เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 560 - เป้าหมายของราชินี

บทที่ 560 - เป้าหมายของราชินี

บทที่ 560 - เป้าหมายของราชินี


บทที่ 560 - เป้าหมายของราชินี

วิ่งก็วิ่งไม่ทัน แถมยังเหนื่อยแทบตายอีก

เย่ฝานเลยเลิกวิ่งมันซะเลย

ซาม่านหลัวเห็นเย่ฝานหยุด ก็ร่อนลงมาจากท้องฟ้า "คิกคิก เป็นอะไรไปล่ะ ไม่วิ่งแล้วเหรอ? วิ่งต่อไปสิ"

เย่ฝานทำหน้าอมทุกข์มองหล่อน "นี่ มีคนตั้งเยอะแยะ ทำไมเธอถึงไล่ตามฉันมาแค่คนเดียวล่ะ?"

ซาม่านหลัวจ้องตาเย่ฝานเขม็ง "ถ้าไม่ใช่เพราะแก นครกลางทรายของข้าจะพังทลายได้ยังไง?"

"ร่างจริงของข้าจะหายไปได้ยังไง?"

"แกทำข้าตกอยู่ในสภาพนี้ แกบอกมาสิ ว่าถ้าข้าไม่ตามล่าแก แล้วจะให้ไปตามล่าใคร?"

เย่ฝานเคยเดาไว้แล้วว่า การหายไปของนครทรายน่าจะเกี่ยวพันกับ 'หัวใจศิลาดาว' ตอนนี้ก็เป็นอันชัดเจนแล้ว

เดี๋ยวนะ หล่อนบอกว่า ร่างกายของหล่อน?

เย่ฝานเพิ่งจะสังเกตเห็นหล่อนอย่างจริงจัง

ผลก็คือพบจุดผิดปกติเข้าจนได้

ซาม่านหลัวในก่อนหน้านี้ ร่างกายดูอัดแน่น แผ่พลังวิญญาณธาตุดินและแรงกดดันอันหนักอึ้งออกมา

แต่ในเวลานี้ แม้จะยังคงแผ่กลิ่นอายและแรงกดดันอันทรงพลังออกมา แต่บริเวณขอบของร่างกายกลับดู... พร่ามัว?

พอมองดูดีๆ ถึงขั้นมองทะลุร่างของหล่อน ไปเห็นปุยเมฆจางๆ ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าด้านหลังได้เลย!

แถมคลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาจากตัวหล่อน แม้จะแข็งแกร่ง แต่กลับขาดความ 'หนักแน่น' และ 'รากฐาน' ไปอย่างเห็นได้ชัด กลับเพิ่มความ 'เลื่อนลอย' และ 'ลวงตา' เข้ามาแทน

ความรู้สึกที่เคยเชื่อมโยงกับเขตแดนทรายทั้งหมด ราวกับเป็นพระแม่ธรณีแบบก่อนหน้านี้ ดูอ่อนลงไปมาก

ที่สำคัญที่สุดคือ...

เย่ฝานถึงขั้นสามารถ 'มองเห็น' ลางๆ ว่า ภายในร่างกายของหล่อน ไม่มีเส้นลมปราณ กระดูก หรืออวัยวะภายในที่แท้จริงเลย แต่กลับประกอบขึ้นจากพลังงานสีทองและคลื่นวิญญาณอันทรงพลังและบริสุทธิ์ที่อัดแน่นจนถึงขีดสุด!

ข้อสันนิษฐานอันกล้าหาญข้อหนึ่ง แวบเข้ามาในหัวเย่ฝานทันที!

กายทิพย์?

หรือว่า... นครทรายพังทลาย หลังจากสูญเสีย 'หัวใจศิลาดาว' ค้ำจุน 'ร่างกาย' ของซาม่านหลัวที่อาศัยนครทรายและพลังต้นกำเนิดธาตุดินในการก่อตัว ก็พังทลายสลายไปจริงๆ

แต่ต้นกำเนิดวิญญาณของหล่อน หรือก็คือจิตวิญญาณ กลับไม่ได้ดับสูญไปด้วยเพราะเหตุผลบางอย่าง

แต่กลับกลายสภาพมาเป็นพลังงานวิญญาณหลงเหลืออยู่แบบนี้?

งั้นที่หล่อนตามมานี่ ก็เพื่อจะมาแก้แค้น?

หรือจะมาแย่งหัวใจศิลาดาวคืน?

"นี่เธอเป็นกายทิพย์งั้นเหรอ?"

"ที่แท้ ที่เธอตามฉันมาตลอด ก็เพราะจะมาทวง 'หัวใจศิลาดาว' คืนสินะ?"

บนใบหน้าอันงดงามเย้ายวนของซาม่านหลัว ปรากฏรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม

น้ำเสียงยังคงเกียจคร้าน "ร่างกายที่เกิดจากการหลอมรวมของหัวใจศิลาดาวนั่น ศักยภาพในการพัฒนามันต่ำเกินไป ข้าอยู่ที่นี่มาไม่รู้กี่ปีแล้ว เพิ่งจะมีพลังแค่ระดับทงเทียน อ่อนแอเกินไป"

"ข้าต้องการสมบัติที่ดีกว่านี้"

ซาม่านหลัวส่ายหน้า

"น่าเสียดายนะ ในดินแดนเร้นลับแห่งนี้ หาของล้ำค่าที่สู้หินแห่งนครทรายไม่ได้อีกแล้ว"

"เพราะงั้น ข้าถึงอยากจะออกไปจากที่นี่ไง"

หล่อนหยุดเว้นจังหวะ "สิ่งที่ข้าสนใจจริงๆ น่ะ ไม่ใช่ 'หัวใจศิลาดาว' หรอกนะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น เย่ฝานก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ

มองหล่อนอย่างระแวดระวัง

สนใจในตัวฉันงั้นเหรอ?

ผู้หญิงคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่?

หล่อนหัวเราะคิกคัก "ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น"

"เจ้าหนูสามคนนั่น ก็คือคนที่ช่วยแกสู้กับพวกหอหลางหยาใช่ไหม..."

มุมปากของซาม่านหลัวยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้ง "คนอื่นอาจจะไม่ทันสังเกต แต่สัมผัสวิญญาณของข้า จับสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยล่ะ... ว่าสามคนนั้น จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาข้างๆ แก"

"อยู่ที่เนินทรายนั่นแหละ ไร้สัญญาณเตือนใดๆ ราวกับ... กระโดดออกมาจากอีกมิติหนึ่งยังไงยังงั้น"

ใจของเย่ฝานกระตุกวูบ!

เขาคิดไม่ถึงเลยว่าสัมผัสของซาม่านหลัวจะเฉียบคมขนาดนี้ ขนาดความผันผวนของมิติที่แผ่วเบามากๆ ตอนที่พวกชุ่ยเวยออกมาจากมิติพกพา หล่อนยังจับสังเกตได้!

"ของวิเศษมิติที่สามารถเก็บสิ่งมีชีวิตได้..."

น้ำเสียงของซาม่านหลัวแฝงความปรารถนาที่ยากจะปิดบัง "ของแบบนี้ ต่อให้เป็นในยุคโบราณ ก็ยังถือว่าเป็นสุดยอดสมบัติที่หายากยิ่ง ปกติแล้วของวิเศษมิติ จะเก็บได้แต่ของไร้ชีวิตเท่านั้น"

"คิดไม่ถึงเลยว่า เด็กน้อยระดับเซียนเทียนอย่างแก จะมีของแบบนี้อยู่ในครอบครอง"

หล่อนมองสีหน้าของเย่ฝานที่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและหวาดระแวงในพริบตา

ก่อนจะหัวเราะเบาๆ "วางใจเถอะ ถ้าข้าคิดจะแย่งชิงจริงๆ ข้าลงมือไปนานแล้ว"

"ต่อให้ตอนนี้ข้าจะเหลือแค่เศษเสี้ยววิญญาณ แต่จะจัดการแกก็ยังง่ายเป็นปอกกล้วย"

เย่ฝานเงียบ หล่อนพูดความจริง

ดูจากความเร็วของหล่อน และแรงกดดันที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ ก็ชัดเจนเลยว่า ถ้าหล่อนจะฆ่าเขา ก็คงทำได้ง่ายดายเหมือนพลิกฝ่ามือ

แน่นอนว่า เย่ฝานก็มีไพ่ตายของเขาเหมือนกัน

หอกโลหิตเทพคลั่งไงล่ะ

เพียงแต่ ถ้าไม่ถึงคราวคับขันจริงๆ เย่ฝานก็ไม่อยากจะใช้หอกโลหิตเทพคลั่งนัก

ของพรรค์นั้น ใช้แล้วต้องหลับเป็นตายไปอีกนาน

"แล้วเธอต้องการอะไรกันแน่?" เย่ฝานถาม

"ข้าต้องการ... ออกไปจากที่นี่"

น้ำเสียงของซาม่านหลัวแฝงความไร้เรี่ยวแรงเป็นครั้งแรก หล่อนแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีหม่นอันเป็นนิรันดร์และทะเลทรายอันเวิ้งว้าง "ดินแดนเร้นลับหลงหยวนแห่งนี้ สำหรับข้าแล้ว ไม่ใช่ดินแดนแห่งโอกาสหรอก แต่มันคือ... คุก"

"คุก?" เย่ฝานขมวดคิ้ว

"ใช่"

ซาม่านหลัวดึงสายตากลับมา มองไปที่เย่ฝาน "หลายพันปีก่อน ข้าพลาดท่าจนต้องร่วงหล่นลงมา มีเพียงเศษเสี้ยววิญญาณที่โชคดีถูกดินแดนเร้นลับแห่งนี้ดูดเข้ามา อาศัยพลังวิญญาณอันหนาแน่นและเส้นชีพจรปฐพีของที่นี่ ถึงได้ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ และในที่สุดก็หลอมรวมเข้ากับ 'หัวใจศิลาดาว' ที่ก่อกำเนิดขึ้นในดินแดนเร้นลับ สร้างนครทรายและร่างกายนั้นขึ้นมาใหม่ได้"

"แต่... ก็ต้องถูกผูกมัดไว้กับเขตแดนทรายแห่งนี้ และผูกมัดเข้ากับกฎของดินแดนเร้นลับไปโดยปริยาย"

"ตราบใดที่ดินแดนเร้นลับยังอยู่ ข้าก็ไม่มีวันหนีไปไหนพ้น!"

ในดวงตาของหล่อนมีความไม่ยินยอมวาบผ่าน "ทุกครั้งที่ดินแดนเร้นลับเปิดออก ข้าก็ทำได้แค่มองดูพวกผู้บุกรุกอย่างพวกแกเข้ามา แย่งชิง แล้วก็จากไป... ส่วนข้า ทำได้แค่ติดแหง็กอยู่ที่นี่ คอยวนเวียนอยู่แต่กับการปกป้องและการทำลายล้าง"

"ความรู้สึกนี้ แกเข้าใจไหม?"

เย่ฝานกระจ่างใจ

ที่แท้ ราชินีแห่งนครทรายตนนี้ ก็คือเศษเสี้ยววิญญาณของยอดฝีมือยุคโบราณที่ตายไปแล้ว จับพลัดจับผลูมาหลอมรวมเข้ากับดินแดนเร้นลับ กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่คล้ายๆ กับ 'วิญญาณติดที่' นี่เอง

"เพราะงั้น"

สายตาของซาม่านหลัวกลับมาคมกริบอีกครั้ง จ้องเย่ฝานตาไม่กะพริบ "ข้าถึงได้ถูกใจ... มิติที่เก็บสิ่งมีชีวิตได้ของแกยังไงล่ะ"

"ข้าต้องการให้แก เอากายทิพย์ของข้า เข้าไปไว้ในของวิเศษมิตินั่น!"

รูม่านตาของเย่ฝานหดวูบ!

ซาม่านหลัวผู้นี้ ถึงกับคิดแผนแบบนี้!

จากนั้น ในใจก็รู้สึกยินดีอย่างบ้าคลั่ง

ในมิติพกพา เย่ฝานคือพระเจ้าผู้กุมชะตาชีวิต อย่าว่าแต่เธอจะอยู่ระดับทงเทียนเลย ต่อให้เป็นระดับที่สูงกว่านี้ ถ้าลองได้เข้าไปอยู่ในมิติแล้วล่ะก็ แค่ฉันคิดนิดเดียว เธอก็วิญญาณแหลกสลายได้แล้ว

เย่ฝานไม่ได้ตอบตกลงในทันที "จะให้เข้าไปในมิติ แล้วพาออกไป มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้หรอกนะ"

"แต่ฉันจะได้อะไรตอบแทนล่ะ?"

ซาม่านหลัวขมวดคิ้ว "แกขโมยหัวใจศิลาดาวไป ข้าก็ยังไม่เอาเรื่องเลยนะ แกยังจะหน้าด้านมาขออะไรตอบแทนอีก?"

เย่ฝานเบ้ปาก "ไม่ตกลงใช่ไหม? งั้นก็ไม่ต้องคุยกัน"

แรงกดดันจากซาม่านหลัวถาโถมเข้าใส่ทันที พร้อมตวาดลั่น "แกว่าใหม่อีกทีสิ?"

บรรยากาศ ตึงเครียดขึ้นมาในพริบตา

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 560 - เป้าหมายของราชินี

คัดลอกลิงก์แล้ว