เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45

ตอนที่ 45

ตอนที่ 45


บทที่ 45 ผู้อาวุโสท่านนี้คือศิษย์พี่ของข้า นามว่าลู่หมิง

เหล่าโม่และปี้โหยว นำกองกำลังปีศาจงูระดับสามฝีมือดีนับสิบตัว ลักลอบเข้ามาทางภูเขาด้านหลังของยอดเขาหมอกอรุณอย่างเงียบกริบ

ถึงแม้จะส่งคนมาสอดแนมจนแน่ใจแล้วว่าบนยอดเขานี้ไม่มีค่ายกลป้องกันใดๆ เลยก็ตาม

แต่เหล่าโม่ก็อดรู้สึกหวั่นใจไม่ได้อยู่ดี

ก็นะ ที่นี่มันยอดเขาหมอกอรุณของท่านนางเซียนเสวียนอี๋เชียวนะ!

จำได้ว่าสมัยที่นางเซียนเสวียนอี๋ยังไม่ได้ขึ้นเป็นเจ้าแห่งยอดเขา ตอนที่นางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่เทือกเขาหมื่นอสูร มีปีศาจเสือตาบอดหลายตัวคิดจะลวนลามนาง

ผลก็คือ นางไม่เพียงแต่สังหารปีศาจเสือพวกนั้นทิ้ง แต่นางยังถลกหนังพวกมันทั้งเป็นต่อหน้าต่อตาลูกๆ ของพวกมันอีกด้วย!

ลูกเสือพวกนั้นช็อกจนสลบไปหลายตัว ส่วนพวกที่เหลือก็แผดเสียงร้องไห้จ้า

แต่นางเซียนเสวียนอี๋ก็ยังคงถลกหนังต่อไปพลาง ปลอบโยนพวกลูกเสือด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางว่า "ใจเย็นๆ นะจ๊ะ พี่สาวขอถลกหนังพ่อแม่พวกเจ้าก่อน เดี๋ยวเสร็จแล้วก็จะถึงคิวพวกเจ้านะจ๊ะ"

คำพูดประโยคเดียว ทำเอาลูกเสือพวกนั้นช็อกตายไปตรงนั้นเลย!

เหตุการณ์ในครั้งนั้น สร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับเผ่าปีศาจเสือที่เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกรในเทือกเขาหมื่นอสูร จนถึงตอนนี้พวกมันก็ยังไม่ฟื้นตัวเลยด้วยซ้ำ

ตอนนั้นเหล่าโม่ยังเป็นแค่งูดำตัวเล็กๆ เท่าปลาไหล มันแอบซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หลังต้นไม้

ตั้งแต่นั้นมา นางเซียนเสวียนอี๋ก็กลายเป็นฝันร้ายที่ฝังใจมันมาโดยตลอด

พอได้ขึ้นเป็นผู้อาวุโสใหญ่ของเผ่าพันธุ์งู มันก็คอยกำชับลูกบ้านทุกคนอยู่เสมอว่า ห้ามย่างกรายเข้าไปในอาณาเขตของยอดเขาหมอกอรุณเด็ดขาด

ถึงแม้ตอนนี้นางเซียนเสวียนอี๋จะไม่อยู่ที่ยอดเขา แต่ความระแวดระวังของเหล่าโม่ก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย

ทว่า ยิ่งลักลอบเข้ามาลึกเท่าไหร่ ความหวาดหวั่นในใจของเหล่าโม่ก็ยิ่งเลือนหายไป

นั่นก็เพราะว่า ตอนนี้ฝูงงูได้บุกเข้ามาถึงป่าไผ่หลังยอดเขาหมอกอรุณแล้ว ขอแค่ทะลวงป่าไผ่ออกไปได้ ก็จะเข้าสู่เขตยอดเขาหมอกอรุณทันที แต่พวกมันกลับไม่สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณของค่ายกลใดๆ เลย แม้กระทั่งกลไกป้องกันตัวพื้นฐานก็ยังไม่มีให้เห็น

"ดูเหมือนว่าที่ยอดเขาหมอกอรุณจะไม่มีการป้องกันอะไรเลยจริงๆ" ปี้โหยวส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณ

"อย่าประมาทไปเชียว! นางเซียนเสวียนอี๋มีวิธีรับมือที่คาดไม่ถึงเสมอ นางอาจจะวางกับดักอะไรบางอย่างที่เรามองไม่ออกเอาไว้ก็ได้"

เหล่าโม่เอ่ยเตือน ก่อนจะแผ่สัมผัสวิญญาณออกไปสำรวจรอบๆ ยอดเขาหมอกอรุณอีกครั้ง แล้วก็ต้องชะงักไป

เพราะสิ่งที่มันสัมผัสได้คือ ฮวาฉี่หลัวกำลังอยู่ในอารมณ์เบิกบานใจเป็นอย่างมาก

มันถึงกับงุนงงไปเลย: "ทำไม... ทำไมคลื่นพลังของนายหญิงถึงได้ราบเรียบขนาดนี้ แถมดูเหมือนว่านางกำลังมีความสุขมากอีกต่างหาก?"

"มีความสุขงั้นรึ?"

ปี้โหยวได้ยินก็แปลกใจเหมือนกัน พอมองดูสีหน้าตกตะลึงของเหล่าโม่ มันก็ลองแผ่สัมผัสวิญญาณออกไปสำรวจบ้าง

แล้วมันก็ต้องอึ้งไปอีกตัว

เพราะนอกจากมันจะสัมผัสได้ถึงความสุขของฮวาฉี่หลัวแล้ว มันยังเห็นว่าฮวาฉี่หลัวกำลังนั่งปั้นงูดินเล่นอยู่ในแปลงผัก???

เดี๋ยวนะ?

นายหญิงกำลังนั่งปั้นดินเล่นเนี่ยนะ?

ไม่ยอมกลับไปร่วมพิธีบวงสรวงบรรพบุรุษก็ว่าแย่แล้ว

นี่ถึงขั้นเอาเวลามานั่งปั้นดินเล่นอย่างสบายใจเฉิบเนี่ยนะ?

มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ!

คิดได้ดังนั้น ปี้โหยวก็หันไปถามเหล่าโม่ทันที: "ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ท่านรู้ไหมว่าตอนนี้นายหญิงกำลังทำอะไรอยู่?"

เหล่าโม่พยักหน้า เพราะตอนที่มันแผ่สัมผัสวิญญาณออกไป มันก็เห็นภาพนั้นเหมือนกัน

พิธีบวงสรวงบรรพบุรุษเป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ นายหญิงไม่ยอมกลับไปร่วมพิธีก็ว่าไปอย่าง แต่ทำไมถึงมาใช้ชีวิตเป็นชาวไร่ชาวนาอยู่ในแปลงผักบนยอดเขาหมอกอรุณได้ล่ะ?

เมื่อลองคิดทบทวนดูดีๆ จู่ๆ ดวงตาของเหล่าโม่ก็เบิกกว้าง ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาทันที!

นายหญิงเป็นถึงปีศาจขอบเขตแก่นทองคำ นางจะยอมลดตัวไปนั่งปั้นดินเล่นในแปลงผักของพวกมนุษย์ แทนที่จะกลับไปเป็นใหญ่ที่เผ่าได้ยังไง?

เหตุผลเดียวที่เป็นไปได้ก็คือ... นายหญิงจะต้องถูกยอดฝีมือที่ไหนสักคนจับมาขังไว้ในแปลงผักนั่นแน่ๆ!

เมื่อคิดถึงจุดนี้ ภาพของฮวาฉี่หลัวที่ถูกขุมขัง ถูกหยามเกียรติ และต้องฝืนยิ้มรับความเจ็บปวด ก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของเหล่าโม่ทันที

เกินไปแล้ว! แบบนี้มันเกินไปแล้ว!

บังอาจมาจับกุมนายหญิงของเผ่าเรา แถมยังบีบให้นางต้องฝืนยิ้มทนรับความทรมานอีก!!!

เหล่าโม่กัดฟันกรอด หันไปมองปี้โหยวด้วยสายตาเคียดแค้น: "นายหญิงต้องถูกจับตัวไว้แน่ๆ!"

"อะไรนะ?"

คำพูดของเหล่าโม่ทำเอาฝูงงูแตกตื่นทันที

"นายหญิงเป็นถึงปีศาจขอบเขตแก่นทองคำเชียวนะ จะถูกจับตัวได้ยังไง?"

"หรือว่า... หรือว่าท่านนางเซียนเสวียนอี๋กลับมาแล้ว?"

"ไม่น่าจะใช่นะ ถ้านางเซียนเสวียนอี๋กลับมา สำนักฟ้าลิขิตก็ต้องมีการเคลื่อนไหวสิ?"

"หุบปากซะ!"

เหล่าโม่ตวาดลั่น ก่อนจะหันไปมองยอดเขาหมอกอรุณด้วยแววตาดุดัน: "นายหญิงถูกผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์จับตัวไป พวกเราเผ่าพันธุ์งูจะยอมรับความอัปยศนี้ไม่ได้เด็ดขาด! รีบเคลื่อนพลเร็วเข้า ที่นายหญิงต้องฝืนทำหน้าตาระรื่น ก็เพื่อตบตาพวกมนุษย์ที่จับตัวนางไว้นั่นแหละ"

"พวกเราต้องไปช่วยนางออกมาให้ได้!"

"ขอรับ!"

ฝูงงูขานรับอย่างพร้อมเพรียง แววตาของพวกมันลุกโชนไปด้วยความโกรธแค้น

ในฐานะที่เป็นถึงนายหญิงของเผ่าพันธุ์ จะปล่อยให้นางถูกหยามเกียรติแบบนี้ได้ยังไง?

นายหญิงอุตส่าห์ออกตามหาเบาะแสของชิงเอ๋อร์ แต่กลับต้องมาถูกขุมขังอยู่ที่ยอดเขาหมอกอรุณ ช่างน่าเจ็บใจนัก!

ไอ้พวกผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ชั่วช้า บังอาจมาจับนายหญิงของพวกเราไปขังไว้!

ต้องไปช่วยนางออกมาให้ได้!

ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ก็จะไม่ยอมให้นายหญิงต้องถูกหยามเกียรติเด็ดขาด!

แต่เมื่อครู่นี้ ตอนที่แผ่สัมผัสวิญญาณออกไปสำรวจ เหล่าโม่ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งอยู่ใกล้ๆ ฮวาฉี่หลัวด้วย

มันก็แอบสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมถึงมีแค่กลิ่นอายของฮวาฉี่หลัวกับมนุษย์ธรรมดาคนนั้นล่ะ?

แล้วถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมฮวาฉี่หลัวถึงไม่หนีไปซะล่ะ?

แต่แค่แวบเดียว มันก็คิดหาคำตอบได้

คนที่สามารถจับกุมนายหญิงได้ จะต้องเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งจนยากจะหยั่งถึงอย่างแน่นอน!

ต่อให้ตอนนี้คนที่อยู่ข้างๆ นายหญิงจะเป็นแค่คนธรรมดา นางก็คงไม่กล้าหนีหรอก!

เพราะถ้านางหนีไป คนๆ นั้นก็อาจจะตามไปล้างแค้นเผ่าพันธุ์งูที่เทือกเขาหมื่นอสูรก็เป็นได้!

พอคิดได้แบบนี้ เหล่าโม่ก็ถึงกับน้ำตาซึม

นายหญิงยอมทนกล้ำกลืนความเจ็บปวด เพื่อไม่ให้พวกเราเผ่าพันธุ์งูต้องเดือดร้อน...

แต่เผ่าพันธุ์งูของพวกเราจะทนดูนายหญิงถูกย่ำยีโดยไม่ทำอะไรเลยได้ยังไง!

พวกเราต้องพานายหญิงกลับมาให้ได้!

ถ้าหากคนที่จับตัวนายหญิงตามไปถึงเทือกเขาหมื่นอสูรล่ะก็ พวกเราก็จะอาศัยความคุ้นเคยกับพื้นที่ในเทือกเขาหลอกล่อให้เขาสับสนไปเลย!

ยังไงซะก็ปล่อยให้นายหญิงถูกรังแกไม่ได้เด็ดขาด!

คิดได้ดังนั้น ฝูงงูก็เร่งความเร็วพุ่งตรงไปยังยอดเขาหมอกอรุณทันที

...

ผ่านไปครู่ใหญ่

ฝูงงูก็มาถึงชายป่าไผ่ด้านหลังยอดเขาหมอกอรุณ

เหล่าโม่หยุดนิ่ง สัมผัสพลังจากยอดเขาหมอกอรุณอีกครั้ง

แล้วก็เอ่ยขึ้นว่า:

"กลิ่นอายของนายหญิงอยู่ข้างหน้านี่เอง!"

ปี้โหยวได้ยินดังนั้นก็ออกคำสั่งทันที: "ทุกคนฟังคำสั่ง! ทันทีที่พ้นป่าไผ่ไป ให้รีบพุ่งเข้าไปคุ้มกันนายหญิง แล้วล่าถอยออกมาทันที! ห้ามปะทะยืดเยื้อเด็ดขาด ไม่งั้นอาจจะไปกระตุ้นยอดฝีมือของสำนักฟ้าลิขิตได้!"

"รับทราบ!"

ฝูงปีศาจงูพยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียง พร้อมกับรวบรวมพลังวิญญาณเตรียมพร้อมที่จะพุ่งทะยานเข้าไปช่วยแล้วหนีออกมาในพริบตา

เหล่าโม่มองลานบ้านที่ซ่อนตัวอยู่หลังป่าไผ่ สูดหายใจเข้าลึกๆ: "ลุย!"

สิ้นเสียงสั่งการ

ชั่วพริบตาเดียว ร่างของปีศาจงูหลากสีนับสิบตัว ก็พุ่งทะยานออกจากป่าไผ่ราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง!

ทว่า——

วินาทีที่พวกมันพุ่งพ้นป่าไผ่ ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำเอา...

รูม่านตาของฝูงงูถึงกับหดเกร็ง

ภาพที่พวกมันเห็นก็คือ บริเวณกลางลานบ้าน ใต้ต้นไม้เก่าแก่

ฮวาฉี่หลัว นายหญิงผู้สูงส่ง เย่อหยิ่ง และทรงพลังของพวกมัน ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างมีความสุข ขณะกำลังทุบขาให้ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเก้าอี้โยก?!

แถมยังทุบไปพลาง ส่งสายตาหวานเยิ้มให้เขาไปพลาง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า: "ศิษย์พี่... ท่าน... ท่านดีกับข้าเกินไปแล้วนะเจ้าคะ..."

นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย?!

ภาพตรงหน้าทำเอาฝูงงูที่เมื่อกี้ยังฮึกเหิมเตรียมพร้อมสู้ตาย ถึงกับยืนแข็งทื่อเป็นหินไปเลย

เดี๋ยวนะ???

นายหญิงกำลังทุบขาให้มนุษย์ธรรมดาเนี่ยนะ?

มันเกิดอะไรขึ้น?

แต่แค่เสี้ยววินาทีต่อมา ฝูงงูก็คิดหาเหตุผลมารองรับภาพตรงหน้าได้

นี่ต้องเป็นคำสั่งของยอดฝีมือที่จับตัวนายหญิงมาแน่ๆ!

นายหญิงกลัวว่าถ้าขัดคำสั่ง ยอดฝีมือคนนั้นจะไปลงกับเผ่าพันธุ์งู นางก็เลยต้องยอมก้มหัวรับใช้มนุษย์ธรรมดาๆ คนนี้!

พอคิดได้แบบนี้ ดวงตาของฝูงงูก็แดงก่ำด้วยความโกรธแค้น

น่าแค้นใจนัก!

ไอ้ผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ชั่วช้านั่น บังอาจรังแกนายหญิงของพวกเราถึงขนาดนี้เชียวรึ?!

ขังนางไว้ไม่พอ ยังเอามาใช้เป็นคนรับใช้อีก?

ทางด้านเหล่าโม่ก็รีบแผ่สัมผัสวิญญาณออกไปสำรวจยอดเขาหมอกอรุณอย่างระแวดระวังทันที

แต่แล้วมันก็พบว่า คนที่กำลังนอนให้ฮวาฉี่หลัวทุบขาให้อย่างสบายอารมณ์ ก็คือมนุษย์ธรรมดาที่มันสัมผัสได้เมื่อกี้นี้!

นายหญิงถึงกับยอมทุบขาให้มนุษย์ธรรมดางั้นรึ?

แล้วคนที่จับตัวนางมาจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันเนี่ย?

ขนาดตัวไม่อยู่ที่ยอดเขา นายหญิงยังต้องยอมก้มหัวรับใช้คนธรรมดาคนนี้เลยเนี่ยนะ???

"เอ๊ะ?!"

ในจังหวะนั้นเอง ฮวาฉี่หลัวก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวจากป่าไผ่ด้านนอกลานบ้าน

พอหันไปมอง นางก็ต้องชะงัก: "ผู้... ผู้อาวุโส?"

"นาย... นายหญิง?"

ฝูงงูรีบขานรับ

ส่วนลู่หมิงที่นอนอยู่บนเก้าอี้โยก ก็แค่ปรายตามองฝูงงูที่อยู่ชายป่าไผ่แวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตากลับมามองฮวาฉี่หลัวเหมือนเดิม

จริงๆ เขารู้ตัวตั้งแต่ตอนที่ฝูงงูพวกนี้ก้าวเข้ามาในอาณาเขตแล้ว เพราะเสียงระบบแจ้งเตือนดังขึ้นมาทันที แต่ที่แปลกก็คือ...

ครั้งนี้ระบบบอกว่า งูพวกนี้ไม่ได้แฝงจิตสังหารมาด้วย

ลู่หมิงก็เลยอยากรู้เหมือนกันว่าพวกมันมาทำไม

แต่พอดูจากท่าทางของฮวาฉี่หลัวแล้ว งูพวกนี้คงจะเป็นพวกพ้องของนางล่ะมั้ง?

ในขณะเดียวกัน ฮวาฉี่หลัวก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจเมื่อเห็นฝูงงูพวกนั้น

ถึงแม้นางจะกลายเป็นศิษย์น้องของลู่หมิงแล้ว แต่นางก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด นอกจากรู้ว่าเขามีพลังระดับไร้เทียมทานเท่านั้น

แถมยังไม่รู้อีกด้วยว่า ลู่หมิงจะรู้สึกยังไงที่มีฝูงงูโผล่มาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านแบบนี้

เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวเล็ก แล้วประสานมือขอโทษลู่หมิงด้วยสีหน้าหวาดหวั่น:

"ศิษย์พี่โปรดอภัยด้วย งูพวกนี้เป็นลูกบ้านของข้าเองเจ้าค่ะ ข้าจากมาครึ่งเดือน พวกมันคงเป็นห่วงเลยออกตามหา ไม่ได้มีเจตนาจะมารบกวนการบำเพ็ญเพียรของศิษย์พี่เลยนะเจ้าคะ!"

"อืม" ลู่หมิงพยักหน้ารับคำสั้นๆ

ก็ไม่แปลกหรอก ฮวาฉี่หลัวเป็นถึงนายหญิงของเผ่าพันธุ์ หายหน้าหายตามาตั้งครึ่งเดือน ลูกบ้านจะออกตามหาก็เป็นเรื่องปกติ

ที่สำคัญคือ ระบบก็บอกอยู่แล้วว่าพวกมันไม่ได้มาหาเรื่อง

ทว่า ภาพที่เห็นกลับทำให้ฝูงงูต้องตกตะลึงอีกครั้ง

นายหญิงกำลังขอโทษมนุษย์ที่ไม่มีพลังวิญญาณเลยเนี่ยนะ?

แถมยังทำหน้าตากระวนกระวายขนาดนั้นอีก?

เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

นายหญิงเป็นถึงนายหญิงของเผ่าพันธุ์เชียวนะ! นางคือตัวแทนของเผ่าพันธุ์งูแห่งเทือกเขาหมื่นอสูรเลยนะ!

ทำไมนางถึงต้องยอมก้มหัวให้มนุษย์คนนี้ขนาดนั้นด้วย?

ยอดฝีมือที่จับกุมนายหญิงไว้เป็นใครกันแน่ ทำไมนายหญิงถึงได้หวาดกลัวขนาดนี้?

จนถึงตอนนี้ ฝูงงูก็ยังคงปักใจเชื่อว่า 'คนที่จับกุม' ฮวาฉี่หลัวไว้ที่นี่ ไม่ใช่ลู่หมิง

ก็แน่ล่ะ รอบตัวลู่หมิงไม่มีคลื่นพลังวิญญาณแผ่ออกมาเลยสักนิด ไม่ว่าใครมองก็ต้องคิดว่าเขาเป็นแค่คนธรรมดาทั้งนั้นแหละ

แน่นอนว่า ความจริงเขาก็เป็นแค่คนธรรมดานั่นแหละ

เมื่อเห็นว่าลู่หมิงไม่ได้โมโหที่ฝูงงูบุกรุกเข้ามา ฮวาฉี่หลัวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางหันไปแนะนำลู่หมิงให้ฝูงงูรู้จัก:

"ทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองต้องเป็นห่วงแล้ว"

"จริงสิ ผู้อาวุโสท่านนี้คือศิษย์พี่ของข้า นามว่าลู่หมิง"

จบบทที่ ตอนที่ 45

คัดลอกลิงก์แล้ว