- หน้าแรก
- สลากขูด รับพรสวรรค์ SSS หนึ่งเดียวในเซิร์ฟ
- บทที่ 1261: ระดับ S ยกก๊วน ต่างโชว์ความเทพ
บทที่ 1261: ระดับ S ยกก๊วน ต่างโชว์ความเทพ
บทที่ 1261: ระดับ S ยกก๊วน ต่างโชว์ความเทพ
นครเถ้าถ่าน
ภายนอกเมือง
ตูมๆๆๆ!
พลังอันแข็งแกร่งจากผู้มีอาชีพลับระดับ S แต่ละสาย ล้วนมีอานุภาพทำลายล้างฟ้าดิน
เพียงชั่วพริบตา
มอนสเตอร์นับพันนับหมื่นตัวล้วนถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก
ฉากอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ทำให้ผู้เล่นนับไม่ถ้วนภายในเมืองถึงกับสงสัยในชีวิต!
เป็นไปตามที่หลินโม่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้:
รางวัลเติมเงินสะสมห้าสิบล้านของเทพพยากรณ์ เมื่อมารวมอยู่บนตัวคนๆ เดียว ก็เพียงพอที่จะสร้างเทพทำลายล้างโลกขึ้นมาได้หนึ่งองค์
และในเวลานี้วินาทีนี้
สิ่งที่ปรากฏขึ้นที่นอกนครเถ้าถ่าน
คือเทพทำลายล้างโลกจากห้ากิลด์ใหญ่ จำนวนถึงหนึ่งหมื่นแปดพันองค์!
ขบวนทัพเช่นนี้
ลองคิดดูเอาเองก็แล้วกัน
ว่ามันจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน!
ในสายตาของผู้เล่นนครเถ้าถ่าน นี่มันตัวตนระดับบั๊กชัดๆ!
และเป็นเพราะการปรากฏตัวของพวกเขานี่แหละ
สถานการณ์ของนครเถ้าถ่าน จึงกลับมาทรงตัวได้ในพริบตา!
เดิมที คลื่นอสูรระลอกที่หกรวมกับระลอกที่ห้า ก็ทำให้ผู้เล่นนครเถ้าถ่านต้องถอยร่นเข้าไปหลบในเมืองและยอมแพ้ที่จะต่อต้านไปแล้ว
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ การต่อต้านของพวกเขาไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เพราะขอแค่มีผู้เล่นคนไหนก้าวเท้าออกไปนอกเมืองแม้แต่ก้าวเดียว ก็จะถูกฝูงอสูรกลืนกินทันที ไม่มีแม้แต่โอกาสให้ขัดขืน
แต่เมื่อผู้มีอาชีพระดับ S จากห้ากิลด์ใหญ่ปรากฏตัวขึ้น
คนเพียงไม่กี่ร้อยคน ใช้เวลาแค่ไม่กี่สิบวินาที ก็กวาดล้างมอนสเตอร์เป็นพันเป็นหมื่นตัวที่รวมตัวกันอยู่ตรงประตูทิศตะวันออกของนครเถ้าถ่านไปจนเกลี้ยง!
เหตุการณ์เดียวกันนี้ ก็กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันที่ประตูเมืองอีกสามทิศ
ทิศทางการโจมตีของห้ากิลด์ใหญ่ กระจายครอบคลุมไปทั่วทั้งประตูทิศตะวันออก ใต้ ตะวันตก และเหนือของนครเถ้าถ่าน
แถมยังเป็นการประสานงานจากทั้งภายในและภายนอก
ผู้เล่นจากสองกิลด์ใหญ่อย่างยุคโกลาหลและเซิ่งซื่อ หลังจากทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพเสร็จ ก็ใช้ม้วนคัมภีร์กลับเมืองวาร์ปกลับมาโดยตรง
ส่วนผู้เล่นจากสามกิลด์ใหญ่อย่างโม่หลี เลือดเหล็ก และวิญญาณมังกร หลังจากทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพเสร็จ ก็ตีฝ่ามอนสเตอร์จากเขตป่ากลับมาเลย!
ผู้มีอาชีพลับระดับ S จำนวนหนึ่งหมื่นแปดพันคน ที่สวมใส่ชุดเซ็ตสีทองระดับ 12 มีสายเลือดฝ่ายเผ่าพันธุ์สูงสุด และครอบครองสกิลต้องห้าม นำพาสัตว์เลี้ยงสายต่อสู้ระดับโบราณอมตะ กระจายกำลังประจำการอยู่ทั้งสี่ทิศตะวันออก ใต้ ตะวันตก เหนือ ของนครเถ้าถ่าน
มอนสเตอร์คลื่นอสูรทั้งหมดที่กำลังตีเมือง ล้วนถูกกวาดล้างจนสิ้นซากในพริบตา!
เวลาผ่านไปไม่ถึงสองนาที
คลื่นอสูรระลอกที่ห้าที่รวมตัวกับระลอกที่หก ก็ถูกตีแตกพ่ายไปอย่างราบคาบ!
นครเถ้าถ่านที่เมื่อสองนาทีก่อนยังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากแสนสาหัส พอผ่านไปสองนาทีก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
เมือง ผู้เล่นนับถ้วนต่างระเบิดเสียงโห่ร้องยินดีออกมาอย่างไม่ขาดสาย——
"คลื่นอสูรระลอกที่ห้ากับระลอกที่หก ถูกตีแตกพร้อมกันเลย!"
"เชี่ย! โคตรเจ๋ง! ห้ากิลด์ใหญ่นี่โคตรเจ๋งจริงๆ! สมแล้วที่เป็นกิลด์ใต้สังกัดของเทพโม่!"
"ฉันก็ว่าอยู่ว่าตอนคลื่นอสูรเพิ่งบุกมา ทำไมถึงไม่เห็นห้ากิลด์ใหญ่เลย นึกว่าพวกเขาทิ้งนครเถ้าถ่านของพวกเราไปซะแล้ว ที่แท้พวกเขาก็ไปทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพลับนี่เอง!"
"จนป่านนี้เทพโม่ก็ยังไม่ปรากฏตัวเลย ว่าเขาก็กำลังทำเรื่องที่สะเทือนเลื่อนลั่นยิ่งกว่านี้อยู่เหมือนกัน?"
"สถานการณ์ตอนนี้ ยังต้องให้เทพโม่ลงมือเองอีกเหรอ? แค่ห้ากิลด์ใหญ่ออกมารับมือคลื่นอสูรทั้งหมด ก็เป็นเรื่องจิ๊บๆ แล้ว!"
"ยอดไปเลยพวกเรา รอดตายแล้ว!"
นอกเหนือจากความตื่นเต้นและดีใจแล้ว
ก็ยังมีผู้เล่นบางส่วนที่ตกอยู่ในความรู้สึกเสียใจ:
"รางวัลเติมเงินสะสมห้าสิบล้านนี่มันเพิ่มความแข็งแกร่งให้ผู้เล่นได้เยอะจริงๆ นะ! โคตรเสียใจเลยที่ไม่ได้เติมเงิน!"
"พูดเหมือนกับว่าถ้านายคว้าโอกาสเติมเงินตอนนั้นไว้ได้ นายจะมีปัญญาเติมถึงห้าสิบล้านงั้นแหละ นายมีเงินห้าสิบล้านหยวนมาให้เติมเหรอ?"
"ห้าสิบล้านน่ะไม่มีหรอก แต่ห้าแสนน่ะฉันหามาได้นะเว้ย! ถ้าฉันขายบ้านขายรถ ก็หาเงินห้าแสนมาได้สบายๆ แล้ว! รางวัลเติมสะสมห้าแสน ได้ชุดเซ็ตสีทองระดับ 12 กับหนังสือสกิลระดับ SSS เล่มนึง แค่นี้ฉันก็พอใจแล้วโว้ย!"
"ประเด็นคือเราไม่รู้นี่สิ ตอนนี้บ้านกับรถก็เน่าเปื่อยอยู่ในโลกแห่งความจริงหมดแล้ว ในเทพพยากรณ์ก็ไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง!"
"พวกนายจะเสียใจอะไรกัน? เสียใจไปก็ไม่มีเงินเติมอยู่ดี! เหมือนฉัน ฉันมีปัญญาเติมจริงๆ โว้ย! บ้านฉันเปิดโรงงานใหญ่ มีเงินสดตั้งพันกว่าล้าน! แม่มเอ๊ย ฉันไม่ได้เติมเงินเลย! ไม่ได้เติมสักแดงเดียว! ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าเทพพยากรณ์จะกลืนกินโลกแห่งความจริงล่ะก็ ฉันคงเอาเงินพันกว่าล้านที่บ้านมาเติมให้หมดแล้ว ตอนนี้ฉันก็คงเป็นสุดยอดเทพทรูที่เทพมาสังหารเทพ มารมาสังหารมาร เหมือนกับพวกคนในห้ากิลด์ใหญ่ไปแล้วโว้ย!"
"ฟู่ (ถอนหายใจโล่งอก)! โชคดีที่กูจน ในกระเป๋าไม่มีแม้แต่เงินห้าสิบหยวน บ้านก็ไม่มี รถก็ไม่มี แฟนก็ไม่มี แถมยังเป็นหนี้เงินกู้ออนไลน์อีกตั้งหลายหมื่น ต่อให้กูรู้ล่วงหน้าว่าเทพพยากรณ์จะจุติลงมา กูก็ไม่มีเงินเติมอยู่ดี~"
"เหตุผลว่ะพวก! เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกว่าการไม่มีเงินมันเป็นเรื่องดีขนาดนี้! อย่างน้อยก็ไม่ต้องมานั่งเสียใจเหมือนพวกคนรวยนั่น! คนเรานี่รวยเกินไปก็ไม่ดี เป็นคนจนหน่อยสิดี! นอกจากเรื่องจนแล้ว ก็แทบไม่มีเรื่องให้ปวดหัวเลย!"
……
……
ภายใต้การประสานงานจากทั้งภายในและภายนอกของห้ากิลด์ใหญ่
คลื่นอสูรระลอกที่หกจึงถูกกวาดล้างจนหมดจด
และในเวลานี้ ยังเหลือเวลาอีกตั้งยี่สิบนาทีกว่าคลื่นอสูรระลอกที่เจ็ดจะมาถึง!
จากความหวาดกลัวก่อนหน้านี้
มาตอนนี้ ผู้เล่นทั้งเมืองเริ่มตั้งตารอกันแล้ว!
"อะไรนะ? อีกตั้งยี่สิบนาทีกว่าคลื่นอสูรระลอกที่เจ็ดจะมา? นี่มันช้าเกินไปแล้ว!"
"ไหวๆ คลื่นอสูรมันยังอ่อนแอเกินไป! ขอร้องล่ะระบบ ช่วยเพิ่มความแกร่งให้คลื่นอสูรอีกหน่อยเถอะ ไม่งั้นมันไม่ท้าทายเอาซะเลย!"
"ใช่ๆ คลื่นอสูรมาทุกครึ่งชั่วโมงมันยังช้าไปนะ! สู้เร่งเวลาให้เร็วกว่านี้หน่อยดีกว่า เอาเป็นสิบนาทีต่อหนึ่งระลอกไปเลย!"
"สิบนาทีก็ยังช้าไป ฉันเสนอว่าห้านาทีต่อหนึ่งระลอกดีกว่า!"
"ฉันเสนอว่านาทีละระลอกไปเลย!"
"ทุกคนเงียบไปเลย ให้ฉันจัดการเอง! ฉันเสนอให้ระบบปล่อยคลื่นอสูรระลอกที่เจ็ด แปด เก้า สิบ ที่เหลืออยู่ ปล่อยรวดเดียวมาให้หมดเลย!"
"เดี๋ยวก่อน นี่พวกเราเหลิงกันเกินไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย?"
"เหลิงอะไรล่ะ? พวกเรามีแบ็กดีไง! ห้ากิลด์ใหญ่คือแบ็กของนครเถ้าถ่านเรา! ลูกพี่ลูกเจ๊จากห้ากิลด์ใหญ่อยู่ทั้งคน พวกเราจะไปกลัวอะไรวะ?"
"ต้องยกความดีความชอบให้พวกเทพจากห้ากิลด์ใหญ่เลย! ลูกพี่ ผมขอขัดรองเท้าให้พวกพี่หน่อยค้าบ!"
"ลูกพี่! โปรดรับการคุกเข่าคารวะจากผมด้วย!"
"ลูกพี่รับศิษย์ไหมครับ? ช่วยแบกน้องชายคนนี้หน่อยได้ไหม?"
……
……
ความหลงใหลในคำเยินยอ เป็นธาตุแท้ของมนุษย์
ไม่ว่าใครก็เหมือนกันทั้งนั้น
ลองจินตนาการดูสิ: ถ้านายเด็กมัธยมปลายคนหนึ่ง จู่ๆ วันหนึ่งโรงเรียนของนายถูกมอนสเตอร์บุกโจมตี แล้วนายได้แปลงกายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ต่อหน้าครูและนักเรียนกว่าสามพันคน จัดการมอนสเตอร์ด้วยกระบวนท่าเดียว โชว์ความเท่อย่างเต็มที่
รุ่นพี่รุ่นน้องผู้หญิงทั้งโรงเรียนต่างรุมล้อมเยินยอและยกย่องนาย
ลองถามใจตัวเองดูสิว่า: ตอนนั้นนายจะรู้สึกยังไง?
แน่นอนว่าใจต้องลอยขึ้นสวรรค์ไปแล้วน่ะสิ!
และในเวลานี้วินาทีนี้ สภาพจิตใจของผู้เล่นในห้ากิลด์ใหญ่ทุกคน ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน!
บางทีคนส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้คิดอยากโชว์เทพ หรืออยากแสดงออกอะไร
พอมาถึงวินาทีที่ได้รับความชื่นชมจากผู้คนนับถ้วนจริงๆ
ความพองโตในใจของพวกเขา ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในรวดเดียว!
"แกลองดูสิ สาวน้อยตรงนั้นกำลังแอบมองฉันอยู่หรือเปล่าวะ?"
"มองแกทำไม? เขาแอบมองฉันชัดๆ! แกไม่เห็นความหล่อเท่ของเพลงฝ่ามือที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้าของฉันเมื่อกี้เหรอไง?"
"คิดถึงเลยว่าวันหนึ่ง ที่ฉันจะได้กลายเป็นเทพให้คนอื่นชื่นชม!"
"ในที่สุดก็ได้สัมผัสถึงความรู้สึกตอนที่เทพโม่โชว์ความเท่แล้ว!"
"ความรู้สึกแบบนี้... โคตรฟินเลยโว้ย!"
……
……