- หน้าแรก
- มันปกติหรือเปล่าที่คนบ้าจะไม่กลัวผี
- ตอนที่ 60 ฉัน... คิดแบบนั้นอยู่หรอกเหรอ...
ตอนที่ 60 ฉัน... คิดแบบนั้นอยู่หรอกเหรอ...
ตอนที่ 60 ฉัน... คิดแบบนั้นอยู่หรอกเหรอ...
ตอนที่ 60 ฉัน... คิดแบบนั้นอยู่หรอกเหรอ...
ตูม!
ไป๋หยวนขับเรือสปีดโบ๊ท พุ่งชนฝ่าหัวคนเบื้องล่างที่พากันล้อมเข้ามาอย่างทรงพลัง
ตลอดทางทำให้น้ำกระจายกระเซ็นเป็นวงกว้าง เรียกได้ว่าแล่นฉิวไร้สิ่งกีดขวาง!
"ดูเหมือนจะไม่ได้แน่สักเท่าไหร่นี่นา..."
เขาเลิกคิ้วขึ้น ตอนแรกเขานึกว่าจะมีคลื่นพลังเหนือธรรมชาติมาขัดขวาง แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นเรื่องง่ายดายขนาดนี้
"หรือว่าความสามารถของแม่น้ำผีจะมีแค่การล่อลวงกันนะ?"
ในใจของเขามีความคาดเดาเกิดขึ้น แถมยังเกิดความคิดที่อยากจะลองปะทะกับอีกฝ่ายดูสักตั้งขึ้นมาด้วยซ้ำ
เพราะเขาสามารถอาศัยหน้าผีรักษาความตั้งมั่นเอาไว้ได้
ถ้าหากผีระดับนี้ถูกกลืนกินเข้าไปสักหน่อย มันจะไม่ผลิตยาทิพย์ขนานยักษ์ออกมาเลยงั้นเหรอ?
"ไม่ได้..."
ไม่นานนัก เขาก็นึกถึงจุดจบของสาวไร้หน้าเมื่อคืนนี้ขึ้นมาได้ จึงหยุดความโลภของตัวเองเอาไว้
ตอนที่ร่วงลงไปในน้ำ สาวไร้หน้ากู้สติคืนมาได้แล้วแท้ๆ แต่ก็ยังยากที่จะดิ้นรนหลุดพ้นจากแม่น้ำผีได้อยู่ดี
ส่วนอวี้เสียนเมื่อครู่นี้ก็เพิ่งลงน้ำไปได้แค่สิบกว่าวินาที ผลลัพธ์กลับไม่มีร่องรอยการดิ้นรนอะไรเลย แล้วก็เงียบเสียงไปทันที
"น้ำในแม่น้ำนี้... น่าจะมีปัญหา! ลงน้ำไม่ได้เด็ดขาด!"
เขา มองไปยังผิวน้ำที่ลึกจนดูมืดมิด ไม่มีความลังเลอีกต่อไป รีบขับเรือสปีดโบ๊ทมาถึงฝั่งในเวลาอันรวดเร็ว
"นาทีวิกฤตยังไงก็ต้องพึ่งพี่ไป๋อยู่ดี..."
เขาส่ายหัว ลากร่างของหวังลี่และเจียงจื่อเหยียนทั้งสองคนโยนขึ้นไปบนฝั่ง ส่วนตัวเขาเองก็กระโดดตัวลอยขึ้นมาบนฝั่งเช่นกัน
"ยังกล้าตามมาอีกเหรอ?"
เขาหันกลับไปมอง เห็นหัวคนบนผิวน้ำพากันล้อมชายฝั่งเอาไว้ ทำท่าทางเหมือนไม่ยอมเลิกราง่ายๆ
ไป๋หยวนลงมือในพริบตา คว้าจับหัวคนหัวหนึ่งขึ้นมาบนฝั่ง
อุตส่าห์เหนื่อยมาตั้งนาน ยังไงก็ต้องมีค่าแรงติดไม้ติดมือกลับไปบ้างสิ...
มือข้างหนึ่งของเขาจับหัวคนเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็รัวหมัดเข้าใส่ กระหน่ำซัดจนมันแทบจะจำหน้าพ่อแม่ไม่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว...
ทว่าต่อให้เป็นหัวคนที่บาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ หน้าผีก็ยังคงไม่ปรากฏออกมาอยู่ดี เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้รู้สึกสนใจเลยสักนิด
"ไอ้สิ่งนี้ไม่ใช่ผีงั้นเหรอ?"
แววตาของไป๋หยวนมีความผิดหวังปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจมากนัก
ถ้าหากหัวคนทุกหัวเป็นผีหมดตัวหนึ่ง พอเขากลืนกินมันเข้าไป เขาไม่ตุนยาจนพลังพุ่งทะยานฟ้าไปเลยงั้นเหรอ...
"ของไร้ประโยชน์!"
เขาโยนหัวคนขึ้นฟ้า จากนั้นก็ซัดหมัดตรงออกไปสุดแรง เกิดเสียงระเบิดซัดมันจนแหลกเป็นเศษจุณในพริบตา
"กลับก่อนดีกว่า"
เขาเหลือบมองท้องฟ้าที่ค่อยๆ มืดลง ไม่ได้รั้งรออยู่ต่ออีก
ไม่มีใครรู้เลยว่าแม่น้ำผิงอันในช่วงดึกสงัดจะกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า...
……
เช้าวันต่อมา
ไป๋หยวนเดินทางมาถึงห้องทำงานของโรงเรียนมัธยมปลายชายล้วนที่ห้า
ในเวลานี้เจียงจื่อเหยียนมานั่งอยู่ข้างในตั้งนานแล้ว สีหน้าของเธอดูเคร่งขรึม แววตามีความโศกเศร้าแฝงอยู่
เธอและอวี้เสียนเป็นคู่หูกันมาโดยตลอด ร่วมมือกันคลี่คลายเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมาแล้วหลายครั้ง ถือได้ว่าเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาแล้ว
การตายของอีกฝ่าย ถือเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจให้เธอไม่น้อยเลยทีเดียว
"ทำใจให้สบายเถอะครับ"
ไป๋หยวนเห็นท่าทางแบบนั้น จึงเอ่ยปากปลอบใจว่า "คนเราก็แบบนี้แหละ ตายช้าตายเร็วสุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี"
"??"
พอได้ยินคำนี้ เจียงจื่อเหยียนก็เงยหน้าขึ้นมามองไป๋หยวนในทันที
แกปลอบใจคนแบบนี้เนี่ยนะ?!
"เอ่อ... ผมไม่พูดดีกว่า..."
ไป๋หยวนรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ถนัดเรื่องการปลอบใจ จึงหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ปิดปากเงียบสนิท
ในเวลานั้นเอง
หวังลี่บิดลำคอของตัวเองพลาเดินเข้ามาจากนอกประตู
"คุณเป็นอะไรไปคะ?"
เมื่อเห็นหวังลี่เดินเข้ามา เจียงจื่อเหยียนก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาเล็กน้อย เอ่ยปากถามขึ้นมา
"ไม่รู้เหมือนกัน ตื่นมาก็รู้สึกเจ็บคอมาก ราวกับถูกใครบางคนลอบทำร้ายทุบตีอย่างเจตนาเลวร้ายยังไงยังงั้นแหละ"
คิ้วของหวังลี่ขมวดแน่น สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยจับจ้องมาที่ไป๋หยวน
"..."
มุมปากของไป๋หยวนกระตุก แน่นอนว่าไม่มีทางพูดออกไปหรอกว่าเป็นฝีมือที่ตัวเองทุบตี...
"ตอนนั้นคุณถูกแม่น้ำผีทำให้เบลอครับ มีหัวคนตายจำนวนนับไม่ถ้วนปีนขึ้นมาบนเรือ แล้วก็รุมยำคุณยกใหญ่เลยล่ะครับ"
"งั้น... เหรอ?"
คิ้วของหวังลี่ขมวดเล็กน้อย เขาหมุนคอไปมา แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
"เมื่อวานนี้มันเกิดสถานการณ์อะไรขึ้นกันแน่? พวกเราโดนทำให้เบลอไปหมดเลยงั้นเหรอ?"
แววตาของหวังลี่มีความหวาดกลัวแฝงอยู่เล็กน้อย
ตอนแรกนึกว่าเป็นช่วงกลางวันพวกเขาจะไม่เกิดเรื่อง คาดไม่ถึงเลยว่าแม่น้ำผิงอันจะไร้เหตุผลขนาดนี้...
ไป๋หยวนพกหัวรับคำ "ถ้าไม่ได้ผม พวกคุณสองคนก็น่าจะเอาชีวิตไปทิ้งกันหมดแล้วล่ะครับ"
"..."
ทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบทันที ทว่าในแววตากลับมีความซาบซึ้งใจและความรู้สึกละอายใจอยู่เล็กน้อย
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าในฐานะผู้ใช้พลังผีที่เจนโลกขนาดนี้ กลับต้องมาถูกนักเรียนคนหนึ่งช่วยชีวิตเอาไว้ แถมยังเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งด้วยซ้ำ...
ผ่านไปครู่หนึ่ง เจียงจื่อเหยียนเผยสีหน้าที่ไม่เข้าใจแล้วถามว่า
"แล้วทำไมคุณถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะคะ?"
สิ้นเสียงของเธอ หวังลี่ก็ชิงคาดเดาขึ้นมาเป็นคนแรกทันที
"จิตใจของเขาไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะสาเหตุนี้ก็ได้นะ"
"..."
ไป๋หยวนกำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะหาข้ออ้างยังไง คาดไม่ถึงเลยว่าหวังลี่จะช่วยแก้ต่างให้เขาเรียบร้อยแล้ว
เขาเลิกคิ้วขึ้น ควักใบรับรองแพทย์ออกมาอย่างมั่นใจ...
"มันทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอคะ?"
เจียงจื่อเหยียนเบิกตากว้าง คาดไม่ถึงเลยว่าโรคจิตเวชจะมีความได้เปรียบแบบนี้ด้วย?
"เอาเถอะ ไม่ต้องไปหมกมุ่นกับเรื่องนี้แล้วล่ะ"
หวังลี่ส่ายหัว "ปัญหาในตอนนี้ก็คือ แม่น้ำผีสายนั้นควรจะจัดการยังไงดี?"
ความสามารถในการล่อลวงคนนั่นมันน่ากลัวเกินไปจริงๆ แถมยังไม่มีลางบอกเหตุอะไรเลยด้วยซ้ำ และเมื่อร่วงลงไปในแม่น้ำแล้ว ก็แทบจะเตรียมจัดงานศพได้เลย...
"รายงานเรื่องนี้ตามความเป็นจริงให้ทางเบื้องบนทราบเถอะค่ะ"
เจียงจื่อเหยียนส่ายหัว "นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใช้พลังผีระดับหนึ่งจะคลี่คลายได้แล้วล่ะ"
อวี้เสียนถือเป็นยอดฝีมือในกลุ่มผู้ใช้พลังผีระดับหนึ่งแล้ว ห่างจากระดับสองอีกไม่ไกล แถมยังมีวัตถุผีประจำตัวที่เน้นทางด้านการเอาชีวิตรอดด้วย ผลลัพธ์กลับยังคงถูกฆ่าตายในพริบตาอยู่ดี
ระดับความน่ากลัวของแม่น้ำผี ถือเป็นสิ่งที่พวกเธอไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้แล้วจริงๆ
"ตอนนี้ยังต้องปิดกั้นแม่น้ำผีต่อไหมครับ?"
หวังลี่เอ่ยปากถาม "ผมแค่กลัวว่าเรื่องเหนือธรรมชาติข้างในมันจะระเบิดออกมาอย่างเต็มที่ จนส่งผลกระทบไปถึงเมืองผิงอันทั้งเมือง"
"ทำได้แค่ปิดกั้นไว้ชั่วคราวแบบนี้แหละค่ะ..."
เจียงจื่อเหยียนถอนหายใจ "จากข้อมูลในปัจจุบัน ความสามารถในการล่อลวงของมันในช่วงกลางวันจะไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ ช่วงค่ำคืนถึงจะระเบิดออกมาอย่างเต็มที่ แถมยังมีขอบเขตการส่งผลกระทบที่จำกัดด้วย"
วันนี้หากไม่ใช่เพราะอวี้เสียนลงน้ำ จนไปกระตุ้นความสนใจของแม่น้ำผี พวกเธออาจจะไม่โดนล่อลวงก็ได้
แถมที่ผ่านมามีคนเดินผ่านแม่น้ำผิงอันตั้งมากมาย แต่กลับมีคนกระโดดน้ำฆ่าตัวตายแค่ไม่กี่สิบคน นี่หมายความว่าแม่น้ำผีในช่วงกลางวันไม่ได้ผิดปกติจนเกินไป
แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการอนุมานของพวกเธอเท่านั้น
ทั้งสามคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกพักหนึ่ง ในที่สุดก็รวบรวมข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ออกมาจนเสร็จ
ช่วงบ่าย
เจียงจื่อเหยียนถือข้อมูลชิ้นนี้ เดินทางออกจากโรงเรียนมัธยมปลายชายล้วนที่ห้าของเมืองผิงอันไป
"จะชิ่งหนีดีไหมนะ..."
ไป๋หยวนลูบคาง ในใจมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้น
ดูเหมือนว่าตอนนี้ เมืองผิงอันจะอยู่ต่อไม่ได้แล้วสิ...
ทว่าเขากว่าจะเข้าห้องเรียนผู้ใช้พลังผีมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าจะให้ยอมแพ้ไปดื้อๆ แบบนี้ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน...
"ไอ้หนู ห้ามมีความคิดอะไรแปลกๆ เด็ดขาดนะ!"
ในเวลานั้นเอง สายตาของหวังลี่ดูเฉียบคมขึ้นมา เขาเอ่ยปากเตือนขึ้นมา
"เอ๋? อะไรนะครับ?"
ไป๋หยวนเผยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ ทว่าในใจกลับสั่นสะท้านขึ้นมาแวบหนึ่ง
หรือว่าความคิดของตัวเองจะถูกมองทะลุปรุโปร่งแล้ว?
หวังลี่ยิ้มออกมาบางๆ "ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นไขสือ คุณคิดว่าจะปิดบังสายตาของผมได้งั้นเหรอ?"
"อาจารย์ครับ ผมก็แค่..."
ไป๋หยวนเห็นท่าทางแบบนั้น จึงอยากจะอธิบายแก้ต่างสักหน่อย ทว่าคำพูดกลับถูกขัดจังหวะในทันที
แววตาของหวังลี่มีประกายแห่งสติปัญญาเจิดจ้าขึ้นมา เขาพูดว่า
"คุณกำลังคิดที่จะไปจัดการเหตุการณ์แม่น้ำผีด้วยตัวคนเดียวใช่ไหมล่ะ?"
"อ้าว?"
ไป๋หยวนถึงกับอึ้งกิมกี่ไปในทันที
ทว่าเมื่อเห็นหวังลี่มีสีหน้าที่มั่นใจขนาดนั้น เขา กลับเริ่มไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว จึงพูดออกมาอย่างไม่ค่อยแน่ใจว่า
"ผม... คิดแบบนั้นอยู่หรอกเหรอครับ..."