- หน้าแรก
- กำเนิดซูเปอร์สตาร์ตัวท็อป
- บทที่ 210 แข่งก็แข่งสิ ใครกลัวใครกัน!
บทที่ 210 แข่งก็แข่งสิ ใครกลัวใครกัน!
บทที่ 210 แข่งก็แข่งสิ ใครกลัวใครกัน!
กู้จือเหยียนกับเร่อปาไม่ได้แอบทำมิดีมิร้ายอะไรกันหรอก ทั้งคู่ก็แค่มอบจูบอันดูดดื่มให้แก่กันเท่านั้นเอง
หลังจากจูบอันยาวนานสิ้นสุดลง เร่อปาก็บอกจุดประสงค์ของการมาเยือนในครั้งนี้ให้กู้จือเหยียนรับรู้ จากนั้นก็มองเขาด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและเจือความกังวลใจเล็กน้อย "พี่เสี่ยวเหยียน ถ้าพี่ไม่..."
"เอาสิ เรื่องนี้ผมจะให้ซิ่วซิ่วไปช่วยประสานงานให้ก็แล้วกัน"
ละครเรื่อง "ดุจดวงดาวเกียรติยศ" ก็ถือว่าไม่เลวเลย แถมกู้ม่านยังเป็นผู้มีพระคุณของกู้จือเหยียนตั้งแต่ตอนที่เขาเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ ด้วย อีกอย่าง เขาจะลำเอียงไม่ได้หรอกนะ
ดูท่าแล้วการกระทำของเร่อปาในครั้งนี้ก็คงจะได้แรงบันดาลใจมาจากนาจาเป็นแน่
"กรี๊ด!" เร่อปาถูกความเซอร์ไพรส์อันใหญ่หลวงพัดพาจนตัวลอยในพริบตา "พี่เสี่ยวเหยียน ฉันรักพี่ที่สุดเลยค่ะ!"
เธอกระโดดเข้าใส่กู้จือเหยียน กอดคอเขาไว้แน่นแล้วระดมจูบอย่างบ้าคลั่ง
สัมผัสเนียนนุ่มและเต่งตึงที่ได้รับ ทำให้กู้จือเหยียนรู้สึกเคลิบเคลิ้มหวั่นไหวขึ้นมาในพริบตา
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์ปรารถนาจนยากจะหักห้ามใจ และกำลังจะขยับไปสู่ขั้นต่อไป...
"ปัง ปัง ปัง..."
เสียงทุบประตูรถดังขึ้นกะทันหัน ทำเอากู้จือเหยียนกับเร่อปาสะดุ้งโหยง ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน และต่างก็อ่านความหมายในสายตาของอีกฝ่ายออกทันทีว่า... นาจา?!
นอกจากนาจาแล้ว เวลานี้ก็คงไม่มีใครว่างพอมาทำเรื่องแบบนี้หรอก
ไม่ผิดแน่ เป็นนาจาที่กำลังร้อนใจดั่งไฟลนนั่นเอง
เธอแนบหูฟังที่ประตูรถอยู่พักใหญ่แต่ก็ไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวใดๆ พอทำท่าจะผละตัวเดินจากไป ก็ดันได้ยินเสียง "กรี๊ด" ดังแว่วมาเสียก่อน
เรื่องนี้คงต้องโทษที่เร่อปาตื่นเต้นจนเผลอส่งเสียงดังเกินไปหน่อย
พอได้ยินเสียงนี้ทะลุออกมา มีหรือที่นาจาจะทนไหว
ยัยหน้าไม่อาย! กลางวันแสกๆ แท้ๆ กลับกล้ามายั่วยวนพี่เสี่ยวเหยียน!
แถมที่นี่ยังเป็น 'ถิ่น' ของเธออีกต่างหาก จะยอมให้เร่อปามากำเริบเสิบสานได้ยังไงกัน!
ว่าแล้วเธอก็เริ่มลงมือทุบประตูรถอย่างแรง
"ว้าย!"
จู่ๆ ประตูรถก็เปิดออก ทำเอานาจาทุบวืดไปเต็มๆ และด้วยความที่ออกแรงมากเกินไป ร่างกายของเธอจึงถลำพุ่งไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อย
เธอตกใจจนหลับตาปี๋ ในหัวตอนนั้นมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น... จบกัน ขอแค่อย่าให้หน้ากระแทกพื้นก็พอ!
ทว่า สิ่งที่ต้อนรับนาจากลับไม่ใช่บันไดรถบ้าน แต่เป็นอ้อมกอดอันแสนคุ้นเคยต่างหาก
"ทำอะไรของเธอเนี่ย ซุ่มซ่ามจริงเชียว"
กู้จือเหยียนที่ตาไวและมือไวกว่า รวบตัวรับนาจาเอาไว้ได้ทันท่วงที
"ปะ เปล่า ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย..." นาจาช้อนตามองกู้จือเหยียนแวบหนึ่งด้วยสีหน้าเคอะเขิน
เสื้อผ้าของพี่เสี่ยวเหยียนกับเร่อปายังอยู่ครบถ้วนเรียบร้อยดี ดูไม่เหมือนคนที่กำลังแอบทำเรื่องมิดีมิร้ายกันเลยสักนิด
อีกอย่าง พี่เสี่ยวเหยียนเก่งกาจถึงพริกถึงขิงขนาดนั้น จะไปจบเร็วแบบนี้ได้ยังไงกัน
ยัยเร่อปาบ้าบอนี่ ไม่รู้จะร้องแหกปากทำไมให้คนเขาเข้าใจผิด แถมยังทำให้เธอเกือบจะปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มอีกต่างหาก!
"แหม ที่แท้ก็มีรสนิยมชอบแอบฟังเรื่องชาวบ้านนี่เอง!" เร่อปาเอ่ยเยาะเย้ย
"ใครแอบฟังไม่ทราบ? ฉันมาหาพี่เสี่ยวเหยียนเพราะมีธุระต่างหาก อีกอย่าง คนดีๆ ที่ไหนเขาจะมาร้อง 'อ๊า อ๊า' กลางวันแสกๆ แบบนี้กัน" นาจาสวนกลับทันควัน
"เธอนั่นแหละที่ไม่ดี ทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนพวกขโมยไม่มีผิด"
"เราสองคนไม่รู้หรอกว่าใครกันแน่ที่เป็นขโมย ขนาดกลางวันแสกๆ ยังคิดจะมาขโมยพี่เสี่ยวเหยียนไปหน้าตาเฉย"
"นี่เธอ..."
กู้จือเหยียน : ……
เอาอีกแล้ว ทะเลาะกันอีกจนได้!
"อะแฮ่ม พวกเธอสองคนเลิกเถียงกันได้แล้ว" กู้จือเหยียนไม่มีทางเลือก นอกจากต้องออกโรงห้ามทัพอีกครั้ง
"ชิ!"
เร่อปาและนาจาต่างก็ถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างไม่มีใครยอมใคร
จังหวะนั้นเอง ก็มีทีมงานในกองถ่ายเดินมาเรียกนาจาให้ไปเข้าฉากพอดี
เมื่อเห็นนาจาหมุนตัวกำลังจะเดินจากไป เร่อปาก็โพล่งขึ้นมาทันที "พี่เสี่ยวเหยียนคะ วันนี้ฉันยังไม่กลับหรอก ขออยู่เป็นเพื่อนพี่ได้ไหมคะ?"
พอได้ยินแบบนั้น นาจาก็หันขวับกลับมาทันที พร้อมกับส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายจ้องเขม็งไปที่เร่อปา
เร่อปาเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ เธอเชิดหน้าจ้องตอบอย่างเอาเรื่องเช่นกัน
ทั้งสองยืนจ้องหน้าตากันตาต่อตาฟันต่อฟันอยู่ครู่หนึ่ง นาจาก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังต้องไปเข้าฉาก ขืนมัวแต่มายืนเสียเวลากับเร่อปาอยู่ที่นี่คงไม่เข้าที เธอจึงละสายตากลับมา หันไปส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้กู้จือเหยียน "พี่เสี่ยวเหยียนคะ เดี๋ยวคืนนี้ฉันไปหานะคะ"
……
ตกค่ำ ณ ห้องพักในโรงแรม
ซ้ายมีนาจา ขวามีเร่อปา
ทว่าในเวลานี้ กู้จือเหยียนกลับรู้สึกไม่บันเทิงใจเลยสักนิด ถึงแม้ว่าสองสาวจะเลิกสาดน้ำลายใส่กันแล้ว แต่พวกเธอก็ยังนั่งขนาบข้างเขา แล้วส่งสายตาฟาดฟันข้ามหัวเขาไปมาอย่างไม่มีใครยอมใครอยู่ดี
นี่ถ้าเปลี่ยนเป็นเจ๊เมิ่งกับหลี่อี้ถง หรือไม่ก็ต้าเถียนเถียนกับเหมาเสี่ยวถงก็คงจะดีสิ!
น่าเสียดายที่ดันเป็นคู่แค้นแสนรักอย่างเร่อปากับนาจาเสียนี่!
จะให้มานั่งจ้องหน้ากันแบบนี้ยันสว่างเลยหรือไง?
สมองของกู้จือเหยียนเริ่มประมวลผลอย่างหนัก จะหาวิธีแก้เกมยังไงดีล่ะเนี่ย?
จริงสิ! เอาวิธีตอนอยู่กับต้าเถียนเถียนและเหมาเสี่ยวถงมาใช้เป็นกรณีศึกษาได้นี่นา
มอมเหล้าไงล่ะ!
ถึงแม้จะจับสองคนนี้มาร่วมวงปรองดองกันเหมือนต้าเถียนเถียนกับเหมาเสี่ยวถงไม่ได้ แต่อย่างน้อยถ้าจับกรอกเหล้าจนเมาพับไป พวกเธอก็คงจะเลิกแผลงฤทธิ์ แล้วปล่อยให้เขาได้นอนหลับอย่างสงบสุขบ้างล่ะนะ
เมื่อคิดได้ดังนั้น กู้จือเหยียนก็เอ่ยปากทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ทันที "พวกเธอสองคนอยากกินอะไรกันหน่อยไหม?"
เร่อปา : "ไม่อะ"
นาจา : "ไม่กิน"
กู้จือเหยียนลูบท้อง แสร้งทำสีหน้าเหมือนว่ากำลังหิวโซ "แต่ผมชักจะหิวแล้วสิ"
"พี่เสี่ยวเหยียนหิวแล้วเหรอคะ? อยากกินอะไรบอกได้เลยนะคะ เดี๋ยวฉันให้คนเอามาส่งให้"
พอได้ยินกู้จือเหยียนบ่นว่าหิว นาจาก็รีบรับลูกด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทันที
เร่อปาเองก็รีบชิงพูดตัดหน้าเช่นกัน "พี่เสี่ยวเหยียนคะ เดี๋ยวฉันจัดการให้เองค่ะ พี่อยากกินอะไรบอกมาได้เลย!"
"พวกเธอพักเถอะ เดี๋ยวผมให้ซิ่วซิ่วจัดการให้ก็แล้วกัน"
กู้จือเหยียนพูดพลางส่งข้อความไปหาซิ่วซิ่ว พร้อมกับย้ำเป็นพิเศษว่าให้เอาเหล้าติดไม้ติดมือมาด้วยสักสองสามขวด
ไม่นานนัก อาหารและเครื่องดื่มก็มาส่งถึงที่
กู้จือเหยียนเอ่ยชวน "พวกเธอมากินเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ กินคนเดียวมันไม่อร่อยน่ะ"
"อืม"
"ได้ค่ะ"
แม้ว่าเร่อปากับนาจาจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไรนัก แต่พวกเธอก็มักจะว่านอนสอนง่ายและเชื่อฟังคำพูดของพี่เสี่ยวเหยียนเสมอ
และนี่ก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่เร่อปาและนาจาได้มานั่งกินข้าวร่วมโต๊ะเดียวกัน
กู้จือเหยียนไม่มัวรอถามไถ่ความสมัครใจของทั้งสองคน เขาจัดการรินเหล้าใส่แก้วจนเต็มเปี่ยมทันที
"เราสามคนยังไม่เคยมานั่งดวลเหล้ากันแบบนี้เลยนะเนี่ย ผมได้ยินมาว่าคนซินเจียงคอแข็งกันทุกคนเลยนี่นา แล้วพวกเธอสองคนล่ะ ดื่มเก่งกันแค่ไหน?"
เร่อปา : "ฉันพอดื่มได้นิดหน่อยค่ะ เทียบกับพี่เสี่ยวเหยียนไม่ได้หรอก"
นาจา : "พี่เสี่ยวเหยียน ฉันเองก็คอไม่แข็งเท่าไรหรอกค่ะ แต่รับรองว่าต้องเก่งกว่าใครบางคนแถวนี้แน่นอน"
พอได้ยินนาจาพูดจาเหน็บแนมแบบนั้น เร่อปาก็ชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที "อย่ามาทำเป็นเก่งไปหน่อยเลย ใครคอแข็งกว่ากันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ!"
นาจาปรายตามองเร่อปาด้วยสีหน้าเย้ยหยัน "หึๆ ทำไมยะ? ไม่ยอมรับความจริงงั้นสิ?"
เร่อปาสวนกลับทันควัน "ดีแต่ปากใครๆ ก็ทำได้! แน่จริงก็มาดวลกันหน่อยไหมล่ะ!"
"แข่งก็แข่งสิ ใครกลัวใครกันล่ะ!"
กู้จือเหยียน : ดี... ดีมาก!
ไม่ต้องเสียเวลาออกแรงเชียร์ให้เหนื่อย สองสาวก็เปิดศึกท้าดวลกันเองเสียแล้ว
สมกับที่เป็นคู่แค้นแสนรักกันจริงๆ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ต้องเอาชนะคะคานกันให้ได้เสียทุกเรื่อง
หลังจากนั้น กู้จือเหยียนก็กลายสภาพเป็นเพียงผู้ชม ปล่อยให้เร่อปาและนาจาดวลเหล้าฟาดฟันกันอย่างดุเดือด
เขายังอุตส่าห์แกล้งทำเป็นเอ่ยปากเตือนให้สองสาวเพลาๆ ลงหน่อยด้วยซ้ำ
ทว่าน่าเสียดาย ที่ตอนนี้ความมึนเมาได้เข้าครอบงำจนเร่อปาและนาจาหน้ามืดตามัว ไม่ฟังเสียงนกเสียงกาอะไรทั้งนั้น ต่างฝ่ายต่างหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องมอมอีกฝ่ายให้เมาพับไปให้จงได้
เพียงไม่นาน เร่อปาและนาจาก็เริ่มตาลอยและแสดงอาการเมาปลิ้นออกมาให้เห็น
เร่อปา : "ฮ่าๆๆ ฝีมือเธอก็มีแค่นี้เองนี่นา ดีแต่โม้ล่ะสิไม่ว่า!"
นาจา : "ใครโม้ยะ! ยังไม่จบเว้ย มาต่อเลย!"
เร่อปา : "มาก็มาสิ! คิดว่าฉันกลัวเธอหรือไง หมดแก้ว!"
พอกระดกเหล้าลงคอไปอีกแก้ว เร่อปากับนาจาก็เริ่มนั่งโซเซเอนไปเอนมา
พอเห็นเร่อปาฟุบหน้าลงกับโต๊ะ นาจาก็เริ่มเอ่ยปากเย้ยหยันทันที "หึๆ เรื่องกินเหล้าเธอก็สู้ฉันไม่ได้ เรื่องอื่นเธอยิ่งไม่มีทางสู้ฉันได้หรอก"
เมื่อได้ยินดังนั้น เร่อปาก็เหมือนโดนสาดน้ำเย็นเข้าหน้า อาการง่วงงุนปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอสวนกลับทันควัน "เธอนั่นแหละที่สู้ไม่ได้! หน้าอกก็แบน ก้นก็ลีบ หุ่นยังกับเสาไฟฟ้า!"
"นี่เธอ... ก้นเธอน่ะมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่ายัดฟองน้ำมา! แล้วก็เรื่องหน้าอกด้วย ของฉันไม่ได้เล็กไปกว่าของเธอเลยสักนิด!"
โดนเร่อปาด่าว่าหุ่นไม่ดีแบบนี้ มีหรือที่นาจาจะยอมอยู่เฉย
เร่อปา : "ใครยัดยะ! ของฉันมันใหญ่กว่าของเธออยู่แล้วย่ะ!"
นาจา : "หึๆ พูดเองเออเองทั้งนั้น! แน่จริงก็มาวัดกันไปเลยสิ!"
เร่อปา : "วัดก็วัดสิ! คิดว่าฉันกลัวเหรอ เดี๋ยวเธออย่ามานั่งร้องไห้ทีหลังก็แล้วกัน!"
นาจา : "ฉันว่าคนที่ต้องอับอายน่าจะเป็นเธอมากกว่านะ!"
พูดจบ สองสาวก็ประคองร่างอันโอนเอนลุกขึ้นยืน แล้วเริ่มลงมือปลดกระดุมถอดเสื้อผ้าทันที
กู้จือเหยียน : ……
ให้ตายเถอะ เอาจริงดิเนี่ย!