- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเปิดกล่องเทพ อัญเชิญยอดคนสยบยุทธจักร
- บทที่ 4 จ้าวป้านซาน
บทที่ 4 จ้าวป้านซาน
บทที่ 4 จ้าวป้านซาน
บทที่ 4 จ้าวป้านซาน
"ระบบ หากตัวละครที่อัญเชิญมาฆ่าคนจะสามารถได้รับหีบสมบัติด้วยหรือไม่?" ฉินฉางเซิงสื่อสารกับระบบ
[ถูกต้อง!]
[ทว่าการสังหารผู้บริสุทธิ์อย่างไม่เลือกหน้าจะไม่เกิดผลอันใด จะต้องเป็นผู้ที่ทำชั่วมามาก หรือผู้ที่มีความแค้นกับโฮสต์เท่านั้น จึงจะสามารถได้รับหีบสมบัติ!] ระบบกล่าวเสริมประโยคหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ฉินฉางเซิงสังหารผู้บริสุทธิ์อย่างไม่เลือกหน้าเพื่อใช้ BUG
"วางใจเถิด ถึงอย่างไรชาติที่แล้วข้าก็เป็นพลเมืองดีที่เคารพกฎหมาย คนไม่ล่วงเกินข้า ข้าก็ไม่ล่วงเกินใคร"
"เปิดหีบสมบัติสีเขียว!"
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับจ้าวป้านซาน]
"ให้ตายสิ นี่ข้าไปแหย่รังแตนพรรคดอกไม้แดงเข้าหรืออย่างไร?" ฉินฉางเซิงกล่าวกลั้วหัวเราะ
จากนั้นหน้าจอข้อมูลเกี่ยวกับจ้าวป้านซานก็ปรากฏขึ้นในหัวของฉินฉางเซิง
จ้าวป้านซานเป็นตัวละครจากเรื่อง 'จอมใจจอมยุทธ์' เป็นผู้นำลำดับที่สามแห่งพรรคดอกไม้แดง เป็นศิษย์สำนักไท่จี๋ ท่องเที่ยวยุทธภพด้วยอาวุธลับ ผู้คนต่างขนานนามว่า 'พระตถาคตพันกร'
ระดับพลัง: ระดับโฮ่วเทียนขั้นสิบสอง
สิบกว่าอึดใจต่อมา ชายวัยกลางคนสวมชุดหรูหรา รูปร่างสูงใหญ่ค่อนไปทางท้วม ฝ่ามือหยาบกร้าน ใบหน้ายิ้มแย้มใจดีผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นภายในห้อง
"ผู้ใดกัน?" กระบี่ยาวในมือของนักพรตอู๋เฉินถูกชักออกจากฝักในพริบตา
"พี่รอง!" หลังจากผู้มาเยือนมองเห็นใบหน้าของนักพรตอู๋เฉินชัดเจนก็กล่าวด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
"เจ้า………… เจ้าคือน้องสาม!" นักพรตอู๋เฉินเองก็ตื่นเต้นยิ่งนัก
"พี่รอง ข้าเอง!"
ไม่มีสิ่งใดน่าซาบซึ้งใจไปกว่าการที่พี่น้องได้กลับมาพบกันอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้มาพบกันในต่างโลก
"ทำให้คุณชายต้องขบขันแล้ว พี่น้องเก่าแก่ได้กลับมาพบกันจึงยากจะควบคุมอารมณ์เอาไว้ได้"
"จ้าวป้านซานคารวะคุณชาย คุณชายทำให้จ้าวผู้นี้ได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง นับจากนี้ไปชีวิตของจ้าวผู้นี้ก็เป็นของคุณชายแล้ว" จากนั้นจ้าวป้านซานก็คุกเข่าคำนับฉินฉางเซิงชุดใหญ่
"พี่สามจ้าวรีบลุกขึ้นเร็วเข้า!" ฉินฉางเซิงพยุงจ้าวป้านซานลุกขึ้น
"ได้พี่สามจ้าวมาเข้าร่วม ตระกูลฉินของข้าก็ราวกับพยัคฆ์ติดปีก การรวบรวมอำเภอชิงเฟิงให้เป็นหนึ่งเดียวคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม" ฉินฉางเซิงกล่าวด้วยความฮึกเหิม
"แล้วแต่คุณชายจะบัญชา!" จ้าวป้านซานและนักพรตอู๋เฉินประสานมือคารวะฉินฉางเซิง
"ดี ในเมื่อท่านทั้งสองไม่ทอดทิ้งฉางเซิง ฉางเซิงก็ย่อมไม่ทอดทิ้งท่านทั้งสองเช่นกัน วันหน้าหากพี่น้องพรรคดอกไม้แดงจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันในต่างโลกก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!"
"ขอบคุณคุณชาย!" ทั้งสองประสานมือคารวะฉินฉางเซิงด้วยความตื่นเต้น
แม้ว่าพรรคดอกไม้แดงจะเป็นเพียงคนในยุทธภพ แต่ความผูกพันจากการร่วมสาบานของพวกเขากลับลึกซึ้งยิ่งกว่าพี่น้องร่วมสาบานแห่งเขาวากังเสียอีก
จากนั้นฉินฉางเซิงก็เริ่มแนะนำโครงสร้างอำนาจของอำเภอชิงเฟิงให้ทั้งสองฟังคร่าวๆ
ทางการประกอบด้วยสองหน่วยงานหลักคือที่ว่าการอำเภอและสำนักลิ่วซ่านเหมิน ซึ่งถือเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในอำเภอชิงเฟิง
รองลงมาคือสี่ตระกูลใหญ่ ได้แก่ ฉิน ไป๋ หลง และหวัง โดยตระกูลฉินแข็งแกร่งที่สุด ส่วนอีกสามตระกูลนั้นรองลงมาเล็กน้อย
สุดท้ายคือหอสี่ทิศที่เป็นกลางและทำแต่การค้าขาย
ส่วนในเงามืดจะมีขุมกำลังใดซ่อนอยู่อีกหรือไม่นั้น ฉินฉางเซิงเองก็ไม่อาจทราบได้
"ท่านทั้งสองเร้นกายอยู่ในเงามืด คอยสืบหาก่อนว่าผู้อยู่เบื้องหลังที่ลงมือกับข้าเป็นผู้ใดกันแน่" ฉินฉางเซิงกล่าวกับทั้งสอง
"จะไม่ทำให้คุณชายต้องผิดหวังอย่างแน่นอน!"
จากนั้นทั้งสองก็เร้นกายออกจากตระกูลฉินไปอย่างเงียบเชียบ
ฉินฉางเซิงกลืนโอสถเจิงหยวนลงไปในคำเดียว กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านไปทั่วอวัยวะภายในทั้งห้าและอวัยวะกลวงทั้งหก จากนั้นกลิ่นอายพลังก็เริ่มพุ่งสูงขึ้น ไม่นานก็ทะลวงจากระดับโฮ่วเทียนขั้นหนึ่งไปสู่ระดับโฮ่วเทียนขั้นสองได้อย่างรวดเร็ว
ฉินฉางเซิงพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาพลางหัวเราะร่วน "ดูเหมือนการฝึกฝนก็ไม่ได้ยากเย็นปานนั้นนี่นา!"
ยามนี้พรสวรรค์ของฉินฉางเซิงถือเป็นยอดอัจฉริยะเหนือผู้คน ไม่ด้อยไปกว่าตัวเอกในนิยายกำลังภายในเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ยิ่งบวกกับมีระบบนี้ด้วยแล้ว ในอนาคตย่อมไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้
จวนตระกูลหลี่ ห้องหนังสือ
"เรียนนายท่าน หลี่ซื่อถูกสังหารแล้วขอรับ ถูกกระบี่เดียวปลิดชีพ" พ่อบ้านจวนตระกูลหลี่กำลังรายงานต่อผู้นำตระกูลหลี่
หลี่จื่อเวย ผู้นำตระกูลหลี่มีตำแหน่งเป็นถึงที่ปรึกษาแห่งที่ว่าการอำเภอ มีสถานะสูงส่งอย่างยิ่งในอำเภอชิงเฟิง
"ฉินฉางเซิงอยู่เพียงระดับโฮ่วเทียนขั้นหนึ่ง ไม่มีทางเป็นคู่มือของหลี่ซื่อได้เลย หลี่ซื่ออยู่ถึงระดับโฮ่วเทียนขั้นห้า ดูท่าว่าคงมียอดฝีมือของตระกูลฉินคอยคุ้มครองมันอยู่อย่างลับๆ เป็นแน่" หลี่จื่อเวยผู้เป็นที่ปรึกษาซึ่งนั่งตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะหนังสือเอ่ยวิเคราะห์
"นายท่าน ยังต้องลงมือกับมันอีกหรือไม่ขอรับ?" พ่อบ้านเอ่ยถาม
"นั่นย่อมแน่นอนอยู่แล้ว คนที่รู้เรื่องแผนที่ล้วนต้องตาย ฟางปู้ถงใจอ่อนราวกับสตรี หารู้ไม่ว่าเขื่อนยาวพันลี้ย่อมพังทลายลงได้เพราะรังมดเพียงรังเดียว ทำเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อแผนการของนายท่านได้"
"หลี่อียังไม่กลับมาอีกหรือ?"
"ยังขอรับ!"
"เช่นนั้นก็ให้หลี่เอ้อร์กับหลี่ซานลงมือพร้อมกัน จำต้องสังหารฉินฉางเซิงให้ได้ในคราวเดียว!"
"ขอรับ นายท่าน!"
หออี๋หง
ฉินฉางเซิงเป็นเจ้ามือเลี้ยงสุราหลิ่วเฟิง หนึ่งในสิบหัวหน้ามือปราบ
"พี่หลิ่ว มา น้องขอคารวะท่าน!" ฉินฉางเซิงยกจอกสุราขึ้นกล่าว
"ฉางเซิงเอ๋ย เจ้าเกรงใจกันเกินไปแล้ว!" หลิ่วเฟิงยกจอกสุราขึ้นตอบรับ
หญิงคณิกาสองนางที่อยู่ด้านข้างกำลังรินสุราให้พวกเขาทั้งสอง
"ฉางเซิงเอ๋ย เจ้าช่างกู้หน้าให้สำนักลิ่วซ่านเหมินของเราเสียจริง โจรเด็ดบุปผาที่ที่ว่าการอำเภอจับไม่ได้ เจ้ากลับจับได้ คนของที่ว่าการอำเภอนี่มันพวกถุงสุรากระสอบข้าวไร้ประโยชน์เสียจริง"
สำนักลิ่วซ่านเหมินและที่ว่าการอำเภอเป็นสองหน่วยงานที่แยกจากกัน แม้จะเป็นหน่วยงานของทางการต้าเฉียนเหมือนกัน แต่กลับชิงดีชิงเด่นกันอย่างลับๆ หากเหยียบย่ำอีกฝ่ายได้ก็พร้อมจะเหยียบทันที
"พี่หลิ่วระวังคำพูดด้วย ระวังหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง!"
"ฮ่าๆๆ เป็นเจ้าเด็กนี่ที่รอบคอบ พี่ชายดื่มมากไปหน่อยแล้ว!"
สุราผ่านไปสามจอก อาหารผ่านไปห้ารส หลิ่วเฟิงก็ดื่มจนเมามายไม่ได้สติ
ฉินฉางเซิงกำชับหญิงคณิกาสองนางที่อยู่ด้านข้าง "พวกเจ้าดูแลพี่ใหญ่หลิ่วของข้าให้ดี!"
"เจ้าค่ะ คุณชายฉิน!"
ฉินฉางเซิงเป็นลูกค้าประจำของหออี๋หง ทั้งยังเป็นแขกคนสำคัญระดับสูงของหออี๋หงอีกด้วย
จากนั้นฉินฉางเซิงก็ทำท่าจะลุกจากไป
ทว่าในขณะนั้นเอง
นอกประตูพลันมีเสียงสาวใช้ผู้หนึ่งดังขึ้น "คุณชายฉิน แม่นางสวีขอเชิญท่านเจ้าค่ะ"
แม่นางสวีในปากของสาวใช้ผู้นี้ ก็คือสวีเหวิน นางโลมอันดับหนึ่งแห่งหออี๋หงนั่นเอง
ฉินฉางเซิงเปิดประตูออกไปพลางกล่าว "นำทางไปสิ!"
"เจ้าค่ะ!"
ภายใต้การนำทางของสาวใช้ ฉินฉางเซิงก็มาถึงหน้าห้องของสวีเหวิน
สาวใช้เอ่ยขึ้นที่หน้าประตู "แม่นางสวี คุณชายฉินมาแล้วเจ้าค่ะ!"
"ข้ารู้แล้ว เจ้าถอยไปก่อนเถิด!" น้ำเสียงอันไพเราะน่าฟังดังแว่วมาจากในห้อง
"แอ๊ด!" ประตูถูกเปิดออกจากด้านใน
ดรุณีวัยแรกแย้มผู้มีรูปโฉมงดงามหมดจด สวมชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อนผู้หนึ่งเดินออกมาจากในห้อง นางก็คือสวีเหวิน นางโลมอันดับหนึ่งแห่งหออี๋หงนั่นเอง
"ผู้น้อยคารวะคุณชายฉินเจ้าค่ะ!" สวีเหวินย่อกายคารวะฉินฉางเซิง
"ไม่ทราบว่าแม่นางสวีเรียกฉินผู้นี้มาด้วยเรื่องอันใดหรือ?" ฉินฉางเซิงไม่ได้ตื่นตะลึงในความงามของสวีเหวินแต่อย่างใด เขาเอ่ยปากถามออกไปตรงๆ
"เชิญคุณชายฉินด้านในเจ้าค่ะ!" สวีเหวินรู้สึกสงสัยในใจเล็กน้อยว่าเหตุใดวันนี้ท่าทีของคุณชายฉินจึงดูเย็นชานัก แต่นางก็ยังคงผายมือเชิญด้วยท่วงท่าอ่อนช้อย
ฉินฉางเซิงเดินเข้าไปในห้องของสวีเหวิน กลิ่นหอมจางๆ สายหนึ่งก็โชยมาปะทะจมูก
"ผู้น้อยได้เตรียมสุราอาหารไว้โต๊ะหนึ่ง เพื่อเป็นการขอบคุณคุณชายฉินที่คอยให้การสนับสนุนผู้น้อยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาเจ้าค่ะ!" สวีเหวินเอ่ยปาก
นับตั้งแต่สวีเหวินปรากฏตัวที่หออี๋หงแห่งอำเภอชิงเฟิง เจ้าของร่างเดิมอย่างฉินฉางเซิงก็มักจะแวะเวียนมาที่หออี๋หงอยู่เสมอ เขาช่วยไล่พวกที่คิดมิดีมิร้ายกับนางไปนับไม่ถ้วน ดูเหมือนว่าเขาจะมีใจให้สตรีผู้นี้ ส่วนความสัมพันธ์ของสตรีผู้นี้กับเจ้าของร่างเดิมก็ละเอียดอ่อนยิ่งนัก
"ได้!" ฉินฉางเซิงนั่งลงทันที
สวีเหวินเริ่มรินสุราให้ฉินฉางเซิง
"จอกแรก ขอคารวะคุณชายฉินที่คอยดูแลผู้น้อยมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา!" สวีเหวินลุกขึ้นยืนชูจอกสุราคารวะฉินฉางเซิง
"เกรงใจเกินไปแล้ว!" ฉินฉางเซิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้สวีเหวินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ปกติแล้วหากสวีเหวินแสดงท่าทีเป็นมิตรกับฉินฉางเซิงเพียงนิด เขาจะกระตือรือร้นตอบรับอย่างออกนอกหน้า ทว่าวันนี้เขากลับมีท่าทีผิดปกติไปจากเดิม นางจึงแอบคาดเดาอยู่ในใจ "หรือว่าที่บ้านของเขาจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น?"
"ได้ยินมาว่าวันนี้คุณชายฉินสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ สังหารโจรเด็ดบุปผาไปได้ผู้หนึ่ง สมกับที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งอำเภอชิงเฟิงจริงๆ เจ้าค่ะ!" สวีเหวินกล่าวชื่นชม
"ก็แค่โจรเด็ดบุปผาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ควรค่าให้ใส่ใจหรอก!" ฉินฉางเซิงตอบกลับ
"หืม?"
จู่ๆ ฉินฉางเซิงก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย สายตาเริ่มพร่าเลือน ทว่าพริบตาต่อมาก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม เขาคือผู้ที่มีกายาต้านร้อยพิษเชียวนะ
ฉินฉางเซิงรู้ทันทีว่าสุราจอกเมื่อครู่ต้องถูกวางยาเป็นแน่ ดูเหมือนจะเป็นพวกยาลุ่มหลงอะไรทำนองนั้น ดูท่าสตรีผู้นี้ก็ไม่ใช่คนดีนัก นางต้องการจะหลอกถามข้อมูลจากเขา