เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - นายตื่นแล้วเหรอ

บทที่ 16 - นายตื่นแล้วเหรอ

บทที่ 16 - นายตื่นแล้วเหรอ


บทที่ 16 - นายตื่นแล้วเหรอ

เฉินเฟิงยังไม่ทันได้ลืมตา กลิ่นเหม็นเน่าราวกับสิ่งปฏิกูลก็พุ่งเข้าจมูกเขาก่อนเลย

สัมผัสที่แข็งกระด้างทำให้เฉินเฟิงปวดเมื่อยไปทั้งตัว เขาพยายามยันตัวลุกขึ้น ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนหงายอยู่ในห้องมืดๆ แคบๆ ขนาดประมาณสิบตารางเมตร ด้านล่างคือแผ่นหินอ่อนที่สกปรกโสโครก

ทั้งอับ ทั้งเหม็น

ตรงมุมห้องมีกระโถนฉี่วางอยู่ กลิ่นเหม็นนั้นลอยมาจากตรงนั้นแหละ พอมองไปรอบๆ หน้าต่างของห้องเล็กๆ ถูกแผ่นไม้ปิดตายสนิท ประตูเหล็กบานใหญ่ก็ถูกปิดแน่นหนา

นี่มันสถานที่บ้าบออะไรกันเนี่ย?

เฉินเฟิงจำได้ว่าพอเขาออกมาจากร้านเน็ตปุ๊บ ก็เห็นกลุ่มคนใส่เสื้อกาวน์สีขาววิ่งกรูเข้ามาหา แล้วเขาก็ถูกตีจนสลบไปก่อนที่จะทันได้เรียกผีพรายออกมาช่วยซะอีก

พอตื่นมาอีกที ก็มาอยู่ที่นี่แล้ว

ตึง! ตึง! ตึง!

ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับแผ่นดินไหว ประตูบานใหญ่ก็เปิดออก แสงแดดส่องเข้ามาเหมือนลำแสงไฟฉาย

แสงแดด นี่มันตอนกลางวันแล้วเหรอ?

เฉินเฟิงเอามือป้องตา ยังไม่ทันได้ดีใจที่มีชีวิตรอดมาถึงวันที่สอง ก็เห็นคนห้าคนเดินเข้ามาในห้อง

มีสี่คนรูปร่างผอมบาง ใส่ชุดลายพราง ส่วนอีกคนหนึ่งผูกผ้ากันเปื้อนหนังวัวสีขาวเปื้อนเลือด รูปร่างใหญ่โตมโหฬาร มีร่างกายที่อ้วนเผละและกระเพาะอาหารที่ใหญ่โตกว่านักซูโม่หลายเท่า เสียงฝีเท้าดั่งแผ่นดินไหวเมื่อกี้ น่าจะมาจากเจ้านี่แหละ

หลังจากค่อยๆ ชินกับแสงสว่าง เฉินเฟิงก็มองเห็นหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน เป็นชายหนุ่มหน้าตาไร้อารมณ์สี่คน กับไอ้อ้วนตัวใหญ่ที่หัวเป็นหมู

มนุษย์หัวหมูตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า "ตื่นแล้วเหรอ"

ที่นี่มันที่ไหนกันแน่? แล้วพวกแกเป็นใคร?

เฉินเฟิงยังไม่ทันได้ถาม ก็ถูกมนุษย์หัวหมูขัดจังหวะขึ้นมาก่อน "เสื้อผ้า ถอดออกซะ"

เฉินเฟิงที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกถามกลับไปว่า "แกพูดว่าอะไรนะ?"

มนุษย์หัวหมูพูดเสียงดัง "เสื้อผ้าของแกน่ะ ถอดออกซะ เร็วๆ เข้า!"

เสียงคำรามดังก้องจนแทบจะแทงทะลุแก้วหู

ไอ้หมอนั่นที่ใส่หน้ากากหมู ไม่น่าไว้ใจเลยแฮะ

เฉินเฟิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายจากอีกฝ่าย เขาจึงตัดสินใจเรียกหาผีพรายทันที

ผีพราย มาหาฉันสิ!

แต่แล้ว คำตอบที่ได้จากระบบก็ทำให้เฉินเฟิงใจเย็นวาบ: 【ไม่ใช่สภาพอากาศที่มีฝนตก ไม่สามารถอัญเชิญผีพรายขึ้นมาบนฝั่งได้】

บ้าเอ๊ย ลูกผู้ชายต้องรู้จักโอนอ่อนผ่อนตาม

เฉินเฟิงจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย พลางถอดเสื้อออกอย่างไม่เต็มใจนัก แต่การหยามเกียรติของมนุษย์หัวหมูยังไม่จบแค่นั้น "ถอดให้หมด!"

หา?

เมื่อมองดูชายฉกรรจ์เต็มห้อง จู่ๆ เฉินเฟิงก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะถูกย่ำยีขึ้นมายังไงยังงั้น

สู้เหรอ ไม่มีทางสู้ได้หรอก โบราณว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังมีกันตั้งสิบมือ

ถ้าใช้คะแนนระบบสักหนึ่งคะแนน แลกกับพรคุ้มครองของเตียวเสี้ยน เพื่อให้พวกมันสู้กันเอง ก็น่าจะฉวยโอกาสหนีออกไปจากที่นี่ได้

เฉินเฟิงชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอยู่ในใจ หนึ่งคะแนนสามารถแลกจำนวนครั้งในการโหลดข้อมูลได้หนึ่งครั้ง แถมยังได้สุ่มระบบใหม่อีกหนึ่งครั้งในระบบเซฟและโหลดข้อมูลเชียวนะ

เชกสเปียร์เคยกล่าวไว้ว่า: "อยู่หรือตาย นั่นคือคำถาม"

เช่นเดียวกัน จะเสียความบริสุทธิ์ หรือจะเสียชีวิต นี่ก็เป็นปัญหาเหมือนกัน

แต่ไม่นาน เฉินเฟิงก็ไม่ต้องคิดหนักอีกต่อไป เพราะมนุษย์หัวหมูที่หมดความอดทน ได้ช่วยเขาเลือกเรียบร้อยแล้ว

"พวกแก ช่วยมันหน่อยสิ"

สิ้นเสียงสั่งการ ชายในชุดลายพรางทั้งสี่คนก็กรูกันเข้ามา ถึงแม้เฉินเฟิงจะขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไร้ประโยชน์

"ปล่อยฉันนะ! พวกแกจะทำอะไรน่ะ!"

เฉินเฟิงปิดบังจุดซ่อนเร้น ความรู้สึกที่ถูกจ้องมองตอนเปลือยเปล่าแบบนี้ มันแย่สุดๆ ไปเลย

"ขังเดี่ยว เจ็ดวัน"

พูดจบ มนุษย์หัวหมูกับพวกก็หยิบเสื้อผ้าแล้วเดินจากไป

วินาทีที่ประตูบานใหญ่ปิดลง ห้องเล็กๆ ก็กลับเข้าสู่ความมืดมิดอีกครั้ง

แม่งเอ๊ย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?

เฉินเฟิงลุกขึ้นยืน ทุบประตูดังปังๆๆ แต่ก็ไม่มีใครตอบรับ เขาเหมือนคนเป็นที่ถูกขังอยู่ในโลงศพ ถูกโลกใบนี้ทอดทิ้งไปแล้ว

【วันที่หนึ่ง】

เนื่องจากไม่เปิดหน้าต่างและประตู อากาศในห้องจึงขุ่นมัวจนแทบหายใจไม่ออก บวกกับอากาศที่ร้อนระอุเหมือนนรกของเมืองฉือหางด้วยแล้ว ที่นี่ก็เหมือนเข่งนึ่งติ่มซำหรือห้องอบซาวน่าขนาดใหญ่ดีๆ นี่เอง

เฉินเฟิงสีหน้าเคร่งเครียด นั่งลงกับพื้น

เขาค้นพบข่าวร้ายอีกแล้ว

【เนื่องจาก████ ไฟล์เซฟที่ 02 ได้รับความเสียหาย จึงทำการสร้างไฟล์เซฟที่ 03 ให้ใหม่โดยอัตโนมัติหลังจากที่คุณตื่นขึ้นมา】

พูดง่ายๆ ก็คือ หลังจากที่เฉินเฟิงเอาชนะเถ้าแก่เนี้ยได้ จุดเซฟที่เขาบันทึกไว้บนชั้นสามของร้านเน็ตซิ่งฝู ก็ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป

จุดเซฟใหม่ถูกตั้งไว้ในตอนที่เฉินเฟิงตื่นขึ้นมาในห้องมืด หรือพูดอีกอย่างก็คือ ต่อให้ตอนนี้เฉินเฟิงตาย เขาก็หนีไปจากที่นี่ไม่ได้ ยังต้องมาถอดเสื้อผ้า แล้วโดนหยามเกียรติอีกรอบ!

โลกใบนี้ มีพลังลี้ลับที่สามารถส่งผลกระทบต่อระบบได้ด้วยเหรอเนี่ย?

ในที่สุดเฉินเฟิงก็รู้แล้วว่า ทำไมพวกรุ่นพี่ผู้ทะลุมิติหลายต่อหลายคนถึงได้มาตายอยู่ที่นี่

ตอนนั้นเอง ประตูก็แง้มออกเล็กน้อย พร้อมกับมีชามใบหนึ่งยื่นเข้ามา

เฉินเฟิงรีบเข้าไปใกล้ มีเพียงวินาทีที่มีคนส่งข้าวมาให้เท่านั้น ที่เขาจะได้เพลิดเพลินกับแสงแดดและอากาศบริสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่ง

อาหารคือโจ๊กเละๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นบูด เฉินเฟิงแค่ได้กลิ่นก็แทบจะอ้วกแล้ว

"นี่มันของให้คนกินเหรอวะ?"

"ต่อให้ฉันหิวตาย ก็ไม่มีทางกินไอ้นี่หรอก"

【ยังคงเป็นวันที่หนึ่ง】

วันที่ถูกขังอยู่ในห้องมืด ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ

เฉินเฟิงเดินวนไปรอบๆ จากลวดลายสี่เหลี่ยมบนกำแพง เขาประเมินได้ว่าห้องมืดนี้น่าจะเป็นบ้านอิฐแบบเก่า

เขาเคยดูซีรีส์ย้อนยุคเรื่องหนึ่ง ในนั้นบอกว่าพวกพระสนมในตำหนักเย็น บางคนก็ใช้การนับก้อนอิฐเพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ

เฉินเฟิงก็เลยเริ่มนับบ้าง "หนึ่ง สอง สาม......"

【ยังคงเป็นวันที่หนึ่ง แต่ดูจากอุณหภูมิในห้องที่เปลี่ยนจากอบอ้าวเป็นเย็นลงแล้ว ก็น่าจะเข้าสู่ช่วงกลางคืนแล้ว】

มีเพื่อนบ้านหน้าใหม่เข้ามาในห้องบ้างแล้ว

แมลงสาบ ตะขาบ แล้วก็แมงมุม

เมื่อมองดูแมลงนานาชนิดที่ไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนพื้นหินอ่อนในความมืด เฉินเฟิงก็รู้สึกขยะแขยงสุดๆ ไม่ได้พูดเล่นนะ ขืนมีตัวอะไรในนี้กระโดดเกาะตัวเขาสักตัวล่ะก็ เขาคงจะเต้นเบรกแดนซ์โชว์ตรงนั้นเลยแหละ

ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ยืน แล้วบังคับตัวเองให้ใช้สมองคิด เพื่อขจัดความหวาดกลัวนี้ออกไป

คิดดูสิ

ที่นี่มันคือต่างโลกแบบไหนกันแน่?

ตอนแรกเฉินเฟิงคิดว่าที่นี่คือโลกยุคปัจจุบัน ก็แหงล่ะ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดูปกติแบบผิวเผินในเมืองฉือหางมันชวนให้เข้าใจผิดจริงๆ นี่นา จะโทษที่เขาเสียชีวิตแรกไปอย่างรวดเร็วก็ไม่ได้ ใครจะไปคิดล่ะว่าที่นี่จะมีภูตผีปีศาจซ่อนอยู่เยอะขนาดนี้

แต่พอดูจากตอนนี้แล้ว ที่นี่น่าจะเป็นเมืองสยองขวัญซะมากกว่า แต่ถ้าเป็นเมืองสยองขวัญ มันก็มีจุดที่ไม่สมเหตุสมผลอยู่นะ

ทำไมผู้ทะลุมิติที่ถือครองระบบเซียนถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?

แถมยังมีระบบตั้งเยอะแยะ ไม่มีรุ่นพี่คนไหนหนีรอดออกไปจากร้านเน็ตซิ่งฝูได้เลยเหรอ?

เวลาที่คนเราใช้ความคิดอย่างจริงจัง ความหวาดกลัวก็จะหายไปจริงๆ นั่นแหละ

ถึงจะหนาวจนตัวสั่น แต่เฉินเฟิงก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว

【วันที่สอง】

จากริมฝีปากที่แห้งผากและความหิวโหยที่ยากจะทนทาน เฉินเฟิงรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเนิ่นนาน นานราวกับหนึ่งศตวรรษ แต่เมื่อประตูเปิดออกอีกครั้ง และชามเหล็กที่ใส่ข้าวบูดถูกยื่นเข้ามา เขาก็ต้องตระหนักด้วยความสิ้นหวังว่า นี่มันเพิ่งจะวันที่สองเท่านั้น

"ปล่อยฉันออกไปนะ ไอ้สัสเอ๊ย!"

เฉินเฟิงแง้มประตู พยายามจะขัดขืนอีกครั้ง แต่สิ่งที่รอเขาอยู่ก็คือการโดนซ้อมอย่างหนักตามระเบียบ

"รอให้ฉันออกไปได้เมื่อไหร่ ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมดเลยคอยดู"

ด่าไปด่ามา เฉินเฟิงก็ร้องไห้ออกมา จนกระทั่งร้องไห้ไม่ออกอีกแม้แต่หยดเดียว

เหนื่อยจัง หิวน้ำจัง หิวข้าวด้วย

เฉินเฟิงหันไปมองชามข้าวบูดที่อยู่บนพื้น

-----------------

ไม่รู้ว่าเป็นวันที่เท่าไหร่แล้ว

ตอนนี้เฉินเฟิงผอมลงไปกว่าตอนก่อนเข้ามาตั้งเยอะ

ส่งข้าวมากี่มื้อแล้วนะ? ตอนนี้กลางวัน? หรือกลางคืน?

เฉินเฟิงไม่รู้อะไรเลย การถูกตัดขาดจากโลกภายนอกนานเกินไป ทำให้เขาสติสัมปชัญญะเลอะเลือน และสูญเสียการรับรู้เรื่องเวลาไปแล้ว

ตอนนั้นเอง ประตูก็เปิดออก

เฉินเฟิงเดินไปที่ประตูราวกับหุ่นยนต์ แต่ชามเหล็กใบนั้นกลับไม่ปรากฏขึ้น

มนุษย์หัวหมูเดินเข้ามา พอเห็นเฉินเฟิงที่นอนสลบไสลอยู่ตรงมุมห้อง มันก็ปรบมือ แล้วโยนชุดลายพรางให้เฉินเฟิงหนึ่งชุด ก่อนจะสั่งให้ชายหนุ่มในชุดลายพรางสองคนหิ้วปีกเฉินเฟิงออกไป

เมื่อออกจากห้องมา ก็จะเป็นทางเดินเล็กๆ ที่มีหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด เดินตามทางไปเรื่อยๆ สุดทางก็จะเป็นสนามหญ้าขนาดใหญ่ มีวัยรุ่นที่ใส่ชุดลายพรางประมาณร้อยกว่าคนกำลังรำมวยทหารอยู่บนสนามหญ้า

ด้านหลังของสนามหญ้า เป็นตึกสามชั้นขนาดใหญ่

มนุษย์หัวหมูชี้ไปที่ป้ายชื่อ "โรงเรียนดัดสันดานเด็กติดเน็ต" บนตึก แล้วพูดกับเฉินเฟิงว่า "ยินดีต้อนรับ สู่โรงพยาบาลจิตเวช ที่สี่"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 16 - นายตื่นแล้วเหรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว