เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 140 เรื่องลึกลับ

ตอนที่ 140 เรื่องลึกลับ

ตอนที่ 140 เรื่องลึกลับ


การต่อสู้จบลงหมดแล้ว  อสุรกายดำที่แข็งแกร่งซึ่งทำให้ผู้อื่นสะท้านด้วยความกลัวก็หายไปแล้วสำหรับผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น' ร่างของเขาดูไม่เสียหายยังครบอาการ 32

แต่จู่ๆ ก็กลายเป็นขี้เถ้าสลายไปกับสายลมและแรงสะเทือนเมื่อตอน'เย่ว์หยาง'กระโจนขึ้นไปในอากาศและย่ำลงพื้นในตอนนี้'เย่ว์หยาง'พูดไม่ออก  ใครทำเรื่องแบบนี้กัน?พวกเขาฆ่าอสุรกายดำและผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ในทันทีรวดเดียวได้อย่างไร?

ขณะที่'เย่ว์หยาง'ทำทุกวิถีทางเพื่อกลับมาควบคุมร่างกายเขาให้ได้และตื่นขึ้นมา เขารู้สึกอย่างเลือนรางว่าคงเป็นสิ่งมีชีวิตจากคัมภีร์เทพฤทธิ์ที่กำจัดศัตรู  อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดไหน  เขาจำได้ตอนที่เขาทำสัญญาครั้งแรก

เมื่อเขาเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิด  เขาจำได้เพียงเลือนรางว่าเสียงของมันเป็นธรรมชาติไพเราะกว่าระฆังสวรรค์ ดังนั้นการณ์กลับกลายว่า เขามีอสูรอยู่ในร่างแล้วอย่างนั้นหรือ?

ใช่ว่าเป็นการตอบแทนที่นักพรตเฒ่าผู้เตะเขาข้ามมิติจัดการให้นะ?  เป็นไปได้หรือเปล่าว่ามันเป็นอสูรที่เทพธิดากระบี่ฟ้าสร้างขึ้นมา  ก็เหมือนพี่สาวคนสวยในความฝันของเขา?

ความคิดนับไม่ถ้วนผ่านเข้ามาในใจของ'เย่ว์หยาง'  แต่เขาไม่สามารถคิดอะไรออกเขารู้แต่เพียงว่าผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ก็มีพลังมากและอสุรกายดำก็มีพลังมากกว่าล้วนถูกฆ่าตายรวดเดียวโดยฝีมืออสูรจากคัมภีร์เทพฤทธิ์

คัมภีร์เทพฤทธิ์เป็นสิ่งที่ทรงพลังแน่ๆ พูดได้คำเดียวว่าสุดยอด  อย่างไรก็ตาม 'เย่ว์หยาง'รู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่เขายังไม่สามารถเปิดคัมภีร์เทพฤทธิ์ได้ มิฉะนั้น  อาจเป็นเหมือนปูเทพเจ้า

ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า เอาชนะศัตรูของเขาได้ทุกคนแม้ว่านางพญากระหายเลือดและโคเงากำลังวิวัฒนาการ 'เย่ว์หยาง'ไม่ได้สนใจพวกนางมากนัก  เขาวุ่นวายกับการมองหาเสี่ยวเหวินหลี  เธอที่เป็นเหมือนลูกรักที่มีค่าของเขาได้หายไป เขาหวังว่าคงไม่เกิดอะไรขึ้นกับเธอ  'เย่ว์หยาง'มองไม่เห็นเสี่ยวเหวินหลีในที่ไหนๆ เลยแม้ว่าจะหาดูจนทั่ว  หัวใจเขาว้าวุ่นขณะตะโกนว่า

“แม่หนูน้อย, ออกมาเร็วๆ เถอะ, เจ้าอยู่ไหน? อย่าทำให้ข้ากลัวสิ..”

ขณะที่'เย่ว์หยาง'คิดว่าเสี่ยวเหวินหลีจะถูกอสุรกายดำทำร้ายจนบาดเจ็บ  มันแทบจะทำให้เขาเจ็บปวดใจแล้ว รัศมีสีรุ้งและคัมภีร์เทพฤทธิ์ก็ลอยออกมา'เย่ว์หยาง'ได้กลิ่นที่หอมสดชื่นที่คุ้นเคยเสี่ยวเหวินหลีตัวน้อยที่ยังอยู่ในสภาพแสงก็โผเข้าอ้อมกอดของ'เย่ว์หยาง'

แขนทั้ง 6 ของเธอกอด'เย่ว์หยาง'ไว้แน่นรอยยิ้มสดใสเหมือนดอกไม้บานปรากฏอยู่บนใบหน้าน้อยๆที่น่ารักของเธอ เหมือนดวงอาทิตย์อบอุ่นในยามเช้าเต็มไปด้วยความรัก  ในทันใดนั้น ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกไม่อาจเทียบได้กับความงามของเธอ

'เย่ว์หยาง'สงบอารมณ์ขณะมองเธอ เอ่.. นี่ลูกรักที่มีค่าของเขาไม่ใช่เหรอ? เขาหอมแก้มเธอและชูเธอในอากาศและพูดอย่างหมดกังวลว่า

“เจ้ากลัวว่าป๊ะป๋าจะตายจริงๆ เหรอ โชคดีที่ทุกอย่างไม่มีปัญหา”

“อือ อือ!”

เสี่ยวเหวินหลีพยักหน้าอย่างน่ารัก  นัยน์ตากลมโตของเธอกระพริบอย่างรื่นเริงเมื่อเธอเห็น'เย่ว์หยาง'ห่วงใยเธอจากนั้นก็ดีใจเมื่อพบว่าเธอปลอดภัยและส่งเสียงดีใจ

เธอไม่รู้จะทำอย่างไรแต่รู้สึกตื่นเต้นเหลือประมาณก่อนที่จะกอดเขาแน่นและจุ๊บเขาเบาๆ ก่อนจะยิ้มสดใสให้เขา'เย่ว์หยาง'โยนเธอลอยในอากาศแล้วก็รับตัวเธอ ทำให้หนูน้อยหัวเราะชอบใจ ในที่สุดเขาก็วางเธอลงช้าๆ

อีกด้านหนึ่ง นางพญากระหายเลือดผู้มีร่างเปลือยเปล่าหลังจากวิวัฒนาการเสร็จ นางรู้สึกอิจฉาอย่างมากในที่สุดนางก็วิวัฒนาการจนได้หลังจากประสบความยากลำบาก  แต่'เย่ว์หยาง'ทำเป็นเมินร่างเปลือยของนาง เรื่องนี้ทำให้นางผิดหวังมากจริงๆ

โชคดีที่นางไม่สามารถพูดภาษาชาวทวีปมังกรทะยานได้  หรือว่านางจะด่าเขาว่าเป็นพวกโรคจิตชอบเด็ก? ตราบใดที่เจ้านายยังคงมีชีวิต  อสูรพิทักษ์จะไม่ตายจริงๆ เขาจะกังวลมากไปทำไม?  ยิ่งไปกว่านั้น ปีศาจอสรพิษน้อยนั่นมีอะไรผิดปกติหรือ?

นางพญากระหายเลือดปวดหัวจริงๆ  มีเจ้านายแบบนี้ทำให้นางกลุ้มใจแทบตายพอเห็นว่า'เย่ว์หยาง'เล่นกับเสี่ยวเหวินหลีเสร็จ   นางพญากระหายก็เดินขึ้นมาแสดงตัวเป็นนัยๆ ว่า

"ข้าเพิ่งจะวิวัฒนาการ ตอนนี้สนใจข้าบ้างสิ"”

ใครกันจะรู้ว่าสายตา'เย่ว์หยาง'กับมองข้ามนางไปดูโคเงาแทน?ถ้านางพญากระหายเลือดมีกระบองอยู่ในมือตอนนี้ นางคงทุบหัว'เย่ว์หยาง'แน่  เป็นไปได้หรือว่าในสายตาของ'เย่ว์หยาง' สาวสวยอย่างนางไม่สามารถเทียบกับโคเงาได้?

โคเงาที่ดูเหมือนโคตัวเมียก่อนหน้านั้น ในตอนนี้ลักษณะของนางไม่เหมือนโคอีกต่อไป  โคเงาที่ปรับปรุงโครงร่างครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยไฟลึกลับคอยชำระให้บริสุทธิ์ ดูเหมือนนางจะได้รับประโยชน์มากกว่านางพญากระหายเลือด

ขณะที่นางพญากระหายเลือดมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งแต่แรกเริ่มดีอยู่แล้ว  และพลังที่นางได้รับมาช่วยให้นางยกระดับขึ้นเป็นอสูรทอง ระดับ 5 อย่างไรก็ตาม

โคเงาที่เคยเป็นอสูรทองแดงระดับ 5  ได้พลังวิเศษจากไฟลึกลับทำให้นางวิวัฒนาการเป็นอสูรเงินระดับ 5แม้ว่านางจะประสบความสำเร็จได้วิวัฒนาการแปรเปลี่ยนรูป โคเงาที่เป็นอสูรทองแดงระดับ 5 อย่างดีที่สุด ก็น่าจะพัฒนาเป็นอสูรเงินระดับ 4

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ โคเงา มีวิวัฒนาการแปรเปลี่ยนรูปจริงๆ เพิ่มระดับ และเปลี่ยนแปลงโครงร่างในขณะเดียวกัน'เย่ว์หยาง'ตระหนักได้ว่าหลังจากการเปลี่ยนแปลงโครงร่างของโคเงาอย่างมากมาย

พอดูโดยรวมแล้ว แตกต่างจากตัวนางในครั้งก่อน  ร่างของนางก่อนหน้านี้ สูงเกือบ 3 เมตร แต่ในตอนนี้ขนาดถูกลดลงมาเล็กกว่าเดิม ร่างที่เคยใหญ่โตมหึมา มีกล้ามเนื้อที่บึกบึนน่ากลัว ในตอนนี้ก็ลดลงหายไปด้วย

หุ่นของนางกลายเป็นเพรียวมากกว่าเดิม  ลักษณะของนางในปัจจุบันนี้ดีกว่าร่างเมื่อก่อนเป็นร้อยเท่า  เขาของนางดูไม่หยาบอีกต่อไป แต่กลับมันวาวแทน  ยิ่งไปกว่านั้น หุ่นเอวองค์ของนางดูดีขึ้นชัดเจนเหมือนเครื่องจักรนักฆ่าสาวสวย

ใบหน้าของนางที่เมื่อก่อนแค่มองดูเป็นโครงร่างผู้หญิงเท่านั้น ตอนนี้กลับกลายเป็นดูดีละเอียดอ่อนขึ้น แม้ว่ารูปลักษณ์นางจะยังไม่ถึงระดับนางงาม แต่นางก็ไม่ดูอัปลักษณ์แล้ว จริงๆ แล้วนางดูเหมือนนักรบหญิงที่กำยำมากกว่า

นัยน์ตานางเมื่อก่อนเป็นสีแดงเข้มทั้งหมด ก็กลายเป็นดวงตาของมนุษย์ มีตาขาวอยู่ด้วย  อย่างไรก็ตาม แต่ตาดำของนางยังคงเป็นสีแดงเข้ม  นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของนางยังคงเพิ่มขึ้นหลายเท่า

'เย่ว์หยาง'คาดว่า พลังเนตรประหารของนางคงเพิ่มขึ้นอีกมากเกราะหนังวัวพาดอยู่บนร่างนางก็ยังเปลี่ยนลักษณะไปโดยสิ้นเชิงด้วยปัจจุบันนี้ โคเงาเถื่อนได้สูญเสียคุณสมบัติของโคเงาในการหลอมรวมก่อนหน้านั้น

นางสวมเกราะที่ดูเหมือนนักรบหญิงอเมซอนมากกว่านางยังคงมีกล้ามเนื้อและความแข็งแกร่ง แต่ผิวของนางเริ่มดูเป็นเงาและนุ่มรูปร่างนางดูใกล้เคียงรูปร่างผู้หญิง ต่างจากเมื่อก่อนที่เอวดูเหมือนเอวหมี หลังดูเหมือนเสือ

ตอนนี้นางมีสัดส่วนโค้งเว้าแล้ว แน่นอนว่า ถ้าเอาอวัยวะบางส่วนของโคเงาไปเทียบกับผู้หญิงตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นอก เอว สะโพกหรือขา โคเงาจะดูเหมือนผู้หญิงตัวใหญ่  มันก็แค่ว่าเธอดูเหมือนผู้หญิงมากขึ้นในตอนนี้

เรื่องนี้ทำให้'เย่ว์หยาง'โล่งใจมาก  ตอนแรกเขาทิ้งความหวังว่าจะทำให้โคเงาวิวัฒนาการเป็นสาวเซ็กซี่ร้อนแรงไปแล้ว  เขาประหลาดใจมากกว่าที่นางสามารถวิวัฒนาการเป็นรูปแบบนี้ได้บางที นางอาจจะกลายเป็นสาวงามก็ได้ หากนางสามารถวิวัฒนาการในเวลาอื่นอีก

"ดีล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว  ข้าจะตั้งชื่อให้เจ้าว่า อาหมัน.. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป"”

'เย่ว์หยาง'ตั้งชื่อให้โคเงาอย่างเป็นทางการ  เขาเคยเรียกนางด้วยชื่อนี้มาก่อน แต่มันไม่เป็นทางการ

"...."”

พอเห็นเช่นนี้ นางพญากระหายเลือดรู้สึกหงุดหงิดในใจ จริงๆ แล้วเป็นเหตุการณ์หาได้ยากที่เขาจะตั้งชื่อให้อสูรของเขา บรรดาอสูรมากมาย เขาตั้งชื่อให้เพียงเสี่ยวเหวินหลีและฮุยไท่หลางก่อนเท่านั้น ตอนนี้เขาตั้งชื่อให้โคเงาอย่างเป็นทางการ แต่นางเป็นจ้าวอสูรทอง  กลับไม่มีสักชื่อ  นางรู้สึกเหมือนชีวิตล้มเหลว

"ทำไมเจ้าไม่ใส่เสื้อผ้าเล่า?"”

ในที่สุด'เย่ว์หยาง'ก็เห็นนางโดยบังเอิญและถามนางอย่างสงสัย

"....."”

นางพญากระหายเลือดเกือบเป็นลม ในหัวใจนาง  นางคิดว่า เจ้าเพิ่งเห็นข้าตอนนี้หรือ? นี่ถ้าข้าตากหิมะนานขนาดนี้ล่ะก็ ป่านนี้คงแข็งตายไปแล้ว!

"อย่างนี้ก็ดีอีกเหมือนกัน  อ่า..ข้าหมายถึง หุ่นเจ้าสวยดีจริงๆ  เอ๊ย ขอโทษ ข้าหมายถึง ข้าไม่เห็นอะไร ได้โปรดสวมชุดนี่ก่อนนะ"”

พอเห็นนางพญากระหายเลือดใช้มือปิดถันและส่วนข้างล่าง  'เย่ว์หยาง'กลืนน้ำลายเอื๊อก  ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเสี่ยวเหวินหลียังอยู่ข้างๆ  เขาคงหักห้ามใจไม่อยู่

นางช่างยั่วยวนเหลือเกิน ร่างเปลือยของนางผิวขาวราวหิมะทั้งอวัยวะลับและของสงวนแทบจะปิดไม่พ้นจากสายตาเขาเขาเชื่อว่าเขาไม่ควรสอนสิ่งที่ไม่ดีให้กับเด็กน้อย ในที่สุด'เย่ว์หยาง'ก็สงบจิตใจลงอย่างยากลำบากพอเห็นอย่างนี้

นางพญากระหายเลือดแอบยินดีในใจเพื่อแก้แค้นที่'เย่ว์หยาง'เมินนางก่อนหน้านั้น เมื่อนางสวมชุดที่เขาให้นาง  นางจงใจโอ้อวดสรีระของนาง บางครั้งก็ทำเป็นเคลื่อนตัวช้าๆ  บางทีก็แกล้งทำเป็นมีอุบัติเหตุเผยให้เห็นวับๆ แวมๆ

การกระทำของนางทำให้ใจ'เย่ว์หยาง'กระชุ่มกระชวยอีกครั้ง แต่ทำเป็นเมินสายตาไปทางอื่น  กล้ามเนื้อเกร็ง คอแทบเคล็ดเนื่องจากเหล่มองด้านข้างมากเกินไปนางพญากระหายเลือดกระแอมเบาๆ 2-3 ครั้งและ'เย่ว์หยาง'แกล้งทำเป็นเหมือนเขาไม่เห็นอะไร

เขารีบวิ่งแยกออกมาจากนางทันทีขณะที่มองหาเศษที่เหลือของอสุรกายดำ  เขาพบมุกโปร่งแสงและหยิบมันขึ้นมาพอใช้ญาณทิพย์ตรวจตรา  เขาพบบางอย่างที่แปลกตอนแรก 'เย่ว์หยาง'คิดว่าอสุรกายดำยังไม่ตายสนิทและซ่อนตัวอยู่ภายในมุก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาใช้ญาณทิพย์ตรวจดู  ก็รู้ได้ว่าไม่มีร่องรอยวิญญาณเหลืออยู่ภายในมุก มีแต่เพียงพลังลึกลับที่อธิบายไม่ถูกอยู่ภายใน  มันเป็นพลังงานที่ยังไม่ได้ใช้ แต่สิ่งที่แฝงอยู่ ดูเหมือนจะนิ่งและเกือบจะเผาไหม้ออกมาเจ้าสิ่งนี้ เอาไว้ใช้ทำอะไร?

'เย่ว์หยาง'ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย  ในทันใดนั้น เขาจำได้ว่าเมื่อเขาถูกอสุรกายดำสะกดจิตให้หลับอยู่  พลังวิญญาณของเขาเกือบถูกมันจับได้  เขาตระหนักได้ทันที อาจเป็นไปได้ว่าจะเป็นเพราะมุกนี้?พอเริ่มสงสัยมัน

ในที่สุด  'เย่ว์หยาง'ตัดสินใจจะทดสอบมันดูเขาถือดาบวิเศษฮุยจินไว้ในมือ และนำมุกมาไว้ใกล้ๆ แก่นหลอมเหลวของจ้าวอัคคีและแก่นมังกร ผลก็คือ มุกนี้ทำให้ดาบฮุยจินสั่นรุนแรงไปทั้งเล่ม  เหมือนกับว่ามันได้พบปีศาจที่น่ากลัว

ในทางตรงกันข้าม เมื่อ'เย่ว์หยาง'นำมันมาใกล้อสูรทองตัวน้อยที่กลายเป็นปลอกแขนและยังคงย่อยแก่นมังกรเยือกแข็งยักษ์อยู่  มันยื่นแขนออกมาอย่างละโมบ  เหมือนกับว่ามันต้องการจะกลืนมุกด้วยเช่นกัน

"อย่า...แม้แต่จะคิด  เจ้าไม่มีส่วนร่วมในการต่อสู้ ดังนั้น ไม่มีส่วนแบ่งให้เจ้า"”

โดยนิสัยแล้ว'เย่ว์หยาง'ก็จะไม่ยอมให้อสูรทองน้อยกลืนกินมุกอยู่แล้ว  เขาตัดสินใจเก็บมันไว้ในตอนนี้ก่อน เนื่องจากเขายังไม่เข้าใจมัน ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะมีสมบัติเพิ่ม

เขาคงเก็บมันไว้ในแหวนลิชก่อน แล้วค่อยๆค้นคว้าในภายหลังเขายังคงเก็บด้วงหยกขาวของเขาด้วยปัจจุบันนี้ด้วงหยกขาวผ่านการเปลี่ยนแปลงแล้ว  หลังของมันที่เมื่อก่อนหน้านี้เป็นของมีประกายโปร่งแสง ตอนนี้เพิ่มลายผนึกทองลงไป  มันดูคล้ายกับเมื่อก่อน นอกจากมีพลังบริสุทธิ์ สะอาด

'เย่ว์หยาง'ยังคงพบว่า ยังคงมีปราณปีศาจกลุ่มหนึ่งที่อยู่ลึกภายในตัวด้วงหยกขาว 'เย่ว์หยาง'คิดว่านี่คือพลังตกค้างจากกายท่อนล่างของอสุรกายดำ ซึ่งจะกลายเป็นแก้วผลึกหลังจากไม่มีเจ้านายควบคุม 'เย่ว์หยาง'รู้สึกว่าเขาสามารถเอาผลึกออกมาและเก็บเอาไว้ในตัวของฮุยไท่หลาง  เจ้าฮุยไท่หลางคงกระดิกหางดีใจ

ในอนาคตมันอาจวิวัฒนาการไปเป็นเซอเบอรัสก็ได้ หรือก็เป็นหมาป่าปีศาจระดับจ้าวปีศาจแน่นอนว่า เพราะผนึกทองนั่น ก็อดคิดถึงเรื่องของมันไม่ได้'เย่ว์หยาง'เก็บด้วงหยกขาวกลับเข้าไปในกระเป๋าหลังของเขา

เขาสับสนในใจมาก  เขาซ่อนเจ้าสิ่งนี้อย่างระมัดระวังแน่ๆ มันถูกเก็บไว้ในกระเป๋าในเล็กๆ ที่ก้นเป้หลัง ด้วงหยกขาวตกไปอยู่ในมือของผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีรู และไม่มีจุดรั่วตรงอื่นในกระเป๋าหลังของเขา?

เป็นไปได้ไหมว่า เป็นการกระทำของอสุรกายดำ?หรือเป็นไปได้ไหมว่าด้วงหยกขาวที่ดูเหมือนซบเซาเฉื่อยชา ชอบสร้างปัญหาให้กับคนที่อยู่ในระหว่างต่อสู้กันหรือ?

"นี่, ข้าขอเตือนเจ้าไว้เลยนะ อย่าก่อเรื่องยุ่งเพิ่มให้ข้าอีก  มิฉะนั้นข้าจะเอาเจ้ามาคั่วกินแกล้มเหล้าซะ"”

'เย่ว์หยาง'ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไรและเขาก็ไม่สนใจว่าด้วงหยกขาวจะเข้าใจเขาหรือไม่ เขาแค่เตือนมันอย่างเคร่งครัด

"...."”

พอเห็นเขาพูดกับตัวด้วงอย่างนั้น นางพญากระหายเลือดได้แต่กรอกตาไปมา  อย่างไรก็ตาม นางยังคงรู้สึกว่ามันแปลกมาก  นางไม่เห็นเลยว่าด้วงหยกขาวร่วงจากกระเป๋าหลังของ'เย่ว์หยาง'ได้อย่างไร

ด้วยประสาทสัมผัสของนาง นางสามารถรู้สึกถึงทุกอย่างได้ชัดเจนในรัศมีร้อยเมตร  เหมือนกับว่านางเห็นมันด้วยตานางเอง นางสามารถรู้สึกถึงสายลมอ่อนพัดโชยผ่านยอดหญ้าได้

อย่างไรก็ตาม นางไม่รู้สึกถึงมันเลยว่า ด้วงหยกขาวออกมาจากกระเป๋าของ'เย่ว์หยาง'และหลุดไปอยู่ในมือของผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'เมื่อใดกันแน่?

นี่เป็นเรื่องลึกลับที่ไม่สามารถคลี่คลายได้'เย่ว์หยาง'สะสางทุกอย่างและงีบประมาณ 10 นาทีในสนามดวลมรณะก่อนที่จะครบกำหนดเวลาจำกัด 1 ชั่วโมงจากนั้น กฎในสนามดวลมรณะบังคับ'เย่ว์หยาง'เคลื่อนย้ายและอนุญาตให้เขากลับไปจุดเริ่มต้นเทเลพอร์ต

'เย่ว์หยาง'ยังไม่ทันยืนให้มั่นคง เขาเห็นฉากที่ไม่น่าเชื่ออยู่ต่อหน้าต่อตาเขา  ที่ยืนอยู่ก็มี'เฟิงขวง' หัวหน้าราชองครักษ์วังหลวงแห่งอาณาจักรต้าเซี่ย, บุรุษตาอินทรีที่มีร่างโชกเลือด, ขุนพลอื่นๆ อีก 2 คนที่'เย่ว์หยาง'ไม่รู้จัก

ทั้ง 4 คนกำลังผลัดกันจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาร่วมกันสู้กับผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ถูกเผาเป็นขี้เถ้าไปแล้วไม่ใช่เหรอ? เขายังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?'เย่ว์หยาง'ถึงกับปากอ้าตาค้าง....

****************

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=140

จบบทที่ ตอนที่ 140 เรื่องลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว