- หน้าแรก
- ซุปตาร์เพลงเศร้าเขย่าวงการ
- บทที่ 501 ชาไก้หว่านแห่งสวนสาธารณะเหรินหมิน
บทที่ 501 ชาไก้หว่านแห่งสวนสาธารณะเหรินหมิน
บทที่ 501 ชาไก้หว่านแห่งสวนสาธารณะเหรินหมิน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
สวีอี้ยืนอยู่หน้าป้ายที่แขวนอักษรตัวใหญ่สี่ตัวว่า 'สวนสาธารณะเหรินหมิน' เธอจมอยู่ในห้วงความคิดนานถึงครึ่งนาที
นี่คือสิ่งที่เจ้านายบอกว่า... จิตวิญญาณของสูตูอย่างนั้นเหรอ?
สวนสาธารณะใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยวัยกลางคนและผู้สูงอายุจับกลุ่มกัน แถม รปภ. หน้าประตูยังยืนหาวเนี่ยนะ?
เธอหันไปมองหลินอวี่ แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยอย่างลึกซึ้ง
"บอสคะ คุณแน่ใจนะคะว่าพวกเราไม่ได้มาผิดที่?"
"ไม่ผิดหรอก ที่นี่แหละ"
หลินอวี่กดหมวกแก๊ปลง แล้วก้าวเดินอย่างไม่สนใจใครหน้าไหน
เขาไม่ได้พาทั้งสองคนไปตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ต้องต่อคิวอย่างน้อยสามชั่วโมง และไม่ได้หาสถานที่เช็กอินของเน็ตไอดอลอะไรทั้งนั้น
แต่เดินตรงผ่านประตูใหญ่ของสวนสาธารณะ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาเข้าไปในทางเดินเล็กๆ ที่มีร่มเงาไม้ร่มรื่น
ตลอดทาง เต็มไปด้วยชาวสูตูที่เขียนคำว่า 'ความผ่อนคลาย' เอาไว้บนใบหน้า
คุณลุงที่รำไทเก็กอย่างเชื่องช้าอยู่ใต้ต้นไม้
คุณป้าที่เต้นลีลาศอยู่บนลานกว้าง
คู่สามีภรรยาหนุ่มสาวที่เข็นรถเข็นเด็กเดินเล่นอย่างอ้อยอิ่ง
ในอากาศมีกลิ่นหอมของหญ้าเขียวและดอกพุดซ้อนลอยมาเป็นระลอก บางครั้งก็ยังได้ยินเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว
จังหวะชีวิตของทั้งสวนสาธารณะช้าเรื่อยเปื่อย ราวกับถูกใครบางคนกดปุ่มเล่นด้วยความเร็ว 0.5 เท่า
สวีอี้ถือขาตั้งไลฟ์สด รู้สึกว่าตัวเองเหมือนผู้ป่วยโรควิตกกังวลที่หลงเข้ามาในดินแดนสุขาวดี
"ที่นี่... ทำไมรู้สึกว่าแม้แต่เวลายังเดินช้าลงเลยล่ะ?" เธอพึมพำเสียงเบา
"ก็ถูกแล้วล่ะ" หลินอวี่ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง สองมือล้วงกระเป๋า "ความสงบสุขของสูตู ครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ในสวนสาธารณะพวกนี้นี่แหละ"
ทั้งสามคนเดินตามหลินอวี่เข้าไปจนถึงริมน้ำลึกเข้าไปในสวนสาธารณะ ริมทะเลสาบเป็นโรงน้ำชากลางแจ้งขนาดใหญ่
เก้าอี้ไผ่เก่าๆ นับร้อยตัว จับคู่กับโต๊ะไม้เตี้ยๆ เรียงรายยาวไปตามริมฝั่งทะเลสาบ
แทบจะไม่มีที่นั่งว่างเลย
มีทั้งคนดื่มชา พูดคุย เล่นไพ่ตอง ถักไหมพรม... และยังมีคนที่เหมือนหลินอวี่ ที่ไม่ทำอะไรเลย เอาแต่จ้องมองผิวน้ำด้วยสายตาเหม่อลอย
บนใบหน้าของทุกคนล้วนเขียนตัวอักษรใหญ่ๆ สี่ตัวว่า 'ไม่อยากทำงาน!'
ไม่ใช่สิ
เป็นคำว่า 'สบายใจเฉิบ' ต่างหาก
หน้าประตูโรงน้ำชามีป้ายไม้แขวนอยู่: โรงน้ำชาเฮ่อมิง
"บอส พวกเราจะดื่มชากันตรงนี้เหรอ?" สวีอี้ยังคงไม่อยากจะเชื่อ
ในความเข้าใจเกี่ยวกับวงการบันเทิงของเธอ น้ำชายามบ่ายของซูเปอร์สตาร์ระดับท็อป ไม่ใช่ว่าควรจะอยู่ในเอ็กเซกคิวทีฟเลานจ์ของโรงแรมระดับห้าดาว หรือคลับสมาชิกระดับแบล็กโกลด์ที่ให้ความเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ หรอกเหรอ?
มาดื่มชาในโรงน้ำชากลางแจ้งที่มีคนเดินผ่านไปมาขวักไขว่ แถมยังไม่มีฉากกั้นแบบนี้... มันจะติดดินเกินไปหน่อยไหม?
ถ้าเกิดมีคนจำได้แล้วเข้ามามุงดูจะทำยังไง?
หลินอวี่เหมือนจะมองทะลุถึงความกังวลในภาพลักษณ์ของเธอ เขาชี้ไปที่เหล่าคุณลุงคุณป้าที่กำลังยุ่งอยู่กับการแทะเมล็ดแตงโมรอบๆ ตัว
"วางใจเถอะ อยู่ที่นี่ ไม่มีใครสนหรอกว่าเธอจะเป็นดาราดังมาจากไหน"
"ในสายตาของพวกเขา เธอไม่ได้ต่างอะไรจากปลาคาร์ปในทะเลสาบเลยสักนิด"
สวีอี้ชะงักไป
หลินอวี่พูดเสริมช้าๆ เหมือนแทงซ้ำอีกดาบ "ล้วนเป็นพวกกินอิ่มจนจุก ว่างจนไม่มีอะไรทำเหมือนกันนั่นแหละ"
สวีอี้ "......"
ฟังประโยคนี้แล้ว ทำไมรู้สึกว่าโดนด่าไปด้วยเลยล่ะ?
แชตในห้องไลฟ์สดหัวเราะกันเป็นบ้าเป็นหลังในทันที
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ปากของเทพยุทธ์อวี่นี่ ยังคงทำผลงานได้คงเส้นคงวาเหมือนเดิมเลยนะ!]
[ซูเปอร์สตาร์สาวระดับท็อป = ปลาคาร์ปในทะเลสาบ สมการนี้ไม่มีปัญหา!]
[สวีอี้: ฉันขอบคุณเธอนะ]
[อย่าว่าไป มันก็สมเหตุสมผลอยู่นะ ในสวนสาธารณะทุกคนเท่าเทียมกันหมด ล้วนเป็นคนว่างงานทั้งนั้น]
หลินอวี่หาที่นั่งว่างริมทะเลสาบ แล้วกวักมือเรียกทั้งสองคนให้นั่งลง
เก้าอี้ไผ่มีอายุพอสมควร พอคนนั่งลงไปก็มีเสียง 'เอี๊ยดอ๊าด' ดังขึ้นเบาๆ
สวีอี้เพิ่งจะหย่อนก้นลง เธอยังคงห่วงภาพลักษณ์ไอดอล จึงนั่งหลังตรงแด่ว
เฉินเจียกลับทำตัวเป็นธรรมชาติมาก หลังนั่งลงก็มองไปที่ผิวน้ำ แววตาและสีหน้าอ่อนโยนลงตามไปด้วย
ไม่นาน พนักงานที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและมีผ้าขนหนูพาดบ่าก็หิ้วกาน้ำทองเหลืองปากยาวเดินเข้ามา
"ทั้งสามท่าน จะรับอะไรดีครับ?"
"ชาเหมาเฟิงสามถ้วย" หลินอวี่ตอบ
"ได้เลยครับ!"
พนักงานวางถ้วยชาไก้หว่านทั้งสามใบลงอย่างคล่องแคล่ว
วินาทีต่อมา เขาก็ตวัดแขนขึ้น!
กาน้ำทองเหลืองปากยาววาดเส้นโค้งกลางอากาศได้อย่างสวยงาม สายน้ำเดือดพล่านเทลงมาจากระดับความสูงกว่าหนึ่งเมตร และรินลงในถ้วยไก้หว่านอย่างแม่นยำ
ไม่เอียงไม่เบี้ยว
ไม่กระเด็นออกมาแม้แต่หยดเดียว
สวีอี้เบิกตากว้าง "แบบนี้ก็ได้เหรอ? กายกรรมหรือเปล่าเนี่ย?"
ห้องไลฟ์สดก็แตกตื่นเช่นกัน
[เชี่ย! ฝีมือแบบนี้ ถ้าไม่เป็นพาร์กินสันมาสิบปี... เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ถ้าไม่ได้ฝึกมาเป็นสิบปีคงทำไม่ได้แน่ๆ!]
[ชากังฟูของสูตู ไม่ได้มาเล่นๆ จริงๆ!]
[ชาหนึ่งถ้วยเติมน้ำได้ไม่อั้น นั่งได้ทั้งบ่าย คุ้มค่าสุดๆ ไปเลย!]
[ตัวอยู่ที่ทำงาน แต่ใจอยู่ที่สูตูแล้ว!]
หลินอวี่ยกถ้วยชาไก้หว่านขึ้นมา ใช้ฝาปิดถ้วยปัดฟองบนผิวน้ำออกเบาๆ
เขาเป่าลมไล่ความร้อน แล้วจิบชาคำเล็กๆ
กลิ่นหอมของชาชุ่มคอ มีรสหวานชุ่มคอตามมา
เขาหรี่ตาลงอย่างสบายใจ ทิ้งตัวลงนอนพิงเก้าอี้ไผ่อย่างเต็มที่
"อืม"
"สบายสุดๆ"
เพียงแค่ไม่กี่คำ แม้แต่จิตวิญญาณก็ยังผ่อนคลายตามไปด้วย
สวีอี้กับเฉินเจียก็เรียนแบบเขาลองจิบดูหนึ่งคำ
น้ำชาเข้าปาก กลิ่นหอมกรุ่นค่อยๆ กระจายตัวบนปลายลิ้น
ไม่ถึงกับเป็นชาชั้นยอดที่ทำให้รู้สึกว้าว แต่ว่า... มันรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก
ตอนแรกสวีอี้ยังคงรู้สึกเกร็ง กลัวว่าจะมีคนจำได้ กลัวว่าจะเกิดความวุ่นวาย กลัวว่าแชตในห้องไลฟ์สดจะพาเปลี่ยนประเด็น
แต่นั่งไปได้ราวสิบนาที เธอก็พบว่าคนรอบข้างไม่มีใครมองพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว!
ทุกคนดูยุ่งกันมาก
คุณลุงที่กำลังเล่นไพ่ตองเถียงกันหน้าดำหน้าแดงเพราะไพ่แค่ใบเดียว
คุณป้าที่ตั้งวงคุยกันอย่างออกรส พอเล่ามาถึงจุดไคลแม็กซ์ก็หัวเราะจนตัวงอ
และยังมีคนที่เหมือนหลินอวี่ ทิ้งตัวนอนบนเก้าอี้ มองผิวน้ำโดยไม่พูดอะไรสักคำ
สถานที่แห่งนี้ราวกับมีเวทมนตร์สะกดจิตในตัว นั่งไปนานๆ คุณจะยอมแพ้ต่อการดิ้นรนเพื่อแข่งขันไปเอง
สวีอี้ลองทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนเก้าอี้ไผ่ที่นั่งอยู่
อย่าบอกนะ
ดีจริงด้วย
เธอเบาเสียงของห้องไลฟ์สดลง แล้วตั้งกล้องในมุมที่สวยที่สุด เล็งไปที่ทะเลสาบ ศาลาในระยะไกล และร่มไม้ที่มีแสงเงาทาบทับ
ห้องไลฟ์สดที่มีคนดูออนไลน์หลายล้านคน กลับเงียบสงบลงอย่างปาฏิหาริย์
ไม่มีใครเร่งกำหนดการท่องเที่ยว ไม่มีใครตะโกนร้องจะดูสถานที่ท่องเที่ยวต่อไป
ทุกคนต่างเฝ้ามองน้ำในทะเลสาบ เงาไม้ และผู้คนในหน้าจอ ฟังเสียงไวต์นอยส์ที่ส่งผ่านมา
เสียงนกร้อง เสียงจักจั่น เสียงสับไพ่ เสียงพูดคุย และเสียงร้องเรียกของพนักงานขณะหิ้วกาน้ำไปเติมให้ลูกค้า
เสียงเหล่านี้ผสมปนเปกัน ไม่ได้ฟังดูหนวกหูเลย แต่กลับเหมือนเพลงแนวเยียวยาจิตใจที่บรรเลงขึ้นมาเฉพาะสำหรับวิถีชีวิตชาวเมืองสูตู
[สุดยอดไปเลย... สงบสุขจัง รู้สึกเหมือนความเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งสัปดาห์ถูกล้างออกไปจนหมด]
[ดูคนอื่นเหม่อลอย ฉันดันดูอย่างเพลิดเพลินซะงั้น สงสัยฉันคงจะป่วยหนักแล้วล่ะ]
[เมื่อก่อนเที่ยวแบบหน่วยรบพิเศษ วันเดียววิ่งไปตั้งแปดที่ พอกลับมาเหนื่อยกว่าตอนทำงานอีก เหยื่อของการทำงานล่วงเวลาในคราบวันหยุด +1!]
[เทพยุทธ์อวี่เข้าใจชีวิตจริงๆ ปรมาจารย์ต่อต้านการแก่งแย่งแข่งขัน ไม่ได้ถูกเรียกมาเปล่าๆ หรอกนะ]
[หาตั๋วเครื่องบินแล้วทุกคน สุดสัปดาห์นี้บินเลย!]
สวีอี้มองดูข้อความในแชต สีหน้าของเธอดูซับซ้อนเล็กน้อย
แย่แล้ว
ตัวเธอที่เคยเป็นต้นแบบแรงงานหญิงที่บ้างานที่สุดในวงการบันเทิงจีน ดูเหมือนจะถูกปรัชญาคนอู้งานของเจ้านายล้างสมองเข้าให้แล้วจริงๆ