- หน้าแรก
- ไอ้หื่นเจ้าเล่ห์ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน
- บทที่ 210 วิชานำพาสมานฉันท์แห่งจักรพรรดิ (3)
บทที่ 210 วิชานำพาสมานฉันท์แห่งจักรพรรดิ (3)
บทที่ 210 วิชานำพาสมานฉันท์แห่งจักรพรรดิ (3)
หลี่เฟิงลืมตาขึ้นและยิ้มออกมา
เขาสัมผัสได้ทั้งความพึงพอใจทางกาย และความผ่อนคลายลึกซึ้งในระดับจิตวิญญาณ
ราวกับร่างกายทั้งหมดกำลังถูกชำระล้างด้วยปราณวิญญาณอันบริสุทธิ์นั้น
‘นี่เองหรือ... การบำเพ็ญคู่’
เขาอดรู้สึกทึ่งไม่ได้
แม้ว่ามันจะเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและอันตราย แต่เมื่อทำอย่างถูกต้องและมีวิชาที่เหมาะสม การฝึกฝนรูปแบบนี้กลับน่าหลงใหลอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าหลี่เฟิงรู้ดีว่าที่เขาสามารถทำได้อย่างสบายเช่นนี้ เป็นเพราะวิชาระดับสูงและระบบที่ช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง
หากเป็นผู้ฝึกทั่วไปเพียงแค่การควบคุมและประสานพลังหยินหยางอย่างระมัดระวังก็กินสมาธิทั้งหมดแล้ว คงไม่มีเวลามานั่งเพลิดเพลินกับกระบวนการเช่นนี้แน่นอน
ตอนนี้เพียงแค่หนึ่งรอบของการประสานพลังหยินและหยาง เขาก็รู้สึกได้ว่าระดับพลังของตนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
‘หากทำอีกสักสองสามรอบ... ข้าน่าจะทะลวงขั้นได้’
หลี่เฟิงยิ้มกว้างเมื่อคิดถึงเรื่องนั้น
ทันใดนั้นเสียงอ่อนนุ่มคล้ายกำลังละลายก็ดังขึ้นจากด้านล่าง
“มะ... เมื่อครู่นี้คืออะไรกันหรือ... ศิษย์พี่...?”
น้ำเสียงของหนิงเจี้ยนลี่สั่นไหว
ทั้งหอบเหนื่อย
ทั้งเต็มไปด้วยความสับสน
ราวกับจิตใจของนางยังตามไม่ทันสิ่งที่ร่างกายเพิ่งสัมผัสมา
หลี่เฟิงก้มมองคู่บำเพ็ญผู้น่าทึ่งของเขา...
หลี่เฟิงทอดสายตามองหนิงเจี้ยนลี่ สีหน้าที่อ่อนละมุนและดูราวกับกำลังละลาย
ลมหายใจที่ไม่สม่ำเสมอและทรวงอกอันได้รูปที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหอบหายใจ
รวมถึงดวงตาเปียกชื้นที่กำลังมองขึ้นมาหาเขาด้วยความสับสน
ภาพนั้นยิ่งปลุกบางสิ่งในใจของเขาให้รุนแรงขึ้น
ร่างกายของนางยังคงสั่นไหวเป็นระยะ
ราวกับพลังปราณวิญญาณอันบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ภายในยังคงส่งผลต่อทุกส่วนของร่างกาย
มันกำลังเติมเต็มแก่นพลังของนาง ชำระล้างเส้นลมปราณและหล่อเลี้ยงรากฐานการฝึกตนอย่างต่อเนื่อง
ในเวลานี้หนิงเจี้ยนลี่รู้สึกราวกับเพิ่งได้รับสมบัติล้ำค่าที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง
นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าระดับพลังของตนกำลังเพิ่มขึ้นและนี่คือสิ่งที่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อน
นางอดไม่ได้ที่จะอยากถามบุรุษที่อยู่เหนือร่างของตน บุรุษผู้ยังคงโอบกอดนางเอาไว้อย่างแนบแน่นและเป็นต้นเหตุของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้
แต่หลี่เฟิงไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาเพียงค่อย ๆ ลากปลายนิ้วไปตามเอวของนางอย่างช้า ๆ
ผ่านแนวซี่โครงที่อ่อนนุ่ม
ก่อนหยุดลงใกล้ช่วงอก
“อื้อ~”
หนิงเจี้ยนลี่สะดุ้งเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว
แต่เป็นเพราะความรู้สึกไวที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
รวมถึงผลสะท้อนจากความรู้สึกประหลาดเมื่อครู่
ซึ่งยังคงไหลเวียนอยู่ภายในร่าง
‘โอ้?’
หลี่เฟิงสังเกตเห็นปฏิกิริยานั้นทันทีและเข้าใจบางอย่างเพิ่มขึ้น
ดูเหมือนว่าปราณวิญญาณบริสุทธิ์ที่เกิดจากพลังหยางของเขา
จะทำให้ร่างกายของอีกฝ่ายไวต่อการตอบสนองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็นึกถึงคำอธิบายส่วนลึกที่ระบุเอาไว้ใน
วิชานำพาสมานฉันท์แห่งจักรพรรดิ
‘ดูเหมือนว่านี่จะเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายด้วยเช่นกัน...’
พูดให้เข้าใจง่าย
การได้รับปราณวิญญาณบริสุทธิ์ผ่านการบำเพ็ญคู่นั้นสามารถช่วยยกระดับการฝึกตนได้อย่างมหาศาล แต่สิ่งใดมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี
หากเปรียบปราณวิญญาณเป็นสายน้ำ เส้นลมปราณก็คือทางน้ำที่รองรับการไหลเวียนนั้นและทางน้ำเหล่านี้เปราะบางอย่างยิ่ง
หากพลังไหลผ่านมากเกินไปในเวลาอันสั้นก็อาจสร้างความเสียหายต่อรากฐานการฝึกตนได้
ร่างกายจำเป็นต้องมีเวลาเพื่อดูดซับ ปรับสมดุลและทำให้พลังเหล่านั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของตนเอง
โดยปกติแล้วการบำเพ็ญคู่เพียงหนึ่งรอบจะไม่ทำให้คู่บำเพ็ญมีอาการเช่นที่หนิงเจี้ยนลี่กำลังเผชิญอยู่ แต่พลังหยางของหลี่เฟิงนั้นแตกต่างออกไป
มันแข็งแกร่งบริสุทธิ์และทรงพลังอย่างยิ่ง เพราะถือกำเนิดจากการหลอมรวมกับพลังแห่งดวงดาวโดยตรง ทำให้พลังหยางของเขาเหนือกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปอย่างเทียบกันไม่ได้...
และเมื่อผสานเข้ากับวิชาระดับอมตะ ที่ช่วยหลอมรวมและปรับสมดุลพลังหยินหยางของทั้งสองฝ่ายให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น...ผลลัพธ์เช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
เพียงการโคจรวิชาร่วมกันรอบเดียว หนิงเจี้ยนลี่ก็รู้สึกอ่อนแรง ร่างกายไร้เรี่ยวแรง และถูกพลังมหาศาลนั้นกลืนไปแทบทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ระดับการฝึกตนของนางก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หลี่เฟิงยิ้มออกมา
เขาสัมผัสได้ว่าร่างของหญิงสาวเบื้องล่างยังคงตอบสนองต่อพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในอย่างต่อเนื่อง
‘ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสียทีเดียว...’
จากมุมมองของเขา
พลังที่ส่งผ่านไปเมื่อครู่นี้ ทำให้สภาพร่างกายของหนิงเจี้ยนลี่อยู่ในช่วงที่เปิดรับพลังและการตอบสนองต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์
ร่างกายของนางผ่อนคลาย อ่อนโยนและเชื่อฟังสัญชาตญาณของตนเองมากกว่าปกติ
ในช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังปรับตัวและดูดซับปราณวิญญาณบริสุทธิ์เหล่านั้น
เขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิชาบำเพ็ญคู่อีกในทันที เพราะสิ่งที่รับภาระหนักจริง ๆ คือเส้นลมปราณและระบบพลังภายในไม่ใช่ร่างกายภายนอก
เมื่อเห็นดวงตาเปียกชื้นที่เต็มไปด้วยความสับสนของหนิงเจี้ยนลี่
หลี่เฟิงก็ค่อย ๆ โน้มตัวลงมาจนหน้าผากของทั้งสองอยู่ใกล้กันเพียงเล็กน้อย...
“สิ่งนั้นน่ะหรือ ศิษย์น้อง...”
“นั่นคือการบำเพ็ญคู่ที่แท้จริง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
หนิงเจี้ยนลี่ก็กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
ริมฝีปากของนางขยับเล็กน้อย แต่กลับไม่สามารถเปล่งคำพูดใดออกมาได้
ก่อนหน้านี้นางเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวด
การสูญเสียและการลดทอนรากฐานการฝึกตน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง
ความรู้สึกอันยากจะบรรยายยังคงหลงเหลืออยู่ภายในร่างพร้อมกับพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ราวกับยังมีเสียงสะท้อนของพลังบางอย่างก้องอยู่ในตันเถียนของนาง
“ตะ... แต่ศิษย์พี่...”
“เมื่อครู่ข้าสัมผัสได้ว่าพลังหยินของข้ากำลังถูกดึงออกไป”
“ข้านึกว่ารากฐานของข้าจะต้องเสียหาย... แต่เหตุใด...”
“แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น”
หลี่เฟิงตอบด้วยน้ำเสียงสงบ
จากนั้นใช้นิ้วแตะเบา ๆ บริเวณหน้าท้องน้อยของนาง
ตรงตำแหน่งตันเถียนพอดี
ทันทีที่สัมผัสนั้นเกิดขึ้น
กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งก็ไหลผ่านร่างของหนิงเจี้ยนลี่
“ความจริงแล้ว... ลองตรวจสอบให้ดีสิ”
“พลังหยินของเจ้าไม่ได้อ่อนแอลงเลยแม้แต่น้อย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
หนิงเจี้ยนลี่ก็ชะงักไป
ก่อนเริ่มโคจรพลังปราณตรวจสอบภายในร่างกายของตน
ทันใดนั้นนางก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
พลังหยินภายในร่างของนาง ไม่เพียงไม่ลดลงแต่กลับมั่นคงขึ้น
บริสุทธิ์ขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีชั้นพลังหยางอันอบอุ่นห่อหุ้มอยู่โดยรอบ
แต่กลับไม่ขัดแย้งกับพลังปราณของนางเลยแม้แต่น้อย
ริมฝีปากของนางสั่นเล็กน้อย
“นะ... นี่มัน... เป็นไปไม่ได้...”
“เว้นแต่ว่า... เว้นแต่ว่าพวกเราจะฝึกวิชาเดียวกัน... แต่ข้าไม่ได้….”
“ข้ารู้”
หลี่เฟิงตอบเบา ๆ
ก่อนยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำตาที่ไหลลงมาบนแก้มของนาง
แม้แต่นางเองก็ไม่รู้ตัวว่ามันหลั่งออกมาตั้งแต่เมื่อใด
จากนั้นเขาก็ประคองคางของนางขึ้นอย่างอ่อนโยน
ให้นางมองตรงเข้าสู่ดวงตาของเขา
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้วิชานั้น”
“เพราะข้าเป็นคนควบคุมทุกอย่างให้พวกเราทั้งสองเอง”
หัวใจของหนิงเจี้ยนลี่เต้นผิดจังหวะทันที
นางไม่เคยได้ยินวิธีการเช่นนี้มาก่อน
โดยไม่รู้ตัว เรียวขาของนางก็ขยับเข้าหาเขามากขึ้นเล็กน้อย
แม้นางจะไม่ทันสังเกต แต่หลี่เฟิงสังเกตเห็นอย่างชัดเจน
รอยยิ้มที่มุมปากของเขาลึกซึ้งขึ้น
“ทะ... ท่านเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างหรือ...?”
หนิงเจี้ยนลี่ถามซ้ำเบา ๆ
น้ำเสียงยังคงเต็มไปด้วยความสับสนและตกตะลึง
“อืม”
หลี่เฟิงพยักหน้า
“เส้นทางการไหลเวียนพลังทุกสาย”
“จังหวะของพลังทุกช่วง”
“ข้าเป็นผู้จัดการทั้งหมดด้วยตนเอง”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ
ก่อนจะจ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง
“ดังนั้น...”
“สิ่งเดียวที่เจ้าต้องทำ”
“ก็คือรับผลลัพธ์ของมันเท่านั้น”
ลมหายใจของหนิงเจี้ยนลี่สะดุดไปชั่วขณะ
แก้มของนางแดงระเรื่อขึ้นอีกครั้ง นิ้วมือเรียวกำผ้าปูเตียงแน่นโดยไม่รู้ตัว
ดูเหมือนนางจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
สีหน้าจึงฉายแววละอายใจเล็กน้อย
ก่อนจะหันหน้าหลบไปอีกด้าน
“...ศิษย์พี่”
“เหตุใด... เหตุใดท่านถึงทำเพื่อข้าถึงเพียงนี้?”
หลี่เฟิงกะพริบตา
เมื่อเห็นแววตาสับสน ปนรู้สึกผิดของนาง
เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าสตรีผู้นี้คงกำลังเข้าใจอะไรผิดอีกแล้ว
‘ศิษย์ของสำนักกระบี่สวรรค์นี่จริง ๆ เลย...’
‘จริงจังเกินไป และคิดมากเกินไปจริง ๆ’
แต่ในวินาทีถัดมา ประกายเจ้าเล่ห์ก็วาบผ่านดวงตาของเขา
‘หึ...’
‘แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ ข้าก็ยิ่งชอบ’
‘สักวันหนึ่ง ข้าจะทำให้พวกนางติดค้างบุญคุณข้าจนปฏิเสธอะไรไม่ลงไปตลอดชีวิต’
แม้ในใจจะกำลังคิดเรื่องที่ไม่น่าไว้ใจนัก แต่ภายนอกสีหน้าของหลี่เฟิงกลับอ่อนโยนลง
น้ำเสียงนุ่มนวลและจริงใจ
“นั่นก็เพราะว่า...”
เขามองเข้าไปในดวงตาของหนิงเจี้ยนลี่
ก่อนกล่าวช้า ๆ
“ข้าไม่อยากเห็นเจ้าได้รับบาดเจ็บ”