- หน้าแรก
- จักรพรรดิสวรรค์หรรษา กลุ่มแชทนี่มันบ้าอะไรเนี่ย
- บทที่ 304 สวี่ฉยง: ไม่มีใครพอจะสู้ได้เลยหรือ?
บทที่ 304 สวี่ฉยง: ไม่มีใครพอจะสู้ได้เลยหรือ?
บทที่ 304 สวี่ฉยง: ไม่มีใครพอจะสู้ได้เลยหรือ?
ภายในงานเลี้ยง
บรรยากาศเงียบงันจนถึงจุดเยือกแข็ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เยี่ยเยี่ยร้องเรียกคำว่า ‘ท่านพ่อ’ ออกมา
ภายนอก
ทุกคนล้วนไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
ทว่าแท้จริงแล้ว
พวกเขาทั้งหมดล้วนลอบส่งเสียงผ่านปราณซุบซิบนินทากันอย่างลับๆ วิเคราะห์สถานการณ์ในตอนนี้ และในขณะเดียวกันก็ใคร่รู้ว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นต่อไป
ฆ่าเลย!
ข้าอยากดูโลหิตไหลเป็นสายน้ำ!
ท่ามกลางฝูงชน เฮยหวงและสหายสารเลวสองสามคนขยิบตาให้กันอย่างรู้ทัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งหมดกำลังกินแตงโมรอดูงิ้วกันอย่างเงียบๆ
เวลานี้
จีเฮ่าเยวี่ยแทบไม่อยากจะเชื่อ
ข้าดุหรือ?
เขามองดูเยี่ยเยี่ยที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ทว่ากลับไม่สะดวกใจที่จะเอาความสิ่งใดกับนาง ได้แต่ตีหน้าขรึมไร้ความรู้สึก
ภายในห้องถ่ายทอดสด——
จีซวีคงกำลังส่งข้อความแสดงความไม่พอใจ
[จีซวีคงผู้แสนธรรมดา: จีเฮ่าเยวี่ยผู้นี้ช่างเป็นลูกหลานอกตัญญูเสียจริง เยี่ยเยี่ยเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายและน่ารักถึงเพียงนี้...]
จีเฮ่าเยวี่ย:
ท่านบรรพบุรุษ! ข้าต่างหากที่เป็นคนของตระกูลจี!
"อะแฮ่ม..."
เยี่ยฝานกระแอมเบาๆ
เขาลูบศีรษะของเยี่ยเยี่ย ปลอบโยนแก้วตาดวงใจตัวน้อยของตน พลางเอ่ยว่า "เสี่ยวเยี่ย ท่านนี้คือท่านอาจีเฮ่าเยวี่ย เขาไม่ได้ดุหรอก เขาเป็นเช่นนี้มาตลอด เพียงแต่ชอบทำหน้าขรึมก็เท่านั้น"
"อ้อ..."
เยี่ยเยี่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย
แต่ทว่าอย่าได้ถูกรูปลักษณ์ภายนอกของนางหลอกเอาเป็นอันขาด
ตอนนี้นางอายุราวๆ สิบสี่ปีแล้ว เป็นวัยที่กำลังซุกซนฉลาดแกมโกง ตัวแค่นี้แต่ความคิดความอ่านเกินวัย นางรับรู้ถึงสถานการณ์ของมารดาบังเกิดเกล้าของตนแล้ว
'ข้า!'
'เยี่ยเยี่ย!'
'จะออกศึกแทนท่านแม่เอง!'
ดวงตาของเยี่ยเยี่ยกวาดมองไปบนร่างของพวกจีจื่อเยวี่ยหนึ่งรอบ
"ทุกท่าน"
เยี่ยฝานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เขาเมินเฉยต่อสายตาของพวกจีจื่อเยวี่ย ฝืนใจจูงมือเยี่ยเยี่ย จากนั้นก็ประสานนิ้วทั้งสิบเข้ากับสวี่ฉยง พลางเอ่ยว่า:
"ข้าลืมแนะนำให้ทุกท่านรู้จักไปเสียสนิท"
"สตรีท่านนี้คือสวี่ฉยงภรรยาของข้า นางไม่ได้มีกายพิเศษอันใด และไม่ใช่คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่ใด นางเป็นเพียงคนธรรมดาผู้หนึ่ง รู้จักกับข้ามาเกือบยี่สิบปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ข้ายังไม่ได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการบำเพ็ญเพียร นางก็ร่วมทางกับข้ามาโดยตลอด"
"ส่วนนี่คือเยี่ยเยี่ย บุตรสาวของข้า"
น้ำเสียงของเยี่ยฝานดังก้องกังวานอยู่ข้างหูของทุกคนภายในงานเลี้ยง
เขารู้ดี
ว่าคำพูดประโยคนี้เมื่อกล่าวออกไป
ย่อมต้องก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมาเป็นพรวนอย่างแน่นอน
แต่...
เขาจำเป็นต้องพูด
เขาจำเป็นต้องแสดงจุดยืนเพื่อสวี่ฉยง
ชั่วขณะนั้น
ทุกคนต่างประหลาดใจกันถ้วนหน้า
รู้จักกับเยี่ยฝานมาเกือบยี่สิบปีอย่างนั้นหรือ?
ที่แท้...
สวี่ฉยงต่างหากที่เป็นผู้มาก่อนหรือนี่?
แต่นางจะต่อกรกับพวกจีจื่อเยวี่ยได้อย่างไรกันเล่า?
ภายใต้สายตานับหมื่นที่จับจ้อง
สีหน้าของสวี่ฉยงยังคงไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใดๆ
ในทางกลับกัน...
สีหน้าของพวกจีจื่อเยวี่ยแต่ละคนล้วนแปรเปลี่ยนเป็นดูไม่จืดอยู่บ้าง
รู้จักกับเยี่ยฝานมาเกือบยี่สิบปี?
อีกทั้งยังให้กำเนิดบุตรสาววัยสิบกว่าปีแก่เขาอีกคนหนึ่งด้วย?
เยี่ยฝานเพิ่งจะบำเพ็ญเพียรมาได้ราวๆ สิบสี่ปีเท่านั้น นั่นก็หมายความว่า ตอนที่เขาเพิ่งจะเริ่มบำเพ็ญเพียร เขาก็มีบุตรสาวแล้วอย่างนั้นหรือ?
ใบหน้าอันงดงามของจีจื่อเยวี่ยพลันซีดเผือดลง
จื่อเสียก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาของนางกวาดมองร่างของสวี่ฉยงและเยี่ยเยี่ยอย่างต่อเนื่อง ภายในใจก็รู้สึกไม่ค่อยดีนักเช่นกัน...
ตอนที่เยี่ยฝานหมั้นหมายกับนาง
เขาก็มีบุตรสาวแล้วอย่างนั้นหรือ?
เหยาซีกอดอกรอดูงิ้ว
นางถลึงตามองเยี่ยฝานด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ภายในใจมีเพียงความคิดเดียวเสมอมา——ถุย! เทียนตี้อันใดกัน? ก็เป็นแค่เจ้าโจรชั่วไร้ยางอายคนหนึ่งเท่านั้น!
สีหน้าของเหยียนหรูอวี้เรียบเฉย
อาจเป็นเพราะจิตใจของอสูรพฤกษานั้นล้วนสงบนิ่งไม่หวั่นไหว นางจึงเพียงแค่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยในตอนแรก แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ผันผวนอีกเลย
ดวงตาของอานเมี่ยวอีหรี่ลงเล็กน้อย
เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แล้ว ภายในใจของนางคิดไปไกลกว่านั้นอยู่บ้าง...
สตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอมา
ว่านหลงหนวี่และหวงจินเทียนหนวี่ สองธิดาสายตรงแห่งจักรพรรดิโบราณมีสีหน้าน่าเกรงขาม พวกนางจ้องมองสวี่ฉยง กวาดตามองขึ้นลงหนึ่งรอบ ภายในใจมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น
——สตรีผู้นี้ไม่คู่ควรกับเยี่ยฝาน
ทว่า
ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้
พวกนางก็ไม่ได้เป็นฝ่ายบุกทะลวงก่อนแต่อย่างใด หากแต่เฝ้าดูสถานการณ์อย่างอดทน ไม่แน่ว่าเดี๋ยวอาจจะมีเหตุพลิกผันเกิดขึ้นก็ได้กระมัง?
นักเรียนแลกเปลี่ยนดาวจื่อเวย·เซียนจื่อก่วงหานมีสีหน้าเรียบเฉย
นางก็ไม่ได้เอ่ยปากกล่าวสิ่งใดเช่นกัน
ในเวลาเช่นนี้
ขอเพียงเป็นคนฉลาด ก็ย่อมไม่เป็นฝ่ายเปิดฉากก่อนอย่างเด็ดขาด
ชั่วขณะนั้น
สถานที่แห่งนี้จึงเงียบสงัดลง บรรยากาศลดต่ำลงจนแทบจะถึงจุดเยือกแข็ง ทุกคนล้วนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งการสังหารอันเยียบเย็นลางๆ
ฆ่าเลย!
ข้าอยากดูโลหิตไหลเป็นสายน้ำ!
ภายในห้องถ่ายทอดสด——
สมาชิกกลุ่มมากมายต่างก็เริ่มร้อนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
[เฮยหวง: โฮ่ง! เหตุใดยังไม่ตีกันอีกเล่า?]
[ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: จากประสบการณ์หลายปีของข้า ดูแล้วอย่างไรก็คงไม่ตีกันอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดแล้วระดับบำเพ็ญเพียรของสวี่ฉยงกับพวกนางก็ห่างชั้นกันมากเกินไป อีกทั้งในมือของสวี่ฉยงยังถือไพ่ตายเอาไว้ตั้งมากมาย นางจะโง่เขลาเอาข้อด้อยของตนไปวัดรอยเท้ากับพวกจีจื่อเยวี่ยได้อย่างไร?]
[จีซวีคงผู้แสนธรรมดา: หืม? ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งมีประสบการณ์ในสมรภูมิรักโชกโชนถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ดูท่าท่านคงผ่านเรื่องราวทำนองนี้มาไม่น้อยเลยสินะ...]
[เจ้าพ่อไอเดียอันดับหนึ่งแห่งเจ้อเทียน: สมกับที่เป็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์ ฉากใหญ่โตระดับใดบ้างที่เขาไม่เคยเห็น?]
[พ่ายแพ้ร้อยครั้งบรรลุจักรพรรดิ: มีเหตุผล]
เวลานี้
ภายใต้สายตานับหมื่นที่จับจ้อง
แม้สวี่ฉยงจะไม่ได้เอ่ยปากกล่าวสิ่งใดออกมา
แต่แท้จริงแล้วนางก็คอยลอบสังเกตสตรีหลายท่านที่อยู่ตรงหน้ามาโดยตลอด
ไม่นานนัก
นางก็สามารถวิเคราะห์นิสัยและลักษณะเด่นของสตรีเหล่านี้ออกมาได้อย่างคร่าวๆ ในขณะเดียวกันก็เข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ถึงขั้นที่วางแผนกลยุทธ์ให้กับตนเองเสร็จสรรพแล้ว
เริ่มจากจีจื่อเยวี่ยก่อน
ความคิดในใจของนางล้วนแสดงออกทางสีหน้าอยู่ตลอดเวลา แทบจะมองออกตั้งแต่แรกเห็นว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่ โดยพื้นฐานแล้วไม่มีพลังต่อสู้ใดๆ
——มีแต่ชื่อเสียงจอมปลอม
จากนั้นก็คือจื่อเสีย
อารมณ์ความรู้สึกของนางผันผวนไม่มากนัก แม้จะบอกว่ามีสัญญาหมั้นหมายกับเยี่ยฝาน ทว่าขอเพียงสวี่ฉยงไม่ตกเป็นรอง นางก็ไม่มีอำนาจคุกคามอันใดเช่นกัน
——สุนัขเฝ้าบ้าน!
ถัดมาก็คือเหยียนหรูอวี้
นิสัยของอสูรพฤกษานั้นจืดชืด พลังต่อสู้ยิ่งนับว่าธรรมดาสามัญ
——ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ!
กล่าวถึงสตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือและสตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาซี
สองคนนี้เห็นได้ชัดว่าเน้นไปที่การรอดูงิ้วเสียมากกว่า โดยพื้นฐานแล้วคงไม่เข้าร่วมสงคราม ยิ่งไม่จำเป็นต้องใส่ใจเข้าไปใหญ่
คนที่ทำให้สวี่ฉยงรู้สึกหวาดหวั่นที่สุดก็คืออานเมี่ยวอี
สตรีผู้นี้งดงามมาก หรือจะกล่าวว่าสตรีในงานล้วนงดงามมาก ทว่ามีเพียงอานเมี่ยวอีเท่านั้นที่ทำให้ผู้คนมองไม่ทะลุ นางจะต้องเป็นกำลังรบหลักในสงครามครั้งนี้อย่างแน่นอน
คาดว่าพลังต่อสู้ของอีชิงอวู่ก็คงไม่ด้อยเช่นกัน
ส่วนองค์หญิงทั้งสองน่ะหรือ?
สวี่ฉยงล่วงรู้ถึงฐานะของพวกนาง ว่าเป็นถึงธิดาสายตรงของจักรพรรดิแห่งยุคไท่กู่ ฐานะสูงส่ง พรสวรรค์โดดเด่น แต่ก็เป็นเพียงพวกที่ยืมบารมีบิดาเท่านั้น!
สรุปผล——
จีจื่อเยวี่ยมีแต่ชื่อเสียงจอมปลอม เหยียนหรูอวี้นิสัยจืดชืด จื่อเสียเป็นแค่สุนัขเฝ้าบ้าน เหยาฉือและเหยาซีไม่จำเป็นต้องใส่ใจ สององค์หญิงก็แค่อาศัยบารมีบิดา
มีเพียงอานเมี่ยวอีผู้เดียวที่ต้องให้ความสำคัญ
แต่...
ไพ่ตายในมือของสวี่ฉยงมีมากเกินไปแล้ว
ขอเพียงนางไม่เอาเรื่องระดับบำเพ็ญเพียรไปเทียบกับพวกจีจื่อเยวี่ย เช่นนั้นนางก็ไร้เทียมทานแล้วจริงๆ...
สวี่ฉยง: ไม่มีใครพอจะสู้ได้เลย!
"อะแฮ่ม..."
เยี่ยฝานกระแอมเบาๆ
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศภายในงานค่อนข้างตึงเครียด เขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาเอ่ยทักทายว่า "สหายเต๋าทุกท่าน เชิญทานเชิญดื่มกันตามสบาย ไม่ต้องเกร็งไป"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ทุกคนต่างพากันพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
เกร็งอย่างนั้นหรือ?
ข้าว่าคนที่เกร็งคือเจ้าเยี่ยฝานต่างหากเล่า!
อย่างไรเสียพวกเราก็ไม่ได้เกร็งเลยแม้แต่น้อย งิ้วฉากนี้ช่างดูสนุกตื่นเต้นเหลือเกิน...