- หน้าแรก
- พลิกผืนฟ้า วันคืนที่ข้าเป็นเทพธิดาแห่งตระกูลเจียง
- บทที่ 16 ธิดาเทพร่วมลงทุน
บทที่ 16 ธิดาเทพร่วมลงทุน
บทที่ 16 ธิดาเทพร่วมลงทุน
บทที่ 16 ธิดาเทพร่วมลงทุน
หลัวเยว่เบี่ยงตัวหลบสัมผัสของอาหญิงเล็กด้วยความจนใจ พลางใช้นิ้วมือเรียวเล็กเช็ดรอยชาดที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าเล็กๆ ด้วยท่าทางนึกรังเกียจ นางมิเข้าใจเลยสักนิดว่าเหตุใดอาหญิงจึงต้องดีอกดีใจถึงเพียงนี้ กับแค่หินดิบมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาเพียงสามเท่า...
ในตำราการพนันหิน มีข้อห้ามเด็ดขาดมิให้เฉลิมฉลองชัยชนะก่อนที่การแข่งขันจะสิ้นสุดลง ดังนั้นหลัวเยว่จึงยังคงรักษาความสงบนิ่งเอาไว้ มิได้แสดงท่าทีตื่นเต้นตระหนกจนเกินงามเช่นเดียวกับหลัวชิงหลวน
เรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจที่แท้จริงยังมิเริ่มต้นขึ้นเสียด้วยซ้ำ
หินดิบที่เป็นดั่งจุดไคลแมกซ์หลักยังมิถูกผ่าออกเลย หินดิบก้อนที่นางสั่งให้ผ่าไปเมื่อครู่นี้ เป็นเพียงก้อนที่มีคุณภาพย่ำแย่ที่สุดในบรรดาสามก้อนที่เลือกมาเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ทายาทจากตระกูลวิชาหินต้นกำเนิดผู้นั้นก็นับว่ามีฝีมืออยู่บ้าง หินดิบอีกสองก้อนที่อีกฝ่ายเลือกมาล้วนถูกขุดมาจากหลุมเก่าแก่บริเวณรอบนอกของเหมืองโบราณไท่ชู ทั้งยังแปดเปื้อนไปด้วยกลิ่นอายอันลึกลับของเขตต้องห้ามไท่ชู ต่อให้เป็นหลัวเยว่ในยามนี้ก็มิอาจมองทะลุปราณวิญญาณที่อยู่ภายในหินดิบเหล่านั้นได้
"วันนี้ช่างเกิดเรื่องแปลกประหลาดนัก หินก้อนแรกกลับสร้างกำไรมหาศาล สตรีผู้นั้นคงจะอาศัยโชคช่วยจนหมาตาแตกเป็นแน่" สีหน้าของหลี่ฮวนย่ำแย่ยิ่งนัก พลางสบถด่าทออยู่ในใจไม่หยุดหยัด
"พี่หลี่ ใจเย็นก่อนเถอะ เรื่องราวเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น" ยามที่พ่ายแพ้ในรอบแรก ชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวจากตระกูลวิชาหินต้นกำเนิดก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
ทว่าเขายังคงรักษาท่าทีอันสง่างามและเยือกเย็นเอาไว้ได้ พลางเอ่ยปากปลอบใจหลี่ฮวนที่อยู่ข้างกาย
การเดิมพันในครานี้ถูกกำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะต้องตัดสินกันในสามรอบ ตราบใดที่ยังไม่ถึงวินาทีสุดท้าย ย่อมมิอาจคาดเดาผลลัพธ์ที่แน่ชัดได้ แม้ว่าหินดิบก้อนแรกจะเริ่มต้นได้ไม่สวยงามนัก ทว่าเขาก็มิได้เก็บมาใส่ใจ ทำเพียงคิดว่าเป็นเพราะโชคช่วยของหลัวชิงหลวนเท่านั้น
"เย่าลี่ เจ้าเห็นสีหน้าอันน่าเกลียดของหลี่ฮวนหรือไม่ ฮ่าฮ่า ช่างเหมือนกับคนที่เพิ่งกลืนหนูตายลงคอไปไม่มีผิด"
"เป็นอย่างไร ยามนี้หากเจ้าคิดจะร่วมลงทุนก็ยังมิสายนะ จงรีบไปรวบรวมหินต้นกำเนิดมาสักสองสามหมื่นชั่งเถอะ หากพวกเราชนะเดิมพัน ข้าจะแบ่งให้เจ้าครึ่งหนึ่งทันที!" หลัวชิงหลวนเอ่ยกระตุ้นด้วยความตื่นเต้น แววตาของนางเป็นประกายระยิบระยับ
เงินเดิมพันก้อนโตตรงหน้าทำให้โลหิตในกายของนางสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง และนางจำเป็นต้องหาใครสักคนมาร่วมแบกรับความล่อตาล่อใจอันยิ่งใหญ่รวมถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นนี้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าอันหมดจดงดงามของเย่าลี่กลับมิได้มีแววหวั่นไหวไปกับคำชักชวนของหลัวชิงหลวนเลยสักนิด นางทำเพียงส่ายหน้าเบาๆ ท่วงท่ากิริยาเปี่ยมไปด้วยความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ ก่อนจะเอ่ยว่า
"ข้าเองก็อยากจะร่วมลงทุนด้วยในยามนี้ ทว่าช่างน่าเสียดายนัก ที่ข้ามิได้มีหินต้นกำเนิดมากมายถึงสองหมื่นชั่งติดตัวมา"
อย่าว่าแต่สองหมื่นชั่งเลย ต่อให้เป็นหนึ่งหมื่นชั่ง ก็ถือเป็นจำนวนเงินที่เกินกว่าความสามารถของเหล่ายอดเยาวชนรุ่นหลังในตระกูลใหญ่จะเสาะหามาได้แล้ว
ต่อให้เป็นผู้อาวุโสหรือคนรุ่นก่อนในตระกูลที่มีระดับพลังบำเพ็ญเพียรถึงขั้นเซียนเหยียบฟ้า การจะหยิบยื่นหินต้นกำเนิดหนึ่งหมื่นชั่งออกมาในคราเดียวย่อมต้องรู้สึกปวดใจอยู่ไม่น้อย
"เจ้าคิดดูให้ดีเถิด เงินเดิมพันสำหรับการแข่งขันในวันนี้อย่างน้อยที่สุดย่อมต้องสูงถึงหนึ่งแสนชั่งของหินต้นกำเนิดบริสุทธิ์ หากเจ้ามิร่วมลงทุนในครานี้ย่อมต้องเสียดายไปตลอดชีวิตแน่" หลัวชิงหลวนยังไม่ยอมถอดใจง่ายๆ
คำกล่าวของนางนับว่าถูกต้องยิ่งนัก เพียงแค่พิจารณาจากผลึกต้นกำเนิดไม้เขียวขนาดเท่าศีรษะมนุษย์เมื่อครู่นี้ มันก็มีมูลค่าสูงถึงสามพันชั่งของหินต้นกำเนิดบริสุทธิ์แล้ว
การเดิมพันเพิ่มขึ้นสิบเท่า ย่อมหมายความว่าเงินเดิมพันในรอบแรกสูงถึงสามหมื่นชั่ง!
หากผ่าหินดิบที่เหลืออีกสองก้อนออกจนหมด เงินเดิมพันรวมย่อมมีโอกาสสูงถึงหนึ่งแสนชั่งได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ธิดาเทพเย่าลี่ผู้หมดจดงดงามขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากได้ยินเช่นนั้น คล้ายกำลังคำนวณสิ่งใดในใจอย่างจริงจัง ก่อนจะเอ่ยด้วยความจนใจเล็กน้อยว่า
"ทว่าข้ามิได้มีหินต้นกำเนิดถึงสองหมื่นชั่งติดตัวมาจริงๆ..."
"หึหึ ตัวเจ้าไม่มี ทว่าผู้อื่นย่อมต้องมีแน่!" หลัวชิงหลวนยกยิ้มอย่างมีเลศนัย
นางรู้ดีว่าสหายรักของนางผู้นี้เป็นที่หมายปองของบุรุษในมณฑลชิงยวินมากเพียงใด
หากจะกล่าวให้เห็นภาพ บุรุษที่ตามเกี้ยวพาราสีธิดาเทพเย่าลี่ในมณฑลชิงยวิน ย่อมสามารถตั้งแถวยาวตั้งแต่เมืองหลัวไปจนถึงเมืองเย่าได้เลยทีเดียว!
และก็เป็นไปตามคาด ยามที่เห็นโฉมงามแสดงสีหน้าลำบากใจ กลุ่มบุรุษที่มีความนัยแอบแฝงอยู่รอบข้างก็พากันตกหลุมพรางทันที
"ธิดาเทพโปรดวางใจ ข้า หวังหม่าจื่อ แห่งสำนักเหิงเยว่ ยินดีให้ธิดาเทพเย่าลี่ยืมหินต้นกำเนิดหนึ่งพันชั่งขอรับ!"
คนแรกที่เอ่ยปากคือชายในชุดสีเหลืองที่เคยแสดงความขุ่นเคืองต่อชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวก่อนหน้านี้ ยามที่มีผู้นำเปิดทาง บุรุษที่อยู่เบื้องหลังต่างก็พากันส่งเสียงโห่ร้องขึ้นมาทันที
"ข้า จางต้าฟาน แห่งสำนักชิงยวิน ขอรวบรวมมาร่วมสมทบอีกแปดร้อยชั่ง!"
"และข้า ฟางหยวน แห่งตระกูลกู่เยว่ อีกหนึ่งพันชั่ง!"
"นับส่วนของข้าจากหุบเขาเมเปิ้ลเหลืองด้วย หานลี่ เก้าร้อยชั่ง!"
ชั่วขณะหนึ่ง เสียงร้องตะโกนบอกจำนวนเงินดังขึ้นระงมไม่ขาดสาย
เย่าลี่มีผู้หมายปองมากมายในมณฑลชิงยวิน ยามนี้เมื่อโฉมงามขมวดคิ้ว ย่อมเป็นโอกาสอันดีที่สุดที่พวกตนจะยอมสละทรัพย์สินเพื่อเอาอกเอาใจนาง
ยิ่งไปกว่านั้น ในกลุ่มบุรุษที่ตามเกี้ยวพาราสีเย่าลี่ มีคนอยู่ไม่น้อยที่รู้สึกขุ่นเคืองในวาจาอันสามหาวของคงหยวินก่อนหน้านี้ที่ประกาศว่าจะสยบธิดาเทพเย่าลี่ให้ได้ ดังนั้นพวกตนจึงปรารถนาที่จะเห็นทายาทจากตระกูลวิชาหินต้นกำเนิดผู้นี้ต้องพ่ายแพ้ย่อยยับเป็นที่สุด
ผู้ติดตามเหล่านี้ต่างพากันยักยอกทรัพย์สินของตระกูลหรือนำเงินเก็บส่วนตัวออกมาใช้งาน
เพียงชั่วเวลาสั้นๆ พวกเขากลับสามารถรวบรวมถุงที่บรรจุหินต้นกำเนิดมากองรวมกันจนแทบจะเป็นเนินเขาขนาดย่อมอยู่แทบเท้าของเย่าลี่ แสงเรืองรองส่องประกายระยิบระยับ ยามประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ ย่อมมีมูลค่ามากกว่าสองหมื่นชั่งอย่างแน่นอน!
"นี่มันบ้าคลั่งเกินไปแล้ว!"
"คุณพระช่วย ข้า หลู่เอาเทียน เกิดมาจนป่านนี้ยังมิเคยพบเห็นหินต้นกำเนิดมากมายถึงเพียงนี้มาก่อนเลยในชีวิต!"
ผู้คนรอบข้างที่มุงดูอยู่ต่างพากันสูดหายใจลึกด้วยความตกตะลึง
ย่อมต้องกล่าวว่า สมญานามหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งมณฑลชิงยวินมิใช่เรื่องคุยโวโอ้อวดเลยสักนิด
การสามารถรวบรวมหินต้นกำเนิดสองหมื่นชั่งได้ในชั่วเวลาสั้นๆ แสดงให้เห็นว่ากองทัพบุรุษที่ลุ่มหลงในตัวนางนั้นมีความบ้าคลั่งถึงเพียงใด
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
หลัวชิงหลวนหัวเราะร่าจนปากแทบฉีกถึงรูหู
ธิดาเทพเย่าลี่รู้สึกกระดากอายเกินกว่าจะก้มลงไปเก็บถุงเงินเหล่านั้น ทว่าหลัวชิงหลวนกลับมิได้สนใจสิ่งใด นางรีบก้าวเท้าเข้าไปโกยถุงหินต้นกำเนิดเหล่านั้นมาไว้กับตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยกลัวว่าหากช้าไปเพียงวินาทีเดียวเงินทองเหล่านี้จะหลุดลอยไป
หลัวชิงหลวนอารมณ์ดีเป็นที่สุด นางโบกมือให้แก่เย่าลี่พลางเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างเบิกบานใจว่า "สหายรัก ถือว่าเจ้าได้ร่วมลงทุนแล้วนะ หลังจากชนะเดิมพัน ข้าจะแบ่งส่วนแบ่งตามสัดส่วนให้แก่เจ้าสามส่วนทันที!"
เย่าลี่: "..."
เมื่อครู่นี้มิใช่เพิ่งตกลงกันว่าจะแบ่งกันคนละครึ่งหรอกรึเหตุใดในยามนี้เจ้ากลับฮุบไปถึงเจ็ดส่วนเสียเล่า
ยามที่เห็นท่าทางไร้ยางอายของอาหญิง หลัวเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาอยู่ในใจ
นางมิคาดคิดเลยว่าอาหญิงของนางจะสามารถทำความเข้าใจในระบบ รูปแบบธุรกิจการร่วมลงทุนและระบบเงินสนับสนุนจากแฟนคลับ ได้ด้วยตนเองเช่นนี้
ถึงแม้จะใช้วิธีการที่ดูดิบเถื่อนไปเสียหน่อย ทว่าด้วยนิสัยหน้าหนาไร้ยางอายเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในการก้าวขึ้นเป็นพ่อค้าหน้าเลือดในวันหน้า
ทว่าเรื่องนี้ก็นับว่าเป็นผลดีเช่นกัน
อย่างไรเสีย ตัวหลัวเยว่เองก็มิได้สูญเสียสิ่งใด ซ้ำยังสามารถดึงตัวเย่าลี่และกองทัพบุรุษของนางมาเข้าร่วมเป็นพวกเดียวกันได้ ต่อให้คนเหล่านั้นจะทำเพียงแค่ส่งเสียงเชียร์อยู่ข้างสนาม ก็นับว่าเป็นเรื่องดี
อีกด้านหนึ่ง ยามที่เห็นความเคลื่อนไหวในการรวบรวมเงินทุนจำนวนมหาศาลของหลัวชิงหลวน และเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะที่ยังคงดังสะท้อนอยู่ในสวนหิน สีหน้าของหลี่ฮวนและชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวก็มืดครึ้มลงจนแทบจะมีหยาดน้ำหยดออกมาได้
"เหอะ ก็แค่แมวตาบอดเดินไปเหยียบหนูตายเท่านั้นแหละ!" หลี่ฮวนสะกดกลั้นโทสะในใจพลางตวาดใส่ช่างผ่าหินที่ตนจ้างมาว่า
"เจ้ายืนบื้ออยู่ไย จงผ่าหินก้อนที่สองของข้าต่อไป!"
หินดิบที่เขาชี้ไปนั้น คือหินก้อนที่สองที่คงหยวินเลือกให้แก่เขา มันมีขนาดใหญ่โตเท่าแท่นหินบด ยอดหินมีสีน้ำตาลเทาตลบอบอวล และมีลวดลายแปลกประหลาดคล้ายรอยแตกกระจายอยู่ทั่วพื้นผิว
หินก้อนนี้แผ่กลิ่นอายอันหนักหน่วงแห่งกาลเวลาออกมาอย่างเด่นชัด มันคือหนึ่งในหินดิบที่ถูกขนย้ายมาจากหลุมเก่าแก่บริเวณรอบนอกของเหมืองโบราณไท่ชู มีราคาสูงลิบลิ่วถึงหนึ่งพันห้าร้อยชั่งของหินต้นกำเนิดบริสุทธิ์
พื้นผิวของหินก้อนนี้คล้ายจะสามารถตัดขาดจากการลอบสำรวจของพลังภายนอกได้โดยธรรมชาติ ต่อให้เป็นคงหยวินก็ทำได้เพียงอาศัยประสบการณ์ที่สืบทอดมาในตระกูลวิชาหินต้นกำเนิด เพื่อคาดเดาว่าภายในจะต้องมีสิ่งล้ำค่าซ่อนอยู่เป็นแน่
ช่างผ่าหินไม่กล้าที่จะละเลย เขาหยิบมีดหยกขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง แล้วค่อยๆ ผ่าลงไปตามรอยแตกที่ละเอียดที่สุดบนผิวหินอย่างแม่นยำ
เศษหินปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังตำแหน่งที่ใบมีดกรีดผ่าน คงหยวินยืนเอามือไพล่หลัง สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนกลับมาสงบนิ่งและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจดังเดิม ราวกับว่าสมบัติในหินก้อนนี้ได้ตกอยู่ในอุ้งมือของเขาเรียบร้อยแล้ว
"ฟู่..." ยามที่มีดผ่าหินกรีดลึกลงไป ทันใดนั้น แสงสีทองอันเลือนลางทว่าเจิดจรัสบาดตาเป็นที่สุดก็พลันพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกของเนื้อหิน!
แสงสว่างสายนั้นแฝงไปด้วยความคมกล้าอันยากจะพรรณนาและกลิ่นอายอันสูงศักดิ์ขุมหนึ่ง มันสามารถข่มแสงสว่างจากแหล่งกำเนิดอื่นๆ ในสวนหินระดับปฐพีให้หมองหม่นลงไปในพริบตา!
"สี... สีทอง! หรือจะเป็นหินต้นกำเนิดกลายพันธุ์ธาตุทองระดับสูงสุดกัน" ใครบางคนอุทานขึ้น
"มิใช่ นั่นคือแก่นแท้ทองคำนพคุณ สิ่งล้ำค่าระดับสูงที่ใช้สำหรับหลอมสร้างอาวุธ!"
นักพนันหินที่มีประสบการณ์โชกโชนผู้หนึ่งเอ่ยร้องตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
มือของช่างผ่าหินสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น ยามที่เขาค่อยๆ ลอกผิวหินออกด้วยความระมัดระวังที่เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวี
ในที่สุด วัตถุขนาดเท่าผลวอลนัทที่มีของเหลวสีทองคำไหลเวียนอยู่ภายในก็ถูกผ่าแยกออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
มันมิใช่ของแข็ง ทว่าอยู่กึ่งกลางระหว่างของเหลวและของแข็ง คล้ายกับน้ำทองคำที่กำลังไหลเวียนตลบอบอวล แผ่ปราณวิญญาณธาตุทองอันทรงพลังและบริสุทธิ์ยิ่งยวดออกมาอย่างคมกล้า
"เป็นแก่นแท้ทองคำนพคุณจริงๆ ด้วย สิ่งล้ำค่าระดับสูงสุดสำหรับการหลอมสร้างอาวุธที่แม้แต่ตัวตนระดับยอดคนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องนำไปหลอมรวมเข้ากับอาวุธประจำกาย ถึงแม้จะมีขนาดเท่าผลวอลนัท ทว่าก็มีมูลค่าสูงถึงเจ็ดพันชั่งของหินต้นกำเนิดบริสุทธิ์!" ใครบางคนเอ่ยชมด้วยความเลื่อมใส
ผู้คนรอบข้างที่ได้ยินเช่นนั้นต่างก็เกิดความอิจฉาริษยาขึ้นมาในใจทันที หินก้อนนี้สร้างผลกำไรมหาศาล และเพิ่มมูลค่าขึ้นมาถึงห้าพันชั่งเต็มๆ!
"ทายาทจากตระกูลวิชาหินต้นกำเนิดช่างมีฝีมือฝืนลิขิตฟ้าเกินไปแล้ว!"
"ใช่แล้ว มิน่าเล่าในอดีตเขาถึงได้กล้าประกาศตนว่าสามารถทัดเทียมกับปรมาจารย์สวรรค์ต้นกำเนิดได้" เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบทิศ
หลี่ฮวนและกลุ่มสหายของเขาก็ตื่นเต้นดีใจเป็นที่สุด
"พี่คง วิชาหินต้นกำเนิดของท่านช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ข้าเลื่อมใสจากใจจริง" หลี่ฮวนเอ่ยด้วยความเบิกบานใจ
"เป็นเพียงวิชาเล็กๆ น้อยๆ มิควรค่าแก่การเอ่ยถึงหรอก"
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวรักษากิริยาอันสงบและเฉยชาเอาไว้ คล้ายกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในการคาดการณ์ของเขาอยู่แล้ว
ทว่าในความเป็นจริง มีเพียงตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้ดีว่า ยามนี้ในฝ่ามือของตนได้มีเหงื่อซึมออกมาเป็นชั้นบางๆ แล้ว...
เพราะว่าในรอบนี้ เขาอาศัยโชคช่วยโดยแท้!
เหตุผลที่เขาเลือกหินก้อนนี้เมื่อครู่ เป็นเพราะเขาคาดเดาว่าภายในจะต้องมีหินต้นกำเนิดกลายพันธุ์ซ่อนอยู่แน่นอน ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับมิพบร่องรอยของหินต้นกำเนิดเลยสักนิด แต่กลับโชคดีขุดเจอชิ้นส่วนของแก่นแท้ทองคำนพคุณขึ้นมาแทน...
ในวงการพนันหิน ต่อให้วิชาหินต้นกำเนิดของเจ้าจะเลิศเลอเพียงใด การสูญเสียเก้าในสิบส่วนก็ถือเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป แม้กระทั่งปรมาจารย์สวรรค์ต้นกำเนิดในตำนานก็ยังต้องมีช่วงเวลาที่มองพลาด
เขาย่อมต้องรู้ขีดจำกัดของตนเอง วันนี้หินสองก้อนติดต่อกันสร้างกำไรมหาศาล มีมูลค่ารวมกันถึงหกพันชั่งของหินต้นกำเนิดบริสุทธิ์ นี่ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมเหนือธรรมดาแล้ว!
ผลกำไรรวมหกพันชั่งของหินต้นกำเนิด สิ่งนี้เพียงพอที่จะทำให้เขานำไปคุยโวโอ้อวดได้ไปตลอดชีวิตในแดนเหนือ!
ส่วนหินก้อนที่สาม เขาไม่กล้าที่จะหวังพึ่งโชคชะตาอีกต่อไป...
'ทว่า เมื่อพิจารณาจากมูลค่ารวมของหินสองก้อนแรก กำไรหกพันชั่ง! สิ่งนี้น่าจะเพียงพอที่จะตัดสินผลแพ้ชนะได้แล้ว!'
'โชคของข้ามิอาจดีเช่นนี้ได้ตลอด และโชคของนางก็ย่อมเป็นเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะอย่างไร ยามนี้ความได้เปรียบย่อมตกอยู่ฝั่งข้า!' คงหยวินครุ่นคิดในใจ
เขาไม่คิดว่าจะมีผู้ใดสามารถผ่าหินดิบจนเจอสิ่งล้ำค่าที่มีมูลค่าเหนือกว่าแก่นแท้ทองคำนพคุณชิ้นนี้ได้อีกแล้ว
"หึหึ... ข้าอยากจะรู้นักว่าครานี้พวกเจ้าจะมีสิ่งใดมาโต้กลับ"
คงหยวินลอบแค่นยิ้มเย็นชาในใจยามที่มองไปยังพวกของหลัวชิงหลวน ทว่าสายตากลับบังเอิญเหลือบไปเห็นเด็กหญิงผมสีเงินที่หลัวชิงหลวนจูงมือเอาไว้ แววตาของเขาพลันแข็งค้างลงทันที
ช้าก่อน?
เหตุใด เด็กหญิงผู้นั้นกำลังใช้เคล็ดวิชาตรวจปราณอยู่...