทีละน้อย.
แล้วประกายสีม่วงก็สะท้อนเข้าสู่สายตาของมัน
ฟ่อออออ….
มันคืองูตัวหนึ่งและไม่ใช่งูธรรมดาเสียด้วย
ลำตัวของมันหนาเท่ากับเอวของมนุษย์ มีความยาวเกือบสิบเมตร
เกล็ดทั่วร่างเปล่งประกายสีม่วงเข้มภายใต้แสงอาทิตย์ ราวกับผลึกคริสตัลที่ถูกขัดเงาอย่างประณีต
บนเกล็ดเหล่านั้นยังมีลวดลายสีดำประหลาดทอดยาวอยู่ทั่วร่าง
คล้ายเส้นหมึกที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนัง
และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด...คือดวงตาและกลิ่นอายของมัน
รูม่านตาแนวตั้งสีเขียวเรืองแสงจาง ๆ
พร้อมแรงกดดันของอสูรปีศาจระดับ 1 ขั้นสูงสุด
ทุกส่วนของงูตัวนี้ล้วนส่งสัญญาณอันตรายออกมาอย่างชัดเจน
แต่หุ่นเชิดกลับเพียงจ้องมอง
“...?”
ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
เพราะเกล็ดสีม่วงเหล่านั้น...
ดูสวยและเป็นประกายมากในสายตาของมัน
ฟ่อออออ….
งูอสูรชะงักไปเล็กน้อย
เพราะเหยื่อตรงหน้าดูไม่เหมือนเหยื่อเลยแม้แต่น้อย
มันสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่แตกต่างออกไปภายในร่างชุดคลุมสีขาวนั้น
เมื่อรับรู้ถึงบางสิ่งแปลกประหลาด
งูอสูรจึงเอียงศีรษะ
เมื่อเห็นเช่นนั้นหุ่นเชิดก็เอียงศีรษะไปอีกด้านหนึ่งเช่นกัน
ราวกับกำลังเลียนแบบมัน
ทั้งสองฝ่ายจ้องมองกันอยู่เช่นนั้น
เงียบงัน
ไม่มีใครขยับ
จากนั้น….
หุ่นเชิดก็ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปหา
ดวงตาเต็มไปด้วยความสนใจในสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดตรงหน้า
มันอยากสัมผัสเกล็ดสีม่วงแวววาวเหล่านั้น
เหมือนกับที่เคยสัมผัสเปลือกไม้
เหมือนกับดอกไม้วิญญาณก่อนหน้านี้
บางทีมันอาจให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปก็ได้…
ฉัวะ!
ก่อนที่มันจะเข้าไปถึงตัว
งูอสูรก็หายไปจากจุดเดิม
ไม่ใช่ว่ามันหายตัวไป แต่มันเคลื่อนที่เร็วเกินกว่าที่สายตาทั่วไปจะมองตามทัน
อย่างไรก็ตามสำหรับหุ่นเชิดแล้วมันกลับดูเชื่องช้า
เงาสีม่วงพุ่งทะยานออกมาราวสายฟ้า
ปากอ้ากว้าง
เขี้ยวพิษสีดำเปียกชื้นส่องประกายเย็นเยียบ
พุ่งตรงเข้าหาลำคอของหุ่นเชิด
เคร้ง!
สำหรับงูอสูรแทนที่จะเป็นความรู้สึกของการฉีกกระชากเนื้อหนังอย่างที่คุ้นเคย
มันกลับรู้สึกเหมือนกำลังกัดท่อนไม้แข็งทื่อแทน
หากมันพูดได้คงสงสัยอย่างแน่นอนว่าไม้ชนิดใดกันที่แข็งยิ่งกว่าหินผา
เพราะเขี้ยวของมันไม่สามารถเจาะเข้าไปได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเริ่มรู้สึกเจ็บจากแรงกระแทก
ราวกับเขี้ยวของตนเองกำลังจะแตกหัก
งูอสูรชะงักค้างไปครึ่งวินาที
ขณะที่มันยังคงเกาะอยู่รอบลำคอของหุ่นเชิด
หุ่นเชิดก็ก้มลงมองมัน ก่อนจะเอียงศีรษะอย่างสับสน
ทำไมถึงโจมตี?
มันแค่อยากสัมผัสเท่านั้นเอง
แม้ว่าจะหลบได้ตั้งแต่แรก แต่มันก็ไม่ได้หลบ
เพราะมันไม่รู้สึกถึงอันตรายใด ๆ จากงูตัวนี้เลย
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นฝ่ายโจมตีก่อน
เช่นนั้น งูตัวนี้ก็คือ...ศัตรู
“....!”
ดวงตาสีทองของหุ่นเชิดส่องสว่างขึ้นทันที
มือของมันคว้าร่างงูเอาไว้อย่างมั่นคง
แม้ประสบการณ์จะยังน้อย แต่จากคำสอนของมารดาและพี่ใหญ่โกลดี้
มันรู้ดีว่าเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู
ต้องตอบโต้กลับและห้ามแสดงความเมตตาเด็ดขาด
ฟ่อออออ!
งูอสูรส่งเสียงขู่คำรามอย่างดุร้าย
ร่างยาวของมันพันรอบแขนของหุ่นเชิดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
เกล็ดสีม่วงแวววาวเสียดสีกันจนเกิดเสียงดัง
แรงรัดเพิ่มขึ้นราวกับสายเคเบิลเหล็กที่กำลังบีบอัดทุกสิ่งให้แหลกละเอียด
กร๊อบ!
กร๊อบ!
พลังมหาศาลแผ่ออกมาจากแรงรัดนั้น
แต่หุ่นเชิดกลับไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ
ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ดวงตาสีทองส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น
ก่อนที่มันจะดึงงูออกจากลำคอแล้วเหวี่ยงลงสู่พื้นอย่างไม่ใส่ใจ
ตูมมม!
คลื่นกระแทกปะทุออกไปรอบด้าน
พื้นดินแตกร้าว
ต้นไม้โดยรอบถูกถอนรากถอนโคน
ภาพนั้นราวกับเกิดการระเบิดขนาดย่อมขึ้นกลางป่า
ทั้งที่เป็นเพียงการเหวี่ยงธรรมดาเท่านั้น
เมื่อฝุ่นควันจางหาย
หุ่นเชิดก็ก้มลงมองด้วยความสงสัย
“...?”
มันเอียงศีรษะเล็กน้อย
บนพื้นดินที่แตกร้าว งูอสูรหายไปแล้ว
ไม่เหลือแม้แต่เกล็ดสักชิ้น
หรือร่องรอยใด ๆ
แต่แล้วมันก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่กำลังเลื้อยอยู่บนแผ่นหลัง
ฟ่อออออ….
เขี้ยวพิษของงูอสูรสะท้อนแสงเย็นเยียบ
รูม่านตาสีเขียวหดแคบเป็นเส้นตรง ร่างยาวของมันพันรอบหัวไหล่ของหุ่นเชิด
ส่วนหางก็รัดรอบเอวเอาไว้แน่น มันกำลังใช้ทั้งน้ำหนักและแรงรัดทั้งหมด
พยายามบดขยี้เป้าหมายให้แหลกละเอียด
ในเมื่อเขี้ยวใช้ไม่ได้ผล มันก็จะใช้ร่างกายทั้งร่างบีบอัดศัตรูแทน
กริ๊บ...
กริ๊บ...
กริ๊บ...
กล้ามเนื้อของงูอสูรหดตัวแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ราวกับห่วงเหล็กมีชีวิต
แต่หุ่นเชิดกลับไม่สะทกสะท้าน
ดวงตาสีทองยังคงสงบนิ่ง เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เหมือนเด็กที่กำลังสำรวจปริศนาชิ้นใหม่
“....?”
มันสัมผัสได้ถึงแรงรัดของงู
พลังงานมืดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของอีกฝ่าย
รวมถึงขอบเกล็ดคมกริบที่กำลังกดทับลงบนร่างของมัน
แต่ถึงอย่างนั้น...หุ่นเชิดก็เพียงเอียงศีรษะ
ก่อนยื่นมือออกไปคว้าร่างงูที่กำลังพันอยู่
งูอสูรดิ้นอย่างบ้าคลั่ง พยายามหลบเลี่ยงขณะยังคงรัดแน่น
แต่ด้วยระยะประชิดเช่นนี้ มันไม่อาจเคลื่อนไหวได้มากนัก
และในที่สุด….
หมับ!
หุ่นเชิดก็คว้าลำตัวสีม่วงของมันได้สำเร็จ
ก่อนจะดึงมันออกจากร่างอย่างง่ายดาย
งูอสูรส่งเสียงขู่ด้วยความตื่นตระหนก
ประกายหวาดกลัวปรากฏขึ้นในดวงตาสีเขียวเป็นครั้งแรก
มันสัมผัสได้ถึงพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวจากอีกฝ่าย
นิ้วมือของหุ่นเชิดลูบผ่านเกล็ดสีม่วงเรียบลื่น
ราวกับกำลังตรวจสอบเชือกแปลกประหลาดเส้นหนึ่ง
“~”
ดวงตาสีทองเป็นประกายด้วยความสนใจ
เกือบจะดูขี้เล่นด้วยซ้ำ
แต่...เวลาเล่นหมดแล้ว
ศัตรู...ต้องถูกกำราบ
ด้วยแรงกำอันน่าสะพรึงกลัว
หุ่นเชิดเหวี่ยงร่างของงูอสูรขึ้นไปในอากาศ
ก่อนจะฟาดมันลงมาอีกครั้ง
ฟิ้ววว!
คราวนี้...
ไม่มีโอกาสหลบหนีอีกแล้ว
ตูมมมม!!!
พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
คลื่นกระแทกมหาศาลปะทุออกไปรอบด้าน
ฝุ่น หิน และเศษไม้กระเด็นปลิวว่อนทั่วบริเวณ
ท่ามกลางม่านฝุ่นที่ปกคลุมทุกสิ่ง มีเพียงดวงตาสีทองเรืองรองของหุ่นเชิดเท่านั้นที่ยังคงมองเห็นได้
มือของมันยังคงกำร่างงูอสูรเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยแม้แต่น้อย
ไม่นานนักเมื่อฝุ่นควันเริ่มจางลง
หุ่นเชิดก็ก้มมองสิ่งที่อยู่ในมือ
“...?”
มันเอียงศีรษะเล็กน้อย
ครึ่งบนของร่างงูอสูร…
หายไปแล้ว
ไม่ใช่ถูกฉีกขาด
ไม่ใช่ถูกบดขยี้ธรรมดา
แต่ถูกทำลายจนแหลกละเอียด
ไม่เหลือสภาพเดิมแม้แต่น้อย
“~”
เมื่อเห็นว่าตนเองสามารถกำจัดศัตรูตัวแรกได้สำเร็จ
ดวงตาสีทองของหุ่นเชิดก็โค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
ราวกับกำลังมีความสุข
จากนั้นมันก้มมองซากงูอสูรในมือ
คิดจะเก็บเอาไว้เพื่อนำกลับไปมอบให้นายท่านเป็นของขวัญ
แต่ในขณะที่มันกำลังจะเก็บซากนั้น เสียงร้องอันแหลมสูงและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกก็ดังขึ้นจากที่ไกลออกไป
“อ๊าาาา!! อสูรวิญญาณของข้า!”
หุ่นเชิดชะงักไป
ก่อนจะค่อย ๆ หันศีรษะไปตามทิศทางของเสียง
ดวงตาสีทองกะพริบช้า ๆ ด้วยความสงสัย
เพราะดูเหมือนว่า…
เจ้าของของเล่นชิ้นนี้จะมาถึงแล้ว