- หน้าแรก
- มันปกติหรือเปล่าที่คนบ้าจะไม่กลัวผี
- ตอนที่ 19 วิชาผีศึกษา!
ตอนที่ 19 วิชาผีศึกษา!
ตอนที่ 19 วิชาผีศึกษา!
ตอนที่ 19 วิชาผีศึกษา!
แผนการของเขาในตอนนี้ คือการอาศัยผีกระจอกๆ เพื่อไปแลกยากับใบหน้าผี และค่อยๆ เพิ่มพูนความสามารถของตัวเองขึ้นมา
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่กลัวผี แต่ก็จะไม่เอาตัวเข้าไปหาผีร้ายโดยพลการแน่นอน เพราะเผื่อว่าสู้ไม่ได้ขึ้นมาล่ะ...
"เรื่องลี้ลับของโลกใบนี้เริ่มปรากฏขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบแล้วจริงๆ ขนาดทางราชการยังจัดการไม่จบสิ้นเลยเหรอ..."
เขายังนึกว่าทางราชการจะสามารถปราบปรามเรื่องลี้ลับได้อย่างรวดเร็วซะอีก เพื่อที่เขาจะได้ใช้ชีวิตตามเส้นทางเดิมของตัวเองต่อไป วันหลังพอมีเวลาว่างก็นับผีกระจอกๆ มาหาเงินและแลกยา
แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ ความคิดอันสวยงามของเขาคงจะพังทลายลงแล้ว…
ในขณะที่ไป๋หยวนกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือของโจวหานก็ดังขึ้นมา
"ฮัลโหล? อาจารย์จ้าว..."
ผ่านไปครู่หนึ่ง โจวหานก็วางสายแล้วหันไปมองไป๋หยวนพร้อมกับพูดว่า
"โรงเรียนให้พวกเรากลับไปครับ"
"กลับไป? ไปทำอะไร? เรียนหนังสือเหรอ?!"
"เห็นบอกว่ามีเรื่องสำคัญที่จัดเตรียมไว้ ทุกคนจำเป็นต้องกลับไปครับ!"
"จำเป็นต้อง?"
ไป๋หยวนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพึมพำกับตัวเองว่า "หรือว่าจะเป็นคำสั่งที่เบื้องบนแจ้งลงมา?"
ถ้าหากเกิดกรณีมีคนตายขึ้นมาอีก โรงเรียนไม่มีทางรับผิดชอบไหวแน่ๆ ยกเว้นแต่ว่าจะมีคำสั่งมาจากข้างบน
"พวกเราจะไปไหม?"
"ไปสิ"
ไป๋หยวนเปิดปากพูดว่า "ในเมื่อโรงเรียนให้พวกเรากลับไป งั้นผีที่หอพักก็คงถูกพวกเจ้าหน้าที่มืออาชีพจัดการไปเรียบร้อยแล้วล่ะ"
"ตกลงครับ"
โจวหานเชื่อฟังคำพูดของไป๋หยวนเป็นอย่างดี
---
ในช่วงบ่าย
ทั้งสองคนออกจากบ้านและมุ่งหน้าตรงไปยังโรงเรียนมัธยมปลายอันดับห้าของเมืองผิงอันทันที
โรงเรียนที่เคยเงียบเหงาฉับพลันก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ทุกคนต่างก็มีสีหน้าไม่สบายใจ ซึ่งแตกต่างจากสภาพในวันวานอย่างสิ้นเชิง
ในเวลานี้
อาจารย์จ้าวซึ่งเป็นครูประจำชั้นมีสีหน้าเหนื่อยล้า และมารออยู่ในห้องเรียนตั้งนานแล้ว
สายตาของเธอเหลือบมองไปยังตำแหน่งหนึ่งในห้องเรียนอยู่บ่อยๆ ในแววตามีความโศกเศร้าผุดขึ้นมา
ไม่นานนัก นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสามห้องหนึ่งต่างก็ทยอยเข้ามาในห้องเรียน มีเพียงตำแหน่งในแถวที่สามเท่านั้นที่ขาดไปหนึ่งคน
แม้ว่าเรื่องผีที่หอพักจะคลี่คลายลงแล้ว แต่税ฝ่ายนั้นกลับโชคร้ายไปเจอกับเหตุการณ์สยองขวัญอีกเรื่องหนึ่งแทน
"เพื่อนหวังซิงวันนี้มีธุรเลยมาไม่ได้ค่ะ"
น้ำเสียงของอาจารย์จ้าวมีความเศร้าโศกอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนี่ก็ทำให้คนจำนวนไม่น้อยใจหายวาบ และเริ่มมีลางสังหรณ์อยู่ลึกๆ แล้ว
ดูท่าทางคงจะเจอกับเหตุการณ์สยองขวัญเข้าแล้วจริงๆ...
ในวินาทีนี้ ทุกคนต่างรู้สึกว่าความตายอยู่ใกล้ตัวพวกเขามากขนาดนี้เลยทีเดียว
"วันนี้ที่ครูเรียกทุกคนกลับมา ความจริงแล้วเป็นเพราะทางเบื้องบนได้จัดส่งอาจารย์ท่านหนึ่งมา เพื่อจะมาบรรยายและสอนพวกคุณสักหน่อยค่ะ"
"สอนหนังสือเหรอ?"
ทุกคนที่ได้ยินต่างก็แอบบ่นในใจ
เวลาขนาดนี้แล้ว ใครจะยังมีกะจิตกะใจนั่งฟังบทเรียนได้อีกกันล่ะ...
"พวกเรามาต้อนรับอาจารย์อู๋กันค่ะ!"
แม้ว่าในใจของทุกคนจะรู้สึกเบื่อหน่าย แต่ก็ยังคงตบมือให้ความร่วมมือตามมารยาท
ในเวลานี้ ที่นอกห้องเรียน ชายหนุ่มรูปร่างกำยำในชุดสูทเดินก้าวเข้ามาด้านในอย่างช้าๆ
สายตาของเขาเฉียบคมดุจสายฟ้า ทุกคนที่ถูกเขากวาดสายตาไปโดนต่างก็รู้สึกสะท้านไปทั้งตัว และยืดตัวตรงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
"ทุกท่าน ผมชื่ออู๋หยวน มาจากกระทรวงศึกษาธิการ วันนี้รับหน้าที่มาทำการสอนพวกคุณหนึ่งคาบเรียน"
"คาบเรียนที่เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของโลกในระยะหลังๆ นี้!"
ในพริบตาเดียว ร่างกายของทุกคนก็สั่นสะท้าน เปลี่ยนจากความเบื่อหน่ายก่อนหน้านี้ กลายเป็นความคาดหวังและความปรารถนาขึ้นมาในทันที
นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคนโดยตรงเลยนะ!
"ดีมาก"
อู๋หยวนมองดูท่าทางของทุกคน ในแววตามีความพึงพอใจผุดขึ้นมาเล็กน้อย
"ก่อนอื่นมาพูดถึงคดีฆาตกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ก่อน อย่างที่พวกคุณคิดนั่นแหละ คนร้ายก็คือผีจริงๆ!"
รูม่านตาของทุกคนหดตัวลง บนใบหน้ามีความกลัวผุดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ไม่ต้องพูดถึงเหตุการณ์ใดๆ เลย แค่คำว่า 'ผี' คำเดียวก็เพียงพอที่จะสร้างความหวังาดกลัวให้เกิดขึ้นมาได้แล้ว!
"กลายเป็นว่าเป็นผีจริงๆ ด้วย!"
ในตอนนี้ โจวหานรีบนั่งตัวตรงขึ้นมาทันทีแล้วพูดว่า
"พี่ไป๋ วันหลังพี่กลับไปบ้านเกิดกับผมเหมะ บ้านผมมีฮวงซุ้ยบรรพบุรุษเยอะ วันหลังให้บรรพบุรุษช่วยคุ้มครองพี่ได้นะ"
"???"
ไป๋หยวนหันขวับมาทันที อดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุก
ทำไมแกถึงได้ฟังดูภูมิใจขนาดนั้นกันฟะ...
และในเวลานี้ คำพูดประโยคหนึ่งของอู๋หยวนก็ทำลายจินตนาการของโจวหานลงทันควัน
"แน่นอนว่า พวกเขาไม่ได้เกิดมาจากคนที่ตายไปแล้วกลายร่างมา"
อู๋หยวนมีสีหน้าสงบและพูดว่า "ตายก็คือตาย อย่าไปคิดว่าตัวเองก็จะสามารถกลายเป็นผีได้เหมือนกัน"
"แล้วพวกมันมาได้ยังไงล่ะครับ?"
ในวินาทีนั้นเอง มีคนเปิดปากเอ่ยถามขึ้นมา
ถ้าไม่ได้เกิดจากคนตายกลายเป็นผี หรือว่าจะผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า?
"ไม่มีใครรู้"
อู๋หยวนส่ายหน้าแล้วพูดว่า "พวกคุณสามารถทำความเข้าใจว่าพวกมันเป็นสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาก็ได้ เพียงแต่ความน่ากลัวและความลึกลับของพวกมัน เหมือนกับผีในจินตนาการของพวกเราในอดีต"
"พวกมันไม่กลัวลูกปืน ไม่กลัวอาวุธปืนหรือระเบิดสมัยใหม่ทุกชนิด แตกต่างจากสัตว์ประหลาดตามหลักเหตุผลทั่วไป"
"แล้วระเบิดนิวเคลียร์ล่ะครับ?"
ในตอนนี้ ไป๋หยวนที่อยู่ด้านล่างยกมือขึ้นถาม
"??"
สีหน้าของอู๋หยวนชะงักไปทันที
แกจะบ้าหรือเปล่า เพื่อจะจัดการผีตนเดียว ถึงขั้นจะทิ้งระเบิดนิวเคลียร์เลยงั้นเหรอ?
"ผีจะตายไหมผมไม่รู้ แต่เมืองทั้งเมืองพังพินาศแน่!"
"..."
ไป๋หยวนตระหนักได้ว่าคำถามของตัวเองดูหลุดโลกไปหน่อย
เขาแค่รู้สึกสงสัยขึ้นมาเฉยๆ น่ะ...
"อาจารย์ครับ ถ้าเป็นแบบนี้ ผีก็ไร้เทียมทานเลยไม่ใช่เหรอครับ?"
ในแววตาของบางคนเริ่มปรากฏร่องรอยของความสิ้นหวังขึ้นมา
ในใจของพวกเขา อาวุธปืนระเบิดคือสิ่งสำคัญที่ทำให้มนุษย์ครองโลกได้สำเร็จ แต่ตอนนี้กลับไม่มีผลอะไรเลยงั้นเหรอ?
"แน่นอนว่าไม่หรอกครับ"
อู๋หยวนส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ในเมื่อเป็นสิ่งของพิเศษ ย่อมต้องมีวิธีการพิเศษมาใช้รับมือ"
"ทางเจ้าหน้าที่ทางการของพวกเรามีคนที่เป็นมืออาชีพอยู่จำนวนไม่น้อย ที่กำลังแก้ไขเหตุการณ์สยองขวัญในพื้นที่ต่างๆ เพียงแต่กำลังคนของพวกเขามีน้อยเกินไป ส่งผลให้ยังจัดการได้ไม่หมดตลอดมา"
"ที่วันนี้ผมมา ก็เพราะอยากจะมาถามเพื่อนๆ ทุกคนหน่อยครับ"
"พวกคุณ อยากจะกลายมาเป็นเจ้าหน้าที่มืออาชีพแบบนี้ไหม?"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ห้องเรียนที่เคยเงียบสงบก็เกิดเสียงฮือฮาดังสนั่นขึ้นมาในทันที
"อาจารย์จะบอกว่า พวกเราก็สามารถรับมือกับผีได้งั้นเหรอครับ?"
"แน่นอน!"
อู๋หยวนพยักหน้าแล้วพูดว่า "ตามการจัดเตรียมของทางทางการ โรงเรียนมัธยมทั่วประเทศจะทยอยเปิดวิชาเรียนวิชาใหม่ขึ้นมา"
"พวกเราตั้งชื่อมันว่า วิชาผีศึกษา!"
"ถ้าหากเป็นคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ก็จะสามารถเข้าไปเรียนในนั้นได้ ส่วนทำยังไงถึงจะมีคุณสมบัติครบถ้วน นั่นก็ต้องดูว่าพวกคุณมีวัตถุผีสิงประจำตัวหรือเปล่า"
"วัตถุผีสิงประจำตัว?"
"ถูกต้อง!"
อู๋หยวนมองดูทุกคนแล้วพูดว่า
"ถ้าหากพวกคุณสามารถเข้าชั้นเรียนวิชาผีศึกษาได้ ย่อมจะทำความเข้าใจกับมันได้เอง รายละเอียดเฉพาะเจาะจงผมจะไม่พูดอะไรมาก ความจริงแล้วผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่เหมือนกัน"