เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 290 - ไม่เชื่อ งั้นก็สู้กันเลย!

บทที่ 290 - ไม่เชื่อ งั้นก็สู้กันเลย!

บทที่ 290 - ไม่เชื่อ งั้นก็สู้กันเลย!


บทที่ 290 - ไม่เชื่อ งั้นก็สู้กันเลย!

ซ่งฉู่ฉู่มองไปรอบๆ ด้วยสีหน้างุนงง เธอรู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่อเผชิญกับทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีอันอุดมสมบูรณ์นี้

ที่นี่มีทั้งบ้านไม้ มีทั้งสวนผลไม้

มีทางเดินคดเคี้ยวเล็กๆ

มีสระน้ำ! มีทะเลสาบ!

บนภูเขาที่อยู่ไม่ไกล มีสมุนไพรปลูกเรียงรายเป็นทิวแถว และยังมีต้นไม้หายากราคาแพงอีกมากมาย

อย่างเช่น ต้นไม้หนานมู่ทองคำ

ริมสระน้ำ มีปูขนตัวเขื่องยาวตั้งครึ่งเมตรคลานต้วมเตี้ยมอยู่

กุ้งมังกรตัวยาวกว่าครึ่งเมตร

บนผิวน้ำทะเลสาบ ก็มีปลากระโดดโผล่พ้นน้ำขึ้นมาให้เห็นอยู่เนืองๆ

และนั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด ซ่งฉู่ฉู่สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า อากาศที่นี่บริสุทธิ์สดชื่นกว่าโลกภายนอกมาก

สูดหายใจเข้าลึกๆ แค่ไม่กี่ที ก็รู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งไปทั้งตัว

นี่มันที่ไหนกันเนี่ย?

และในตอนนั้นเอง สาวใช้สามคน นำโดยชุ่ยเวย ก็เดินเข้ามาหา โค้งคำนับให้ซ่งฉู่ฉู่เก้าสิบองศาด้วยท่าทีนอบน้อม

"คารวะคุณผู้หญิงเจ้าค่ะ!" ทั้งสามคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน

เมื่อครู่นี้เย่ฝานเพิ่งจะส่งกระแสจิตมาบอกพวกเธอ เพื่อแนะนำให้รู้จักตัวตนของซ่งฉู่ฉู่

ซ่งฉู่ฉู่มองหญิงสาวทั้งสามคนด้วยความประหลาดใจ สองคนในนั้นเธอเคยเห็นหน้ามาก่อน

ชุ่ยเวย ดาวเด่นแห่งสถานเริงรมย์เมืองเฟิงเฉิง

ถึงแม้ซ่งฉู่ฉู่จะไม่ค่อยสนิทด้วย แต่ก็เคยเห็นหน้าค่าตากันมาสองสามครั้ง จู่ๆ เธอก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ขาดการติดต่อไปเลย ไม่นึกว่าจะมาอยู่ที่นี่

ส่วนอีกคน...

มู่หรงเพียวเพียว!

ผู้หญิงคนนี้ ซ่งฉู่ฉู่รู้จักเป็นอย่างดีเลยล่ะ

เธอเคยเป็นถึงแขกรับเชิญของตระกูลซ่ง

หลังจากศิษย์พี่ของเธอถูกฆ่าตาย เธอก็ลาออกจากตระกูลซ่ง แล้วก็หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ไม่คิดเลยว่าจะมาโผล่ที่นี่เหมือนกัน

ส่วนอีกคนถึงแม้จะไม่รู้จัก แต่ก็คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่นิดหน่อย

หลิ่วหรูเยียน

น้องสาวของหลิ่วหรูเฟิง แขกรับเชิญของตระกูลหวังนั่นเอง

"น้าเพียว ที่นี่มันคือที่ไหนกันคะ?"

ซ่งฉู่ฉู่สนิทกับมู่หรงเพียวเพียวมากที่สุด จึงเอ่ยปากถามเธอ

เมื่อก่อน ตอนที่ยังอยู่ตระกูลซ่ง ถึงแม้ซ่งฉู่ฉู่จะเป็นถึงคุณหนูใหญ่ของตระกูล แต่เธอก็ให้ความเคารพมู่หรงเพียวเพียวอย่างมาก และมู่หรงเพียวเพียวก็มักจะวางท่าเป็นผู้ใหญ่ใส่คุณหนูใหญ่คนนี้เสมอ

แต่ตอนนี้สถานการณ์มันพลิกผันไปแล้ว

ผู้หญิงคนนี้คือผู้หญิงของเจ้านาย ก็เท่ากับเป็นเจ้านายผู้หญิงของเธอด้วย

มู่หรงเพียวเพียวตอบอย่างนอบน้อม "คุณผู้หญิงซ่ง ที่นี่คือมิติส่วนตัวของท่านเจ้านายค่ะ"

ซ่งฉู่ฉู่ทวนคำ "พวกคุณเรียกเย่ฝานว่าเจ้านายเหรอ?"

มู่หรงเพียวเพียวพยักหน้า "ใช่ค่ะ เขาคือเจ้านายของพวกเรา และนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คุณก็คือเจ้านายของพวกเราเช่นกัน"

พูดจบ ทั้งสามคนก็โค้งคำนับพร้อมกันอีกครั้ง

และทางด้านขวามือของพวกเธอทั้งสามคน ก็มีเด็กสาวอีกคนยืนอยู่ เด็กสาวผิวพรรณขาวผ่อง ใบหน้าจิ้มลิ้ม เบิกตากลมโตมองซ่งฉู่ฉู่ด้วยความสงสัยใคร่รู้

เธอคือ เถิงเจี่ยว

น้องสาวที่เถิงโส่วยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อปกป้องเอาไว้

เนื่องจากต้นกำเนิดวิญญาณได้รับความเสียหาย มีเพียงเย่ฝานคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถต่อชีวิตให้เธอได้

ดังนั้น จึงต้องทิ้งเธอไว้ที่นี่

ส่วนพี่ชายของเธอที่ออกไปตามหา 'หญ้าดาวคืนวิญญาณ' เพื่อมารักษาเธอ ก็หายเงียบไป ไม่กลับมาอีกเลย จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม ว่าเป็นตายร้ายดียังไง

ตอนที่เถิงเจี่ยวเพิ่งเข้ามาในมิตินี้ เธอผอมโซจนเหลือแต่กระดูก ร่างกายอ่อนแออมโรค เหมือนแค่ลมพัดเบาๆ ก็พร้อมจะปลิวไปได้ทุกเมื่อ

แต่หลังจากได้รับการดูแลปรับสมดุลร่างกายในช่วงที่ผ่านมา ร่างกายของเธอก็ฟื้นฟูขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด

ไม่ดูผอมแห้งแรงน้อยอีกต่อไปแล้ว

ส่วนสูงก็เพิ่มขึ้นด้วย เริ่มฉายแววเป็นสาวสะพรั่งแล้ว

ตัดภาพมาที่โลกภายนอก!

เจียงไห่พุ่งทะยานมาถึงตัวเย่ฝานเป็นคนแรก ตามมาติดๆ ด้วยพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายอีกสองคนของเขา ปิดท้ายด้วยอู๋หลินเถียนและมู่หรงหลงเฟิง

เจียงไห่ยืนหยัดอยู่แถวหน้าสุด ส่วนคนอื่นๆ ก็ยืนเรียงแถวตามหลัง

มู่หรงหลงเฟิงที่มีฝีมืออ่อนด้อยที่สุด ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้ จึงแอบหลบอยู่ด้านหลังสุด

"แกคือ เย่ฝาน ไท่จื่อเหยียแห่งอันกั๋อกรุ๊ปสินะ?" เจียงไห่ก้าวเข้ามายืนประจันหน้า

เขาหยุดยืนห่างจากเย่ฝานประมาณสิบเมตร

พร้อมกับใช้สายตากวาดประเมินเย่ฝานไปด้วย

ตอนแรกเขาคิดว่า เย่ฝานคนนี้อย่างน้อยๆ ก็ต้องอายุสักสี่ห้าสิบปี ถึงจะสามารถข่มขวัญมู่หรงหลงเฟิงกับอู๋หลินเถียนจนไม่กล้าลงมือได้ ระดับฝีมือก็ต้องโฮ่วเทียนขั้นปลายขึ้นไปแน่ๆ

แล้วคนที่สามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้ อย่างน้อยก็น่าจะอายุราวๆ สามสี่สิบปีขึ้นไปแล้วใช่ไหมล่ะ?

แต่ใครจะไปคาดคิด ว่าเขาจะยังดูหนุ่มแน่นขนาดนี้

ดูยังไงก็อายุแค่ยี่สิบต้นๆ เท่านั้นเอง

เย่ฝานพยักหน้ารับ "ตัวจริงเสียงจริง!"

"คุณคือเจียงไห่สินะ?"

"แสดงว่า คุณคงตามมาคิดบัญชีเรื่องไต้เหม่ยเหนียงแน่ๆ เลย?"

"ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ ว่าผมไม่ได้เป็นคนฆ่าเธอ"

เจียงไห่ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด มู่หรงหลงเฟิงที่หลบอยู่หลังสุดก็ตะโกนแทรกขึ้นมาทันที "เย่ฝาน จะหลอกใครก็หลอกไปเถอะ ถ้าไม่ใช่แกฆ่า แล้วหมาที่ไหนมันจะมาฆ่าล่ะ?"

เย่ฝานส่ายหน้า "ใครเป็นคนฆ่า ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน"

มู่หรงหลงเฟิงต้องการจะยืมมือเจียงไห่กำจัดเย่ฝานให้พ้นทาง

และเขาก็รู้ดีว่า นี่คือโอกาสทองที่สุดแล้ว

ต่อให้เย่ฝานจะไม่ได้เป็นคนฆ่าจริงๆ แต่ก็ต้องยัดข้อหาให้เป็นเขาให้ได้ ต้องทำให้ข้อหานี้ดิ้นไม่หลุด

เขาตะคอกเสียงดังอีกครั้ง "เย่ฝาน กล้าทำก็ต้องกล้าสับสิ แกยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่าเนี่ย? งั้นฉันขอถามแกคำเดียว แกได้นอนกับไต้เหม่ยเหนียงหรือเปล่า?"

เรื่องนี้... มันก็มีมูลความจริงอยู่นะ

ในเมื่อไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่า ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปยอมรับข้อกล่าวหา เพื่อหาเรื่องใส่ตัว

แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เขาทำลงไป เย่ฝานก็ไม่คิดจะปฏิเสธเหมือนกัน

เขาพยักหน้ารับ "ใช่ ไม่ใช่แค่กับเหม่ยเหนียงนะ แต่รวมถึง จางโยวโยว ภรรยาของแกด้วย!"

ฉึก!

ประโยคนี้ เหมือนมีดเล่มเขื่องกรีดลงกลางใจมู่หรงหลงเฟิงอย่างจัง

รู้สึกปวดใจจี๊ดขึ้นมาอีกแล้ว

เย่ฝาน ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องของแกกับเหม่ยเหนียงนะโว้ย เลิกดึงเอาเมียฉันเข้ามาเกี่ยวได้ไหมวะ?

ฉันรู้แล้วว่าแกสวมเขาให้ฉัน แกไม่ต้องเอามาย้ำนักย้ำหนาได้ไหม?

ฉันก็เป็นคนมีหน้ามีตาเหมือนกันนะโว้ย

สีหน้าของเจียงไห่ดำมืดจนแทบจะบีบน้ำหมึกออกมาได้อยู่แล้ว!

ไต้เหม่ยเหนียงเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของเขา ถึงในนามจะเป็นแค่ลูกสาวบุญธรรม แต่เขาก็รักและดูแลเธอเหมือนลูกแท้ๆ

ลูกสาวของราชันย์แห่งอู่อี๋ผู้ยิ่งใหญ่ กลับถูกคนย่ำยีเหยียดหยาม?

จะให้เขาทนเก็บความมีเหตุมีผลเอาไว้ได้ยังไง...

วินาทีนี้ เขาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่สนฐานะไท่จื่อเหยียแห่งอันกั๋อกรุ๊ปของอีกฝ่ายอีกต่อไปแล้ว

"ไอ้เดรัจฉาน คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!"

เจียงไห่ตวาดลั่น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความโกรธเกรี้ยว รังสีอำมหิตระดับโฮ่วเทียนขั้นสมบูรณ์พวยพุ่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง ราวกับภูเขาไฟที่กำลังระเบิด!

"ตู้มมม——!"

คลื่นพลังสีเขียวอ่อนแผ่ขยายออกจากตัวเขาเป็นวงกว้าง มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!

เศษหินและฝุ่นผงบนพื้นถูกแรงดันมหาศาลนี้กวาดต้อนขึ้นมา

ราวกับเกิดพายุลูกย่อมๆ

พัดกระหน่ำซัดสาดไปทั่วทุกสารทิศอย่างบ้าคลั่ง!

พวกอู๋หลินเถียนที่อยู่ด้านหลัง ถูกคลื่นพลังนี้ซัดจนต้องถอยร่นไปหลายก้าว สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ต้องรีบเดินลมปราณเจินหยวนในร่างกายถึงจะฝืนยืนหยัดต้านทานไว้ได้

มวลอากาศรอบด้านหนาทึบและหนักอึ้งราวกับถูกแช่แข็ง ทำเอาหายใจแทบไม่ออก

แรงกดดันที่มองไม่เห็นถาโถมลงมาดั่งคลื่นสึนามิขนาดยักษ์ แฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง กดทับลงมาที่เย่ฝานอย่างจัง!

ความรุนแรงของแรงกดดันนี้ เพียงพอที่จะทำให้ยอดฝีมือระดับโฮ่วเทียนขั้นปลายทั่วไปอกสั่นขวัญผวา จนหัวใจแตกสลายไปก่อนที่จะได้ลงมือสู้ด้วยซ้ำ!

ทว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันอันมหาศาลดั่งคลื่นยักษ์ถล่มทลายนี้ เย่ฝานกลับยืนนิ่งสงบ ดุจดั่งโขดหินที่หยัดยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางคลื่นลมพายุ ไม่ไหวติงแม้แต่น้อย!

เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม รูปร่างตั้งตรงดุจต้นสน

แววตาสงบนิ่งราวกับบ่อน้ำลึก

แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่พร้อมจะบดขยี้ขุนเขา เมื่อพุ่งเข้ามาในระยะสามเชียะรอบตัวเย่ฝาน ก็ราวกับพุ่งชนกำแพงล่องหนที่แข็งแกร่งจนยากจะทำลาย เกิดเสียงดังทึบๆ "วิ้ง" ก่อนจะถูกสกัดกั้นจนไม่อาจล่วงล้ำเข้ามาได้แม้แต่คืบเดียว!

ชายเสื้อของเย่ฝานสะบัดพลิ้วไปตามแรงลมที่เกิดจากคลื่นพลังของคู่ต่อสู้

แต่ทว่า พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขากลับไม่มีฝุ่นธุลีใดๆ ถูกพัดปลิวขึ้นมาแม้แต่น้อย

"เคล็ดวิชาโกลาหล" ในร่างกายเดินเครื่องทำงานอย่างเงียบเชียบ

พลังเจินหยวนที่ถูกบีบอัดจนแน่นขนัดและแฝงคุณสมบัติเกลียวทะลวงในจุดตันเถียน ไหลเวียนไปทั่วร่างโดยอัตโนมัติ สร้างเป็นเกราะคุ้มกันไร้รูปร่างที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่กลับเหนียวแน่นทนทานอย่างเหลือเชื่อ ปกคลุมอยู่รอบกาย ช่วยสลายและสะท้อนแรงกดดันทั้งหมดจากภายนอกออกไปจนหมดสิ้น

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 290 - ไม่เชื่อ งั้นก็สู้กันเลย!

คัดลอกลิงก์แล้ว