- หน้าแรก
- จักรพรรดิสวรรค์หรรษา กลุ่มแชทนี่มันบ้าอะไรเนี่ย
- บทที่ 103 จักรพรรดิมนุษย์หลินไม่เพียงทรมานเยี่ย ยังทรมานต้าหนานหน่านด้วย!
บทที่ 103 จักรพรรดิมนุษย์หลินไม่เพียงทรมานเยี่ย ยังทรมานต้าหนานหน่านด้วย!
บทที่ 103 จักรพรรดิมนุษย์หลินไม่เพียงทรมานเยี่ย ยังทรมานต้าหนานหน่านด้วย!
"ดอกหนึ่งร่วงโรย ดอกหนึ่งผลิบาน"
"ดอกไม้ที่คล้ายคลึงกัน..."
ต้าหนานหน่านหลุบตาลงเล็กน้อย
นางนั่งเหม่อลอยอยู่กับที่ ชุดกระโปรงสีขาวสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นผง เส้นผมสีดำขลับพลิ้วไหวไปตามสายลมโชยอ่อน บนร่างแผ่กลิ่นอายความโศกเศร้าออกมาจางๆ เต็มไปด้วยความสับสนต่ออนาคตภายภาคหน้า
หลายปีมานี้
แท้จริงแล้วนางก็คาดเดาความจริงได้แล้ว
พี่ชายของนาง...
บางทีอาจไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว
แต่นางก็ยังคงไม่ยินยอมพร้อมใจ ไม่ยอมเชื่อ
ตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นศพของพี่ชายอย่างแน่ชัด
นางจะไม่มีวันยอมแพ้
ทว่า...
วันนี้หลังจากได้เห็นเยี่ยฝานที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับพี่ชายของนางถึงแปดเก้าส่วนแล้ว
ในที่สุดภายในใจของนางก็บังเกิดความสิ้นหวัง
ดอกหนึ่งร่วงโรย ดอกหนึ่งผลิบาน
ในอนาคตมีเยี่ยฝานปรากฏตัวขึ้น
นั่นไม่ได้หมายความว่าพี่ชายของนางตายไปแล้วหรอกหรือ!?
ในวินาทีนี้
หัวใจของต้าหนานหน่านสั่นสะท้าน
ภายในหัวของนางหวนนึกถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เคยเผชิญร่วมกับพี่ชายในอดีตโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่ใสกระจ่างไม่อาจกลั้นน้ำตาแห่งความโศกเศร้าเอาไว้ได้
"พี่ชาย..."
นางพึมพำเสียงแผ่วเบา
ความสิ้นหวังอันเข้มข้นถึงขีดสุดนั้นราวกับกระแสน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมท้นร่างของนางอย่างสมบูรณ์ ความรู้สึกอึดอัดแทบขาดใจทำให้นางอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทิ้ม...
เมื่อเห็นเช่นนี้
หลินเจาขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขารีบโบกมือเบาๆ ปิดกั้นการรับรู้ของเพื่อนสมาชิกกลุ่มจำนวนมากในทันที เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเขามองเห็นท่าทางที่เสียกิริยาของต้าหนานหน่าน ตลอดกระบวนการมีเพียงเต้าเต๋อเทียนจุนและหลิงเป่าเทียนจุนสองท่านเท่านั้นที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ
เทียนจุนทั้งสองลอบสบตากันแวบหนึ่ง
แม้พวกเขายุ่งยากใจอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้สอดแนมความเป็นส่วนตัว
ในสายตาของเพื่อนสมาชิกกลุ่มหลายคน
หลินเจาและต้าหนานหน่านยังคงไม่มีความผิดปกติใดๆ
แต่ในความเป็นจริง...
"เฮ้อ"
"อยากร้องไห้หรือไม่?"
หลินเจาเดินมาอยู่ข้างกายต้าหนานหน่าน เขามองสตรีที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังเบื้องหน้า ภายในใจกระจ่างชัดเจนว่าตอนนี้นางรู้สึกสิ้นหวังมากเพียงใด
สำหรับมหาจักรพรรดินีแล้ว
การที่นางสามารถผงาดขึ้นมาได้ในตอนแรก
ก็อาศัยเพียงความยึดติดในการตามหาพี่ชายเท่านั้น
ต่อมา...
หลังจากพบกระดูกของพี่ชาย
นางก็เกิดความยึดติดขึ้นมาใหม่ นั่นคือ ไม่ปรารถนาจะบรรลุเป็นเซียน ขอเพียงรอคอยการกลับมาของเขาในโลกธุลีแดง
มาบัดนี้
การได้รับรู้ข่าวคราวการตายของพี่ชายล่วงหน้า
ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่ามันจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของมหาจักรพรรดินีหรือไม่
ต้าหนานหน่านช้อนตาขึ้นเล็กน้อย
ดวงตากลมโตใสกระจ่างของนางมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ นางมองไปยังหลินเจาด้วยร่างกายที่สั่นเทาเล็กน้อย พลางกล่าวอย่างเศร้าสร้อยว่า "ผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์ คนตายไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้จริงๆ หรือ?"
"ผู้ใดบอกว่าไม่ได้กัน?"
หลินเจาเอ่ยถามกลับ
เขานั่งลงข้างกายต้าหนานหน่าน
จากนั้นก็ยกมือขึ้นช่วยเช็ดน้ำตาให้นาง พลางกล่าวว่า "เมื่อคนผู้หนึ่งแข็งแกร่งมากพอที่จะย้อนเวลากลับไป ไม่สนกฎแห่งกรรม การฉายภาพห้วงเวลาหมื่นกาลก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด การชุบชีวิตตัวตนที่ตายไปนานแล้วก็ง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ..."
เมื่อได้ยินดังนั้น
ต้าหนานหน่านก็อดไม่ได้ที่จะตะลึงงัน
ย้อนเวลา ไม่สนกฎแห่งกรรม ฉายภาพหมื่นกาล;
บนโลกใบนี้มีตัวตนที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้อยู่จริงๆ หรือ!?
"เอาละ"
หลินเจาช่วยเช็ดน้ำตาให้นาง พลางกล่าวว่า "ชีวิตของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความเสียใจ สิ่งที่เราต้องทำก็คือพกพาความเสียใจเหล่านี้ก้าวเดินไปสู่จุดที่สูงขึ้นทีละก้าว รอจนถึงวันใดวันหนึ่งในอนาคต เมื่อเจ้ามองย้อนกลับไปยังอดีตที่ผ่านมา เจ้าก็จะพบว่าสิ่งที่เรียกว่าความเสียใจนั้น..."
"แท้จริงแล้วมันก็แค่นั้นเอง"
ต้าหนานหน่านจ้องมองหลินเจาเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย
จู่ๆ ภายในหัวของนางก็หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตบางอย่าง——
ในตอนนั้น
พี่ชายก็เคยช่วยเช็ดน้ำตาให้นางเช่นนี้เหมือนกัน
พี่ชายมักจะกล่าวว่า "เอาละ เลิกร้องไห้ขี้มูกโป่งได้แล้ว~"
"เลิกร้องไห้ขี้มูกโป่งได้แล้ว"
หลินเจาอดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ ออกมา
ทันทีที่กล่าวประโยคนี้จบ
หัวใจของต้าหนานหน่านก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที
นางเงยหน้ามองหลินเจาเบื้องหน้า สัมผัสได้ถึงความห่วงใยและการปลอบประโลมที่ออกมาจากใจจริงของเขา ความห่วงใยเช่นนี้...
ในชีวิตนี้นางเคยสัมผัสได้จากพี่ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น
"ตกลง"
นางพยักหน้าอย่างหนักแน่น
ในขณะเดียวกัน ภายในใจก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างขึ้นมา
"สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าในตอนนี้ก็คือ——ความแข็งแกร่ง!"
หลินเจอกล่าวเสียงเรียบ "มีเพียงแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น เจ้าถึงจะสามารถชดเชยความเสียใจในอดีตได้"
"มิเช่นนั้น"
"เจ้าก็จะทำอันใดไม่ได้เลย"
เมื่อได้ยินดังนั้น
ต้าหนานหน่านก็พยักหน้ารับเงียบๆ
'ต้องแข็งแกร่งขึ้น!'
นางกำมือแน่น
ความเชื่อมั่นนี้กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในใจของนาง
"ช่วงนี้การบำเพ็ญเพียรมีปัญหาอันใดหรือไม่?"
หลินเจาเอ่ยถาม
"ตอนนี้ยังดีอยู่"
ต้าหนานหน่านกล่าวว่า "คัมภีร์สวรรค์หุนตุ้นที่ผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์ถ่ายทอดให้ข้าเมื่อคราวก่อนลึกล้ำเป็นอย่างยิ่ง ข้ารู้สึกว่ามันเข้ากับข้ามากตอนที่บำเพ็ญเพียร"
คัมภีร์สวรรค์หุนตุ้น——
นี่คือคัมภีร์ที่หลินเจาสร้างขึ้นหลังจากบรรลุมรรคาในชาติภพแรก ซึ่งเหมาะสมกับการบำเพ็ญเพียรของกายหุนตุ้นมากที่สุด
แม้ต้าหนานหน่านจะไม่ใช่กายหุนตุ้น
แต่นางก็เคยรับการชำระล้างด้วยหยดเลือดแก่นแท้ของหลินเจา ภายในร่างกายมีโซ่ตรวนแห่งมรรคาหุนตุ้นซุกซ่อนอยู่ จึงสามารถบำเพ็ญเพียรคัมภีร์นี้ได้เช่นกัน
แถมความเร็วในการบำเพ็ญเพียรยังค่อนข้างรวดเร็วเสียด้วย
ทว่าการชำระล้างด้วยหยดเลือดแก่นแท้และการบำเพ็ญเพียรคัมภีร์นั้น จะช่วยให้นางมีความได้เปรียบในช่วงแรกเท่านั้น ในอนาคตเมื่อนางเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตจ่านเต้า นางก็จะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากและความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน——
ภายในร่างกายมีโซ่ตรวนแห่งมรรคาของหลินเจา
แถมยังบำเพ็ญเพียรคัมภีร์ของหลินเจาอีกด้วย
สิ่งนี้จะทำให้นางต้องเผชิญกับการสะกดข่มของมรรคาอันน่าสะพรึงกลัว หากนางไม่สามารถเดินตามเส้นทางของตนเองได้ อนาคตของนางก็คงจะหยุดอยู่แค่นี้
แน่นอน
หลินเจาไม่ได้สงสัยเลยว่ามหาจักรพรรดินีจะสามารถเดินบนเส้นทางที่เป็นของตนเองได้หรือไม่ เขากลับรู้สึกว่าโซ่ตรวนบนตัวของต้าหนานหน่านยังหนักหน่วงไม่พอด้วยซ้ำ
หรือว่า...
จะเพิ่มไปอีกสักหน่อยดี?!
หลินเจาในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดแห่งพรรคทรมานเยี่ย
เขาไม่เพียงแต่ต้องทรมานเยี่ยเท่านั้น
ยังต้องทรมานต้าหนานหน่านที่เป็นถึงประมุขพรรคผู้นี้อีกด้วย
"ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปเพื่อความรุ่งโรจน์ของพรรคทรมานเยี่ย"
——จักรพรรดิมนุษย์หลิน ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งพรรคทรมานเยี่ยกล่าวไว้เช่นนี้
ประมุขพรรคยังไม่แข็งแกร่ง
แล้วเยี่ยเทียนตี้ในอนาคตจะแข็งแกร่งได้อย่างไร?!
หากเยี่ยเทียนตี้ไม่แข็งแกร่ง พรรคทรมานเยี่ยจะเจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร?
"ฟุ่บ!"
ในตอนนั้นเอง
หลินเจาชะงักไปเล็กน้อย
เขาหันไปมองเซียวอิ๋งฮว๋าที่อยู่ด้านข้าง
จู่ๆ ก็ตระหนักได้ว่านางกำลังส่งเสียงทางจิตกระซิบกระซาบกับตนเองอยู่เช่นกัน
เอาละ
ยังต้องแบ่งสมาธิไปจัดการอีกเรื่องจนได้
เพื่อนสมาชิกกลุ่มจำนวนมากที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติใดๆ สายตาของพวกเขากวาดมองสลับไปมาระหว่างเยี่ยฝานและอู๋สือ เห็นได้ชัดว่าสนใจในการประลองที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นอย่างมาก
เยี่ยตี้จุน ปะทะ มหาจักรพรรดิอู๋สือ!
ท้ายที่สุดแล้วผู้ใดจะแข็งแกร่ง ผู้ใดจะอ่อนแอกว่ากัน? คำตอบกำลังจะถูกเปิดเผย!
"หืม?"
ในตอนนั้นเอง
เจียงเหิงอวี่ชะงักไปเล็กน้อย
จู่ๆ เขาก็สังเกตเห็นเศษผ้าชิ้นพิเศษบริเวณเอวของเยี่ยฝาน ในฐานะผู้มีประสบการณ์ เขามองเพียงปราดเดียวก็รู้ทะลุปรุโปร่งว่านี่คือของสตรี——
เอี๊ยม!
เจียงเหิงอวี่เบิกตากว้าง
เขารีบสะกิดจีซวีคงที่อยู่ข้างกายทันที
"หืม?"
จีซวีคงหันมามองด้วยความสงสัยเล็กน้อย
ภายใต้การขยิบตาหลิ่วตาเป็นสัญญาณของเจียงเหิงอวี่ เขาก็มองไปยังเอวของเยี่ยฝาน จากนั้นก็สังเกตเห็นเศษผ้าชิ้นพิเศษนั้นอย่างรวดเร็ว
จีซวีคงชะงักไปเล็กน้อย
เขาและเจียงเหิงอวี่สบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาทันที
ว่านชิง ลี่จิ่วเจี๋ย อู๋สือ และเฮยหวงก็สังเกตเห็นสายตาของทั้งสองคนเช่นกัน จากนั้นพวกเขาก็มองตามสายตานั้นไปยังเอวของเยี่ยฝาน แล้วก็มองเห็นเศษผ้าชิ้นพิเศษนั้นแทบจะในปราดเดียว
"โฮ่ง!"
"คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเป็นเยี่ยตี้จุนแบบนี้!?"
เฮยหวงอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบ
สีหน้าของว่านชิงดูแปลกประหลาดพิกล
ลี่จิ่วเจี๋ยพยายามกลั้นอาการเลิกคิ้วเล็กน้อย
ส่วนลึกในดวงตาของอู๋สือเผยให้เห็นถึงความเหยียดหยามสายหนึ่ง
ถุย!
คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเป็นเยี่ยตี้จุนแบบนี้!
ผู้สืบทอดวิถีปรารถนามนุษย์อย่างนั้นหรือ?