- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเปิดกล่องเทพ อัญเชิญยอดคนสยบยุทธจักร
- บทที่ 57 ได้รับกล่องสีส้มอีกครั้ง
บทที่ 57 ได้รับกล่องสีส้มอีกครั้ง
บทที่ 57 ได้รับกล่องสีส้มอีกครั้ง
ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงกล่องสุ่มใบนั้น ฉินฉางเซิงสวดภาวนาอีกครั้ง "ขอถวายชีวิตพวกโจรสลัดวอโค่ว เพื่อแลกกับโชคดีเทียมฟ้าของข้า!"
"พี่ระบบ โปรดเห็นใจข้าหน่อยเถิด!!!!!"
ราวกับได้ยินคำภาวนาของฉินฉางเซิง ทันใดนั้นแสงสีส้มก็สว่างวาบขึ้นและหายไป
[ได้รับตัวละครซั่งกวนจินหง!!!]
ความสุขมาเยือนอย่างกะทันหัน ทำให้ฉินฉางเซิงตื่นเต้นจนเนื้อเต้น คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับเรื่องน่าตื่นตะลึงเช่นนี้อีก
"ตรวจสอบข้อมูลของซั่งกวนจินหง!"
หน้าจอใสปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงของฉินฉางเซิงอย่างรวดเร็ว
ซั่งกวนจินหง เป็นตัวละครจากนวนิยายกำลังภายในของโกวเล้งเรื่อง 'ฤทธิ์กระบี่คฤโหด' เป็นประมุขพรรคเหรียญทองซึ่งเป็นพรรคอันดับหนึ่งในใต้หล้า ฉายาห่วงมังกรหงส์ อยู่ในอันดับที่สองของทำเนียบอาวุธ หยิ่งยโสโอหัง ไม่เห็นผู้ใดในสายตา ท้ายที่สุดด้วยความประมาทเลินเล่อ จึงตกตายภายใต้วิชามีดบินลีน้อยอันเหนือสามัญสำนึก
ระดับพลัง : ปรมาจารย์ใหญ่ขั้นสิบ!
"สมกับที่เป็นหนึ่งในสิบยอดจอมคนใต้ปลายปากกาของท่านโกวเล้ง หากเขาไม่ประมาท คาดว่าหลี่สวินฮวนก็คงไม่อาจสังหารเขาได้แน่" ฉินฉางเซิงถอนหายใจด้วยความชื่นชม
"คราวนี้ตำแหน่งนายหอเดือนหนึ่งก็มีคนมาครอบครองเสียที!"
จอมคนระดับนี้ปรากฏตัวขึ้น ย่อมไม่จำเป็นให้ฉินฉางเซิงต้องลงแรงให้วุ่นวาย ซั่งกวนจินหงจะจัดการทุกสิ่งและวางแผนทุกอย่างด้วยตัวเอง
——
จวนตระกูลเกา, ห้องลับ
รื่อเซิงเยวี่ย, หวังเฉียนเซี่ยวผู้อาวุโสแห่งนิกายพญามังกรดำ, อู๋ซิวหย่วน และท่านจื่อเจวี๋ยชางหยวนที่สวมหน้ากาก ทั้งสี่คนลอบมารวมตัวกันอีกครั้ง
"คนของหอหานเย่ว์ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง ถึงกับถูกสมาคมมังกรเขียวที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามกวาดล้างจนสิ้นซากได้" หวังเฉียนเซี่ยวพ่นคำสบถออกมา
"ไม่เพียงเท่านั้น เงินมัดจำที่เราจ่ายไปก็สูญเปล่า หมอนั่นยังไม่ทันช่วยพวกเราลงมือเลยก็จบเห่เสียแล้ว" รื่อเซิงเยวี่ยกล่าว
"ดูท่าการรับมือกับตระกูลฉินคงต้องพึ่งพวกเราเองแล้วล่ะ เพียงแต่ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะสามารถล่อปลาตัวใหญ่ของตระกูลฉินออกมาได้สักกี่ตัวกัน" ท่านจื่อเจวี๋ยชางหลานที่สวมหน้ากากอยู่กล่าวกลั้วหัวเราะ
"หาเบาะแสสมบัติลับของนิกายเทพสามแสงของพวกเจ้าเจอหรือไม่?" ทั้งสามคนต่างหันขวับไปมองรื่อเซิงเยวี่ยเป็นตาเดียว
"อะแฮ่ม มีเบาะแสแล้ว อีกไม่นานก็จะค้นพบที่ซ่อนของสมบัติลับ เมื่อถึงตอนนั้นสิ่งที่รับปากพวกท่านไว้ นิกายเทพสามแสงของข้าย่อมรักษาคำมั่นสัญญาอย่างแน่นอน" รื่อเซิงเยวี่ยรับประกัน
"เช่นนั้นก็ดี มิฉะนั้นโทสะของนิกายพญามังกรดำของข้า พวกเจ้าคงไม่อาจรับไหวแน่!" หวังเฉียนเซี่ยวกล่าวจบก็จากไปทางช่องทางลับ จากนั้นอีกสองคนก็ทยอยจากไปเช่นกัน
——
ตลาดมืดสมาคมมังกรเขียว
เซี่ยเสวี่ยอี๋และสือฉวิน อาศัยโอสถตี้หยวนที่ฉินฉางเซิงมอบให้ ทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้สำเร็จ ส่วนคนอื่นๆ ด้วยความช่วยเหลือของผลจันทร์เหมันต์ต่างก็ทะลวงพลังเพิ่มขึ้นได้หนึ่งถึงสองขั้นย่อย
ซั่งกวนจินหง, จิงอู๋มิ่ง, ซั่งกวนเฟย และลู่เสี่ยวเจียที่ผ่านการแปลงโฉมแล้ว ทั้งสี่คนเข้ามากล่าวลาฉินฉางเซิง พวกเขาตั้งใจจะออกจากเขตชางหลานเพื่อไปขยายอิทธิพล และจะไม่ใช้ชื่อของสมาคมมังกรเขียว สำหรับเขตชางหลานแห่งนี้ มีเพียงราชันสำราญไฉอวี้กวนผู้เดียวก็เพียงพอแล้ว
เนื่องจากลู่เสี่ยวเจียเคยเผยโฉมหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย จึงจำเป็นต้องแปลงโฉม เพื่อไม่ให้ผู้คนเชื่อมโยงตัวเขากับสมาคมมังกรเขียวได้
——
ภายในคฤหาสน์อันหรูหราแห่งหนึ่ง
อวี้เจินจื่อนั่งขัดสมาธิ พ่นลมปราณขุ่นมัวออกมา เขาอาศัยโอสถตี้หยวนที่ฉินฉางเซิงมอบให้ทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้สำเร็จ ในชั่วพริบตาเดียวสมาคมมังกรเขียวก็มียอดฝีมือระดับปรมาจารย์เพิ่มขึ้นถึงสามคน
"คราวนี้นิกายจินเผิงคงถึงคราวต้องเปลี่ยนเจ้านายแล้ว!" อวี้เจินจื่อลุกขึ้นยืนพลางแค่นเสียงเย็นชา
"เด็กๆ!"
"คารวะท่านนักพรต!" ยอดฝีมือผู้มีกลิ่นอายทรงพลังสิบกว่าคนเดินเข้ามาทำความเคารพอวี้เจินจื่อที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธาน
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนสนิทที่อวี้เจินจื่อซื้อตัวมาในตอนที่ยังแฝงตัวอยู่ในนิกายจินเผิง
"ไปเถอะ วันนี้นักพรตผู้นี้จะพาพวกเจ้าไปเปลี่ยนแผ่นดิน ร่วมเสวยสุขกับความเจริญรุ่งเรืองด้วยกัน!"
"ขอบพระคุณท่านนักพรตที่ช่วยสนับสนุน!"
ไม่นานนักคนกลุ่มใหญ่ก็มุ่งหน้าตรงไปยังนิกายจินเผิงอย่างอาจหาญ
นิกายจินเผิง
เหลิ่งจงหลิวที่เพิ่งทะลวงเข้าสู่ระดับเซียนเทียนขั้นสิบสองหัวเราะร่า "ท่านพ่อ คราวนี้พวกเราก็สามารถสะกดข่มเจ้านักพรตลามกอวี้เจินจื่อนั่นได้อยู่หมัดแล้ว"
"เราสองพ่อลูกต่างก็อยู่ในระดับเซียนเทียนขั้นสิบสอง บวกกับผู้อาวุโสสูงสุดอีกสองคน ยอดฝีมือระดับเซียนเทียนขั้นสิบสองถึงสี่คน ย่อมเพียงพอที่จะสะกดข่มอวี้เจินจื่อเพียงคนเดียวได้อย่างเหลือเฟือ" จินซั่วเหวินหัวเราะ
ทว่าความเป็นจริงกลับตบหน้าพวกเขาอย่างรวดเร็ว
"ท่านประมุข ท่านผู้อาวุโสใหญ่ แย่แล้วขอรับ ผู้อาวุโสรองนำคนบุกเข้ามาเข่นฆ่าแล้ว พี่น้องทั้งหลายต้านทานไว้ไม่อยู่แล้ว!" ศิษย์คนหนึ่งเข้ามารายงาน
"เจ้าว่าใครนะ?" เหลิ่งจงหลิวกระชากคอเสื้อของศิษย์ผู้มารายงานแล้วเค้นถาม
"ผู้อาวุโส... ผู้อาวุโสรองท่านนักพรตอวี้เจินจื่อขอรับ!" ศิษย์ผู้นั้นตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"อวี้เจินจื่อสมควรตายจริงๆ ข้าอุตส่าห์คิดว่าหากมันเจียมเนื้อเจียมตัวสักหน่อย ข้าผู้เป็นประมุขอาจจะเก็บมันไว้ได้อีกสักระยะ คิดไม่ถึงว่ามันจะมารนหาที่ตายเอง เช่นนั้นก็อย่ามาโทษว่าข้าอำมหิตก็แล้วกัน!"
"แจ้งให้ผู้อาวุโสสูงสุด และผู้อาวุโสทั้งเจ็ดมาปราบปรามคนทรยศ!"
"ขอรับ!"
ทว่าศิษย์ที่เพิ่งถอยออกไปผู้นั้นกลับถูกคนจากด้านนอกเตะกระเด็นเข้ามา กองอยู่บนพื้นและสิ้นลมหายใจไปแล้ว
"ไม่ต้องลำบากถึงเพียงนั้นหรอก นักพรตผู้นี้เป็นธุระส่งพวกเขามาให้พวกเจ้าแล้ว!" เสียงของอวี้เจินจื่อดังมาจากด้านนอก ตามด้วยศีรษะสองหัวที่อวี้เจินจื่อโยนลงแทบเท้าของสองพ่อลูก
"นี่มัน... นี่คือผู้อาวุโสสูงสุด!" จินซั่วเหวินเห็นใบหน้าของศีรษะทั้งสองบนพื้นก็กล่าวด้วยความตกตะลึง
"อวี้เจินจื่อ เจ้าจะสังหารผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสองได้อย่างไร พวกเขาล้วนอยู่ระดับเซียนเทียนขั้นสิบสอง ส่วนเจ้าเป็นแค่มดปลวกระดับเซียนเทียนขั้นสิบเอ็ดเท่านั้น!"
"สิ่งที่พวกเจ้าเห็นอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป นั่นเป็นเพียงสิ่งที่นักพรตผู้นี้ตั้งใจให้พวกเจ้าเห็นต่างหาก!"
"ผู้อาวุโสทั้งเจ็ดฟังคำสั่ง ฟังคำสั่งของนักพรตผู้นี้ สังหารเจ้าสองคนนี้ซะ!" อวี้เจินจื่อออกคำสั่งต่อผู้อาวุโสทั้งเจ็ดของนิกายจินเผิงที่อยู่ข้างกาย
"ผู้อาวุโสทั้งเจ็ด พวกเจ้าคือผู้อาวุโสแห่งนิกายจินเผิงของข้านะ เหตุใดจึงไปเชื่อฟังคำสั่งของเจ้านักพรตลามกนี่?"
"ผู้ที่รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดคน!"
"พวกเจ้าสองพ่อลูกก็ไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอก กอบโกยทรัพยากรไปมากมาย กินรวบอย่างน่าเกลียด ไม่เคยแบ่งปันน้ำซุปให้พี่น้องระดับล่างได้ซดบ้างเลย"
"ส่วนเหตุผลที่พวกเขามาสวามิภักดิ์ต่อข้าน่ะหรือ?"
"นั่นเพราะข้าแข็งแกร่งพอ และสามารถให้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ พวกเจ้าหารู้ไม่ว่าเงินทองที่มอบให้ข้า ล้วนถูกข้านำมามอบให้ผู้อาวุโสเหล่านี้จนหมดสิ้น"
"ใช้เงินของศัตรูมาซื้อใจคน ความรู้สึกนี้ช่างดีเหลือเกิน!"
สังหารคนพร้อมเชือดเฉือนหัวใจ!
"พรวด!" เหลิ่งจงหลิวถูกกระตุ้นจนบันดาลโทสะกระอักเลือดออกมา
"เจ้า............"
"จิตใจเจ้าช่างไม่มั่นคงเอาเสียเลย ใช้ไม่ได้จริงๆ!" อวี้เจินจื่อหัวเราะเยาะ
"ผู้อาวุโสทั้งเจ็ดยังยืนบื้ออยู่ทำไมกัน รีบลงมือสิ!"
"ขอรับ!"
ผู้อาวุโสทั้งเจ็ดแห่งนิกายจินเผิงไม่ลังเลอีกต่อไป พวกเขาชักอาวุธมีคมเข้าฟาดฟันใส่สองพ่อลูกจินซั่วเหวินและเหลิ่งจงหลิว ทั้งเก้าคนเปิดฉากตะลุมบอนกันอุตลุด ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ผู้อาวุโสทั้งเจ็ดก็ถูกจินซั่วเหวินและเหลิ่งจงหลิวซัดจนล้มกองกับพื้น
ในขณะที่สองพ่อลูกจินซั่วเหวินและเหลิ่งจงหลิวกำลังจะปลิดชีพพวกเขาทั้งเจ็ด ปราณกระบี่อันคลุ้มคลั่งสายหนึ่งก็พุ่งทะยานมาจากที่ไกลๆ ผู้ที่ลงมือก็คืออวี้เจินจื่อนั่นเอง
เพียงกระบี่เดียวก็ทำให้สองพ่อลูกจินซั่วเหวินและเหลิ่งจงหลิวปลิวละลิ่วออกไปไกลหลายจั้ง เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมา
"นี่... พลังของเจ้า!!!!" เหลิ่งจงหลิวตื่นตะลึง
"ที่แท้เจ้าก็คือยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ เจ้าซ่อนเร้นได้ลึกซึ้งยิ่งนัก!!" จินซั่วเหวินก็มีสีหน้าหวาดหวั่นเช่นเดียวกัน
"นี่คือคำสั่งเสียสุดท้ายของพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ?"
"เห็นแก่ที่พวกเจ้าเคยมอบทั้งเงินทองและสตรีให้กับข้า นักพรตผู้นี้จะเหลือศพที่สมบูรณ์ไว้ให้ก็แล้วกัน!!!!"
"ไปดีเถอะ!!!!!"
อวี้เจินจื่อตวัดกระบี่เหล็กในมือปาดคอคนทั้งสอง เสียงดัง 'ตุบ' ศีรษะของทั้งคู่ก็ร่วงหล่นลงบนพื้น
"ไอหยา นักพรตผู้นี้เผลอลงน้ำหนักมือมากไปหน่อย ต้องขออภัยด้วยจริงๆ... พวกเจ้า ใครก็ได้ ส่งคนไปหาช่างเย็บศพฝีมือดีๆ มาเย็บต่อศีรษะและร่างของท่านประมุขกับผู้อาวุโสใหญ่เสียหน่อยนะ อย่าได้เสียดายเงินล่ะ" อวี้เจินจื่อชี้ไปที่หนึ่งในคนสนิทแล้วกล่าว
"ขอรับ!"