เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 ฉันไปยุ่งกับคนป่วยจิตเวชทำไมกันนะ?

ตอนที่ 15 ฉันไปยุ่งกับคนป่วยจิตเวชทำไมกันนะ?

ตอนที่ 15 ฉันไปยุ่งกับคนป่วยจิตเวชทำไมกันนะ?


ตอนที่ 15 ฉันไปยุ่งกับคนป่วยจิตเวชทำไมกันนะ?

"ไอ้บ้าเอ๊ย!"

ชายคนนั้นสบถออกมาด้วยความโมโห พลางผลักรถมอเตอร์ไซค์ออกไปแล้วยันตัวลุกขึ้นยืน เขาถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นผมที่ย้อมเป็นสีเหลือง จากนั้นก็สายตาจ้องตรงมายังทั้งสองคนแล้วพูดว่า

"เลือดไก่ตัวผู้ของพวกคุณห้ามเอาไป!"

"เพราะอะไรกัน?!"

โจวหานได้ยินดังนั้นก็รีบพูดขึ้นมาทันที

"พวกเราจ่ายเงินไปแล้วนะ!"

"นั่นมันแค่เงินมัดจำ!"

หลิวเอ้อร์กังปัดฝุ่นดินบนตัวพลางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาเป็นคนไม่เอาถ่านที่เลื่องชื่อประจำหมู่บ้าน พอได้ยินว่ามีคนจากในเมืองมาขอซื้อเลือดไก่ตัวผู้ และกำลังขัดสนเงินทองอยู่พอดี จึงเกิดความคิดสกปรกขึ้นมา โดยเฉพาะหลังจากที่เห็นว่าทั้งสองคนมีลักษณะเหมือนนักเรียน ความคิดที่จะกรรโชกทรัพย์ในใจก็ยิ่งหนักแน่นขึ้น

"มัดจำกับผีดิ!"

โจวหานไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย พูดตอบโต้ว่า

"พ่อของฉันจ่ายเงินครบเต็มจำนวนแล้ว! ถ้าคุณยังมาขวางอีก พวกเราจะแจ้งตำรวจ"

"งั้นก็แจ้งเลยสิ"

หลิวเอ้อร์กังยักไหล่พลางพูดอย่างไม่ใส่ใจ

"ยังไงซะเลือดไก่ตัวผู้ไม่กี่ถุงนั้นพวกคุณก็เอาไปไม่ได้หรอก"

พูดจบ เขาก็หยิบกิ่งไม้เล็กๆ ข้างทางขึ้นมาด้วยสีหน้าเยาะเย้ย แล้วขว้างไปทางด้านหน้าของทั้งสองคน คล้ายกับต้องการจะทิ่มถุงที่บรรจุเลือดไก่ตัวผู้ให้แตก โจวหานถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อหลบกิ่งไม้ พร้อมกับมีสีหน้าโกรธจัด ไม่คิดเลยว่าจะเจอคนทำตัวอันธพาลขนาดนี้ เขากำลังจะอ้าปากพูด แต่กลับถูกไป๋หยวนห้ามเอาไว้ก่อน

"คุณครับ เงินส่วนที่เหลือต้องจ่ายอีกเท่าไหร่เหรอ?"

ไป๋หยวนวางเลือดไก่ตัวผู้ลงบนพื้น พร้อมกับหันไปมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม

"สองหมื่น!"

หลิวเอ้อร์กังเห็นท่าทางเป็นมิตรของอีกฝ่าย จึงเอ่ยปากเรียกราคาที่สูงเกินจริงทันที

"ตกลง ไม่มีปัญหา"

ไป๋หยวนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา พร้อมกับก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆ หลิวเอ้อร์กังเห็นแบบนั้นก็เริ่มระวังตัวขึ้นมาเล็กน้อย แต่กลับไม่มีความกลัวเลยสักนิด ถึงแม้ว่าเขาจะวันๆ ไม่ทำมาหากิน แต่ร่างกายกลับค่อนข้างแข็งแรงกำยำ ไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนตรงหน้าจะมาเปรียบเทียบได้เลย ไม่นานนัก ไป๋หยวนก็เดินมาถึงตรงหน้าของอีกฝ่าย แล้วพูดขึ้นอย่างช้าๆ ว่า

"ฉันใช้สิ่งนี้จ่ายแทนได้ใช่ไหม?"

พูดจบ เขาก็ดึงสิ่งของชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วยื่นให้อีกฝ่าย

"หือ? อะไรนะ?"

หลิวเอ้อร์กังชะงักไปเล็กน้อย มองดูผ้ายันต์คุ้มครองภัยในมือด้วยความงุนงง นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?

"สิ่งนี้สามารถคุ้มครองความปลอดภัยให้คุณได้ ถือเอาไว้ให้ดีๆ ล่ะ!"

สิ้นเสียงของไป๋หยวน กำปั้นขวาของเขาก็พุ่งตรงเข้าใส่บริเวณหน้าท้องของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว! หลิวเอ้อร์กังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แต่กลับหลบไม่ทัน ทำได้เพียงยอมรับหมัดนี้เข้าไปเต็มๆ!

"อ้วก~~"

ในพริบตา ร่างกายของเขาก็งอลงตามสัญชาตญาณ รู้สึกราวกับว่าอาหารที่กินเข้าไปเมื่อปีที่แล้วจะถูกต่อยจนหลุดออกมา...

"กล้ามากรรโชกทรัพย์ถึงหัวพี่ไป๋เลยอย่างนั้นเหรอ?!"

ไป๋หยวนยังคงเผยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร ราวกับพี่ชายข้างบ้าน แต่การลงมือของเขากลับรุนแรงและเฉียบขาดมาก สิ่งนี้ทำให้เกิดความรู้สึกที่ขัดกันอย่างรุนแรง เพียงแค่สี่ห้าหมัดเท่านั้น หลงเอ้อร์กังก็ลงไปนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น ปากก็คอยแต่จะพูดว่า 'ยอมแล้ว' 'ยอมแล้ว'... เขาไม่มีทางคิดเลยว่า นักเรียนตรงหน้าจะโหดเหี้ยมขนาดนี้... นี่มันไปกินยาอะไรมาหรือเปล่านะ...

"ไม่ต้องรีบร้อน เงินส่วนที่เหลือยังจ่ายไม่ครบเลย!"

ไป๋หยวนยังคงไม่หยุดมือ หมัดแล้วหมัดเล่าถูกประเคนเข้าใส่ซ้ำๆ... หลิวเอ้อร์กังที่ย้อมผมสีเหลืองทำได้เพียงทนรับความเจ็บปวดพลางร้องโอดครวญ... ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดจะขัดขืน แต่พละกำลังของทั้งสองคนนั้นไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย หลังจากผ่านไปไม่กี่นาที ไป๋หยวนก็ย่อตัวลง ดึงผ้ายันต์คุ้มครองภัยออกมาจากมือของอีกฝ่าย พลางทอดถอนใจว่า

"ตีคุณแล้วยังต้องมอบผ้ายันต์คุ้มครองภัยให้คุณอีก ฉันนี่ช่างเป็นคนดีจริงๆ"

"..."

มุมปากของหลิวเอ้อร์กังกระตุก นี่มันใช่คำพูดที่มนุษย์ควรจะพูดออกมาอย่างนั้นเหรอ?

"ตอนนี้เงินส่วนที่เหลือจ่ายครบหรือยัง?"

"ครบแล้ว พี่ครับ ครบถ้วนแน่นอนครับ!"

"แบบนั้นก็ดีแล้ว"

ถึงแม้ว่าหลิวเอ้อร์กังจะยอมสยบแล้ว แต่ในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังลุกขึ้นยืน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นก้อนหินที่อยู่ด้านข้างโดยไม่รู้ตัว ในใจเริ่มมีความคิดที่ดุร้ายแวบขึ้นมา

แต่ในตอนนั้นเอง กระดาษแผ่นหนึ่งก็ปลิวหลุดออกมาจากตัวของไป๋หยวน ในพริบตา ความรู้สึกนึกคิดของหลิวเอ้อร์กังก็ชะงักไป ความดุร้ายในใจสลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อเห็นว่าบนกระดาษแผ่นนั้นเขียนเอาไว้ว่า 'แผนกจิตเวช เมืองผิงอัน'...

"ขอโทษที องตกพื้นน่ะ"

ไป๋หยวนก้มตัวลงอีกครั้ง หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยท่าทางสงบนิ่ง

"เสี่ยวหาน ไปกันเถอะ"

ไป๋หยวนถือถุงเลือดไก่ตัวผู้ แล้วเดินจากไปตามทางเดินในชนบทอย่างราบเรียบ

"..."

ในตอนนี้หลิวเอ้อร์กังไม่มีความคิดที่จะแก้แค้นอีกต่อไปแล้ว หรือแม้กระทั่งอยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด ในใจได้แต่คิดว่า ฉันไปยุ่งกับคนป่วยจิตเวชทำไมกันนะ?!

...

"เสี่ยวหาน เลือดไก่ตัวผู้ทั้งหมดเป็นเงินเท่าไหร่? ฉันจะจ่ายในส่วนของฉันให้"

"ไม่ต้องหรอก พี่ไป๋"

โจวหานส่ายหน้า ในแววตามีความเลื่อมใสศรัทธาปรากฏขึ้นมา อีกฝ่ายไม่กลัวทั้งคนไม่กลัวทั้งผี นี่มันคือที่พึ่งพาที่ยอดเยี่ยมชัดๆ...

"วันข้างหน้าถ้าหากมีเรื่องอะไร รบกวนพี่ไป๋ช่วยลงมือหน่อยนะ..."

โจวหานยังคงคิดถึงเรื่องโลงศพในความฝันของตัวเองอยู่ตลอดเวลา หากสิ่งนั้นปรากฏออกมาจริงๆ คงต้องพึ่งพาไป๋หยวนแล้ว...

"ตกลงแล้วกัน..."

ไป๋หยวนไม่ได้ปฏิเสธอีก พร้อมกันนั้นก็อธิบายวิธีใช้เลือดไก่ตัวผู้ให้โจวหานฟัง เมื่อได้ยินว่าจำเป็นต้องลงมือสู้กับผีด้วยตัวเอง โจวหานก็ยกเลือดไก่ตัวผู้ส่วนใหญ่ให้ไป๋หยวนทันที งานแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ ก็จะทำได้...

ในเวลาค่ำคืน ไป๋หยวนหิ้วถุงเลือดไก่ตัวผู้ที่ปิดผนึกไว้เจ็ดแปดถุงกลับมาที่บ้านของตัวเอง เพื่อความสะดวกในการพกพา เขาจึงเจาะจงให้อีกฝ่ายช่วยเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ใหม่ ในใจคิดว่า ตอนนี้ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังต้องหาโอกาสทดสอบดูว่าเลือดไก่ตัวผู้จะมีประโยชน์จริงไหม ไป๋หยวนใส่เลือดไก่ตัวผู้สองถุงลงในกระเป๋านักเรียน จากนั้นก็นอนหลับไปอย่างราบรื่น...

...

วันต่อมา ไป๋หยวนหาวออกมา พลางบังคับให้ตัวเองลืมตาขึ้น ตอนนี้เขาคุ้นชินกับร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นแล้ว ไม่มีจำพวกความรู้สึกแปลกใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานเหมือนช่วงแรกๆ แน่นอนว่าย่อมกลับคืนสู่สภาพที่เกียจคร้านตามเดิม ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับคนทำงานและคนไปโรงเรียน วันจันทร์ถือเป็นวันแห่งฝันร้ายอย่างเด็ดขาด...

"ฉันชอบการตื่นเช้ามากจริงๆ มีความรู้สึกสบายราวกับวิญญาณจะออกจากร่างเลย..."

เขาทำความสะอาดร่างกายอย่างลวกๆ แล้วเดินออกจากบ้านไปด้วยท่าทางง่วงเหงาหาวนอน เมื่อไป๋หยวนมาถึงห้องเรียน พวกของเกาอี้ก็รีบเข้ามาล้อมรอบทันที

"พี่ไป๋ คุณได้ดูข่าวในอินเทอร์เน็ตหรือยัง?"

"ช่วงวันหยุดยุ่งอยู่น่ะ"

ไป๋หยวนส่ายหน้าพลางพูดว่า

"มีอะไรอีกเหรอ? รองเท้าปักลายมาอีกแล้วใช่ไหม?"

"ไม่ใช่สิ่งนั้นหรอก"

เกาอี้และคนอื่นๆ รีบพูดถึงเหตุการณ์ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตในช่วงสองสามวันนี้ทันที โดยบอกว่า ครอบครัวหนึ่งในเมืองหยางซื่อถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ในที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยลายนิ้วมือใดๆ เลย มีเพียงรอยฝ่ามือเลือดเป็นทางยาวเท่านั้น... ชุมชนจัดสรรแห่งหนึ่งในเมืองอวิ๋นตง มีสามครอบครัวฆ่าตัวตายติดต่อกัน ทั้งหมดล้วนผูกคอตาย และโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเมืองเป่ยหมิง นักเรียนในห้องเรียนหนึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับทั้งหมด จนถึงตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอ ข่าวสารมากมายแพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ต ถึงแม้ว่าข่าวสารเหล่านี้จะถูกลบไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่สามารถขัดขวางการแพร่กระจายของความตื่นตระหนกได้

"พี่ไป๋ คุณมีความคิดเห็นยังไงบ้าง?"

"ก็นั่งดูไง"

ไป๋หยวนยักไหล่พลางพูดว่า

"เรื่องในอินเทอร์เน็ต ดูๆ ไปก็พอแล้ว อีกอย่างมันไม่ได้เกิดขึ้นรอบตัวพวกเราสักหน่อย"

ในใจของเขาเกิดความมั่นใจมากขึ้นว่าโลกกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ก็ไม่ได้แสดงความกังวลอะไรออกมา ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่ข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

"สภาพจิตใจของคุณดีจริงๆ..."

พวกของเกาอี้เห็นไป๋หยวนไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง จึงหันไปพูดคุยถกเถียงกับคนอื่นๆ แทน

ไป๋หยวนมองดูหนังสือเรียน แต่ในใจกลับกำลังครุ่นคิดว่า การปะทุของเรื่องลี้ลับเริ่มรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ แล้ว... เหตุการณ์ลี้ลับบนอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นบ่อยครั้ง สิ่งนี้หมายความว่าเรื่องลี้ลับเริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ แม้กระทั่งทางส่วนกลางก็เริ่มที่จะปิดข่าวไม่อยู่แล้ว ไป๋หยวนมีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า ไม่ช้าก็เร็ว เหตุการณ์ลี้ลับจะกลายเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้... ในใจของเขาคิดขึ้นมาเงียบๆ ว่า ทางส่วนกลางจะมีมาตรการอะไรไหม? หรือว่าจะมีความคิดที่ว่าจะมีผู้มีวิชาอาคมเร้นกายออกมาราบผี? หรือว่านี่จะใกล้ถึงวันสิ้นโลกของมนุษยชาติแล้ว?

จบบทที่ ตอนที่ 15 ฉันไปยุ่งกับคนป่วยจิตเวชทำไมกันนะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว