เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 รองเท้าปัก

ตอนที่ 12 รองเท้าปัก

ตอนที่ 12 รองเท้าปัก


ตอนที่ 12 รองเท้าปัก

นี่เป็นโพสต์ที่เพิ่งจะถูกเผยแพร่ออกมา แต่ภายในเวลาแค่ชั่วโมงเดียว ยอดกดไลก์กลับพุ่งสูงเกินหมื่นไปแล้ว และยังติดเทรนด์ฮิตของเว็บบอร์ดอีกด้วย

พอได้ยินชื่อหัวข้อ ทุกคนในห้องพักก็เริ่มเกิดความสนใจขึ้นมาทันที

และไป๋หยวนที่กำลังเตรียมจะพักผ่อน ก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน เขาลุกออกจากเตียงของตัวเองแล้วเดินมาข้างๆ เกาอี้

เขาแตกต่างจากคนอื่นๆ ที่เข้ามาดูเพื่อความสนุกสนาน เพราะเขารู้ดีแก่ใจเลยว่า

เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องโกหกเสมอไป...

ในเวลาไม่นาน คนทั้งแปดคนในห้องพักก็เบียดเสียดกันอยู่บนเตียงของเกาอี้ และพากันมุ่งดูหน้าจอ

"เพื่อนๆ ในบอร์ด ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่าฉันไม่ได้ตั้งชื่อกระทู้เพื่อเรียกร้องความสนใจ สิ่งที่ฉันกำลังจะพูดถึง เป็นเรื่องที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ด้วยตัวเอง และจนถึงตอนนี้ มันก็ยังคงตามพัวพันฉันอยู่..."

"เจ้าของกระทู้เล่าต่อหน่อย เริ่มได้อารมณ์แล้ว!"

"รีบพูดเข้า รีบพูดเข้า ฉันชอบฟังเรื่องผีที่สุดเลย..."

"เจ้าของกระทู้ ตัวฉันคืออาจารย์ปราบผีแห่งห้องส้วมรุ่นที่แปดสิบเก้า ถ้าหากมีความต้องการ สามารถติดต่อฉันได้ตลอดเวลานะ"

"โดนผีสาวตามพัวพันหรือเปล่า อิจฉาจริงๆ เลย"

เพื่อนๆ ในบอร์ดต่างพากันแสดงความคิดเห็นอยู่ด้านล่าง ซึ่งดูปราดเดียวก็รู้เลยว่าเป็นพวกที่เข้ามาป่วนเพื่อความสนุกสนานกันทั้งนั้น...

ส่วนเจ้าของกระทู้ไม่ได้เข้ามาตอบคำถามเหล่านั้น แต่เริ่มทยอยเล่าประสบการณ์ของตัวเองออกมาอย่างช้าๆ

"สิ่งที่ตามพัวพันฉันอยู่ ไม่ใช่ผีอย่างที่พวกคุณคิดหรอก แต่เป็น... รองเท้าปักคู่หนึ่ง"

และที่ด้านล่างของข้อความที่เขาตอบกลับมานั้น ยังมีการแนบรูปถ่ายมาด้วยรูปหนึ่ง

ภาพถ่ายนั้นค่อนข้างมัวและไม่ชัดเจน ไม่ใช่เพราะว่าความละเอียดของกล้องไม่ดี แต่ดูเหมือนว่าเป็นเพราะมือของคนถ่ายค่อนข้างสั่น

แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็ยังคงสามารถดูเนื้อหาในรูปภาพได้อย่างง่ายดาย

เห็นเพียงแค่บนถนนยามเที่ยงคืนที่ไร้ผู้คน มีรองเท้าปักคู่หนึ่งวางอยู่ใต้เสาไฟริมทางอย่างเงียบๆ...

แม้ว่าจะไม่มีสิ่งลี้ลับหรือปีศาจโผล่ออกมาให้เห็น แต่กลับมีกลิ่นอายแห่งความสยดสยองและไม่เป็นมงคล แผ่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่อง...

"เฮ้ย เจ้าของกระทู้ คุณเอาจริงดิ?"

"ไอ้สิ่งนี้ทำไมยิ่งดูยิ่งน่าขนลุกขึ้นเรื่อยๆ?"

"บ้าเอ๊ย อาจารย์ปราบผีแห่งห้องส้วมขอตัวเผ่นก่อนนะ เจ้าของกระทู้ถ้ามีเรื่องอะไรก็ไม่ต้องติดต่อมาแล้วล่ะ..."

ทุกคนต่างพากันตอบกลับมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าแค่รูปถ่ายใบเดียวก็ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกกลัวขึ้นมาแล้ว

ในตอนนี้ เจ้าของกระทู้ยังคงบรรยายเนื้อหาต่อไปอย่างไม่รีบร้อน

"นี่คือสถานที่แรกที่ฉันได้พบกับรองเท้าปักคู่นี้ ความจริงแล้วมันก็คือเมื่อวานซืนนี้เอง"

"เมื่อวานซืนเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันกับแฟนสาวไปเดตกันจนถึงสี่ทุ่ม เพราะเป็นห่วงว่าเธอจะเจออันตราย ฉันเลยไปส่งเธอที่บ้านก่อน"

"เพราะฉันเพิ่งจะเรียนจบ เงินเดือนยังไม่สูงมาก เพื่อที่จะประหยัดค่ารถนิดหน่อย ฉันเลยเลือกที่จะนั่งรถเมล์กลับบ้าน"

"เวลาประมาณห้าทุ่มครึ่ง ฉันลงจากรถแล้วเดินมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้าน ระยะทางก็น่าจะประมาณสิบนาทีได้"

"ตามปกติแล้วเส้นทางช่วงนี้ก็ควรจะเป็นเหมือนเดิมทุกครั้ง คือไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่หลังจากที่ฉันเพิ่งจะเดินผ่านหัวมุมถนนมาได้ไม่นาน สายตาก็เหลือบไปเห็นรองเท้าปักคู่นี้ใต้แสงไฟริมทางทันที"

"เพราะตอนนั้นบนถนนไม่มีคนเลย ฉันก็เลยรู้สึกกลัวขึ้นมานิดหน่อย เพราะการเห็นสิ่งนี้บนถนนตอนดึกๆ ไม่ว่าใครก็คงจะรู้สึกสยองเหมือนกัน ตอนนั้นฉันแทบจะวิ่งกลับเข้าหมู่บ้านเลย พอเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในใจก็โล่งอกขึ้นมา ดูเหมือนว่าฉันจะคิดมากไปเอง"

"แต่ในตอนที่ฉันกำลังจะก้าวขาเข้าลิฟต์ ร่างกายกลับสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง จนเกือบจะปัสสาวะราดออกมา"

"รองเท้าปักสีแดงคู่นั้น กลับมาวางอยู่ในลิฟต์อย่างแปลกประหลาด แถมหัวรองเท้ายังหันหน้าออกข้างนอก เหมือนกำลังจ้องหน้ากับฉันอยู่เลย"

"ฉันรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างกาย จนหนังศีรษะชาไปหมด ฉันตัดสินใจทิ้งลิฟต์ทันที แล้ววิ่งไปทางบันไดแทน ถึงได้กลับมาถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย"

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ โจวหานและคนอื่นๆ ก็หันมามองหน้ากัน ภายในใจเริ่มเกิดความรู้สึกสยดสยองขึ้นมาบ้างแล้ว

"พี่ๆ ครับ ยังจะดูต่ออีกไหม?"

โจวหานมองไปที่ทุกคน ตอนนี้เขาเริ่มอยากจะมุดกลับเข้าไปในผ้าห่มแล้ว...

"จะกลัวอะไรกัน?"

เกาอี้เป็นคนที่ค่อนข้างใจกล้า และตัวเขาเองก็เป็นเด็กเรียนดี เรียกได้ว่าเป็นผู้มีความเชื่อมั่นในหลักการทางวิทยาศาสตร์อย่างแรงกล้า

ภายใต้คำพูดของเขา ทุกคนจึงรวบรวมความกล้าเพื่อที่จะดูเนื้อหาด้านล่างต่อไป

"คืนนั้นฉันฝันร้าย ในฝันเต็มไปด้วยภาพของรองเท้าปักคู่นั้น"

"โชคดีที่คืนนั้นไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ฉันเลยคิดว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น"

"คิดว่าเรื่องนี้จะจบลงไปแล้ว แต่ในคืนวันนี้ ตอนที่ฉันเพิ่งจะเปิดประตูห้องเข้ามา ก็กลับเห็นรองเท้าปักคู่นั้นวางอยู่บนพรมเช็ดเท้าตรงประตูบ้านอีกแล้ว!"

"ตอนนั้นฉันปอดแหกไปเลย รีบโทรศัพท์แจ้งสถานีตำรวจทันที!"

"อาจจะเป็นเพราะมีคนสามารถเข้ามาในบ้านของฉันได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเลยคิดว่าเป็นขโมยเข้าบ้าน จึงเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว"

"แต่หลังจากที่พวกเขาตรวจสอบแล้ว กลับไม่พบร่องรอยที่น่าสงสัยอะไรเลย ทำได้แค่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของคนร้ายที่มีความชำนาญมาก สุดท้ายภายใต้คำร้องขอของฉัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเลยช่วยนำรองเท้าปักคู่นั้นกลับไปด้วย"

"ความจริงแล้วฉันค่อนข้างจะขวัญเสียไปแล้ว ต่อให้รองเท้าปักจะหายไปแล้ว ฉันก็ไม่กล้ากลับไปนอนในห้องเช่านั้นอีก"

"เพื่อความปลอดภัย ตอนนี้ฉันเลยมาหาโรงแรมแถวๆ นี้พักก่อน ยอมทนไปก่อนสักคืนค่อยว่ากัน"

ด้านล่างมีการแนบรูปถ่ายของโรงแรมมาให้อีกรูปหนึ่ง

โพสต์มาหยุดอยู่ตรงนี้ โดยไม่มีข้อมูลจากเจ้าของกระทู้อีกเลย ซึ่งเวลาก็ผ่านไปเกือบห้าชั่วโมงแล้วจากตอนนั้น

และที่ด้านล่างของโพสต์ ก็เต็มไปด้วยข้อความแสดงความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ในบอร์ด

"หมดแค่นี้เองเหรอ? ฉันยังดูไม่จุใจเลยนะ"

"ถ้าหากเป็นเรื่องจริง ฉันขอแนะนำให้เจ้าของกระทู้ช่วงนี้อย่าเพิ่งกลับบ้านเลย นี่มันไม่ใช่พล็อตเรื่องในภาพยนตร์สยองขวัญชัดๆ เหรอ?"

"เฮ้ย เจ้าของกระทู้ คุณเป็นคนเมืองจินหรือเปล่า? โรงแรมนี้ฉันเหมือนเคยมาพักเลย"

เกาอี้ลองกดรีเฟรชหน้าจอโพสต์ดูอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลใหม่จากเจ้าของกระทู้โผล่มา ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะจบลงเพียงเท่านี้

"นึกว่าเป็นเรื่องลี้ลับอะไรจริงๆ ซะอีก ดูท่าแล้วก็น่าจะเป็นแค่คนที่มาตั้งกระทู้เพื่อเอาความนิยมเท่านั้นแหละ"

เกาอี้ส่ายหัวพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือส่งคืนให้อวี๋หย่งที่อยู่ข้างๆ

"พี่ไป๋ พี่มีความเห็นยังไงบ้าง?"

ในตอนนี้ โจวหานหันมามองที่ไป๋หยวน เพราะอย่างไรนี่ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียวในห้องพักแล้ว

"ถ้าหากสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง..."

แววตาของไป๋หยวนสงบนิ่งมาก เขาพูดว่า "งั้นเขาก็เจอผีเข้าจริงๆ แล้วล่ะ!"

ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติแบบนี้ ไม่น่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์ได้เลย

นอกจากว่าจะมีคนมาแกล้งล้อเล่นจริงๆ และคนๆ นั้นต้องมีความเชี่ยวชาญในการสะเดาะกลอนประตูมาก ไม่อย่างนั้นไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้แน่นอน

"พี่ไป๋ พี่ก็เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?"

เกาอี้ชะงักไปเล็กน้อย และพูดว่า "พวกภูตผีปีศาจอะไรกัน ทั้งหมดมันก็แค่เรื่องหลอกเด็กเท่านั้นแหละ"

ไป๋หยวนยักไหล่ โดยไม่ได้โต้เถียงอะไรกลับไป

เพราะอย่างไรถ้าหากไม่ได้ประสบพบเจอมาด้วยตัวเอง เขาก็คงจะไม่เชื่อเหมือนกันนั่นแหละ

"อัปเดตแล้ว! เขามาอัปเดตโพสต์แล้ว! เร็วเข้า เร็วเข้า เร็วเข้า!"

ในตอนนั้นเอง อวี๋หย่งที่ถือโทรศัพท์มือถืออยู่ก็พูดด้วยความตื่นเต้น และรีบยื่นโทรศัพท์ส่งมาให้ทุกคนดู

เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ เห็นเพียงแค่ด้านล่างของโพสต์นั้น เจ้าของกระทู้ได้เข้ามาโพสต์ข้อความอีกครั้ง

"มันยังอยู่ มันยังตามพัวพันฉันอยู่!!! ฉันกำลังจะบ้าตายอยู่แล้ว!!"

"เมื่อกี้ฉับพึ่งจะลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ แต่พอเพิ่งจะสวมรองเท้าเข้าไป ก็รู้สึกได้ทันทีว่ามันไม่พอดีเท้า ฉันเลยรีบเปิดไฟข้างๆ ดู แล้วก็เห็นรองเท้าปักคู่นั้น กำลังถูกฉันสวมอยู่ที่เท้าตัวเอง!!"

"ฉันโทรศัพท์แจ้งสถานีตำรวจไปแล้ว พวกเขาจะมาถึงในไม่ช้า จะมาถึงในไม่ช้า"

พอมาถึงข้อความนี้ ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวจากเจ้าของกระทู้อีกเลย

ในตอนนี้ พวกของโจวหานต่างหันมามองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว รู้สึกเหมือนว่าอุณหภูมิในห้องพักจะลดฮวบลงไปทันที

"บ้าเอ๊ย คงไม่ใช่เรื่องจริงหรอกนะ..."

มีคนลอบกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกว่าเหตุการณ์นี้ดูไม่เหมือนเรื่องที่แต่งขึ้นมาเลย

"ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นเรื่องโกหกแล้ว"

เกาอี้ส่ายหัวแล้วพูดว่า "ตอนนี้มันยุคสมัยไหนกันแล้ว? ฉันบอกพวกนายหน่อยเถอะ คนที่ได้รับการศึกษามาอย่างพวกนาย ทำไมยังไปเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่อีก?"

"พี่เกา พี่ไม่กลัวจริงๆ เหรอ?"

"ฉันจะกลัวอะไรล่ะ?"

เกาอี้เบ้ปากแล้วพูดว่า "อีกอย่างนะ ถ้าไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสีย ก็ไม่ต้องกลัวผีมาเคาะประตูบ้านหรอก!"

"จริงด้วย พี่ไป๋ วันนี้อากาศค่อนข้างเย็นนะ ฉันเห็นผ้าห่มของพี่ค่อนข้างบาง คืนนี้มานอนเบียดกับฉันหน่อยไหมล่ะ"

พูดจบ เขาก็ตรงเข้ามาเบียดและกอดแขนของไป๋หยวนทันที…

………

จบบทที่ ตอนที่ 12 รองเท้าปัก

คัดลอกลิงก์แล้ว