- หน้าแรก
- ระบบร้านค้าในยุควันสิ้นโลก
- บทที่ 26: ได้สติชั่วครู่
บทที่ 26: ได้สติชั่วครู่
บทที่ 26: ได้สติชั่วครู่
บทที่ 26: ได้สติชั่วครู่
ซวก... ซวก... พร้อมกับเสียงนี้ที่ดังขึ้น
หลวนอวี่ก็รู้สึกเหมือนมีเศษผงอะไรบางอย่างร่วงลงมาจากเหนือศีรษะ
พอเอามือลูบหัว ดูก็พบว่าเศษขี้เลื่อยเต็มมือไปหมด
"........." นางเงยหน้าขึ้นมองด้วยความพูดไม่ออก ตรงจุดที่แขวนป้าย
ป้ายร้านแผ่นหนึ่งเพิ่งจะแกะสลักเสร็จหมาดๆ บนนั้นสลักตัวอักษรห้าคำว่า "ซูเปอร์มาร์เก็ตทะเลลึกขนาดใหญ่" โดยมีพื้นหลังเป็นลวดลายใบอวี่เชียนขนาดใหญ่
แกะสลักกันสดๆ ร้อนๆ เลยทีเดียว
หลวนอวี่ตบหัวตัวเองแปะๆ เพื่อสะบัดเศษขี้เลื่อยออกให้หมด
ไม่ต้องเดาเลย ตอนนี้ป้ายร้านที่อยู่นอกประตูก็คงแกะสลักเสร็จแล้วเหมือนกัน แต่เห็นแก่ลายมือและลวดลายพื้นหลังที่ดูไม่เลว
หลวนอวี่จึงยอมมองข้ามเรื่องนี้ไป
ในเมื่อสถานที่พร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือเรื่องการเติมสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต
แต่นั่นไม่รีบร้อน หลวนอวี่ตั้งใจว่าจะรอให้พลังพิเศษตื่นขึ้นมา และร้านค้ามิติระบบปลดล็อกโซนสินค้าระดับสูงกว่านี้ก่อน ค่อยวางแผนอย่างละเอียด
อีกอย่าง ในทะเลยังมีทรัพยากรอีกกองโตที่เธอไปควานหามาได้
แม้ว่าในร้านค้ามิติระบบจะมีทุกอย่างยกเว้นขนมขบเคี้ยว
แต่ของที่ต้องเสียเงินซื้อ จะไปสู้ของฟรีได้อย่างไร
เธอตัดสินใจแล้วว่าจะทำความสะอาด จัดระเบียบพื้นที่ใต้ทะเลทั้งหมดใหม่อีกรอบ
ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว
ครั้งนี้หลวนอวี่ต้องการเตรียมแค่ส่วนของตัวเองเท่านั้น
หลังจากเปิดดูรายการวัตถุดิบ เธอก็ตัดสินใจทำข้าวแกงกะหรี่ไก่ทอดน้ำซอสเข้มข้นให้ตัวเอง เพียงแค่ยี่สิบนาทีก็เสร็จเรียบร้อยอย่างง่ายดาย
คราวนี้เธอไม่ได้นั่งทานในห้องครัวมิติที่ดูค่อนข้างเย็นเยียบ แต่ก้าวออกมาจากห้องครัวมิติ แล้วมานั่งทานอย่างมีความสุขที่หลังเคาน์เตอร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งเถ้าแก่เนี้ยของตัวเอง
ประตูซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดกว้าง
แสงแดดอันอบอุ่นที่หักเหผ่านผิวน้ำทะเลสาดส่องเข้ามาทางประตูและหน้าต่างอย่างเต็มที่
ทำให้ทั่วทั้งห้องสว่างไสวเรืองรองงดงามยิ่ง
ท่ามกลางเสียงคลื่นซัดสาด กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อนๆ อบอวล
หลวนอวี่อ้าปากงับไก่ทอดชิ้นโตที่กรอบกรุบและชุ่มฉ่ำน้ำมัน
จากนั้นก็ตักข้าวที่ดูดซับน้ำแกงกะหรี่จนฉ่ำเข้าปากตาม เคี้ยวอย่างละเลียด... อื้อหือ ชีวิตช่างสมบูรณ์แบบ!
แก้มของเธอขยับป่องขึ้นยุบลงเป็นจังหวะ กลืนอาหารลงคอเป็นระยะ อาหารในจานค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ
ระบบยอมรับเลยว่า ถึงแม้ตัวมันจะไม่มีประสาทรับรส
แต่เมื่อได้มองดูหลวนอวี่เปิดฉาก "กินโชว์" แบบอินจัดตรงหน้า มันกลับรู้สึก... แปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมา
ก่อน นั่นเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดสำหรับโปรแกรมอย่างมัน ไม่ใช่ความหิว
แต่น่าจะเป็น... ความอยากลิ้มลอง?
ทว่าก่อนที่มันจะได้คิดหาคำตอบอย่างละเอียด จู่ๆ โปรแกรมของมันก็เกิดอาการกระตุกวูบ
ฝั่งหลวนอวี่กำลังทานอย่างเอร็ดอร่อย แต่วินาทีต่อมา หน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
[ติ๊ง~ โฮสต์โปรดทราบ บุคลากร?? ฟื้นแล้ว]
บุคลากร?? อ้อ ไอ้ผู้ชายคนนั้นนี่เอง!
หลวนอวี่ชะงักตะเกียบ ดึงความสนใจออกมาจากของอร่อย สีหน้าดูไม่เข้าใจเล็กน้อย
"ไหนบอกว่าต้องใช้เวลาสามเดือนไง?" ต่อให้เธอจะใช้น้ำยาเสริมพลังระดับสูงรักษาบาดแผลภายนอกให้เขาจนหายดีแล้ว ก็ไม่น่าจะเหนือมนุษย์มนาจนฟื้นก่อนกำหนดตั้งหลายวันขนาดนี้มั้ง "ผีดิบเหรอ?"
[!! โฮสต์ คุณรู้ได้ยังไงครับ]
[ใช่ครับ ตอนนี้เขาสลบไปอีกรอบแล้ว ผลสแกนแสดงให้เห็นว่า สัญญาณชีพทางจิตวิญญาณได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาสองส่วนแล้ว]
สองส่วนที่มาจากจิตสำนึกส่วนลึกของสิ่งมีชีวิต ความต้องการของสัตว์ดิบเถื่อน ความอยากอาหาร ความต้องการทางเพศ ความต้องการพักผ่อน...
หลวนอวี่ได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย คิดในใจว่าแบบนี้ค่อยดูสมเหตุสมผลหน่อย
ไม่งั้นได้ตกใจตายพอดี แม้ว่าเธอจะยอมให้เขาใช้สถานที่ในการฟื้นตัวเพราะความรู้สึกดีๆ เล็กๆ น้อยๆ
แต่เธอก็ไม่ได้ซื่อบื้อจนไร้ความระแวดระวังไปเสียทีเดียว สมมติว่าเขาเหนือชั้นกว่าที่คิดไว้ ไม่ต้องถึงสามเดือน หรอก แค่เดือนสองเดือนก็อาจกลับมาสู่สภาพปกติได้แล้ว
สิ่งที่หลวนอวี่คิดก็คือ ภายในสองเดือนนี้ก่อนที่เขาจะฟื้น
เธอต้องมีมาตรการป้องกันตัวเอง
อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นวิธีการตั้งรับที่สามารถต้านทานการโจมตีแบบเต็มกำลังของเขาได้สักครั้ง เช่น อัปเกรดเกราะป้องกันส่วนบุคคลขึ้นเป็นระดับสี่ หรือปลุกพลังพิเศษสายป้องกันสัมบูรณ์ขึ้นมา
เพราะในแง่ของความแข็งแกร่ง การจะไล่ตามเขา (ระดับสี่) ให้ทันภายในเวลาเดือนสองเดือนนั้นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ด้วยวิธีนี้ ไม่ว่าหลังจากฟื้นขึ้นมาเขาจะมีเจตนาดีหรือร้าย
เธอก็จะสามารถปกป้องตัวเองได้และไม่ตกเป็นรอง
เฮ้อ หวังว่าเธอจะมองคนไม่ผิดนะ เธอยังคาดหวังอยากจะดึงเขามาเป็นลูกค้ารายใหญ่ในอนาคตของซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่เลย
คิดได้ดังนั้น หลวนอวี่ก็เตรียมจะทานข้าวต่อ
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ในจุดที่เธอ มองไม่เห็น มิติอวกาศเกิดระลอกคลื่น บิดเบี้ยว กรงเล็บสีดำข้างหนึ่งยื่นออกมาจากรอยแยกนั้น แล้วแตะลงบนไหล่ของเธออย่างเงียบเชียบ
กรงเล็บดำนั้นมีห้านิ้ว โค้งงอทรงพลัง เล็บคมกริบ เมื่อไล่สายตาจากกรงเล็บนั้นขึ้นไปด้านบน ก็จะพบกับดวงตาสีม่วงคู่หนึ่งที่จับจ้องมา
รูม่านตาเรียวรีดุจตัวดาบแหลมคมที่ปักดิ่งลงมา ทอประกายเย็นเยียบสะกดขวัญ นัยน์ตาเรียวรี หนวดเคราปลิวไสว มีเขาเหมือนกิเลน ลำตัวคล้ายงูใหญ่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำ...
นี่มันคือ มังกรดำมินิ ชัดๆ
การปรากฏตัวของดวงจิตมังกรดำนี้ หลวนอวี่ไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งระบบเองก็เช่นกัน หรือจะพูดให้ถูกคือ ระบบเห็นแล้ว แต่ช็อกจนพูดไม่ออก เลยไม่ได้แจ้งเตือนใดๆ
เชี่ย! ข่าวใหญ่ระดับโลกเลยนะเนี่ย! เทพผู้ยิ่งใหญ่สององค์ที่นอนกอดกันอยู่ทุกวันในส่วนลึกของโลกซานไห่ ไม่ใช่ว่าไม่ยอมออกแรงช่วยเหลือนะ แต่พวกท่าน "คลอดลูก" ออกมาแล้ว แถมยังโยนมาที่โลกแห่งความเป็นจริงโดยตรงเลยนี่สิ มิน่าล่ะ ตัวมันถึงตรวจหาเผ่าพันธุ์ของไอ้ผู้ชายคนนั้นไม่เจอสักที
มังกรดำมินิคลานขึ้นมาบนไหล่ของหลวนอวี่
ดวงตาสีม่วงคู่ดุจสัตว์เลือดเย็นจ้องมองเธออย่างไร้ความรู้สึก ก่อนจะมองตามการเคลื่อนไหวของเธอไปยังข้าวแกงกะหรี่ไก่ทอดที่เหลืออยู่ครึ่งจาน
ระบบกอดตัวเองแน่น พยายามซ่อนกลิ่นอายของตนอย่างสุดความสามารถ
ในสายตาที่มันลอบสังเกตอยู่อย่างเงียบๆ นั้น มันเห็นดวงจิตมังกรที่ถูกดึงดูดด้วยความหอมของอาหาร ค่อยๆ ยื่นหัวลงมาแนบกับกระดูกไหปลาร้าของหลวนอวี่
ปากมังกรที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมอ้าออกและสูดลมหายใจเข้าเบาๆ ไปที่อาหารเบื้องล่าง พลังงานที่ยากจะอธิบายสายหนึ่งพุ่งออกมาจากอาหาร แล้วถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายของมันจนหมดสิ้น
ปลายลิ้นสีชมพูแลบเลียริมฝีปาก เจ้ามังกรดำเหลือบมองหลวนอวี่อีกครั้ง ก่อนจะ "หาว" ออกมาเสียงดัง ขนบนหัวมังกรสั่นระริก ดวงตาหรี่ลง หลังจากหาววอดใหญ่เสร็จ ร่างของมันก็ค่อยๆ สลายหายไปกับตา
"หืม? ทำไมรู้สึกว่ารสชาติมัน..." หลวนอวี่เพิ่งจะตักมันฝรั่งกับข้าวสวยชุ่มน้ำแกงกะหรี่คำโตเข้าปาก
แต่ทันทีที่อาหารสัมผัสลิ้น เธอก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ รสชาติต่างไปจากเดิมนิดหน่อย... แม้จะเบาบางมาก แต่เธอก็ยังจับสังเกตได้ เพราะมันเย็นชืดลงงั้นเหรอ? ไม่ใช่แฮะ...
นางก้มลงมองข้อมือ คราวนี้เวลาบนข้อมือกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่วันเดียว แผ่นหลังของเธอเหยียดตรงขึ้นมาทันทีโดยสัญชาตญาณ
นางกวาดสายตามองรอบข้างอย่างระแวดระวัง แววตาคมกริบ
[.........โฮสต์ครับ คุณควรจะท้าทายวัตถุดิบระดับที่สูงกว่านี้ได้แล้วนะ]
ระบบเริ่มพูดจาเหลวไหล ไร้สาระ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของหลวนอวี่และขัดจังหวะความคิดของเธอ
แต่สิ่งที่มันพูดก็ถือเป็นความจริงเช่นกัน
เพราะต่อให้ไม่มีเรื่องของมังกรดำเข้ามาเกี่ยว
การทานอาหารมื้อนี้ก็แทบจะไม่ช่วยเพิ่มวันเวลาให้หลวนอวี่ได้มากเท่าไหร่อยู่แล้ว
เมื่อได้ยินคำเตือนของระบบ หลวนอวี่ก็เหลือบมองมันเงียบๆ เรื่องวัตถุดิบเธอเห็นด้วย
แต่เรื่องรสชาตินี่สิ... หลวนอวี่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างรวดเร็ว รู้สึกตะขิดตะขวงใจว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ในบางเรื่องเธอเป็นคนที่เซนส์ไวและละเอียดอ่อนมาก และเธอไม่มีทางปล่อยผ่านเรื่องแปลกๆ ไปง่ายๆ แน่นอน
นางกระชับตะเกียบในมืออีกครั้ง แล้วจัดการกับอาหารที่เหลือซึ่ง "ไม่อร่อยเท่าไหร่แล้ว" จนหมดในรวดเดียว ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เธอมั่นใจในความผิดปกตินี้มากขึ้น
"ระบบ แกคิดว่าที่นี่จะมีผีไหม?" หลวนอวี่ถามขึ้นมาลอยๆ ขณะเก็บถ้วยชาม ระบบที่แกล้งตายอยู่เงียบๆ พอได้ยินประโยคนี้เข้าก็ถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
[เชี่ย โฮสต์อย่าทำให้ผมกลัวสิครับ] (เชี่ย โฮสต์อย่าเซนส์แรงขนาดนี้สิ)
หลวนอวี่: ......... แกกับผีมันต่างกันตรงไหนมิตราบ? ยังจะไปกลัวพวกมันอีก? หลวนอวี่บ่นอุบอิบในใจ
จากนั้นก็ไม่ได้ลับฝีปากกับระบบต่อ เพียงแต่จดบันทึกความผิดปกติของวันนี้ไว้ในใจ
ครั้งแรกจับไม่ได้ไล่ไม่ทันไม่เป็นไร ลองทดสอบดูอีกสักสองสามครั้ง... วันหน้าต้องจับตัวการให้ได้แน่!