เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 เข้าเมือง

ตอนที่ 22 เข้าเมือง

ตอนที่ 22 เข้าเมือง


ด้านหน้าผมคือกำแพงอิฐที่สูงราวๆ 5 เมตรล้อมรอบเมืองทั้งเมืองเอาไว้ มีทหารยามเฝ้าประตูยืนคุมทางเข้าเมืองอยู่อย่างแข็งขัน เป็นเมื่องที่ใหญ่กว่าที่คิดอีกนะเนี่ยมีคนอาศัยอยู่มากขนาดไหนกันนะ ผมเปิดแผนที่ขึ้นมาดูแล้วพบว่าเมืองนี้มีประตูทางเข้าอยู่ทั้ง 4 ทิศด้วยกัน ดูเหมือนว่าประตูที่ผมอยู่จะเป็นประตูเมืองฝั่งตะวันตก

“หยุด!! เจ้ามีธุระอะไรที่เมืองเซียร์แห่งนี้?”

หลังจากเดินมาที่ประตูเมือง ทหารยามจับตาดูพวกผมและเรียกให้พวกผมหยุดเพื่อตอบคำถาม ผมทำตามแต่โดยดีเพราะไม่อยากจะก่อปัญหาให้มันวุ่นวาย

“โอ้ต้องขออภัยด้วย พอดีว่าผมมาจากประเทศอื่นเลยไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติของที่นี่ ผมต้องทำอย่างไรถึงจะเข้าไปข้างในเมืองได้ยังงั้นหรือ?”

“…ตอบคำถามข้ามาก่อน!! พวกเจ้ามีธุระอะไรที่เมืองเซียร์แห่งนี้”

“คือว่า…ผมเดินทางมาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเป็นนักผจญภัยที่เมืองแห่งนี้หนะ”

“หืม…ทาสนั่น เป็นของเจ้ายังงั้นหรือ?” “ใช่แล้ว พอดีว่าผมไปเก็บมาได้โดยบังเอิญหนะสิ”

“พวกเจ้ามาทำอะไรในเวลาแบบนี้?”

“ก็..พอดีว่าเห็นว่าอัศวินเพิ่งจะไปกำจัดพวกโจรเมื่อไม่นานมานี้ใช่ไหมครับ ดังนั้นผมเลยคิดว่า ถ้าเดินทางในช่วงนี้ก็คงจะปลอดภัยดี พวกผมเองก็ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรเป็นพิเศษ ว่าแต่….พวกผมมาผิดเวลาหรือป่าว? คนต่างถิ่นอย่างผม ไม่ทราบเรื่องอะไรแบบนั้นหรอกนะ ต้องขออภัยด้วย”

ผมไม่ได้โกหกอะไรเลย แค่พูดไม่หมดเท่านั้นเอง ตอนอยู่ที่ดันเจี้ยนผมเคยลองไล่ดูรายชื่อของที่ซื้อได้เล่นๆแล้วไปพบกับอุปกรณ์เวทย์มนต์อันนึงที่มีชื่อว่า [เครื่องจับเท็จ] ราคา 50,000DP ผมเลยระวังตัวเองไว้ก่อน ในเมื่อมันมีราคาเป็นครึ่งนึงของคัมภีเวทย์[รักษา] ดังนั้นก็มีความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์นี้จะมีขายในท้องตลาด ก็เอาเป็นว่าปลอดภัยไว้ก่อนนั่นแหละ

ผมมาจากหมู่บ้านที่มีสมาชิกทั้งหมด 3 คน(หนึ่งในนั้นเป็นแกนกลางดันเจี้ยน) และผมต้องการจะมาเป็นนักผจญภัยที่นี่เพื่อเก็บข้อมูลช่าวสาร ผมเก็บทาสนี่ได้ที่ดันเจี้ยน ผมได้พบกับพวกอัศวินระหว่างทาง(และก็พวกกองโจรในดันเจี้ยนด้วย) หลังจากนั้นก็เดินทางมาที่นี่โดยสวัสดิภาพนั่นเป็นข้อมูลที่ผมบอกกับทหารยามไป

“โอ้ เข้าใจหละ โทดทีนะ ช่วงนี้มันมีเรื่องยุ่งยากนิดหน่อยนะก็เกี่ยวกับที่พวกอัศวินไปกำจัดพวกโจรนั่นแหละ ทางเมืองนี้ก็เลยเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยในระยะนี้หนะสิ”

“โอ้ ยังงั้นหรือ? ท่าทางจะเหนื่อยกันน่าดูเลยนะ แล้วผมเข้าเมืองได้ไหม? ผมต้องทำอะไรก่อนหรือป่าว”

“เจ้ามีบัตรแสดงตนไหมหละ? ถ้าไม่มีก็ 4 เหรียญเงินสำหรับค่าผ่านทาง และ 1 เหรียญทองแดงสำหรับค่าผ่านทางของทาสนั่น เนื่องจากปลอกคอของทาสก็นับเป็นบัตรแสดงตนชนิดนึง ดังนั้นค่าผ่านทางจึงเสียแค่ 1 เหรียญทองแดง”

ก่อนที่ผมจะออกจากดันเจี้ยนมา ผมใช้ DP จำนวนหนึ่งแลกเป็นเงินของพวกมนุษย์ ทั้งหมดที่ผมมีตอนนี้คือ 8 เหรียญเงินกับ 30 เหรียญทองแดง ดูเหมือนว่าผมจะมีพอจ่ายค่าผ่านทาง แต่ไม่รู้ว่าจะพอสำหรับใช้จ่ายข้างในเมืองหรือป่าวนี่สิ

“อ้อ 4 เหรียญเงินนั่นเป็นเงินสำหรับหลักประกันหนะ ในเมื่อเจ้าเองยังไม่มีบัตรยืนยันตน ถ้าหากว่าเจ้าได้เป็นนักผจญภัย และได้บัตรยืนยันตนมาจากกิลแล้ว ก็สามารถกลับมายื่นบัตรและรับเงินประกันคืนไปได้นะ แต่ว่าเจ้าจะมีเงินเหลือพอที่จะสมัครเป็นนักผจญภัยหรือป่าวเนี่ย ค่าสมัครเข้าร่วมกิลมันอยู่ที่ 3 เหรียญเงินนี่นา”

“จะว่าไปก็มีอีกทางเลือกนึงนะ เจ้าสามารถจ่าย 3 เหรียญทองแดงเพื่อให้ทหารยามพาเจ้าไปที่กิลนักผจญภัยได้ ทหารยามจะอยู่กับเจ้าจนกระทั่งเจ้าได้รับบัตรยืนยันตนจากกิล ถ้าเป้นวิธีนี้ก็จะไม่จำเป็นต้องวางเงินประกัน แต่จะเสีย2 เหรียญทองแดงเพื่อเป็นค่าแรงให้ทหารยามแทน(2 เหรียญทองแดงค่าแรง + 1 เหรียญทองแดงค่าผ่านทาง)”

“โอ้...ถ้างั้นทางผมก็ขอรบกวนนำทางไปทีนะครับ”

“ได้เลย ข้าจะเป็นคนพาเจ้าไปเอง  เฮ้!!! มาเฝ้าประตูแทนข้าที!! ข้าจะออกไปปฏิบัติหน้าที่หนะ”

ผมจ่ายไป 4 เหรียญทองแดง ทหารยามพาพวกผมไปยังกิลนักผจญภัย  ค่าแรงพาไปส่งราคาเพียงแค่ 2 เหรียญทองแดงนี่ดูเหมือนจะถูกมากเลยนะ ผมเองมีแต่เหรียญเงินกับเหรียญทองแดงเท่านั้น ว่าแต่เหรียญทองนี่ มันมีมูลค่าเท่าไรกันะอยากรู้จริงๆ อัตราแลกเปลี่ยนเงินของโลกนี้เป็นยังไงเท่าไรกันบ้าง คงต้องหาข้อมูลไว้ซะหน่อยแล้ว   ระหว่างทางมีรถเข็นขายเนื้อเสียบไม้ย่างที่มีกลิ่นหอมหวลชวนให้น้ำลายไหลอยู่ ผมอยากรู้จริงๆว่าเนื้อที่ย่างอยู่นั่นมันคือเนื้ออะไรกันแน่

“เฮ้ ข้าเข้าใจนะว่าเจ้าอยากจะกินไอ้นั่นขนาดไหน แต่ช่วยรีบไปกับข้าแล้วไปทำบัตรให้มันเสร็จๆก่อนได้ไหมหละ”

ทหารยามตะโกนเร่งผมที่หยุดดูรถเข็นขายเนื้อย่าง

ว่าแต่คุณทหารนี่ใจดีเหมือนกันนะ เอาเป็นว่า  ถ้าเกิดหมอนี่มาที่ดันเจี้ยนของผมหละก็ ผมจะไว้ชีวิตละกันนะ หลังจากเดินตามทหารยามไปอีกซักครู่ พวกเรามาพบกับตึกหลังใหญ่หลังหนึ่ง มีป้ายไม้ขนาดใหญ่ บนป้ายแกะสลักเป็นรูป ดาบ ขวดยา และคัมภีเวทย์ ท่าทางว่าสัญลักษณ์นี่จะเป็นสัญลักษณ์ของกิลนักผจญภัยสินะ

ผู้คนข้างในกำลังดื่มกินกันอยู่ ดื่มหนักกันแต่หัววันแบบนี้ พวกนี้มันทำงานกันกะกลางคืนหรือยังไงนะ ถึงว่างมานั่งดวลเหล้ากันกลางวันแสกๆแบบนี้ ผมเดินไปที่เคาเตอร์พร้อมกับคุณทหารยาม พนักงานต้อนรับยื่นกระดาษแบบฟอร์มลงทะเบียนมาให้ เท่าที่ดู ใบลงทะเบี้ยนนั้นถูกเขียนด้วยมือคน จะว่าไปเทคโนโลยีของโลกนี้นี่จะเจริญพอจะมีเครื่องพิมพ์หรือยังนะ

“นายหนะ เขียนชื่อตัวเองได้ไหม? ถ้าจะให้ทางนี้เขียนให้ มีค่าแรงที่ 1 เหรียญทองแดงนะ”

“อ้อ ทางนี้เขียนเองได้ ไม่เป็นไร เฮ้มีท ฝากด้วยนะ”

“รับทราบค่ะ นายท่าน”

ผมยื่นกระดาษแบบฟอร์มให้มีทเขียนให้ผม  สำหรับการเขียนนั้น ผมเขียนได้แต่ภาษาญี่ปุ่น ในขณะที่การอ่านนั้นไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไร ในสายตาผมก็จะมองเห็นอักษรนั้นแปลเปลี่ยนเป็นภาษาญี่ปุ่นให้ผมอ่านได้สบายๆ จะว่าไปดีนะที่พา'มีท'มาด้วย ไม่อย่างงั้นคงมีปัญหาเรื่องการเขียนการสื่อสารน่าดูเลยแหละ แต่ว่านะ ดูเหมือนว่าทั้งทหารยามและพนักงานต้อนรับจะมองผมกับ'มีท'ด้วยสายตาสนอกสนใจ ทำไมกันหละ การที่ทาสเขียนหนังสือได้มันแปลกขนาดนั้นเลยหรอ?

“ไม่น่าเชื่อเลยนะนี่ ที่ทาสนี่จะเขียนหนังสือได้ แถมยังเด็กอยู่เลยด้วย”

“ก็ เพราะว่าผมสอนอะไรให้หลายๆอย่างหนะสิ”

“โอ้ อย่างงั้นหรือ?”

จะว่าไปมีอยู่เรื่องนึงที่ติดใจผมมานานแล้ว มานั่งคิดตอนนี้ไม่รู้จะสายไปไหม รูปร่างหน้าตาของผมเนี่ย มันแปลกสำหรับที่นี่หรือป่าวนะ ก็พวกโจรกับพวกอัศวิน ดูจากหน้าตาแล้วจะออกไปทางคนยุโรปหนะสิ แล้วคนหน้าตาแบบผมนี่ถือว่าประหลาดสำหรับโลกนี้ไหมนะ   แต่ดูเหมือนว่ารูปกายภายนอกจะไม่ใช่อุปสรรคในการลงทะเบียน

หลังจากที่ผมยื่นกระดาษที่เขียนชื่อผมให้ไป การลงทะเบียนก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี ค่าลงทะเบียนสำหรับสองคนคือ 6 เหรียญเงิน….ตอนนี้ผมเหลือเงินติดตัวแค่ 2 เหรียญเงินกับ 30 เหรียญทองแดง เงินผมลดลงไปเยอะเลยนะนี่

“ในเมื่อเจ้าลงทะเบียนเสร็จสิ้นแล้ว ข้าขอตัวไปทำงานของข้าต่อหละนะ”

“โอ้…ขอบคุณมากเลยนะ ที่พามาส่ง”

“ไม่ต้องเกรงใจ มันเป็นงานของข้าอยู่แล้ว หลังจากนี้ไป ค่าผ่านประตูของเจ้าก็จะเป็น 1 เหรียญทองแดงนะ ตราบใดที่เจ้ายังมีบัตรยืนยันตนอยู่”

แล้วคุณทหารยามก็จากไปหลังจากที่ผมมีบัตรเรียบร้อยแล้ว ด้วยบัตรใบนี้น่าจะช่วยให้ผมได้หาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในเมืองนี้ได้

“เอาหละ ชั้นจะอธิบายเกี่ยวกับระดับต่างๆของกิลนักผจญภัยให้นะ”

“โอ้ ครับผม”

ถึงแม้ว่าจะลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย แต่ดูเหมือนจะมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้จากที่นี่สินะ

 

ที่มา:https://my.dek-d.com/grit/writer/viewlongc.php?id=1472768&chapter=22

จบบทที่ ตอนที่ 22 เข้าเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว