- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์ดาวร่วงกับระบบไลฟ์สดก้องโลก
- บทที่ 171 สะกดรอยตาม
บทที่ 171 สะกดรอยตาม
บทที่ 171 สะกดรอยตาม
เขาถอยกลับไม่ทัน และไม่ทันที่จะหมอบลงไปอย่างสมบูรณ์ด้วยซ้ำ!
ในชั่วพริบตาที่ลูกหน้าไม้กำลังจะพุ่งถึงตัว เอวและหน้าท้องของเขาก็ออกแรงอย่างฉับพลัน ร่างกายใช้เท้าซ้ายเป็นแกนหมุน บิดครึ่งตัว โค้งเอวพับไปด้านหลังอย่างแรงเพื่อลดระดับสรีระลง
ในเวลานี้ร่างกายของเขาได้ทำในสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ภายในระยะเวลาอันสั้นที่สุด เป็นการบิดตัวเอนไปด้านหลังจนถึงขีดสุดซึ่งขัดต่อหลักสรีรศาสตร์ของมนุษย์!
เอียงตัวลง มือซ้ายกดลงบนพื้นดิน ราวกับท่วงท่าการโค้งเอวด้านข้างในตอนที่กำลังฝึกโยคะก็ไม่ปาน
"ฟิ้ว! ฟิ้ว!"
ลูกศรสั้นสองดอกที่อยู่ใกล้กับร่างกายของเขามากที่สุดเฉียดผ่านหน้าอกในตอนที่เขาเอียงตัวโค้งเอวไปในระยะไม่ถึงสามเซนติเมตร พุ่งทะยานไปยังทางเดินที่เขาจากมาทางด้านหลัง ท้ายที่สุดก็หายลับไป
ส่วนเฉินหยวนก็ลื่นไถลผ่านใต้แสงอันเย็นเยียบสีฟ้าอมเขียวที่อันตรายถึงชีวิตไปได้อย่างหวาดเสียวสุดขีด หลบการโจมตีในครั้งนี้พ้นไปได้อย่างหวุดหวิด
มือซ้ายออกแรงยันพื้นอย่างรวดเร็ว ทั่วทั้งร่างพลันหยัดกายลุกขึ้น หันไปมองทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว
สองวินาทีต่อมา เสียงดังกังวานก็ดังขึ้น ลูกศรสั้นหลายดอกที่ถูกยิงออกไปสูญเสียพละกำลังท่ามกลางความมืดมิดและร่วงหล่นลงบนพื้นดินในท้ายที่สุด ถึงแม้จะไม่สามารถมองเห็นได้ ทว่าเสียงกลับสะท้อนกลับมาให้ได้ยิน
เฉินหยวนลุกขึ้นยืน หอบหายใจอย่างหนักหน่วง หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมาจากคอหอย!
อันตรายเกินไปแล้ว!
หากไม่ใช่เพราะสัมผัสที่หกทำให้ร่างกายของเขาแสดงการกระทำเหล่านั้นออกมาตามสัญชาตญาณ แน่นอนว่าก็ต้องขอบคุณสมรรถภาพทางร่างกายและความเร็วในการตอบสนองอันยอดเยี่ยมของเขาเองด้วย ไม่อย่างนั้นห่าลูกหน้าไม้ที่ระดมยิงออกมาเมื่อครู่นี้ เขาไม่มีทางหลบพ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบเด็ดขาด!
ต่อให้จะโดนยิงเพียงแค่ดอกเดียว ต่อให้จะเป็นแค่การถากชุดป้องกันที่เขาสวมอยู่ด้านนอกจนขาด ผลที่ตามมาก็สุดจะจินตนาการได้แล้ว!
ภายในห้องไลฟ์สด ต่างก็ถูกเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ตกใจจนสะดุ้งโหยงไปตามๆ กัน ทุกคนมองดูเฉินหยวนหลบหลีกอย่างรวดเร็วท่ามกลางเหตุการณ์ไม่คาดฝันและลุกขึ้นยืนในท้ายที่สุด การเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องกันทำให้ทุกคนล้วนตอบสนองไม่ทัน
ดูเหมือนจะยาวนาน ทว่านั่นก็เป็นเพียงระยะเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น ถึงขั้นที่บางคนยังมองไม่เห็นลูกศรสั้นที่พุ่งเฉียดผ่านข้างกายของเฉินหยวนไปอย่างชัดเจนเลยด้วยซ้ำ
หลังจากเฉินหยวนลุกขึ้นยืนก็รีบหันขวับกลับไปมองความมืดมิดอันลึกล้ำทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว ภายในสมองปรากฏดวงตาสีแดงฉานเหมือนเลือดคู่ที่มองเห็นก่อนหน้านี้ขึ้นมาอีกครั้ง
ท่ามกลางความมืดมิด ความรู้สึกถูกจับจ้องที่เพิ่งจะเลือนหายไปชั่วขณะเมื่อครู่นี้พลันผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง!
ภายในใจของเขาจมดิ่งลงก็รู้ได้ในทันทีว่า เจ้านั่นเมื่อครู่นี้...
ตามมาทันแล้ว!
ลำแสงจากไฟฉายบนศีรษะทะลวงผ่านพื้นที่สลัวลางทางด้านหลังทางเดินไปได้ระยะหนึ่ง สาดส่องทางเดินภายในพื้นที่บริเวณหนึ่งจนสว่างจ้า
ทว่า บริเวณปากทางเข้ากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใดเลย
ลูกศรสั้นที่พุ่งทะยานออกไปเมื่อครู่นี้ก็ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อมันได้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้มันยังลอบจับจ้องเขาอยู่ในสถานที่ที่เขามองไม่เห็น ความคิดที่ต้องการจะหลบหนีเมื่อครู่นี้ถูกปัดเป่าทิ้งไปจนหมดสิ้น...
ภายในทางเดินเบื้องหน้าคือค่ายกลกับดักอันตรายที่แผ่กระจายอยู่ทั่ว ด้านหลังคือการจับจ้องจากสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ทำให้เส้นประสาทของเขาในเวลานี้ตึงเครียดจนถึงขีดสุด
ทว่านี่ก็ยังไม่จบ ด้านหลังปรากฏความเคลื่อนไหวอันแปลกประหลาดขึ้นมาอีกครั้ง...
"อุแว้...แอ้...ฮือฮือ... "
ราวกับเสียงเด็กร้องไห้ ราวกับเสียงหัวเราะอันแปลกประหลาด ในขณะที่ทำให้คนรู้สึกหนาวสั่น ก็รู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ ทั่วทั้งร่างแข็งทื่อ
คราวนี้ไม่เหมือนกับค่ายกลกับดักเมื่อครู่นี้ ทว่ากลับเป็นบรรยากาศแห่งความหวาดผวาชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้รับชมการไลฟ์สดร่างกายแข็งค้างไปอีกครั้ง
เฉินหยวนก็เป็นเช่นเดียวกัน ถึงแม้จนถึงตอนนี้เขาจะไม่แน่ชัดว่าเจ้านั่นตกลงแล้วมันคือตัวอะไรกันแน่ และไม่เห็นตำแหน่งของเจ้านั่น ทว่าเฉินหยวนกลับสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนผ่านสัมผัสที่หกว่า เจ้านั่นอยู่ห่างจากเขาในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล กำลังลอบสังเกตการณ์ทุกความเคลื่อนไหวของเขาอยู่
ถึงขั้นยังจงใจรักษาระยะห่างจากเขาในระดับหนึ่ง สามารถจับจ้องเขาในตำแหน่งที่เขามองไม่เห็น ทว่ามันกลับมองเห็นเขาได้
สิ่งเดียวที่ทำให้เฉินหยวนรู้สึกโชคดีก็คือ ท่ามกลางการจับจ้องนั้นไม่ได้ส่งสัญญาณอันตรายใดๆ ออกมา...
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป้าหมายของมันคืออะไรกันแน่ ถึงแม้ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้จะยังไม่ได้มีความคิดที่เป็นอันตรายต่อตัวเอง ทว่าเฉินหยวนกลับไม่กล้าประมาท เพราะอย่างไรเสียตอนนี้ก็อยู่ในสุสาน เจ้านั่นก็เป็นของที่อยู่ในสุสานเช่นเดียวกัน!
ทว่าเมื่อดูจากตอนนี้ ชั่วคราวเขาก็ยังถือว่าปลอดภัยอยู่
ทว่าความรู้สึกถูกลอบมองราวกับมีหนามทิ่มแทงอยู่เบื้องหลัง ถึงแม้จะเบาบางลงเพราะระยะห่างที่ถูกดึงออกไป ทว่ากลับไม่ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ ราวกับเส้นด้ายที่มองไม่เห็นเส้นหนึ่ง ยังคงปรากฏขึ้นลางๆ ในใจ คอยชี้นำให้เขามองกลับไปยังอุโมงค์อันมืดมิดที่เขาจากมา
เฉินหยวนบังคับให้ตัวเองละสายตากลับมา ไม่มองไปยังปากทางเข้าอันลึกล้ำแห่งนั้นอีก
หันหน้ากลับมาตั้งสติเล็กน้อย ถึงได้วางใจลงแล้วตรวจสอบชุดป้องกันบนร่างกาย นอกเหนือจากรอยถลอกไม่กี่แห่งก็ไม่มีรอยฉีกขาด นี่ทำให้เขาเบาใจลงบ้าง
หางตายังคงชำเลืองมองไปทางด้านหลังเป็นระยะ คาดหวังอยู่ลึกๆ ว่าวินาทีต่อไปจะมองเห็นอะไร ทว่าก็ไม่อยากจะมองเห็นอะไรเช่นเดียวกัน...
เขามองไปยังตำแหน่งที่กระตุ้นค่ายกลกับดักเมื่อครู่นี้ มันเป็นรูเล็กๆ ที่เรียงรายอัดแน่นเป็นแถว เมื่อมองดูรูเล็กๆ เหล่านั้น เฉินหยวนในเวลานี้ก็ยังคงรู้สึกหวาดผวาย้อนหลังอยู่สายหนึ่ง
กวาดสายตามองไปเบื้องหน้า ปลายทางของทางเดินสายนี้คือกำแพงหินที่เป็นทางเลี้ยว
ภายในใจนอกเหนือจากความรู้สึกที่ถูกลอบมองแล้ว ยังมีการแจ้งเตือนอันตรายที่ส่งออกมาจากสถานที่บางแห่งทางเบื้องหน้าอีกด้วย
เขาสูดออกซิเจนเข้าปอดลึกๆ ไปหลายเฮือก พยายามสงบอารมณ์ที่พลุ่งพล่านและอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วเกินไป รวบรวมสมาธิมาไว้ที่ทางเดินเบื้องหน้าอีกครั้ง
ทางเดินทอดยาวไปเบื้องหน้า ยังคงมืดสนิทไปหมด เขาเองก็ไม่กล้าประมาท ยกเท้าก้าวเดินต่อไปทางเบื้องหน้าอีกครั้ง
"กึกกักกึกกัก... "
ภายในทางเดินเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าที่เกิดจากการก้าวเดินของเฉินหยวน เสียงร้องที่คล้ายจะร้องไห้และคล้ายจะหัวเราะราวกับเสียงเด็กทารกทางด้านหลังก็เงียบหายไปชั่วคราวเช่นเดียวกัน
เฉินหยวนในเวลานี้จำเป็นต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ในเวลานี้เขาไม่เพียงแต่ต้องคอยระวังค่ายกลกับดักและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นใต้ฝ่าเท้าเบื้องหน้าเท่านั้น ยังต้องคอยระแวดระวังด้านหลัง เจ้าของสายตาสายนั้นยังคงสังเกตการณ์ทุกความเคลื่อนไหวของเขาอยู่อีกด้วย!
ทว่าในเวลานี้เขาไม่มีความตื่นตระหนกลนลานเหมือนอย่างเมื่อครู่นี้แล้ว การเคลื่อนไหวก็เชื่องช้าลง ในเมื่อหนีไม่พ้น สู้ระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้นจะดีกว่า ลองดูสิว่าเจ้านั่นที่อยู่ด้านหลังตามเขามาตกลงแล้วต้องการจะทำอะไรกันแน่!
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจก็คือ การที่เขาสามารถเข้ามาได้อย่างราบรื่นเป็นเพราะสัมผัสที่หกของตัวเองคอยสกัดกั้นอันตรายเอาไว้ ทว่าเจ้านั่นที่อยู่ด้านหลังมันเกิดอะไรขึ้นกัน
เขาก็ไม่ได้ยินเสียงตอนที่ค่ายกลกับดักทางด้านหลังถูกกระตุ้นเลย นอกเหนือจากเสียงร้องเมื่อครู่นี้แล้ว ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลยแม้แต่น้อย
เหลือบมองรอยเท้าจางๆ ที่ทิ้งไว้บนพื้นดินแวบหนึ่ง ภายในใจของเฉินหยวนจมดิ่งลง
หรือว่าเจ้านั่นตั้งใจจะให้เขาเป็นคนสำรวจทางงั้นหรือ บางทีมันก็อาจจะรู้ว่าภายในทางเดินหลายสายล้วนมีการติดตั้งค่ายกลกับดักเอาไว้ ดังนั้นก่อนหน้านี้มันเองก็ไม่มีวิธีเข้าไปเช่นเดียวกัน
เมื่อเห็นว่าเขาเข้าไปแล้วไม่มีอันตราย ดังนั้นมันถึงได้ตามมา
วินาทีที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้นก็หยั่งรากลึกลงไปในการคาดเดาของเฉินหยวน ทำให้เฉินหยวนเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมาอยู่บ้าง
เจ้านั่นตกลงแล้วมันคือตัวอะไรกันแน่ มันจะฉลาดขนาดนี้ได้จริงๆ งั้นหรือ
เป็นผู้อยู่อาศัยถาวรภายในสุสานงั้นหรือ หรือว่าเป็นอะไรอย่างอื่น
หากเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร ตกลงแล้วมันจะเป็นตัวอะไร หากไม่ใช่ แล้วมันเข้ามาได้อย่างไรล่ะ
ก่อนหน้านี้หรือว่ามันกำลังนอนหลับอยู่ภายในติ่งเหยี่ยนโจวงั้นหรือ ดังนั้น เสียงเคาะของตัวเองถึงได้ทำให้มันตื่นขึ้นมา
เพราะอย่างไรเสียก่อนที่จะเคาะติ่งเหยี่ยนโจว เฉินหยวนก็ไม่สัมผัสได้ถึงการจับจ้องใดๆ เลย...