เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 162 : เหมาท็อป 60 อันดับแรก ! นี่แหละความโหดของห้อง 1 !

บทที่ 162 : เหมาท็อป 60 อันดับแรก ! นี่แหละความโหดของห้อง 1 !

บทที่ 162 : เหมาท็อป 60 อันดับแรก ! นี่แหละความโหดของห้อง 1 !


“ประกาศผลได้ !”

เยว่ฝูตะโกนเสียงเย็นชา  แล้วรายชื่อก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอยักษ์ในทันที

แล้วก็เป็นไปตามคาด

ชื่อนับล้านเหล่านั้นที่อัดแน่นบนจอยักษ์ล้วนเป็นชื่อของพวกหมื่นเผ่าพันธุ์  และไม่มีแม้แต่ชื่อเดียวที่เป็นของเผ่าพันธุ์มนุษย์

แม้ว่าคนส่วนใหญ่ในนี้จะไม่ใช่คนที่ตอบรับเยว่ฝูก็ตาม  แต่การเปิดตัวนี้ก็ดูเป็นต่อสุด ๆ ทำให้เธอต้องรู้สึกสะใจในทันที

“ฮ่า ๆ ๆ เห็นมั้ยคะคุณน้อง  นี่รายชื่อของอัจฉริยะของหมื่นเผ่าพันธุ์เราทั้งหมดเลยนะค้า !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นซวนซวนก็ยิ้มทันที

“อย่าพึ่งรีบสิคะคุณพี่  นี่มันดูจากท้ายตารางย้อนขึ้นไปตะหาก  มันต้องดูที่หัวตารางสิคะ  อย่าบอกนะว่า...  คุณพี่คิดที่จะชนะด้วยคะแนนหลักสิบหลักหน่วยแบบนี้น่ะ”

พวกเยว่ฝูทั้งสามแค่นเสียงหัวเราะ

“คุณน้องพูดถูกแล้ว  งั้นเรามาดูต่อกันเลยค่ะ !”

เมื่อรายชื่อกระพริบเปลี่ยนหน้าอีกครั้ง  และปรากฏว่าสามหน้าติดกันก็ยังเป็นอัจฉริยะของหมื่นเผ่าพันธุ์  แถมยังมีคนในเผ่าของพวกเยว่ฝูติดโผอยู่ไม่น้อย

เมื่อจำนวนผู้ติดอันดับมากขึ้น  คะแนนสะสมก็ยิ่งมากขึ้นตาม  ทั้งสามก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองกำลังก้าวเข้าสู่จุดหมายปลายทางที่หวังไว้ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ อีกครั้ง

“เหลืออีกสองหน้าแล้วนะคะคุณน้อง  ไม่เครียดนะคะไม่เครียดน้า ~”

พวกเยว่ฝูทั้งสามต่างรู้ดีว่าอัจฉริยะของเผ่าพันธุ์มนุษย์ย่อมได้อันดับสูง ๆ อย่างแน่นอน  แต่ด้วยจำนวนคนและฝีมือของสวะเหล่านั้นย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้คะแนนสูง ๆ

แต่ถ้าพูดถึงคะแนนสูง ๆ ล่ะก็อีนังโจรชั่วพวกนั้นก็พอจะเป็นไปได้อยู่

แต่...  แค่ 60 คนเนี่ยนะ  มันจะไปทำอะไรได้  จะไปเทียบกับคน 3 ล้านกว่าได้ยังไงกัน

ไร้สาระสิ้นดี !

ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังมีคะแนนของอัจฉริยะรุ่นปัจจุบันและรุ่นเก่าสองรุ่นนี้อีก

ต่อให้คนของเผ่าเทพสวรรค์เขาสัตว์จะตายกันเกลื่อนกลาดขนาดนั้นแล้วมันยังไง  คนของหมื่นเผ่าพันธุ์มีตั้งมากมาย  แค่เอาทั้งหมดมารวมกันการชนะครั้งนี้ย่อมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว !

เป็นไปตามคาด

ตั้งแต่หน้าก่อนสุดท้ายก็เริ่มจะมีรายชื่อของเผ่าพันธุ์มนุษย์โผล่มาให้เห็นกันบ้างแล้ว

ทว่าคะแนนที่ได้ก็ไม่ได้สูงนัก  แค่หลักร้อยหลักพันเท่านั้นเอง

เมื่อเห็นแบบนั้นพวกลิ่วล้อที่อยู่หลังฉินหลานก็รีบลุกขึ้นเฉลิมฉลองกันทันที

“โอ้โห  กูอยู่อันดับสองแสนกว่าเลยเหรอ  ก็ไม่เลวนี่หว่า”

“ของกูติดท็อปหมื่นโว้ยยยยยยยยยย  ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ !”

“กูได้เจ็ดพันกว่า  สมแล้วที่เป็นกู  กูมาละเว้ยยยยยยยยยยยยย !”

เนื่องจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ตกต่ำมาโดยตลอด  ในงานชุมนุมแต่ละครั้งแทบจะไม่มีใครหลุกเข้ามาติดท็อป 10,000 เลย  พอตอนนี้มีคนเข้ามาได้ไม่น้อยจึงเป็นธรรมดาที่จะตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่

และยิ่งอันดับเพิ่มสูงขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งมีชื่อของเผ่าพันธุ์มนุษย์โผล่มาให้เห็นมากขึ้นเท่านั้น

ฝั่งมนุษย์ก็โห่ร้องดีใจเฉลิมฉลองกันดังสนั่นหวั่นไหว

แม้แต่พวกฉินหลานก็ยังอดที่จะยิ้มมุมปากไม่ได้

“นี่ยังแค่พึ่งเริ่มเอง ! คอยดูเถอะคุณชายฉิน  ชื่อของนายต้องติดเบอร์ต้น ๆ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องท็อปไฟว์ชัวร์แหละ !”

“ชัวร์เลย  ครั้งนี้ไอ้พวกหมื่นเผ่าพันธุ์แม่งโคตรกาก  ยังไงเราก็ชนะแน่”

“อีพวกห้องหนึ่งมันปล้นของไปตั้งเยอะนะ  ไม่ใช่จะติดโผหัวแถวหรอกนะ”

“เป็นไปไม่ได้ ! อีพวกโจรห้องหนึ่งมันมัวแต่ปล้นชาวบ้านจะเอาเวลาที่ไหนไปหาของวิเศษ  แถมแม่งยังโง่ดักปล้นแต่คนเดิมซ้ำ ๆ แล้วมันจะไปมีของเยอะได้ไงก๊าน”

“นั่นดิ  คนที่จะแบกเผ่ามนุษย์เราได้ก็มีแต่คุณชายฉินนี่แหละ”

ฉินหลานได้ยินคำสรรเสริญเยินยอก็ฟินสุด ๆ จนต้องยิ้มไม่หุบ

เหตุผลที่มั่นใจเบอร์นี้  ก็เพราะฉินหยู่เอาสมบัติฟ้าดินและของวิเศษทั้งหมดมาประเคนให้แบบจุก ๆ นั่นเอง  ตอนนี้เท่ากับว่าในมือมีคะแนนของคนสองคนอยู่ในมือ

“ดู ๆ ๆ มาแล้ว ๆ ชื่อคุณชายฉินมาแล้ว !”

“แม่จ้าว  ติดชื่อแรกของหน้าเลยด้วย ! สามหมื่นเก้าพันสองร้อยสิบสอง (39,212) คะแนน ? ? ?”

“เช้ดดดดด  ตั้งเกือบสี่หมื่นคะแนนเลยเว้ย  มากกว่าคุณชายซูตั้งหมื่นคะแนนแหนะ  สมแล้วที่เป็นคุณชายฉิน ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ !”

เมื่อเห็นชื่อของตัวเองอยู่บนสุดของหน้า  รอยยิ้มของฉินหลานก็ฉีกถึงรูหู

“หึ ๆ ! ต้องขอบคุณพี่ชายผมที่ให้การสนับสนุน ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ !”

ฉินหลานลุกขึ้นยืน  สีหน้ามีแต่ความตื่นเต้นดีใจ  เป็นความรู้สึกที่ได้กำชัยชนะทำให้ภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

และในขณะที่กำลังดื่มด่ำไปกับความเลียแข้งเลียขอของพวกหลี่เฉิงคุนนั้นเอง

ทางด้านพวกเยว่ฝูทั้งสามกลับสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

แม้ว่ารายชื่ออันดับต้น ๆ จะมีคนของหมื่นเผ่าพันธุ์อยู่เยอะ  ส่วนคนพวกนั้นที่ไม่ได้ตอบรับคำของเยว่ฝูนั้น  ต่อให้มีติดโผมาบ้างแต่ก็มีแค่หยิบมือเดียว

ซวนซวนที่เห็นแบบนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“อุ๊ยตาย  ดูเหมือน...  คนฝั่งคุณพี่ที่ติดอันดับบน ๆ จะมีไม่ค่อยเยอะนะคะเนี่ย...  ทำไมกันน้า  เดาย้ากยากจังเลยค่ะ !”

เส้นเลือดขมับของเยว่ฝูปูดขึ้นมา  ฟันก็ขบจนแทบจะแตกเป็นผุยผง

ทว่าในขณะนั้นเอง  เพียวเพียวได้สังเกตเห็นจุดสำคัญและรีบกดมือน้อย ๆ ลงไป

“อย่างพึ่งกังวลไปสิคะคุณพี่  นี่ไม่ใช่หน้าสุดท้ายซักหน่อย  เรื่องสนุกยังมีต่ออีกนะคะ !”

ก็จริง !

ทุกคนมองดูแล้วก็ตาลุกวาวกันหมด

“ใช่  ยังมีอีกร้อยอันดับสุดท้าย !”

“เวรเอ๊ย  กูเกือบพลาดแล้วมั้ยล่ะ  ไอ้ฉินหลานนั่นมันที่หนึ่งร้อยหนึ่งตะหาก  ไม่ใช่ที่หนึ่ง !”

หมื่นเผ่าพันธุ์ต่างมีความสุขเพราะยังมีโอกาสอยู่

แต่ฉินหลานกลับไม่แฮปปี้แล้ว !

การเปิดแชมเปญก่อนหมดเวลาย่อมโดนตบหน้าฉาดใหญ่  ฉินหลานนี่เครื่องค้างไปเลย  ก่อนที่หน้าจะดำเป็นก้นหม้อ

เมื่อเห็นแบบนั้น  พวกเยว่ฝูทั้งสามก็ยังคงมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถประสบความสำเร็จได้

“คุณน้องคะ  เรามาดูร้อยอันดับแรกกันเถอะค่ะ”

“หวังว่าตอนจบจะเป็นของอัจฉริยะหมื่นเผ่าพันธุ์เรานะคะ”

ทันทีที่เยว่ฝูพูดจบ  รายชื่อก็เริ่มปรากฏขึ้นทีละชื่อ

“อันดันท็อปร้อยคืออัจฉริยะหมื่นเผ่าพันธุ์ ! สี่หมื่นกว่าคะแนน ? !”

“ว้าว ๆ ๆ ! ก็ยังเป็นอัจฉริยะหมื่นเผ่าพันธุ์อยู่ดี  ห้าหมื่นคะแนนแว้วววววว”

“มา ๆ ๆ อันดับที่เจ็ดสิบแปดก็ยังเป็นของหมื่นเผ่าพันธุ์  หกหมื่นกว่าคะแนนแล้ว  ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”

เมื่อเห็นว่ามีอัจฉริยะที่พูดตอบรับตนติดท็อป 100 มากขึ้นเรื่อย ๆ

ในที่สุดพวกเยว่ฝูทั้งสามก็ได้เชิดหน้าชูตาอีกครั้ง

“ฮ่า ๆ ๆ ! เห็นยังค้าคุณน้อง  นี่ก็อันดับหกสิบแปดแล้ว  ยังคงเป็นของอัจฉริยะหมื่นเผ่าพันธุ์เรา  หนึ่งแสนคะแนนนนนนนนน !”

“อุ๊ย ๆ ๆ ๆ ~ ที่หกสิบเอ็ดก็ด้วยเหรอคะเนี่ย ? หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นคะแนนนนนนนน   สุดยอดไปเลยนะค้า ~”

“แหมมมมมมมมม ~ ~ ~ ลั่วซือหานอันดับที่หกสิบ  สี่แสนสามหมื่นคะแนะ...”

“เดี๋ยวเซ่ ? ? ?”

เมื่อเห็นชื่อปรากฏขึ้น  พวกเยว่ฝูทั้งสามก็ชะงักกึก  สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

“อันดับหกสิบลั่วซือหาน ? สี่แสนสามหมื่นคะแนน ? ? ?”

เมื่อดูป้ายกำกับหลังชื่อ  ไม่เพียงแต่พวกเยว่ฝูทั้งสามเท่านั้น  แม้แต่ผู้ชมก็ยังเป็นงง

“เกิดเหี้ยไรขึ้นวะ  ลั่วซือหานอะไรนี่ได้คะแนนตั้งสี่แสนสามเลยเหรอ ? ?”

“ถึงจะสูงแค่อันดับเดียว  แต่คะแนนต่างกันตั้งสามแสนแต้มเนี่ยนะ  เอาจริงดิ ? ?”

“เหี้ย ! เย่จิ่นชิวอันดับที่ห้าสิบเก้า  ห้าแสนแปดหมื่นคะแนน ? มึงบ้าป๊ะเนี่ย ? ? ?”

“เดี๋ยวเซ่ ? ? ? เหี้ยนี่ ? ! เหยาจื่อซวนอันดับที่ห้าสิบแปด  เจ็ดแสนสองหมื่นคะแนน ? ? ?”

“สัดเอ๊ย ? ? ? แน่ใจนะว่าไม่ได้เล่นมุก ? ทำไมแต่ละอันดับมันถึงได้ยิ่งมายิ่งเวอร์นักล่ะวะ  อันดับห้าบหกนี่ล่อไปหนึ่งจุดหนึ่งล้านแต้มแล้วนะเห้ย ? ? ?”

เมื่อมองดูชื่อที่เด้งขึ้นมาที่ละชื่อ ๆ เหมือนกับกระสุน  ระยะห่างของคะแนนก็ยิ่งทิ้งห่างคนก่อนหน้ากว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนคนที่ดูอยู่ต่างก็ได้แต่เงิบ

ทว่าสิ่งที่ทำให้ช็อกตาตั้งยิ่งกว่าก็คือ...

เมื่อชื่อซูเสี่ยวเถาซึ่งได้ที่ 1 ปรากฏขึ้นมา  คะแนนของเธอสูงถึง 21 ล้าน 9 แสน 2 หมื่น  ซึ่งน่าสยดสยอง !

นั่นยังไม่หมด !

ผู้ชมที่ช่างสังเกตเห็นว่าท๊อป 60 ล้วนเป็นอัจฉริยะจากประเทศหลงแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ !

แล้วเสียงเชียร์ก็ระเบิดดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ !

“สาดดดดดดดดดดดดดดด ? ? ? ไอ้พวกมนุษย์แม่งบ้าไปแล้วรึงไงวะ ? พวกแม่งเล่นกวาดหกสิบอันดับแรกไปกินคนเดียวหมดเลย ? ? ?”

“กูตาฝาดไปป่าววะสัด ! เผ่ามนุษย์แค่คนเดียวแม่งทำคะแนนแทบจะเทียบเท่ากับอัจฉริยะหมื่นเผ่าเป็นล้านคนรวมกันเนี่ยนะ ? ? ?”

“พ่องตาย ! ไอ้นี่แม่งปลอมชัวร์  ปลอมล้านเปอร์เซ็นต์ ! ! !”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ! ไงล่าไอ้พวกโง่หมื่นเผ่าพันธุ์เอ๋ย  เห็นยาง ? ฮึ ? ไอ่ควาย ! กรี๊ดสิ ! กรี๊ดมันออกมา  พวกมึงอะกรี๊ดดังสุดในโลกแล้วไม่ใช่เอ่อ ?”

“ไงล่ะไอ้พวกสวะ ! เห็นเต็มสองตาแล้วชะ ? ! ว่าตกลงแล้วอัจฉริยะที่แท้ทรูน่ะมันเป็นยังไง  หา ? ไอ้พวกสัตว์ที่เก่งแต่เรื่องเห่าหอนเอ๊ย  พออัจฉริยะประเทศหลงกูลงมือ  ไร้เทียมทานก็คือไร้เทียมทานโว้ย ! คำว่าคู่ต่อสู้ห่าไรมึงนี่บอกเลอว่ากูม่ายรู้จาก ~ ฮ่อ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !”

“พวกชาติหมาเอ๊ย  มองหน้ากูหนิ  มองหน้ากู ~ มองกูแล้วเห่า  เห่าให้ดัง ๆ ! เห่าสิโว้ยไอ้เช็ดแม่มมมมมมมม !”

เผ่ามนุษย์ที่ต่ำต้อยมานาน  เมื่อในที่สุดก็พลิกสถานการณ์และกลายมาเป็นผู้นำได้ซะงั้น  แถมยังสะใจสุด ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบอีก  แน่นอนว่าย่อมต้องตื่นเต้นดีใจจนต้องเฉลิมฉลองกันอย่างบ้าคลั่ง

หลายคนถึงขนาดขึ้นไปยืนบนเก้าอี้  แหกปากตะโกนด่ากราดหน้าดำหน้าแดง  สาบานว่าจะระบายความแค้นที่ถูกหมื่นเผ่าพันธุ์กดหัวมานานหลายปีออกมาให้เกลี้ยง

ในพริบตาเดียว

ผู้ชมฝั่งประเทศหลงของเผ่าพันธุ์มนุษย์  แม้จะมีผู้ชมไม่ถึงล้านคนแต่ก็ยังสามารถเอาชนะผู้ชมฝ่ายตรงข้ามที่มีหลายพันล้านคนได้ด้วยการระดมด่ากราดจนอีกฝ่ายโงหัวไม่ขึ้น  เสียงด่านี่ดังกึกก้องไปทั่วสนามประลอง  สะท้อนไปด้วยคำด่าสไตล์ ‘วัฒนธรรมประจำชาติ’

ส่วนพวกเยว่ฝูทั้งสามนั้นยืนอ้าปากค้างจนเอาไข่ไก่ไปวางไว้ได้

พวกเธอมองตัวเลขกว่ายี่สิบล้านคะแนนบนหน้าจอด้วยความอึ้งเก็มกี่พูดอะไรไม่ออก

“เป็นไปไม่ได้...  เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดดดดดดดดดดดด ! ! !”

“ไอ้พวกมนุษย์มันเป็นแค่ขยะ ! เป็นแค่มดเหม็น ! ต่อให้ปล้นอัจฉริยะหมื่นเผ่าพันธุ์ไปก็เถอะ  พวกมันจะไปสะสมคะแนนที่ทำลายสถิติระดับสร้างประวัติศาสตร์มากมายขนาดนี้ได้ไงกัน ? ? ?”

“งานชุมนุมปีก่อน ๆ คะแนนสูงสุดก็แค่หลักล้าน...  แต่...  ไอ้หลักล้านบ้า ๆ นี่ตั้งแต่อันดับห้าบห้าขึ้นไปจนถึงอันดับหนึ่งเนี่ย...  มันเป็นไปไม่ได้...  เป็นไปม่ายด้ายยยยยยยยยยยยยย ! ! !”

ทั้งสามสะดุ้งเฮือกและแหกปากตะโกนอย่างบ้าคลั่งเหมือนกับคนเสียสติ

แต่ก็ไร้ประโยชน์  เพราะข้อเท็จจริงก็ได้ถูกเปิดเผยออกมาหมดแล้ว  ไม่เปิดโอกาสให้พวกเธอได้ตั้งข้อสงสัยใด ๆ อีก

ซวนซวนเห็นแบบนั้นแววตาก็เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและพูดเบา ๆ ว่า

“คุณพี่คะ  ยังอยากแข่งต่อมั้ยคะ ?”

“แข่งเซ่ ! ! !”

เยว่ฝูตาแดงก่ำกัดฟันกรอดจนแทบบ้า

“ทำไมจะไม่แข่งล่ะ ? ฮะ ? ? ?”

“ยังมีคะแนนจากสองรุ่นใหญ่อยู่อีกไม่ใช่ไง ? หล่อนคิดว่าจะชนะแบบนอนมาแล้วรึไง !”

“ใช่ ! คะแนนสูง ๆ ของพวกหล่อนน่ะมันได้จากการปล้นอัจฉริยะหมื่นเผ่าพันธุ์เรา ! ถ้าพึ่งแค่ฝีมือตัวเองล่ะก็แค่ติดท็อปหมื่นก็ยังไม่ไหวด้วยซ้ำ !”

“ถูกต้อง ! แล้วนี่ก็พึ่งจะเริ่มเอง ! อัจฉริยะสองรุ่นของหมื่นเผ่าพันธุ์เรามีหรือจะต้องไปกลัวไอ้มดเหม็นมนุษย์อย่างพวกหล่อน !”

“เปิดอันดับต่อไปให้ฉันเด๋วนิ ! เปิดอันดับมาเลย ! ! !”

จบบทที่ บทที่ 162 : เหมาท็อป 60 อันดับแรก ! นี่แหละความโหดของห้อง 1 !

คัดลอกลิงก์แล้ว