- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 171 : มึงไม่ใช่เทพยุทธ์ ! มึงคือมหาจักรพรรดิ ! มหาจักรพรรดิ ! ! !
บทที่ 171 : มึงไม่ใช่เทพยุทธ์ ! มึงคือมหาจักรพรรดิ ! มหาจักรพรรดิ ! ! !
บทที่ 171 : มึงไม่ใช่เทพยุทธ์ ! มึงคือมหาจักรพรรดิ ! มหาจักรพรรดิ ! ! !
“ไม่เลวเลยนี่นังหนู”
หลังจากเสียงแก่ ๆ ดังขึ้น ทั่วทั้งสนามประลองที่เคยมีเสียงระเบ็งเซ็งแซ่ก็พลันเงียบกริบลงในทันที
ในชั่วขณะต่อมา
ทุกคนสังเกตเห็นว่ามีชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนสังเวียนเป็นที่เรียบร้อย
ผู้ชมฝั่งมนุษย์ยังพากันงงอยู่
ส่วนผู้ชมฝั่งหมื่นเผ่าพันธุ์กลับมีคนหนึ่งตาไวจำได้ในทันทีว่าชายชราคนนี้เป็นใคร
“ท่านผู้อาวุโสนี่หว่า ? ! ท่านผู้อาวุโสเผ่าเทพสวรรค์เขาสัตว์กูนี่หว่า ? !”
“เชี่ยแบบระเบิดระเบ้อ ! นึกไม่ถึงว่าท่านผู้อาวุโสเวินชั่วเผ่ากูจะลงมือเอง ! อีเด็กเวรนั่นแม่งตุยเย่แล้วล่ะ ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ !”
“ท่านผู้อาวุโสเวินชั่ว ? เหี้ย ! กูจำได้แล้ว ! ท่านผู้อาวุโสเวินชั่วบรรลุขอบเขตมหาจักรพรรดิเมื่อพันปีก่อน แล้วก็เก็บตัวสันโดษมาแปดร้อยปีไม่ออกไปไหน ! นึกไม่ถึงว่าจะได้เจอท่านที่นี่ ? !”
“อิหยังน้า ? ? ? มหาจักรพรรดิเหรออออออออออออ ? ? ?”
“ไอ้พวกหมื่นเผ่าแม่งถึงขนาดส่งมหาจักรพรรดิมาเลยเหรอวะ ? ? ?”
“ไอ่สัด ! แม่งโคตรไม่ยุติธรรมเลยโว่ย ! รุ่นเล็กสู้ไม่ไหวแม่งก็ให้รุ่นใหญ่มาสู้แทน รุ่นใหญ่สู้ไม่ไหวแม่งก็ให้รุ่นใหญ่โคตรมาสู้แทนอี๊ก ไอ้พวกหมื่นเผ่าเอ๊ย พวกมึงนี่ก็หน้าด้านเกิ๊น !”
“นี่มันแข่งประเภทบุคคลนาโว่ย พวกมึงเล่นส่งมหาจักรพรรดิรุ่นเก่ามาตีกะอัจฉริยะรุ่นใหม่เผ่ากู ! เหี้ยก็คือเหี้ยวันยังค่ำ ! พวกขี้แพ้ที่แพ้แล้วไม่สนกติกา !”
“โว้ย ! ไอ่บ้า เก่งจริงมึงก็ส่งรุ่นปัจจุบันมาให้สุดเซ่ เอาไอ้แก่ลงหลุมออกมาหาพ่อง คิดว่าเท่มากนักไงวะ ? ไอ่สัด !”
ผู้ชมฝั่งหมื่นเผ่าพันธุ์ยิ่งทวีความตื่นเต้นดีใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ผู้ชมฝั่งมนุษย์ต่างแหกปากด่ายันโคตรเหง้าศักราช
แม้แต่พวกฉินหยู่ที่เป็นกลุ่มอัจฉริยะเผ่ามนุษย์ผู้มีความแค้นกับห้อง 1 เอง แม้จะกลัวจนตัวสั่นก็ตามแต่ก็ยังอดที่จะร่วมสบถด่าทอด้วยไม่ได้
เมื่อเยว่ฝูเห็นแบบนั้นก็แค่นเสียงเย็นชาก่อนจะพูดว่า
“ฮึ ! ถึงท่านผู้อาวุโสจะไม่ได้มีความก้าวหน้าใด ๆ เลยมาเป็นพันปีแล้วก็ตาม แต่มหาจักรพรรดิก็ยังเป็นมหาจักรพรรดิอยู่ดี แค่ก้าวข้ามขอบเขตเทพยุทธ์มาได้ก็คือตัวตนที่ไร้พ่ายแล้ว”
“ต่อให้นังเด็กเทพยุทธ์นั่นจะกระโดดโลดเต้นแค่ไหนก็ไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของผู้อาวุโสไปได้หรอก !”
“มันก็แน่อยู่แล้วสิ !”
เม่ยเหยายกยิ้มมุมปาก รู้สึกตัวเองกลับมามีพาวเวอร์อีกครั้ง
“ต่ำกว่าขอบเขตจักรพรรดิลงไปล้วนเป็นมดปลวก ต่างกันแค่ขอบเขตเดียวก็กว้างเหมือนเหวที่ไม่มีวันข้าม ต่อให้นังนั่นมันจะอวดเบ่งด้วยพลังขอบเขตเทพยุทธ์ได้ก็ตาม แต่ถ้าต้องมาเทียบกับมหาจักรพรรดิแล้วผลมันก็ล็อกมงไว้แล้ว ไม่เหลืออะไรให้ลุ้น”
สิ่งที่พวกเธอพูดมาก็เป็นเรื่องจริง และก็เป็นสามัญสำนึกที่สิ่งมีชีวิตในหมื่นโลกต่างรู้กันดี
หรือจะบอกว่า ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ความจริงก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอด
ทว่า...
นี่มันสามัญสำนึกที่ใช่ได้แค่กับคนอื่น
ไอ้พวกกฎเกณฑ์ของปุถุชน หรือสามัญสำนึกอะไรนั่น มันเอามาใช้กับนักศึกษาห้อง 1 ไม่ได้หรอก !
เพราะห้อง 1 มันคือศูนย์รวมของพวกสัตว์ประหลาดที่ไม่อาจเอาตรรกะมนุษย์มาวัดได้เลยสักนิด
บนสังเวียน
เหอไฉ่เวยที่ทำหน้าตายไร้อารมณ์ปรายตามองเวินชั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า
“อ่าว ? ไอ้แก่ลงโลง นี่มึงเป็นเป็นมหาจักรพรรดิเหรอเนี่ย”
หนวดเคราของเวินชั่วสั่นระริก แววตาเปลี่ยนเป็นเย็นชา
“อีเด็กเวร รู้อยู่แล้วว่ามึงปากดี แต่กูคร้านที่จะถือสาหาความกะมึง”
“แต่ในเมื่อมึงบังอาจทั้งเข่นฆ่าทั้งหยามเกียรติหมื่นเผ่ากู วันนี้คือวันตายมึงแล้ว !”
หลังจากพูดจบก็ลงมือทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เหอไฉ่เวยได้พูดอะไรโต้ตอบเลย
เพราะไม่ใช่แค่เวินชั่วเท่านั้น แต่ทุกคนล้วนรู้ดีว่าถ้ายัยนี่มันอ้าปากพูดเมื่อไหร่บรรลัยเมื่อนั้น
ดังนั้นเวินชั่วจึงปัดฝ่ามือเหี่ยว ๆ ออกไปโดยที่ตัวแทบไม่ขยับเขยื้อน ปรากฏเป็นร่างกระทิงเขียวตัวหนึ่งซึ่งทั้งบ้าคลั่งและทรงพลังยิ่งกว่าตัวของฉวนหมิงที่ระเบิดพลังเต็มเหนี่ยวหลายเท่าตัว มันได้พุ่งทะยานเข้าใส่เหอไฉเว่ยอย่างแรง
มออออออออออออออออ ! ! !
กระทิงเขียวเขาเดียวเงยหน้าคำรามขึ้นฟ้าเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนทั้งสนามประลองสะเทือนไปหมด
จากนั้นมันก็พุ่งใส่เหอไฉ่เวยด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ราวกับฝูงม้าศึกนับหมื่นที่ฮอดตะบึงเหยียบย่ำเป็นพายุบุแคม
ผู้ชมฝั่งหมื่นเผ่าพันธุ์เห็นภาพนั้นก็ลิงโลด รู้สึกว่างานนี้เนียนกริ๊บชนะใส ๆ
ยิ่งเห็นว่าเขาของกระทิงพุ่งเข้าใกล้จนแทบจะทิ่มหน้าผากของเหอไฉ่เวยอยู่รอมร่อแล้ว แต่เธอกลับไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ เลย
ส่วนทุกคนต่างก็ยิ้มเยาะ ตาเป็นประกายด้วยความปรารถนาที่จะได้แก้แค้น
ทว่า……
เคล้ง ! ! !
แต่แทนที่ร่างเธอจะโดนบดขยี้เป็นผงธุลี
แต่กลับ...
มีเสียงเหมือนเหล็กกล้าปะทะกันอย่างแรงลั่นสังเวียน ซึ่งซีนนี้เล่นเอาทุกคนอ้าปากค้างจนคางแทบร่วงลงไปกองกับพื้น ตานี่แทบถลนออกจากเบ้า
“? ? ?”
“? ? ?”
“? ? ?”
“WTF ? ? ?”
“เหี้ยไรกันคับเนี่ยยยยยยยยยยยย ? ? ? นี่มหาจักรพรรดิลงมือเองเลยนาเว่ยเห้ย ! แล้วอีเด็กเวรนั่นมันปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนได้ไงก่อน ? ? ?”
“เชี่ยเหี้ย ! ตะกี๊กูเห็นจะ ๆ เลย แม่งมีประกายไฟแลบออกมาด้วย ! หน้าผากอีเด็กเวรมันผลิตจากเหล็กกล้าผสมเพชรรึไงวะ ? ? ?”
“อีโกง ! กูว่าอีนี่แม่งไม่ใช่มนุษย์ชัวร์ แม่งโกงเกินไป ! ! ! โรคจิตเกินไป ! แม่งสัตว์ประหลาดตัวเป็น ๆ ชัด ๆ เลยโว้ยยยยยยยยย ? !”
“กูเปิดหูเปิดตาแล้วเว้ยวันนี้ กูรู้แล้วว่า ‘หัวแข็ง’ นี่แม่งแปลว่าอะไรไอสัด หัวแม่งแข็งโป๊กของแทร่ ! ! !”
ผู้ชมต่างเอ๋อแดกไปตาม ๆ กัน
ความตกตะลึงมันพุ่งทะลุสวรรค์จนไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้
พวกเยว่ฝูนั้นถึงกับยืนเป็นรูปปั้นหิน สมองชัตดาวน์ปิดเครื่องไปเรียบร้อย
ส่วนเวินชั่วน่ะเหรอ
หน้าแก่ ๆ ซีดเผือดแข็งทื่อ ทั่วทั้งร่างชาดิกเหมือนพึ่งโดนไฟดูดมา
ต่อให้บอกว่านี่ไม่ใช่การลงมือแบบเต็มกำลัง แต่อย่างไรเสียกูก็เป็นถึงขอบเขตมหาจักรพรรดิเลยนะเว่ย !
ถึงแม้เหอไฉ่เวยจะเป็นเทพยุทธ์ แต่มันก็ควรจะโดนมหาจักรพรรดิสะบัดมือที่เดียวสลายกลายเป็นผงไม่ใช่เหรอวะ !
แล้วไหงพอเป็นกูที่ลงมือเรื่องมันถึงได้กลายเป็นตัวตลกไปได้ล่ะวะเนี่ย !
เหอไฉ่เวยเกาหน้าผากและหรี่ตาจ้องมองเวินชั่ว
“ไอ้ลุงแก่ลงหลุม ! ลุงเอาจริงยังนิ ? ! มายืนแพล่มเจื้อยแจ้วอยู่ตั้งนานสองนานเพื่อ ? หรืออยากอวดว่าตัวเองเก่งแต่ปาก ?”
“? ? ?”
“ถ้าลุงยังไม่ลงมืออีก งั้น... เด๋วสาวน้อยเลอโฉมไร้เทียมทานใจจักรวาลจะลงมือมั่งละน้า !”
เวินชั่วโกรธจนตัวสั่น หน้าแก่ ๆ แดงก่ำขึ้นไปยันคอ
คำพูดของเหอไฉ่เวยบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าการโจมตีเมื่อกี๊แค่สะกิด ๆ เท่านั้น
นี่ไม่ใช่แค่การดูถูกเหยียดหยาม แต่เป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมหาจักรพรรดิจนแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดี !
“บะ... บังอาจจจจจจจจจจจจจจจจ ! ! !”
“หมัดเทพสวรรค์เขาสัตว์ ! ! !”
เวินชั่วแผดเสียงด้วยความอับอายก่อนจะซัดฝ่ามือตูมใหญ่ ซึ่งรอบนี้จัดหนักโดยใช้พลังถึง 70%
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ไอ้แก่เวินชั่วโดนปั่นประสาดจนฟิวส์ขาดขนาดไหน
และยังทำได้สมกับชื่อเสียงในฐานะมหาจักรพรรดิเสียด้วย พอลงมือจริงจังปุ๊บก็ปรากฏเป็นร่างกระทิงเขียวเบอร์ยักษ์ถึง 7 ตัวฮอดตะบึงออกมาพร้อมกัน
ลมฝนพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง บดบังทัศนียภาพโดยรอบจนมืดฟ้ามัวดินบดบังแม้กระทั่งตะวันจันทรา
ต่อให้มีการติดตั้งมหาค่ายกลแยกมิติคอยขวางกั้นอยู่ก็ตาม แต่ทั่วทั้งสนามประลองก็ยังคงสะเทือนเลื่อนลั่นเหมือนเจอแผ่นดินไหวอยู่ดี
สมกับคำว่า ‘มหาจักรพรรดิพิโรธ – เลือดหลั่งหมื่นลี้’ หากเทียบกับการลงมือก่อนหน้าแล้ว พลังในครั้งนี้รุนแรงกว่าเป็นร้อยเท่า
เป็นอะไรที่น่ากลัวจับจิตจับใจ
พอเห็นแบบนั้น เหอไฉ่เวยก็ไม่ได้สนใจสีหน้าตกใจของผู้ชม มือน้อย ๆ กางออกก่อนจะคว้าหมับลงบนอากาศเบา ๆ
และทันใดนั้นเองกระทิงเขียว 7 ตัวที่ปกคลุมท้องฟ้าดูไร้เทียมทานก็พลันแหลกสลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา แม้แต่แรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ก็ดับไปเหมือนโดนกดปุ่มปิด
“...”
“...”
“...”
เมื่อสังเวียนกลับมาสงบนิ่ง ทั้งสนามประลองก็เงียบกริบลงในทันที
ฉากเหมือนมีอีกาที่ร้อง ‘ก้า ๆ’ บินผ่าน
หลังจากอึ้งเก็มกี่ไปได้แค่ไม่กี่วินาทีทุกคนก็หันขวับมามองเวินชั่วเป็นตาเดียว บนหัวของพวกคนดูนี่มีแต่เครื่องหมายคำถามเด้งขึ้นรัว ๆ
“ปะ... เป็นไปไม่ได้ ! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดดดดดดดดด ! ! !”
ตอนนี้หน้าของเวินชั่วแดงก่ำ เดือดดาลจนปรอทแตกไปเรียบร้อย หน้าแก่ ๆ แดงทั้งแต่หัวยันตีน
ร่างสั่นเทาไปทั้งตัว สีหน้าเหมือนพบเจอเรื่องที่ไม่อยากจะเชื่อที่สุดในชีวิต ตาแดงก่ำเหมือนเอาก้อนเลือดมาแปะแทนลูกตาปกติ
70% พลัง 70% ของขอบเขตมหาจักรพรรดิเชียวนะโว่ยยยยยยยยย !
อย่าว่าแต่อีเทพยุทธ์ตัวจ้อยเลย ! ต่อให้เป็นมหาจักรพรรดิด้วยกันมารับก็ยังไม่ชิลขนาดนี้เลย !
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องหลุดโลกแล้ว แต่มันคือเรื่องฝืนกฎสวรรค์ต่างหาก !
มีชีวิตอยู่มาเป็นพันปีแล้ว มีเรื่องอะไรที่ไม่เคยเห็นบ้าง มีสิ่งใดที่ไม่เคยลิ้มลองบ้าง
แต่เรื่องราวที่มันฝืนกฎสวรรค์ขนาดนี้อย่าว่าแต่เคยเห็นด้วยตาตัวเองเลย ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยได้ยินได้ฟังด้วยซ้ำ
ความแข็งแกร่งระดับตัวบั๊กขนาดนี้มันใช่ลำพังแค่คำว่า ‘พลังของขอบเขตเทพยุทธ์’ จะเอามาอธิบายได้หรือ
เดี๋ยว ?
เดี๋ยวโว้ยยยยยยยยย ? ? ? ? ? ?
ราวกับพึ่งนึกอะไรออก เวินชั่วตัวสั่นงันงก จากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความหวาดผวา ก่อนจะชี้หน้าเหอไฉ่เวยพร้อมกับพูดตะกุกตะกัก
“มะ... มึงไม่ใช่เทพยุทธ์ มึงเป็นมหาจักรพรรดิ ! มะหาจักกะพ้าดดดดดดดดดดดดดด ! ! !”
“ว้อดดดดดดดดดด ? ? ?”
เมื่อคำพูดดังกล่าวหลุดปากออกมา
ทั่วทั้งสนามประลองก็เกิดการจลาจลขนาดย่อม ๆ ขึ้นมาทันที ทุกคน... ย้ำว่าทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น !
ต่างดีดตัวผึงลุกขึ้นยืนพรึบพรับขึ้นจากที่นั่ง ใบหน้าอัดแน่นไปด้วยความช็อกขั้นสุดยอด