- หน้าแรก
- กำเนิดซูเปอร์สตาร์ตัวท็อป
- บทที่ 206 ยอจนเคลิ้ม
บทที่ 206 ยอจนเคลิ้ม
บทที่ 206 ยอจนเคลิ้ม
เรื่องที่กู้จือเหยียนเตะโจวตงอวี่ออกจากเรื่อง 'วัยเยาว์ของเธอ' เป็นเพียงข่าวลือประปรายบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ไม่ได้ทำให้เกิดกระแสคลื่นลมลูกใหญ่อะไรนัก
ทว่าท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งของกู้จือเหยียน หรือคนหนุนหลังของโจวตงอวี่ ต่างก็จงใจปิดข่าวนี้เอาไว้
ถึงกระนั้น เรื่องนี้ก็สร้างความฮือฮาในแวดวงบันเทิงได้ไม่น้อยทีเดียว
ตลอดมาความประทับใจที่กู้จือเหยียนมอบให้กับคนในวงการก็คือความเป็นคนอ่อนโยน คิดไม่ถึงเลยว่าพอลงมือขึ้นมาจริงๆ จะดุดันและเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้ ระดับนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมรางวัลม้าทองคำ นึกอยากจะเตะทิ้งก็เตะทิ้งได้เลย เรื่องนี้ทำให้บรรดาคนที่กำลังกระโดดโลดเต้นหาแสงในช่วงนี้พากันดับเครื่องลงในพริบตา
ความขัดแย้งระหว่างเขากับหวังอาเอ้อร์ในครั้งก่อน มีคนรู้เบื้องลึกเบื้องหลังไม่มากนัก ทว่าเรื่องในครั้งนี้ คนในวงการบันเทิงแทบจะรู้กันถ้วนหน้าแล้ว
โจวตงอวี่ถูกเตะออกจากกองถ่าย 'วัยเยาว์ของเธอ' ตำแหน่งนักแสดงนำหญิงก็ว่างลงแล้วไม่ใช่หรือไง นี่มันโอกาสทองชัดๆ!
แถมยังเป็นโอกาสอันดีงามที่จะได้ร่วมงานกับกู้จือเหยียนอีกด้วย!
ดูสถานะของจิ่งเถียนในตอนนี้สิ มีดาราหญิงคนไหนบ้างที่ไม่อิจฉาตาร้อน?!
หากคว้าบทนี้มาครองได้สำเร็จ ตัวเองก็อาจจะกลายเป็น 'จิ่งเถียน' คนต่อไปก็เป็นได้!
เหล่านักแสดงหญิงหน้าใหม่มากมายรวมถึงบริษัทเบื้องหลังของพวกเธอต่างพากันเคลื่อนไหว หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องคว้าบทนี้มาให้ได้
นี่ขนาดยังดีที่บทบาทนี้มีข้อกำหนดเรื่องอายุและภาพลักษณ์ค่อนข้างเข้มงวด ไม่อย่างนั้นบรรดานักแสดงหญิงรุ่นใหญ่ก็คงไม่แคล้วกระโจนเข้ามาร่วมวงแย่งชิงบทนี้ด้วยแน่ๆ
นับตั้งแต่นักแสดงหญิงในยุค 'สี่ต้านซวงปิง' ค่อยๆ ผันตัวไปอยู่เบื้องหลัง และหลายคนก็ก้าวขึ้นมาเป็นนายทุน วงการบันเทิงจีนก็แทบไม่เคยเห็นการต่อสู้แย่งชิงบทบาทที่ดุเดือดเลือดพล่านขนาดนี้มาก่อนเลย
วงการบันเทิงในช่วงนี้จึงคึกคักเป็นพิเศษ เหล่านักแสดงหญิงดาวรุ่งจากทุกสารทิศต่างตบเท้าเข้าสู่สนามรบ ฟาดฟันกันอย่างเมามันส์
กู้จือเหยียนเองก็ได้รับโทรศัพท์ไม่น้อย ที่โทรมาเสนอชื่อศิลปินในสังกัดของตัวเองทั้งทางตรงและทางอ้อม
แต่เขาก็ปฏิเสธกลับไปทีละราย พร้อมทั้งแจ้งให้อีกฝ่ายทราบว่า เรื่องนี้เขาจะไม่เข้าไปก้าวก่าย ให้ทางทีมผู้สร้างเป็นคนตัดสินใจ
แม้กู้จือเหยียนจะแสดงจุดยืนชัดเจนกับทีมผู้สร้างว่า ผู้ที่จะมารับบทนักแสดงนำหญิงให้พวกเขาสามารถตัดสินใจได้เลย แต่หากเขาเอ่ยปากพูดขึ้นมาสักคำ อีกฝ่ายก็ต้องให้ความสำคัญอยู่ดี ทว่าในเมื่อรับปากไปแล้วว่าจะไม่ก้าวก่าย แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ยอมตระบัดสัตย์ง่ายๆ
หลังจากนั้น กู้จือเหยียนก็ปิดหูปิดตาไม่รับรู้เรื่องราวภายนอก ตั้งใจถ่ายทำละครอย่างสบายใจ
เวลาผ่านไปได้ระยะหนึ่ง ในที่สุดซีรีส์เรื่อง 'หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร' ก็ปิดกล้องลง
กองถ่ายจัดงานเลี้ยงปิดกล้องขึ้นอย่างคึกคัก ในฐานะที่กู้จือเหยียนเป็นจุดศูนย์กลางของหัวข้อสนทนาในงานเลี้ยง ทุกคนต่างก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาชนแก้วกับเขา
แต่เขาไม่ได้ดื่มมากนัก ทุกคนต่างก็บอกให้เขาดื่มตามสบาย เพราะเหตุการณ์ตอนถ่ายทำคราวก่อนที่เขาดื่มจนต้องเข้าโรงพยาบาลมันน่าตกใจเกินไป ไม่มีใครกล้าปล่อยให้กู้จือเหยียนดื่มหนักอีกแล้ว
หลังจากเข้าร่วมงานเลี้ยงปิดกล้องเสร็จ กู้จือเหยียนก็รีบออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังปักกิ่ง เพื่อเข้าร่วมงานฉายรอบพรีวิวของภาพยนตร์เรื่อง 'ฉันไม่ใช่เทพแห่งยา' ทันที
สวีเจิงเป็นคนเอ่ยปากเชิญด้วยตัวเอง ประกอบกับช่วงนี้เขาพอจะปลีกเวลาได้พอดี จึงไม่ได้ปฏิเสธไป
ภาพยนตร์เรื่อง 'ฉันไม่ใช่เทพแห่งยา' ใช้กลยุทธ์การจัดฉายรอบพรีวิวล่วงหน้าแบบหลายรอบและครอบคลุมเป็นวงกว้าง
สิ่งที่เรียกว่า 'รอบพรีวิว' ก็คือกลยุทธ์การจัดจำหน่ายรูปแบบหนึ่ง ที่ทางค่ายหนังจะนำภาพยนตร์มาฉายให้ผู้ชมบางส่วนได้ดูก่อนกำหนดการเข้าฉายจริง โดยจะจัดฉายในโรงภาพยนตร์ที่กำหนด ในช่วงเวลาและรอบฉายที่จำกัด
มันไม่ใช่การเข้าฉายอย่างเป็นทางการในวงกว้าง แต่มันดูคล้ายกับ 'การทดสอบตลาด' ก่อนจะเข้าฉายจริงเสียมากกว่า
การฉายรอบพรีวิวเปรียบเสมือนดาบสองคม หากตัวภาพยนตร์มีคุณภาพสูง เสียงตอบรับที่ดีก็จะแพร่กระจายออกไปเป็นทวีคูณ ทำให้สามารถใช้ข้อมูลจริงเหล่านี้ไปดึงดูดให้ทางโรงภาพยนตร์เพิ่มรอบฉายให้ได้
แต่ถ้าหากภาพยนตร์คุณภาพแย่ คำวิจารณ์ในแง่ลบก็จะแพร่สะพัดออกไปล่วงหน้า ส่งผลให้เกิดกระแสตีกลับ และพอถึงกำหนดการเข้าฉายจริงก็จะไม่มีใครเหลียวแล
การที่ภาพยนตร์เรื่อง 'ฉันไม่ใช่เทพแห่งยา' เลือกใช้กลยุทธ์นี้ เห็นได้ชัดเลยว่าสวีเจิงมีความมั่นใจในคุณภาพของภาพยนตร์มากแค่ไหน
ก่อนหน้าที่กู้จือเหยียนจะออกเดินทางไปยังปักกิ่งเพียงหนึ่งวัน ภาพยนตร์เรื่อง 'Animal World' ที่นำแสดงโดยหลี่อี้เฟิงและโจวตงอวี่ก็ได้เข้าฉายแล้ว
รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศวันแรกกวาดไปได้ 96.77 ล้านหยวน ซึ่งถือว่าห่างชั้นจากรายได้วันแรกของเรื่อง 'อยู่ร่วมกันข้ามมิติเวลา' อยู่มากทีเดียว
ทว่ารายได้ระดับนี้ก็ยังถือเป็นแชมป์บ็อกซ์ออฟฟิศประจำวันนั้นอยู่ดี แถมคะแนนเปิดตัวบนเว็บไซต์โต้วป้านยังสูงถึง 7.4 คะแนน ถือว่ามีกระแสตอบรับที่ดีเลยทีเดียว
แม้รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศวันแรกจะห่างชั้นกับเรื่อง 'อยู่ร่วมกันข้ามมิติเวลา' อย่างเห็นได้ชัด แต่บรรดาแฟนคลับของหลี่อี้เฟิงก็ยังไม่ยอมแพ้ พวกเขายังคงวาดฝันถึงฉากพลิกเกมด้วยกระแสปากต่อปากอยู่
การพลิกสถานการณ์จากเป็นรองกลับมาเป็นต่อ แค่คิดก็สะใจแล้ว
สะใจงั้นเหรอ?
กู้จือเหยียนคิดในใจ ใช่ สะใจจริงๆ นั่นแหละ!
ดันมาเจอกับภาพยนตร์แนวสะท้อนสังคมที่เป็นปรากฏการณ์อย่าง 'ฉันไม่ใช่เทพแห่งยา' ก็โดนกดหัวไถไปกับพื้นแล้ว แค่การฉายรอบพรีวิวรอบเดียวก็บดขยี้คู่แข่งจนตายสนิทไปเลย
ไม่รู้เหมือนกันว่าถึงเวลานั้น แฟนคลับกลุ่มนี้จะรู้สึกยังไงกันบ้าง
การเดินทางในครั้งนี้ กู้จือเหยียนไม่ได้ไปเพียงลำพัง เขายังพานาจาไปด้วย
นาจาเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อจนในที่สุดซีรีส์ 'หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร' ก็ปิดกล้อง หลังจากนี้พวกเขาก็จะได้เข้ากองถ่ายซีรีส์ 'นายเย็นชากับยัยปลาหมึก' ด้วยกัน และเริ่มต้นชีวิตในกองถ่ายอันแสนสุขสันต์เสียที
ทันทีที่กู้จือเหยียนปิดกล้อง เธอก็รีบบึ่งมาหาเขาด้วยความร้อนใจทันที
ในเมื่อนาจาอุตส่าห์มาหาถึงที่ แน่นอนว่าจะปล่อยให้เธออยู่คนเดียวก็คงไม่ได้ กู้จือเหยียนจึงพาเธอไปร่วมงานฉายรอบพรีวิวภาพยนตร์เรื่อง 'ฉันไม่ใช่เทพแห่งยา' ด้วยกันเสียเลย
ในฐานะผู้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง 'ฉันไม่ใช่เทพแห่งยา' วันนี้เขายังต้องขึ้นเวทีไปร้องเพลง 'เพียงขอแค่ธรรมดา' ร่วมกับจางเลี่ยงอิ่งอีกด้วย
ทันทีที่มาถึงสถานที่จัดงาน สวีเจิงก็รีบวิ่งเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น ส่วนเรื่องที่มีนาจาเดินตามกู้จือเหยียนมาด้วยนั้น เขาเห็นจนชินตาแล้ว
การที่มีดาราสาวสวยเดินเคียงข้างพี่เหยียน มันไม่ใช่เรื่องปกติหรอกเหรอ?
สำหรับผู้หญิงที่อยู่ข้างกายกู้จือเหยียน แน่นอนว่าสวีเจิงย่อมไม่กล้าละเลย
นาจาเองก็ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการที่เพิ่งเดบิวต์ การที่ผู้กำกับใหญ่อย่างสวีเจิงมีท่าทีที่เป็นมิตรกับเธอขนาดนี้ แน่นอนว่าเป็นเพราะเห็นแก่หน้าพี่เสี่ยวเหยียน
แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีอะไรไม่เหมาะสม หนำซ้ำยังรู้สึกภาคภูมิใจไปด้วย ในเมื่อ 'สามีภรรยา' เป็นคนเดียวกัน พี่เสี่ยวเหยียนเก่งก็เท่ากับเธอเก่งนั่นแหละ
ยังเหลือเวลาอีกพักใหญ่กว่างานฉายรอบพรีวิวจะเริ่ม กู้จือเหยียนกับสวีเจิงและนักแสดงชายในเรื่องอีกหลายคนจึงยืนคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อย ส่วนนาจาก็ถูกจางเลี่ยงอิ่งที่มาถึงก่อนหน้านี้ดึงตัวไปคุยอย่างออกรส
"นาจา เธอสวยจังเลยนะ"
"ชุดของเธอวันนี้ก็สวยมากๆ ซื้อที่ไหนเนี่ย ป้ายยาให้พี่สาวคนนี้หน่อยสิ"
"เรื่อง XX ที่เธอเล่นน่ะ ฉันเคยดูด้วยนะ แสดงได้ดีมากๆ เลย"
...
เพียงไม่นาน นาจาก็ถูกจางเลี่ยงอิ่งยอจนเคลิ้มไม่เหลือสติ ยิ้มหน้าบานจนปากแทบจะฉีกถึงรูหูอยู่แล้ว
ในสายตาของนาจา ใครก็ตามที่ชมว่าเธอสวย คนนั้นก็คือคนดีทั้งนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น จางเลี่ยงอิ่งยังชมเธอไม่ขาดปากอีกต่างหาก
พี่เลี่ยงอิ่งช่างเป็นคนดีจริงๆ!
กู้จือเหยียนยืนคุยสัพเพเหระกับพวกสวีเจิงได้ไม่นาน ทุกคนก็แยกย้ายกันไป เพราะงานฉายรอบพรีวิวใกล้จะเริ่มแล้ว แต่ละคนยังคงมีเรื่องให้ต้องจัดการอีก
เมื่อเขาเดินมาหาหน้าจาและจางเลี่ยงอิ่ง ภาพที่เห็นก็คือทั้งสองคนกำลังทำตัวราวกับเป็นพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันมาก
"น้องเสี่ยวเหยียน พวกเราก็ไปเตรียมตัวกันเถอะ เดี๋ยวต้องขึ้นเวทีไปร้องเพลงแล้ว"
จางเลี่ยงอิ่งเห็นกู้จือเหยียนเดินเข้ามา ก็ขยิบตาให้เขา
"อืม สมควรต้องเตรียมตัวสักหน่อย" สายตาแบบนี้กู้จือเหยียนเข้าใจได้ในเสี้ยววินาที
พวกพี่สาวเหล่านี้ชอบสถานที่ที่มันไม่ค่อยจะปกติธรรมดากันหมดเลยหรือไงนะ?
ครั้งก่อนหลิวซือซือก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
แต่มันก็แอบเร้าใจอยู่หน่อยๆ แฮะ!
กู้จือเหยียนจะปฏิเสธลงได้อย่างไร เขาจึงเอ่ยกับนาจาว่า "นาจา เธออยู่ตรงนี้คนเดียวไปก่อนนะ ฉันจะไปเตรียมตัวกับพี่เลี่ยงอิ่งสักหน่อย"
นาจาไม่ได้คิดอะไรมากนัก เธอพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย "พี่เสี่ยวเหยียน พี่เลี่ยงอิ่ง พวกพี่ไปเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงฉัน"
กู้จือเหยียนและจางเลี่ยงอิ่งเดินตามกันไปที่หลังเวทีอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแวบเข้าไปในห้องพักรับรองที่ไม่มีคนอยู่
ทันทีที่เข้าไปด้านใน จางเลี่ยงอิ่งก็จัดการล็อกประตูห้องทันที แล้วโผเข้าสู่อ้อมกอดของกู้จือเหยียน
"เวลาเรามีจำกัด ต้องรีบทำเวลาหน่อยแล้ว" จางเลี่ยงอิ่งลงมือปฏิบัติการอย่างร้อนรนทนไม่ไหว
กู้จือเหยียนเองก็ไม่รอช้า...