เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - เซียวอี้นั่ว

บทที่ 19 - เซียวอี้นั่ว

บทที่ 19 - เซียวอี้นั่ว


บทที่ 19 - เซียวอี้นั่ว

"ปากเก่งไม่เบานี่!" ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินแหวกวงล้อมเข้ามา ชายฉกรรจ์นับสิบคนต่างพากันหลีกทางให้

ผู้ที่มาคือเหลยเหลาสาน หัวหน้าแก๊งกระทิงเขียว วันนี้เขาบังเอิญมากินอาหารที่นี่พอดี พอได้ยินว่าน้องเมียถูกทำร้าย ก็รีบมาช่วยกู้หน้าให้ทันที

"พี่เขย ก็นังหนูนี่แหละที่ตบข้า มันยังไม่เห็นหัวท่านเลยนะ บอกว่าต่อให้ท่านมามันก็จะตบหน้าท่านเหมือนกัน!......" ชายหนุ่มหน้าตาถมึงทึงตะโกนฟ้อง

หลินเทียนมองดูเหลยเหลาสาน เห็นว่าอีกฝ่ายอยู่ถึงขั้นสร้างรากฐานระดับกลาง ในใจก็แอบระแวดระวังไว้ ไม่ยอมให้มันทำร้ายลั่วเสี่ยวซีได้แน่

"ก็ข้านี่แหละเป็นคนพูด เจ้านั่นมันเป็นพวกอันธพาลรังแกชาวบ้าน ท่านก็เป็นพวกเดียวกับมัน คงไม่ใช่คนดีอะไรเหมือนกันนั่นแหละ" ลั่วเสี่ยวซีเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้เช่นกัน

"หึ ในเมืองฉินนี่มีคนกล้าพูดกับข้าแบบนี้ไม่กี่คนหรอกนะ เจ้าเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน ดูท่าคงอยากจะโดนสั่งสอนสินะ" เหลยเหลาสานชักสีหน้าโกรธเกรี้ยว

"อย่าหาว่าข้ารังแกเด็กก็แล้วกัน พวกเจ้าเข้าไปสั่งสอนนางซะ ให้นางรู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำบ้าง!" เหลยเหลาสานโบกมือขวา ชายฉกรรจ์หลายคนก็พุ่งเข้าไปทันที

ได้ยินเพียงเสียงดัง 'ปัง ปัง ปัง......' ชายฉกรรจ์เหล่านั้นถูกซัดกระเด็นกลับมาหมด

เหลยเหลาสานยิ้มเหี้ยม "ขั้นฝึกปราณระดับแปด มีฝีมือพอตัวนี่ มิน่าล่ะถึงได้อวดดีนัก ผู้ใหญ่ที่บ้านไม่ได้สอนหรือไงว่าออกไปข้างนอกอย่าทำตัวกร่างนักน่ะ?"

"ท่านคงจะเป็นเหลยเหลาสานสินะ คำพูดนั้นข้าขอคืนให้ท่านก็แล้วกัน ท่านจงตัดแขนตัวเองทิ้งซะ แล้วคุกเข่าขอโทษน้องสาวข้า เรื่องในวันนี้ข้าจะถือว่าแล้วกันไป" หลินเทียนกล่าวอย่างโอหัง

"หึ ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำ บังอาจมาพูดจาสามหาวที่นี่!" เหลยเหลาสานพูดจบก็กางกรงเล็บพุ่งเข้าใส่ทันที

แต่ยังไม่ทันที่มันจะแตะตัวหลินเทียน แสงกระบี่ก็สว่างวาบขึ้น แขนข้างหนึ่งกระเด็นหลุดลอยไป

เหลยเหลาสานตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่ความเจ็บปวดรุนแรงจะแล่นพล่าน มันรู้ตัวแล้วว่าเจอยอดฝีมือเข้าให้ จึงรีบคุกเข่าลงทันที

"ข้าเหลยเหลาสานมีตาหามีแววไม่ คุณชายโปรดไว้ชีวิตด้วยเถิด!" เหลยเหลาสานรู้ดีว่าวันนี้เจอตอเข้าอย่างจังแล้ว

คุณชายที่ยังดูหนุ่มแน่นขนาดนี้ แต่กลับมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้ หากไม่ใช่เพราะมีพรสวรรค์สูงส่ง ก็ต้องเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนมันก็ล่วงเกินไม่ได้ทั้งนั้น

"หมดสนุกเลย พี่เทียนพวกเรากลับกันเถอะ ข้ากินไม่ลงแล้ว!" ลั่วเสี่ยวซีไม่อยากให้หลินเทียนต้องมาฆ่าคนตายที่นี่ จึงอยากรีบกลับไปให้พ้นๆ

"ไสหัวไปซะ วันหน้าอย่าให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก!" หลินเทียนลุกขึ้นยืนแล้วจูงมือลั่วเสี่ยวซีเดินจากไป

"ขอรับๆๆ พวกข้าจะไสหัวไปเดี๋ยวนี้" เหลยเหลาสานรู้ดีว่าวันนี้รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด ต่อให้ตัวเองจะเป็นถึงหัวหน้าแก๊งกระทิงเขียว วางอำนาจบาตรใหญ่มาตลอด แต่พอต้องมาเจอกับยอดฝีมือหรือลูกหลานตระกูลใหญ่ ก็ต้องหดหัวเป็นเต่าในกระดองอยู่ดี

"พี่เทียน วันนี้ตื่นเต้นชะมัดเลยเจ้าค่ะ ถ้าไม่ได้ท่านช่วยไว้ พวกเราคงเสร็จมันแน่" ลั่วเสี่ยวซียังคงรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ตื่นเต้นไม่น้อยเลย

"ไม่ต้องกลัวหรอก ขอเพียงมีพี่เทียนอยู่ เจ้าก็วางใจได้เลยร้อยเปอร์เซ็นต์" หลินเทียนปลอบโยน

"พักผ่อนให้สบายนะ พรุ่งนี้ข้ามีธุระต้องออกไปข้างนอก อีกเจ็ดวันถึงจะกลับ เวลาที่เหลือเจ้าก็จัดการเองก็แล้วกัน" หลินเทียนสั่งเสียกับลั่วเสี่ยวซีเสร็จก็กลับเข้าห้องไปพักผ่อน

......

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลินเทียนก็มาถึงหอหลิงเป่า

เขาเห็นเรือเหาะลำหนึ่งจอดอยู่ด้านหน้าหอหลิงเป่า เรือเหาะลำนี้เป็นถึงอุปกรณ์วิญญาณระดับเทียนขั้นต่ำ มูลค่ามหาศาล ตระกูลทั่วไปคงไม่มีปัญญาหามาได้แน่

เมื่อเฝิงต้าซานเห็นหลินเทียนมาถึง ก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับ

หอหลิงเป่าอาศัยเหตุการณ์ที่หลินเทียนแกะเสื้อคลุมไหมขาวได้ กอบโกยกำไรไปได้อย่างงดงาม จัดการระบายของวิเศษต้นกำเนิดที่ค้างสต็อกมานานหลายปีออกไปจนเกือบหมด

"น้องหลิน การไปฝึกฝนประสบการณ์ที่ซากโบราณสถานในครั้งนี้ นอกจากลูกหลานจากหลายตระกูลในเมืองฉินแล้ว ก็ยังมีบรรดายอดอัจฉริยะจากหอหลิงเป่าและสำนักใกล้เคียงเข้าร่วมด้วย ถึงตอนนั้นเจ้าก็ต้องระวังตัวให้ดีนะ" เฝิงต้าซานรู้สึกเป็นห่วงหลินเทียนอยู่บ้าง

"พี่เฝิงวางใจเถอะ ขอเพียงพวกเขาไม่มาหาเรื่องข้า ข้าก็จะไม่ไปหาเรื่องใครเหมือนกัน" หลินเทียนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

"น้องหลิน พวกเราขึ้นเรือเหาะกันเถอะ ใกล้จะได้เวลาออกเดินทางแล้ว"

เฝิงต้าซานพาหลินเทียนขึ้นไปบนเรือเหาะ

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในเรือเหาะ หลินเทียนก็สัมผัสได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมา

หลินเทียนกวาดสายตามองคนในเรือเหาะ แต่ไม่พบคนจากเมืองฉินเลย

ก็ไม่แปลกอะไร เมืองฉินอยู่ห่างจากซากโบราณสถานไม่ไกลนัก คนท้องถิ่นเดินทางไปเองก็ใช้เวลาแค่หนึ่งหรือสองชั่วยามเท่านั้น

"ผู้ฝึกตนระดับต่ำแค่ขั้นฝึกปราณระดับแปดก็กล้ามาเข้าร่วมการฝึกฝนแบบนี้ด้วย ไม่กลัวว่าตายแล้วจะหาซากไม่เจอหรือไง?"

"ก็เมืองเล็กๆ อย่างเมืองฉิน สามารถฝึกจนถึงขั้นฝึกปราณระดับแปดได้ก็ถือว่าเก่งแล้วล่ะ!"

......

หลินเทียนเพิ่งจะหาที่นั่งได้ ก็ได้ยินเสียงคนกำลังวิจารณ์ตัวเองอยู่

ยอดอัจฉริยะแบบนี้ หลินเทียนเห็นมาเยอะแล้ว คิดว่าตัวเองมีระดับพลังฝึกตนสูงกว่า ฐานะดีกว่า ก็เลยดูถูกคนที่มาจากเมืองเล็กๆ

หลินเทียนเห็นจนชินตาแล้ว ก็เลยคร้านจะไปต่อล้อต่อเถียงด้วย

"คนที่อยู่แค่ขั้นฝึกปราณระดับแปดแต่มีความกล้าพอที่จะออกมาฝึกฝน ย่อมต้องมีความสามารถพิเศษซ่อนอยู่ พวกเจ้าอย่าได้ดูถูกใครสุ่มสี่สุ่มห้า!"

ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่พกกระบี่ผู้หนึ่ง ถลึงตาใส่ศิษย์น้องชายหญิงเหล่านั้นที่กำลังนินทาอยู่

"เจ้าค่ะ/ขอรับ ศิษย์พี่หญิงใหญ่!" ทุกคนตอบรับอย่างนอบน้อม

ทันใดนั้นบรรยากาศภายในเรือเหาะก็เงียบสงบลงมาก

เฝิงต้าซานไม่ได้พูดอะไร เพราะการถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติ ขอเพียงไม่ถึงขั้นโจมตีกันด้วยถ้อยคำหยาบคายก็พอ

เมื่อเฝิงต้าซานเห็นว่าทุกคนมาครบแล้ว เรือเหาะก็ออกเดินทางทันที

......

ศิษย์พี่หญิงใหญ่ที่พกกระบี่ผู้นั้น ก้าวเดินด้วยท่วงท่าดุจดอกบัว ค่อยๆ เดินมาทางหลินเทียน แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนที่นั่งว่างข้างๆ เขา

ศิษย์น้องชายหลายคนที่อยู่กลุ่มเดียวกับศิษย์พี่หญิงใหญ่เมื่อครู่ ต่างจ้องมองหลินเทียนด้วยสายตาโกรธเคือง

ปกติศิษย์พี่หญิงใหญ่มักจะมีท่าทีเย็นชา ไม่ยอมให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้เสมอ

ในสายตาของพวกเขา ศิษย์พี่หญิงใหญ่ก็เปรียบเสมือนเทพธิดา

แต่วันนี้กลับเป็นฝ่ายเดินมานั่งข้างๆ ชายแปลกหน้าเสียอย่างนั้น

ถ้าเป็นยอดฝีมือก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ดันเป็นแค่ผู้ฝึกตนระดับต่ำเสียได้

จะให้พวกเขาไม่โกรธเคืองได้อย่างไร

"สวัสดีศิษย์น้อง ข้ามาจากสำนักหมื่นกระบี่ ชื่อเซียวอี้นั่ว ยินดีที่ได้รู้จักนะ!"

"หลินเทียน!"

"ถ้าศิษย์น้องไม่รังเกียจ ประเดี๋ยวตอนที่เริ่มฝึกฝนประสบการณ์ เจ้ามาอยู่กลุ่มเดียวกับพวกข้าไหมล่ะ?"

เซียวอี้นั่วเอ่ยปาก น้ำเสียงของนางช่างไพเราะและหวานหูสมกับหน้าตาจริงๆ

หลินเทียนเหลือบมองไปทางศิษย์สำนักหมื่นกระบี่สองสามคนที่อยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะยิ้มมุมปาก

"แม่นางเซียว ท่านกำลังสร้างศัตรูให้ข้าอยู่นะเนี่ย!"

เซียวอี้นั่วหันกลับไปมองเช่นกัน

"เจ้าไม่ต้องไปสนใจพวกเขารอก ข้าแค่รู้สึกถูกชะตากับศิษย์น้องหลินน่ะ"

หลินเทียนมองดูใบหน้าขาวผ่องงดงามของเซียวอี้นั่ว ดวงตากลมโตสุกใสกำลังจ้องมองเขาด้วยความจริงใจ จึงรู้สึกลำบากใจที่จะปฏิเสธ

ดูจากระดับพลังฝึกตนของพวกเขาก็ถือว่าไม่เลวเลย ศิษย์พี่หญิงใหญ่อยู่ถึงขั้นสร้างรากฐานระดับปลาย ส่วนศิษย์สำนักหมื่นกระบี่คนอื่นๆ ล้วนอยู่ขั้นสร้างรากฐานระดับกลางทั้งสิ้น

"ถ้าเช่นนั้นก็ได้ ในเมื่อศิษย์พี่หญิงไม่รังเกียจ ข้าก็ยินดี แต่ก็หวังว่าศิษย์น้องของท่านจะไม่ฉีกอกข้าไปซะก่อนนะ"

"พวกเขาไม่กล้าหรอก! ศิษย์น้องวางใจเถอะ ศิษย์พี่จะคุ้มครองเจ้าเอง......"

คำพูดนั้นทำเอาหัวใจของหลินเทียนสั่นไหวไปชั่วขณะ

ทั้งสองคนพูดคุยหยอกล้อกัน ราวกับเป็นเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน

ส่วนบรรดาศิษย์สำนักหมื่นกระบี่ที่อยู่ไกลออกไปต่างก็แค้นใจจนกัดฟันกรอด

......

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เรือเหาะก็ร่อนลงจอดอย่างนุ่มนวลในหุบเขาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

ทุกคนต่างทยอยเดินลงมาจากเรือเหาะ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 19 - เซียวอี้นั่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว