- หน้าแรก
- มันปกติหรือเปล่าที่คนบ้าจะไม่กลัวผี
- ตอนที่ 41 พวกคุณไม่จ่ายค่าคุ้มครอง แล้วผมจะมีความสุขได้ยังไง?
ตอนที่ 41 พวกคุณไม่จ่ายค่าคุ้มครอง แล้วผมจะมีความสุขได้ยังไง?
ตอนที่ 41 พวกคุณไม่จ่ายค่าคุ้มครอง แล้วผมจะมีความสุขได้ยังไง?
ตอนที่ 41 พวกคุณไม่จ่ายค่าคุ้มครอง แล้วผมจะมีความสุขได้ยังไง?
"มันต้องไม่ได้มีแค่ยาทำงานสองประเภทนี้แน่ๆ..."
ไป๋หยวนคิดในใจ
นี่แค่กลืนกินผีร้ายระดับต่ำเข้าไป ก็ยังมีเอฟเฟกต์ที่ผิดปกติขนาดนี้แล้ว
ถ้าเกิดได้กินผีร้ายชุดแดงเข้าไป เขาจะไม่บินทะลุฟ้าไปเลยเหรอ?
ไม่นานนัก ไป๋หยวนก็กลืนยาเม็ดสีเหลืองในมือลงท้องไป
แม้ว่าจะไม่มีเอฟเฟกต์ที่ชัดเจนเหมือนยาเม็ดสีขาว แต่เขากลับสัมผัสได้ว่าร่างกายของเขามีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้น
"ยังต้องทุบผีต่อไปถึงจะดี..."
ในเวลานี้จิตใจของเขาโลดแล่น จนอยากจะให้ใบหน้าผีจ่ายยาให้เขาทุกวันเลย...
……
เวลาครึ่งเดือนผ่านไปในพริบตา
และในระหว่างช่วงเวลานี้ พันธมิตรโลกได้ประกาศ "10 เคล็ดลับเอาชีวิตรอดเมื่อเผชิญหน้ากับผีร้าย" ออกมา ซึ่งทำให้เกิดคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำไปทั่วโลกในทันที
บางคนตื่นเต้น บางคนหวาดกลัว และบางคนก็ถึงขั้นสิ้นหวัง
พวกเขาตระหนักได้ว่า ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ...
ทางราชการของประเทศต้าเซี่ยก็กำลังผลักดันประกาศนี้เช่นเดียวกัน พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยของแต่ละเมือง
แม้ว่าเหตุการณ์เหนือธรรมชาติจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่เมื่อมองไปทั่วประเทศ ในปัจจุบันคนที่ได้รับผลกระทบจริงๆ มีเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมในระดับรากฐาน
ทว่าหากมีใครคิดจะอาศัยโอกาสนี้ก่อความวุ่นวาย ภายใต้สถานการณ์ที่มีทั้งศึกนอกศึกใน สถานการณ์ทั่วทั้งประเทศก็อาจจะย่ำแย่ลงได้
ในขณะเดียวกัน ทางราชการได้ทุ่มเทพลังงานส่วนใหญ่ไปกับการวิจัยเรื่องเหนือธรรมชาติ รวมถึงการฟูมฟักผู้ควบคุมผี เพราะนี่คือวิธีหลักในการแก้ไขความวุ่นวาย
ส่วนชีวิตในโรงเรียนยังคงดำเนินไปเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
นักเรียนทั่วไปตั้งใจเรียนรู้เนื้อหาในแต่ละวิชา เพื่อเตรียมตัวรับมือกับการสอบที่กำลังจะมาถึง
ส่วนนักเรียนในห้องควบคุมผีและห้องข้อมูลต่างก็กำลังพยายามเช่นกัน เพื่อเตรียมตัวรับมือกับการทดสอบจากเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ
ทุกอย่างดูสงบสุขและราบรื่นมาก
ทว่า นั่นเป็นเพราะมีผู้ควบคุมผีอย่างหวังลี่คอยคุมอยู่ที่โรงเรียน
แถมยังมีนักเรียนควบคุมผีอีกนับร้อยคน ถึงแม้ว่าความสามารถของพวกเขาจะไม่เอาไหน แต่กลิ่นอายที่ปล่อยออกมาจากผีผู้พิทักษ์ก็ไม่ควรมองข้าม ผีทั่วไปไม่กล้าเข้ามาใกล้สุ่มสี่สุ่มห้าจริงๆ...
"พี่ไป๋ การสอบในวันพรุ่งนี้ ช่วยดูแลพวกเราหน่อยนะครับ..."
"ใช่ครับพี่ไป๋ มีคุณอยู่ด้วย ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแน่นอน!"
คนในห้องข้อมูลห้องที่หนึ่งต่างพากันรุมล้อมไป๋หยวนดวงตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
ตอนนี้การทดสอบอยู่ตรงหน้าแล้ว การได้เกาะขาคนเก่งๆ สักคนย่อมสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของตัวเองได้...
เพราะทุกคนในห้องต่างเคยเห็นพลังเหนือมนุษย์อันน่ากลัวของหมอนี่มากับตาตัวเองแล้ว
ด้วยพละกำลังขนาดนี้ ถึงผีร้ายจะโหดเหี้ยมแค่ไหน แต่ถ้าโดนอัดเข้าจริงๆ ก็คงทนได้ไม่กี่ทีหรอก...
"พูดง่ายอยู่แล้ว"
ไป๋หยวนยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับว่า "ผมเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นเพื่อความสุขที่สุดเลย"
"จริงสิ แล้วปกติค่าคุ้มครองพวกเราคิดกันยังไงนะ?"
"???"
สีหน้าของทุกคนชะงักไป ไหนเมื่อกี้เพิ่งบอกว่าชอบช่วยเหลือคนอื่นเพื่อความสุขไง...
"แค่กๆ..."
ไป๋หยวนเห็นแบบนั้นก็เข้าใจความคิดของทุกคน จึงพูดขึ้นทันทีว่า
"ช่วยเหลือก็ส่วนช่วยเหลือ ความสุขก็ส่วนความสุข พวกคุณไม่จ่ายค่าคุ้มครอง แล้วผมจะมีความสุขได้ยังไง?"
"……"
ทุกคนโดนคำพูดนี้หลอกจนงงอีกรอบ
ให้ตายเถอะ ทำไมรู้สึกว่ามันมีเหตุผลอยู่นิดหน่อยนะ...
"พี่ไป๋ ถ้าคุณสามารถช่วยชีวิตผมได้จริงๆ ผมยอมจ่ายหนึ่งแสนเพื่อเป็นการตอบแทนเลย!"
มีคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความเด็ดเดี่ยว
ในเวลาต่อมา คนอื่นๆ ก็พากันตอบรับ ซึ่งความหมายก็คล้ายๆ กัน
พวกเขาไม่ได้โง่ ถ้าไป๋หยวนไม่ได้ทำอะไรเลย พวกเขาย่อมไม่ยอมจ่ายเงิน แต่ถ้าช่วยชีวิตไว้ได้จริงๆ จ่ายเงินนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร แถมยังถือโอกาสผูกมิตรกับอีกฝ่ายได้ด้วย
"ไม่โง่กันเลยแฮะ..."
ไป๋หยวนเข้าใจความคิดของทุกคนแล้ว จึงพูดว่า "งั้นก็ตกลงตามนี้"
ตั้งแต่ที่เฉินชิงหลีบอกคุณลักษณะของผีให้เขารับรู้ ตอนนี้ถึงแม้เขาจะไม่ถึงขั้นรนหาที่ตายไปทั่ว แต่ถ้าเจอผีตัวไหนเขาก็กล้าเข้าไปปะทะด้วยหมด
เผื่อว่าสู้ไม่ได้ เขาก็วิ่งหนีได้นี่นา เพราะยังไงเขาก็ไม่มีค่าความตกใจ โอกาสที่จะหนีรอดออกมาได้อย่างปลอดภัยย่อมมีสูงมาก
ในขณะนั้นเอง
เฉินชิงหลีเดินเข้ามาในห้องเรียน ทุกคนจึงพากันกลับไปนั่งที่ตำแหน่งของตัวเอง
"เจ้าหนูคนนี้กลายเป็นคนเนื้อหอมไปซะแล้ว"
เฉินชิงหลีมองไปยังไป๋หยวนที่เพิ่งถูกทุกคนรุมล้อมเมื่อครู่ เขาได้รับรู้เรื่องพละกำลังที่ฝืนธรรมชาติของหมอนี่มาจากปากของอู๋หยวนแล้ว
ตอนนี้ห้องข้อมูลไม่มีนักเรียนควบคุมผี ไป๋หยวนจึงเป็นคนที่มีพลังต่อสู้ระเบิดระเบ้อที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ หวังลี่ที่เป็นผู้ควบคุมผีอย่างเป็นทางการ ก็ไปต่อคิวหาหมอกระดูกแล้วเหมือนกัน...
เฉินชิงหลีมองอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง จากนั้นก็พูดขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า
"ทุกท่านคงจะทราบแล้วว่าวันพรุ่งนี้คือเวลาสอบ ดูเหมือนทุกคนจะตั้งตารอคอยกันมากเลยนะ"
"ตั้งตารอ... ตั้งตารอ..."
ทุกคนยิ้มและตอบกลับ พร้อมกับเติมคำสองคำในใจเงียบๆ ว่า
ก็บ้าแล้ว!
การสอบที่อาจจะตายได้แบบนี้ คงไม่มีใครอยากจะเอาตัวเข้าแลกหรอก...
ขณะที่พวกเขากำลังคิดแบบนี้ สายตาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองไป๋หยวนที่กำลังหักนิ้วมือและมีสีหน้าตื่นเต้นอยู่
เอาเถอะ ยกเว้นคนผิดปกติคนนี้ไว้คนหนึ่งแล้วกัน...
"นอกจากห้องของพวกเราแล้ว ห้องข้อมูลห้องที่สองและห้องที่สามก็จะเข้าร่วมด้วยเช่นกัน"
เฉินชิงหลีไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของทุกคน เขาพูดต่อของเขาเองว่า
"สถานที่ก็กำหนดออกมาแล้ว อยู่ที่โรงแรมรีสอร์ทบนยอดเขาชิงซิงทางตอนใต้ของเมือง นอกจากนี้ ครูฝึกหวังจะนำทีมไปด้วยตัวเอง"
"เขาชิงซิงงั้นเหรอ?"
ไป๋หยวนคิดทบทวนเงียบๆ
เมืองผิงอันในฐานะที่เป็นเมืองเล็กๆ ระดับล่างของประเทศ เศรษฐกิจจึงไม่ได้พัฒนา สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติย่อมมีน้อยมาก และเขาชิงซิงก็เป็นหนึ่งในนั้น
เขาชิงซิงซึ่งตั้งอยู่แถบชานเมืองมีทัศนียภาพรอบๆ ที่สวยงาม แถมบนยอดเขายังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพียงแห่งเดียวของเมืองที่คุ้มค่าแก่การไปชม
"ที่นั่นเหมือนจะถูกปิดตายไปเมื่อไม่นานมานี้"
ไป๋หยวนเลียริมฝีปาก ช่วงนี้เขาเพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์มาไว้ที่บ้านตัวหนึ่ง ปกติเลยชอบติดตามข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต
ตอนนี้ทางราชการยังคงควบคุมดูแลข่าวสารเรื่องเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันบนโลกออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันไม่ให้มีคนตั้งใจสร้างความตื่นตระหนก
ทว่าเพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนให้ได้มากที่สุด ทางราชการจะประกาศสถานที่เหนือธรรมชาติที่ถูกปิดตายด้วยตัวเอง เพื่อเตือนให้ผู้คนพยายามอยู่ห่างๆไว้
ในเวลานี้ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปมา พอได้ยินว่าหวังลี่จะนำทีมไปด้วยตัวเอง ในใจก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
คนทีแข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียนทั้งหมด ย่อมต้องเป็นหวังลี่อยู่แล้ว
"ได้ทั้งฝึกฝนคนของห้องข้อมูล และได้จัดการกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยแฮะ"
ไป๋หยวนลูบคาง เขาไม่คิดว่าหวังลี่จะมีเวลามาปกป้องพวกเขาก็หรอก คาดว่าทางราชการคงจะส่งเขาไปจัดการกับเรื่องเหนือธรรมชาติที่เขาชิงซิงพอดีมากกว่า
"ทุกคนจะต้องอยู่ที่นั่นประมาณหนึ่งถึงสองวัน แต่ไม่จำเป็นต้องเอาสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันไปหรอก ในโรงแรมมีเตรียมไว้ให้หมดแล้ว"
ในเวลานี้ เฉินชิงหลีที่อยู่ด้านบนพูดขึ้นว่า
"ในขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยของทุกคน พวกเราจะมอบสิ่งของช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ให้พวกคุณได้สวมใส่กัน"
พอได้ยินคำนี้ ใบหน้าของทุกคนก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้น อย่างน้อยก็มีหลักประกันความปลอดภัยขึ้นมาบ้าง
……
บ่ายวันต่อมา
นักเรียนจากห้องข้อมูลทั้งสามห้องมารวมตัวกันที่ลานกว้างใต้ตึกเรียน ต่างคนต่างพูดคุยกันไม่หยุด
บางคนตื่นเต้น บางคนเครียด ทั้งตั้งตารอการสอบที่จะเกิดขึ้น และก็มีความรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง
เพราะในอีกสองวันข้างหน้า พวกเขาอาจจะได้เห็นผีตัวจริงเสียงจริง!
ไม่นานนัก รถบัสคันใหญ่สามคันก็ขับเข้ามาในโรงเรียน และจอดอยู่ไม่ไกลจากทุกคน
"เอาล่ะ คนของห้องข้อมูลห้องที่หนึ่งตามผมขึ้นรถได้เลย"
เฉินชิงหลีมองไปยังทุกคนแล้วพูดขึ้น พร้อมกับจัดระเบียบให้นักเรียนขึ้นรถตามลำดับ
เนื่องจากก่อนหน้านี้มีคนถอนตัวออกจากห้องข้อมูลไปไม่น้อย จึงทำให้ห้องข้อมูลทั้งแปดห้องต้องถูกปรับโครงสร้างใหม่เหลือเพียงหกห้อง โดยแต่ละห้องยังมีจำนวนคนอยู่ที่ประมาณห้าสิบคนเหมือนเดิม
"สิ่งของชิ้นเล็กๆ ที่โรงเรียนแจกให้ ถือเอาไว้ทุกคนด้วย"
เฉินชิงหลีจัดแจงอยู่ที่ประตูรถ ทุกครั้งที่มีคนขึ้นรถจะได้รับถุงสีน้ำเงินหนึ่งถุง
ไป๋หยวนรับถุงมาถือไว้ในมือเช่นกัน พร้อมกับเดินไปนั่งที่ตำแหน่งแถวหลังสุด
"เลือดไก่ตัวผู้..."
เขาเปิดถุงออก และจำเลือดที่บรรจุอยู่ข้างในได้ทันทีในพริบตา เพราะตอนนี้บนตัวเขาก็ยังพกติดตัวอยู่บางส่วน
นอกจากเลือดไก่ตัวผู้แล้ว ข้างในยังมีสร้อยข้อมือชาดอีกหนึ่งเส้น
ชาดในฐานะที่เป็นสิ่งของที่มีพลังหยางขั้นสุด ย่อมมีประสิทธิภาพในการสลายพลังชั่วร้ายได้จริง สำหรับผีในเหตุการณ์เหนือธรรมชาติก็น่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง
ไป๋หยวนคิดทบทวนดูแล้วก็นำสร้อยข้อมือชาดมาสวมใส่
ในเมื่อเป็นของที่โรงเรียนแจกให้ มันย่อมไม่มีทางเป็นของปลอมอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีประโยชน์ไม่มาก แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย
"สร้อยข้อมือชาดให้ทุกท่านสวมใส่เอาเอง มันมีเอฟเฟกต์ป้องกันการโจมตีของผีร้ายได้นิดหน่อย"
เฉินชิงหลีเดินเข้ามาบนรถแล้วพูดขึ้นว่า
"นอกจากนี้เลือดไก่ตัวผู้สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการโจมตีได้ ถ้าหากเจอผีร้าย อย่าใจอ่อน ให้รุมอัดมันหนักๆ เลย!"
"……"
ทุกคนได้ยินดังนั้น สีหน้าก็แปลกประหลาดขึ้นมาในทันที
พวกเขาน่ะไม่ได้ใจอ่อนหรอก ส่วนใหญ่คือมืออ่อนต่างหาก...
แค่รักษาชีวิตไว้ได้ก็บุญแล้ว ใครจะกล้าเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีผีร้ายก่อนกัน...
ทุกคนสวมสร้อยข้อมือชาดแต่โดยดี ส่วนเรื่องเลือดไก่ตัวผู้กลับไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ในใจของพวกเขา แค่สามารถรอดชีวิตกลับมาได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว...
เฉินชิงหลีเห็นแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว ในใจย่อมเข้าใจความคิดของทุกคนดี
การจะทำให้คนเรามีความกล้าหาญขึ้นมานั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้ในวันสองวันจริงๆ
ไม่นานนัก รถบัสก็สตาร์ทเครื่อง มุ่งหน้าตรงไปยังเขาชิงซิงแถบชานเมืองทันที...
...